# ผู้บริหารเกิดวันศุกร์ วันอารมณ์ดีในผลสำรวจ 340,000 คน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/friday-born-executive-leadership · เผยแพร่ 19 มีนาคม 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ผลสำรวจชาวอเมริกัน 340,000 คนพบว่าคนอารมณ์ดีกว่าชัดในวันศุกร์ ส่วน Blue Monday มีหลักฐานน้อย อ่านคู่กับคำบรรยายผู้บริหารเกิดวันศุกร์ในตำราไทยว่ามีรสนิยม

## Key Takeaways

- **ดาวศุกร์เป็นดาวประจำวันศุกร์ตามตำราไทย สีของวันคือสีฟ้า และกำลังพระเคราะห์ 21 สูงที่สุดในเจ็ดวัน** — ตำราบรรยายคนเกิดวันนี้ว่ามีรสนิยม รักความงาม และอ่านใจคนเก่ง ด้านที่ตำราเตือนคือการยึดความชอบของตัวเองเป็นเกณฑ์
- **งานของ Arthur Stone, Stefan Schneider และ James Harter ปี 2012 ใช้ข้อมูลสำรวจทางโทรศัพท์ 340,000 คนในสหรัฐฯ** — พบว่าคนอารมณ์ดีกว่าชัดในวันศุกร์และสุดสัปดาห์ แต่ความเชื่อว่าวันจันทร์อารมณ์แย่เป็นพิเศษมีหลักฐานน้อย
- **ความเชื่อที่ทุกคนพูดต่อกันตรงกับข้อมูลได้แค่บางส่วน** — ผู้บริหารที่ตัดสินงานออกแบบจากรสนิยมจึงควรทดสอบกับลูกค้าจริงก่อนให้ทีมลงรายละเอียดเพิ่ม

คนทำงานจำนวนมากรู้สึกว่าวันศุกร์เป็นวันที่อารมณ์ดีที่สุดของสัปดาห์ทำงาน และภาษาอังกฤษมีคำย่อ TGIF สำหรับความรู้สึกนี้ ความเชื่อแบบเดียวกันยังมีอีกด้าน คือวันจันทร์เป็นวันที่อารมณ์แย่ที่สุด ผู้บริหารเกิดวันศุกร์ในความเชื่อไทยได้คำบรรยายว่าเป็นคนรักความงามและอ่านบรรยากาศออก ทั้งสองเรื่องเป็นความเชื่อที่คนพูดต่อกัน แต่เรื่องหลังมีข้อมูลให้ตรวจ

นักวิจัยสามคนในสหรัฐฯ ตรวจความเชื่อเรื่องอารมณ์ของแต่ละวันด้วยข้อมูลจากคน 340,000 คน ผลออกมาตรงกับความเชื่อเพียงครึ่งเดียว วันศุกร์และสุดสัปดาห์อารมณ์ดีจริง แต่วันจันทร์ไม่ได้แย่อย่างที่คนเชื่อ ข้อค้นพบนี้มีประโยชน์กับผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจจากความรู้สึกว่าลูกค้าชอบอะไร

## ดาวศุกร์กับรสนิยมในตำราไทย

ตำราไทยให้ดาวศุกร์เป็นดาวแห่งความงาม ความรัก และศิลปะ ตำราหลายสำนักบรรยายคนเกิดวันศุกร์ด้วยคำชุดใกล้กัน คือมีรสนิยม แต่งตัวดี พูดจาอ่อนหวาน เข้ากับคนง่าย และมีหัวทางศิลปะ ด้านที่ตำราเตือนคือความเจ้าอารมณ์ การใช้จ่ายตามใจ และการยึดความชอบของตัวเองจนมองข้ามความชอบของคนอื่น

ตัวเลขกำลังพระเคราะห์ของดาวศุกร์ตามตำราพรหมชาติคือ 21 สูงที่สุดในดาวประจำเจ็ดวัน ตัวเลขนี้ใช้ในการคำนวณของตำราและในพิธี ไม่ได้บอกว่าคนเกิดวันศุกร์มีดวงดีกว่าคนเกิดวันอื่น

### **ความประณีตแบบที่ตำราบรรยายมีต้นทุนตรงไหนในบริษัท**

ต้นทุนอยู่ในชั่วโมงทำงานที่ไม่มีใครจด ผู้บริหารที่มีรสนิยมชัดทำให้หน้าร้าน บรรจุภัณฑ์ และภาพโฆษณาของแบรนด์มีเอกลักษณ์ได้เร็ว ส่วนที่ต้องระวังคืองานที่ทีมทำเพิ่มเองเพื่อให้ผ่านสายตาผู้บริหาร เช่น แบบทางเลือกที่ทำเผื่อแล้วไม่ได้ใช้ การรีทัชภาพเกินจำนวนที่ตกลง หรือการจัดหน้าใหม่หลังลูกค้าอนุมัติแล้ว งานเหล่านี้กินชั่วโมงทำงานโดยที่ลูกค้าไม่ได้ขอ และมักไม่มีใครบันทึกไว้ว่าใช้ไปเท่าไร

## อารมณ์ของแต่ละวันในข้อมูล 340,000 คน

งานชื่อ [Day-of-week mood patterns in the United States](https://doi.org/10.1080/17439760.2012.691980) ของ Arthur Stone, Stefan Schneider และ James Harter ตีพิมพ์ใน The Journal of Positive Psychology ปี 2012 ผู้วิจัยใช้คำตอบแบบสอบถามทางโทรศัพท์จากการสำรวจระดับชาติขนาดใหญ่ รวม 340,000 คน แล้ววัดอารมณ์ด้านบวกและด้านลบแยกตามวันในสัปดาห์

| ความเชื่อ                                     | ผลในบทคัดย่อ            |
| ---------------------------------------------- | ------------------------- |
| วันศุกร์อารมณ์ดี (TGIF)                     | มีหลักฐานสนับสนุนชัด  |
| สุดสัปดาห์อารมณ์ดีกว่าวันทำงาน           | มีหลักฐานสนับสนุนชัด  |
| วันจันทร์อารมณ์แย่เป็นพิเศษ (Blue Monday) | มีหลักฐานสนับสนุนน้อย |
| วันเสาร์กับวันอาทิตย์ต่างกัน             | ไม่พบความต่าง          |

ผู้วิจัยยังทดสอบว่าผลของวันต่างกันตามกลุ่มคนหรือไม่ ผลของวันต่ออารมณ์เล็กลงในผู้ตอบที่อายุมากกว่าและผู้ที่เกษียณแล้ว ส่วนเพศและการมีคู่ทำให้ผลต่างกันน้อย ประโยคปิดของบทคัดย่อสรุปว่าวันในสัปดาห์สัมพันธ์กับอารมณ์ แต่ไม่ได้สัมพันธ์ในแบบที่คนเชื่อเสมอไป

### **ข้อมูลจากคน 340,000 คนเชื่อได้แค่ไหน**

เชื่อได้มากในเรื่องที่ขนาดข้อมูลช่วย และเชื่อได้เท่าเดิมในเรื่องที่ขนาดไม่ช่วย กลุ่มตัวอย่างใหญ่ทำให้ความต่างเล็ก ๆ ระหว่างวันไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ และทำให้แยกผลตามกลุ่มอายุหรือสถานะการทำงานได้ ซึ่งงานก่อนหน้าที่ผู้วิจัยระบุว่ามักมีขนาดเล็กและใช้กลุ่มนักศึกษาทำได้ยาก แต่ขนาดข้อมูลไม่ได้แก้ข้อจำกัดของวิธีเก็บ คำตอบยังเป็นความรู้สึกที่ผู้ตอบรายงานเองทางโทรศัพท์ และยังเป็นคนในประเทศเดียว ผลจึงบอกได้ชัดว่าคนอเมริกันรายงานอารมณ์ในแต่ละวันต่างกันอย่างไร แต่ต้องระวังเมื่อนำไปใช้กับกลุ่มคนอื่น

### **ทำไมกลุ่มที่เกษียณแล้วจึงได้รับผลจากวันน้อยกว่า**

บทคัดย่อไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ บทนี้อ่านว่าคนที่ไม่ได้ทำงานตามตารางจันทร์ถึงศุกร์แล้วมีวันที่คล้ายกันมากขึ้น ความต่างระหว่างวันทำงานกับวันหยุดจึงเล็กลง การอ่านนี้เป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อสรุปของผู้วิจัย และไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกของคนในช่วงวัยใด ข้อที่ใช้กับธุรกิจได้คือ ถ้ากลุ่มลูกค้าหลักไม่ได้ทำงานตามสัปดาห์ทำงานปกติ ความเชื่อเรื่องอารมณ์ของแต่ละวันก็อาจใช้กับลูกค้ากลุ่มนั้นได้น้อยลง

## Blue Monday กับภาพจำที่ข้อมูลไม่ยืนยัน

ความเชื่อเรื่องวันจันทร์น่าสนใจเพราะมีงานวิจัยสองชิ้นที่มองคนละด้าน งานเรื่องภาพจำของวันในสัปดาห์ใน PLOS ONE ปี 2015 พบว่าผู้เข้าร่วมผูกชื่อวันจันทร์กับคำด้านลบอย่างชัดเจน แต่ข้อมูลอารมณ์ของคนจำนวนมากกว่าหลายเท่ากลับพบว่าวันจันทร์ไม่ได้แย่กว่าวันทำงานอื่นมาก ภาพจำของวันกับอารมณ์ที่คนรู้สึกจริงในวันนั้นจึงเป็นคนละเรื่องกัน

ความต่างนี้ใช้กับงานการตลาดได้ตรง ๆ สิ่งที่คนพูดถึงวันหนึ่งหรือสินค้าหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องตรงกับสิ่งที่คนทำหรือรู้สึกจริง การถามว่าลูกค้าคิดอย่างไรกับแบบหนึ่ง กับการดูว่าลูกค้าเลือกแบบไหนเมื่อต้องจ่ายเงิน อาจให้คำตอบไม่ตรงกัน

### **ทำไมภาพจำของวันจึงต่างจากอารมณ์ที่วัดได้**

งานทั้งสองชิ้นไม่ได้ทดสอบคำถามนี้โดยตรง บทนี้อ่านว่าสองงานวัดคนละสิ่ง งานเรื่องภาพจำให้คนเขียนคำที่นึกออกเมื่อเห็นชื่อวัน ซึ่งดึงมาจากสิ่งที่คนในสังคมพูดถึงวันนั้นซ้ำ ๆ ส่วนงานเรื่องอารมณ์ถามความรู้สึกของวันที่ผู้ตอบเพิ่งผ่านมา วันจันทร์ที่ผ่านไปจริงอาจไม่ได้แย่อย่างที่คำพูดติดปากบอก ความต่างแบบนี้พบได้ในงานการตลาดเช่นกัน สิ่งที่ลูกค้าพูดถึงแบรนด์ในการสนทนาทั่วไป กับความรู้สึกหลังใช้สินค้าจริง ควรวัดแยกกัน

### **แคมเปญที่ออกวันศุกร์ได้ผลดีกว่าวันอื่นไหม**

งานนี้วัดอารมณ์ ไม่ได้วัดการซื้อหรือการตอบสนองต่อโฆษณา จึงตอบคำถามนี้ไม่ได้ อารมณ์ดีในวันศุกร์ไม่ได้แปลว่าคนเปิดรับข้อความขายของมากขึ้น เพราะคนอาจใช้วันศุกร์กับกิจกรรมอื่นที่ไม่ได้อยู่หน้าจอ ทางที่ตอบได้จริงคือทดสอบในธุรกิจเอง ส่งข้อความหรือภาพชุดเดียวกันในวันต่างกัน แล้วเทียบผลที่วัดได้ เช่น จำนวนคนที่ทักเข้ามาหรือยอดขายในสองวันถัดไป

## ความชอบของผู้บริหารกับความชอบของลูกค้า

ผู้บริหารที่มีรสนิยมชัดมักตัดสินงานออกแบบจากสายตาตัวเอง ซึ่งได้ผลดีเมื่อผู้บริหารเป็นลูกค้าแบบเดียวกับกลุ่มเป้าหมาย และเสี่ยงเมื่อลูกค้าหลักอยู่คนละช่วงวัย คนละรายได้ หรือคนละพื้นที่ ผลสำรวจเรื่องวันในสัปดาห์เป็นตัวอย่างว่าความเชื่อที่คนส่วนใหญ่พูดตรงกันยังผิดได้ ความชอบของคนคนเดียวจึงยิ่งต้องตรวจ

การตรวจไม่ต้องใช้งบวิจัยใหญ่ ร้านที่มีลูกค้ามาหน้าร้านถามลูกค้าที่จ่ายเงินแล้วได้วันละสามถึงห้าคน ร้านออนไลน์เทียบภาพสองแบบในโพสต์ที่ออกต่างวันได้ สิ่งที่ต้องกำหนดก่อนเริ่มคือจะวัดผลด้วยตัวเลขอะไร และจะตัดสินเมื่อได้ข้อมูลเท่าไร

จำนวนคำตอบที่พอใช้ตัดสินขึ้นกับว่าสองแบบต่างกันมากแค่ไหน ถ้าลูกค้าเกือบทุกคนเลือกแบบเดียวกัน คำตอบไม่กี่สิบก็เห็นทิศทาง ถ้าคะแนนสูสี ต้องใช้คำตอบมากกว่านั้นมาก หรือยอมรับว่าสองแบบใช้แทนกันได้ ข้อหลังเป็นคำตอบที่มีประโยชน์เช่นกัน เพราะแปลว่าผู้บริหารเลือกตามรสนิยมของตัวเองได้โดยไม่เสียลูกค้า และทีมไม่ต้องเสียเวลาทำแบบที่สาม

### **จะรู้ได้อย่างไรว่างานออกแบบประณีตเกินกว่าที่ลูกค้าต้องการ**

ดูจากสองสัญญาณ สัญญาณแรกคือลูกค้าแยกความต่างระหว่างแบบที่ใช้เวลาทำสองวันกับแบบที่ใช้เวลาห้าวันไม่ออก สัญญาณที่สองคือกำหนดส่งเลื่อนเพราะรายละเอียดที่ไม่มีในบรีฟ วิธีตรวจคือหยิบงานที่ส่งแล้วสามชิ้นล่าสุด วางขอบเขตงานที่ตกลงไว้ข้างหนึ่ง วางไฟล์ที่ส่งจริงไว้อีกข้าง แล้วนับรายการที่ทำเกินข้อตกลง ชั่วโมงที่ใช้กับรายการเหล่านั้นคือต้นทุนของความประณีตที่ยังไม่มีใครถามลูกค้าว่าต้องการหรือเปล่า

## ข้อจำกัดของผลสำรวจ 340,000 คน

บทนี้อ่านผลจากบทคัดย่อ ซึ่งมีข้อจำกัดที่ต้องรู้สี่ข้อ

1. **บทคัดย่อไม่มีขนาดของความต่าง** ผลบอกว่าวันศุกร์อารมณ์ดีกว่าชัด แต่ไม่ได้บอกว่าดีกว่ากี่คะแนน บทนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขความต่างเอง
2. **ข้อมูลเป็นของสหรัฐฯ** คนไทยที่ทำงานเป็นกะหรือทำงานวันเสาร์อาจไม่ได้รู้สึกกับวันศุกร์แบบเดียวกับผู้ตอบในสหรัฐฯ และบทคัดย่อไม่ได้แยกผลตามรูปแบบการทำงานของผู้ตอบ
3. **อารมณ์เป็นคำตอบที่ผู้ตอบรายงานเอง** ผ่านการสำรวจทางโทรศัพท์ ไม่ได้วัดจากพฤติกรรม
4. **งานนี้วัดวันที่ตอบแบบสำรวจ ไม่ได้วัดวันเกิด** จึงไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับลักษณะของคนเกิดวันศุกร์

## ทดสอบกับลูกค้าก่อนเติมรายละเอียด

ผู้บริหารเกิดวันศุกร์ที่อยากใช้รสนิยมให้เกิดยอดขาย โดยไม่ให้ทีมเสียชั่วโมงกับรายละเอียดที่ลูกค้าไม่เห็น ทำได้สี่ขั้น

1. **เขียนความเชื่อเรื่องลูกค้าที่ใช้ตัดสินงานออกแบบบ่อยที่สุดสามข้อ** เช่น ลูกค้าชอบโทนสีอ่อน หรือชอบภาพที่มีคน
2. **เลือกหนึ่งข้อมาทดสอบด้วยแบบสองชุด** ชุดหนึ่งตามความเชื่อ อีกชุดตรงข้าม แล้ววัดผลด้วยตัวเลขที่ตกลงไว้ก่อน
3. **นับงานที่ทีมทำเกินขอบเขตในงานสามชิ้นล่าสุด** พร้อมชั่วโมงที่ใช้
4. **ตกลงกับทีมว่ารายละเอียดเพิ่มจะทำหลังแบบผ่านการทดสอบแล้ว** ความประณีตจึงไปอยู่ในแบบที่ลูกค้าเลือกจริง

ขั้นที่สามมักให้ตัวเลขที่ผู้บริหารไม่คาด เพราะงานที่ทำเกินขอบเขตกระจายอยู่ในหลายไฟล์และหลายคน เมื่อรวมเป็นชั่วโมงเดียว ทีมจะเห็นว่าความประณีตที่ไม่มีใครขอกินเวลาของงานชิ้นอื่นไปเท่าไร และคุยกันได้ว่าส่วนไหนควรเก็บไว้เป็นมาตรฐานของบริษัท

แบบสองชุดที่ทดสอบกับลูกค้าก่อนลงรายละเอียดคือวิธีที่[ทีมออกแบบกราฟิก](https://phygital.co.th/solutions/graphic-design) ใช้ลดงานแก้ซ้ำ งานเรื่องภาพจำของวันจันทร์ที่ใช้เทียบในบทนี้อยู่ใน[ผู้บริหารเกิดวันจันทร์ วันที่คนจำได้ชัดกว่ากลางสัปดาห์](https://phygital.co.th/insights/monday-born-executive-leadership) ผู้อ่านที่มาจากบทวันพฤหัสบดีย้อนกลับได้ที่[ผู้บริหารเกิดวันพฤหัสบดี วันที่กำหนดสัปดาห์แรกของปี](https://phygital.co.th/insights/thursday-born-executive-leadership) ส่วนวันปิดชุดคือ[ผู้บริหารเกิดวันเสาร์ สุดสัปดาห์ที่ทำให้วันจันทร์มีแรงทำงาน](https://phygital.co.th/insights/saturday-born-executive-leadership) และแกนความเชื่อทั้งหกของซีรีส์เริ่มต้นที่[สายมูฉบับผู้บริหาร หกแกนความเชื่อ กับปีมะโรงที่เด็กเกิดเพิ่ม](https://phygital.co.th/insights/saimu-executive-mbti-fengshui-zodiac-birthday)

## สรุป

รสนิยมที่ชัดแต่ยึดความชอบของตัวเองคือภาพที่ตำราไทยให้ผู้บริหารเกิดวันศุกร์ ตามดาวศุกร์ซึ่งเป็นดาวประจำวัน และมีสีฟ้าเป็นสีของวันตามความเชื่อไทย งานของ Stone, Schneider และ Harter ปี 2012 จากข้อมูล 340,000 คนในสหรัฐฯ พบว่าคนอารมณ์ดีกว่าชัดในวันศุกร์และสุดสัปดาห์ แต่ Blue Monday มีหลักฐานน้อย ความเชื่อที่คนพูดตรงกันจึงถูกเพียงบางส่วน ผู้บริหารที่ทดสอบแบบสองชุดกับลูกค้าก่อนให้ทีมเติมรายละเอียด ใช้รสนิยมได้เต็มที่โดยไม่เสียชั่วโมงกับงานที่ลูกค้าไม่เห็น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### TGIF ย่อมาจากอะไร

TGIF ย่อมาจาก Thank God it's Friday เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความโล่งใจเมื่อถึงวันศุกร์ ชื่องานของ Stone และคณะใช้สำนวนนี้เป็นหนึ่งในสามความเชื่อที่ทดสอบ คู่กับ Blue Monday และความเชื่อว่าสุดสัปดาห์อารมณ์ดีกว่าวันทำงาน

### สีประจำวันศุกร์คือสีอะไร

ตามความเชื่อไทยคือสีฟ้า เพราะตำรากำหนดให้ดาวศุกร์เป็นดาวของวันนี้ ส่วนสีมงคลและสีต้องห้ามของคนเกิดวันศุกร์ไม่ได้ตรงกันทุกตำรา ธุรกิจที่เลือกสีแบรนด์ควรใช้การทดสอบกับกลุ่มลูกค้ามากกว่าวันเกิดของเจ้าของ

### ความหมายของดาวศุกร์ในตำราไทยกับตำราตะวันตกตรงกันไหม

ตรงกันในแกนหลัก ตำราไทยให้ดาวศุกร์เป็นดาวของความงาม ความรัก และศิลปะ ส่วนชื่อ Venus ในภาษาอังกฤษมาจากเทพีแห่งความรักและความงามในตำนานโรมัน รายละเอียดที่ผูกกับวันเกิด เช่น สีประจำวันและคำบรรยายนิสัย พัฒนาแยกกันตามแต่ละวัฒนธรรม ความหมายที่ตรงกันจึงอยู่ที่ตัวดาว ไม่ได้อยู่ที่คำทำนาย

### วันเสาร์กับวันอาทิตย์ วันไหนคนอารมณ์ดีกว่า

ผลสำรวจชิ้นนี้ไม่พบความต่างระหว่างสองวัน ทั้งสองวันอารมณ์ดีกว่าวันทำงานใกล้เคียงกัน ข้อมูลชุดนี้เป็นอารมณ์ของทั้งวัน บทคัดย่อจึงไม่ได้บอกว่าช่วงเย็นวันอาทิตย์ต่างจากช่วงอื่นของวันหรือไม่

### ผู้บริหารที่ชอบแก้งานออกแบบเองควรเริ่มปรับจากตรงไหน

เริ่มจากแยกความเห็นที่มาจากข้อมูลลูกค้าออกจากความเห็นที่มาจากความชอบส่วนตัว ความเห็นแบบแรกให้ทีมแก้ได้ทันที ความเห็นแบบที่สองให้ทดสอบกับลูกค้าก่อน ผู้บริหารยังใช้รสนิยมได้เต็มที่ เพียงเปลี่ยนจากคำตัดสินเป็นสมมติฐานที่รอผลทดสอบ

### ควรส่งงานให้ลูกค้าตรวจวันศุกร์ไหม

งานนี้ไม่ได้วัดผลของวันต่อการตรวจงาน จึงไม่มีคำตอบจากข้อมูลโดยตรง สิ่งที่ควรคิดคือถ้าลูกค้าตรวจไม่ทันก่อนสุดสัปดาห์ งานจะค้างไปถึงสัปดาห์ถัดไป การส่งกลางสัปดาห์พร้อมกำหนดวันตอบกลับที่ชัดจึงควบคุมได้ง่ายกว่า

## แบบที่คุณชอบที่สุดเคยถูกทดสอบกับลูกค้าจริงหรือยัง

PHYGITAL AGENCY ออกแบบสองชุดให้ทดสอบกับลูกค้าของคุณก่อนลงรายละเอียด

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
