# Email Marketing กับ LINE OA ส่งข้อความแบบไหนไม่เข้าข่ายสแปม

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/email-marketing-vs-line-oa-marketing · เผยแพร่ 26 ตุลาคม 2567 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Email Marketing กับ LINE OA ต่างกันตรงไหน เมื่อส่งโปรโมชันถึงลูกค้า อ่านจากประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ ปี 2560 เรื่องข้อความที่ไม่ก่อความรำคาญ และแนวทางบัญชีทางการของ LINE

## Key Takeaways

- **ประกาศของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 22 กรกฎาคม 2560 ให้ส่งข้อความเชิงพาณิชย์ได้เมื่อผู้รับยินยอม และต้องมีวิธีบอกเลิกที่ง่าย** — เมื่อผู้รับบอกเลิกแล้ว ผู้ส่งต้องหยุดทันที หรือหากมีเหตุอันสมควรต้องหยุดให้เสร็จภายใน 7 วัน
- **ประกาศฉบับนี้ห้ามเรียกเงิน ขอข้อมูลเพิ่มเกินจำเป็น หรือบังคับให้กดเข้าเว็บไซต์เพื่อขายของแลกกับการยกเลิก** — ผู้ส่งที่ยังส่งต่อหลังผู้รับบอกเลิกซ้ำด้วยหนังสือ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 11 วรรคสอง ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- **LINE OA ส่งข้อความถึงผู้ใช้ที่เพิ่มบัญชีเป็นเพื่อน และผู้ใช้บล็อกได้เอง ส่วนอีเมลต้องให้ธุรกิจสร้างช่องทางยกเลิกรับขึ้นเอง** — แนวทางบัญชีทางการของ LINE ประเทศไทย ฉบับที่ปรับถึงธันวาคม 2568 ยังห้ามเนื้อหาที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สบายใจ และอาจลบเนื้อหาหรือระงับบัญชีที่ฝ่าฝืน

ธุรกิจที่มีทั้งรายชื่ออีเมลของลูกค้าและบัญชี LINE OA มักตัดสินใจส่งโปรโมชันจากความรู้สึกว่าช่องทางไหนคนเปิดอ่านมากกว่า แล้วมารู้ทีหลังว่าลูกค้าบล็อกบัญชี กดรายงานว่าเป็นสแปม หรือส่งข้อความมาถามว่าได้เบอร์หรืออีเมลไปจากไหน คำถามที่ควรตอบก่อนเลือกช่องทางคือกฎหมายไทยกำหนดอะไรไว้กับข้อความเชิงพาณิชย์ และแต่ละช่องทางให้ผู้รับหยุดรับข้อความได้อย่างไร หน้านี้เดินตามข้อความโปรโมชันหนึ่งฉบับ ตั้งแต่ขอความยินยอม ช่องทางบอกเลิก ไปจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ส่งไม่หยุด

Email Marketing คือการส่งข่าวสารและข้อเสนอถึงลูกค้าทางอีเมล ส่วน LINE OA Marketing คือการส่งข้อความผ่านบัญชีทางการของธุรกิจบน LINE ถึงผู้ใช้ที่เพิ่มบัญชีเป็นเพื่อน สองช่องทางนี้ต่างกันทั้งต้นทุน รูปแบบข้อความ และวิธีที่ผู้รับปฏิเสธ แต่ถ้าเนื้อหาเป็นการเสนอขาย ธุรกิจต้องดูกติกาชุดเดียวกันก่อน

## กฎหมายที่ใช้กับข้อความโปรโมชันทั้งสองช่องทาง

กติกาหลักอยู่ในประกาศของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ออกตามอำนาจของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งกำหนดว่าข้อความแบบไหนผู้รับไม่ถือว่าถูกรบกวน

[ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ลักษณะและวิธีการส่ง และลักษณะและปริมาณของข้อมูล ความถี่และวิธีการส่ง ซึ่งไม่เป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ พ.ศ. 2560](https://mdes.go.th/law/detail/3529) ลงนามเมื่อ 21 กรกฎาคม 2560 และลงราชกิจจานุเบกษาเล่ม 134 ตอนพิเศษ 188 ง วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 วรรคสามของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่แก้ไขในปี 2560 ประกาศนิยาม "ที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์" ให้รวมทั้งที่อยู่อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับ และนิยาม "ผู้ส่งข้อมูล" ว่าเป็นผู้ที่ส่งข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางการค้า เช่นเสนอขายสินค้าหรือบริการ รวมถึงผู้ให้บริการเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และสื่อสังคมออนไลน์ที่โฆษณาหรือสนับสนุนการส่งนั้น

### ข้อความ LINE OA อยู่ในขอบเขตของประกาศนี้ไหม

ประกาศไม่ได้ระบุชื่อแอปใดโดยตรง แต่ใช้คำว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งเพื่อประโยชน์ทางการค้า และข้อ 6 กำหนดหน้าที่ให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและสื่อสังคมออนไลน์ที่สนับสนุนการส่งต้องมีช่องทางให้ผู้ใช้บอกเลิก ธุรกิจที่ส่งโปรโมชันผ่าน LINE จึงควรถือกติกาเดียวกับอีเมลไว้ก่อน การตีความว่ากรณีหนึ่งกรณีใดเข้าข่ายหรือไม่ ประกาศข้อ 7 ให้อำนาจปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้วินิจฉัย ธุรกิจที่มีข้อสงสัยเฉพาะกรณีควรปรึกษานักกฎหมาย

## ข้อความแบบไหนประกาศไม่นับเป็นการรบกวน

ประกาศข้อ 4 แยกข้อความที่ไม่ถือว่าก่อความเดือดร้อนรำคาญออกจากข้อความเชิงพาณิชย์ทั่วไป ข้อความกลุ่มนี้ส่งได้ตามความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว

| ประเภทตามข้อ 4                                                                            | ตัวอย่างที่ธุรกิจส่งจริง                 |
| ------------------------------------------------------------------------------------------- | -------------------------------------------- |
| ข้อความยืนยันการชำระเงินหรือการทำนิติกรรมที่ตกลงกันแล้ว                         | ใบยืนยันคำสั่งซื้อ ใบเสร็จ              |
| ข้อความเรื่องการรับประกัน การเรียกคืนสินค้า หรือความปลอดภัยของสินค้า             | แจ้งเรียกคืนสินค้าล็อตที่มีปัญหา     |
| ข้อความแจ้งการแก้ไขเงื่อนไขการซื้อขาย การเป็นสมาชิก หรือการลงทะเบียนรับบริการ | แจ้งเปลี่ยนเงื่อนไขบัตรสมาชิก            |
| ข้อความเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานหรือจ้างทำของที่ตกลงกันแล้ว                     | แจ้งตารางงานของผู้รับจ้าง               |
| การส่งมอบสินค้าและบริการตามที่ตกลงไว้ล่วงหน้า                                    | จดหมายข่าวที่ผู้รับสมัครเป็นสมาชิกไว้ |
| ข้อความที่ส่งตามที่กฎหมายกำหนด                                                        | ประกาศที่กฎหมายบังคับให้แจ้งลูกค้า     |

ข้อ 4 ยังยกเว้นข้อความจากหน่วยงานรัฐที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ข้อความของสถาบันการศึกษาหรือองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไร และข้อความที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า

### ใบเสร็จหรือข้อความแจ้งจัดส่งต้องมีปุ่มยกเลิกรับไหม

ข้อความที่เป็นหลักฐานการซื้อขายตามข้อ 4 ไม่อยู่ในเงื่อนไขของข้อ 5 ที่บังคับเรื่องช่องทางบอกเลิก แต่ธุรกิจจำนวนมากแทรกโปรโมชันไว้ท้ายใบเสร็จ ข้อความนั้นจึงมีส่วนที่เป็นการเสนอขายเพิ่มเข้ามา ทางที่ปลอดภัยกว่าคือแยกโปรโมชันออกเป็นข้อความต่างหาก หรือใส่ช่องทางบอกเลิกรับข่าวสารการตลาดไว้ในส่วนนั้นด้วย เพื่อให้ลูกค้าหยุดรับโปรโมชันได้โดยยังได้รับใบเสร็จตามปกติ

## ข้อความเชิงพาณิชย์ต้องได้ความยินยอมก่อน

ข้อความที่ไม่อยู่ในข้อ 4 เช่นโปรโมชันลดราคาหรือแนะนำสินค้าใหม่ ประกาศข้อ 5 ให้ถือว่าไม่ก่อความรำคาญเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้รับแล้ว และผู้ส่งทำตามเงื่อนไขเรื่องการบอกเลิกครบ

สองช่องทางได้ความยินยอมมาต่างกัน ฝั่ง LINE ผู้ใช้ต้องเพิ่มบัญชีเป็นเพื่อนเอง [แนวทางบัญชีทางการของ LINE ประเทศไทย](https://terms2.line.me/official%5Faccount%5Fguideline%5Fth?lang=en) ซึ่งระบุว่าเนื้อหาเป็นปัจจุบัน ณ ธันวาคม 2568 เขียนว่าบัญชีทางการใช้ส่งข้อความและข้อมูลถึงผู้ใช้ที่เป็นเพื่อนกับบัญชี ส่วนฝั่งอีเมล ธุรกิจต้องออกแบบจุดขอความยินยอมเอง เช่นช่องติ๊กรับข่าวสารในหน้าสมัครสมาชิกที่ไม่ได้ติ๊กไว้ล่วงหน้า และเก็บวันเวลาที่ลูกค้ากดยินยอมไว้

### ลูกค้าที่เคยซื้อของแล้วถือว่ายินยอมรับโปรโมชันหรือยัง

ประกาศใช้คำว่าต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับ ไม่ได้บอกว่าการซื้อสินค้าถือเป็นความยินยอมรับโปรโมชันโดยอัตโนมัติ และ PDPA ก็มีกติกาของตัวเองเรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาด ธุรกิจจึงควรถามลูกค้าตรง ๆ ตอนซื้อหรือตอนสมัครสมาชิก ว่าต้องการรับข่าวสารทางอีเมลหรือทาง LINE หรือไม่ และบันทึกคำตอบไว้ คำถามเดียวตอนชำระเงินช่วยตัดปัญหาได้มากกว่าการไล่ขอยินยอมย้อนหลัง

## ช่องทางบอกเลิกต้องง่าย และต้องหยุดภายในกำหนด

ประกาศข้อ 5 ลงรายละเอียดเรื่องการบอกเลิกไว้ชัดกว่าส่วนอื่น เพราะเป็นจุดที่ผู้รับเจอปัญหาบ่อยที่สุด

| สิ่งที่ข้อ 5 กำหนด                          | รายละเอียดในประกาศ                                                                                                                                                                                   |
| --------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ต้องมีช่องทางบอกเลิกในข้อความทุกฉบับ | ระบุสัญลักษณ์หรือวิธีที่ผู้รับบอกเลิกได้โดยง่ายและชัดเจน (Opt-Out)                                                                                                                          |
| รูปแบบช่องทางที่ใช้ได้                   | อีเมล เบอร์โทรศัพท์ โทรสาร หรือที่อยู่ของผู้ส่ง หรือ URL แบบฟอร์ม หรือคำสั่งยกเลิกการเป็นสมาชิก (unsubscribe) ที่ทำได้โดยเร็ว                                                           |
| กำหนดเวลาหยุดส่ง                           | หยุดทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ถ้ามีเหตุอันสมควร ต้องไม่ชักช้าและเสร็จภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับคำสั่ง                                                                              |
| สิ่งที่ห้ามทำตอนผู้รับบอกเลิก          | ห้ามเรียกเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทน · ห้ามขอข้อมูลเพิ่ม เว้นแต่ข้อมูลที่ใช้ประกอบการยกเลิก · ห้ามให้ทำอะไรเพิ่มเพื่อประโยชน์ทางการค้า เช่นกดเข้าเว็บไซต์ หรือขายสินค้าเพิ่ม |

### หน้ายกเลิกรับอีเมลถามเหตุผลได้ไหม

ถามได้ในรูปคำถามที่ไม่บังคับตอบ เพราะประกาศห้ามขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้รับ เว้นแต่ข้อมูลที่ใช้ประกอบการยกเลิก การตั้งหน้ายกเลิกให้กรอกเหตุผลก่อนจึงจะกดยืนยันได้ หรือให้ล็อกอินเข้าบัญชีก่อน เสี่ยงขัดกับข้อนี้ หน้าที่ดีควรยกเลิกสำเร็จในคลิกเดียว แล้วค่อยแสดงคำถามเหตุผลแบบเลือกตอบหลังจากนั้น ข้อความยืนยันว่ายกเลิกแล้วไม่ควรมีโปรโมชันแนบมาด้วย

## เมื่อผู้ส่งยังส่งต่อหลังผู้รับบอกเลิก

ประกาศกำหนดขั้นตอนของผู้รับไว้ในข้อ 5 (4) และโยงกลับไปที่โทษทางอาญาใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ถ้าผู้รับบอกเลิกแล้วแต่ผู้ส่งยังส่งข้อความเพิ่ม ผู้รับส่งคำสั่งบอกเลิกซ้ำได้ด้วยหนังสือบอกกล่าวทางอีเมลและไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือวิธีอื่นที่ยืนยันได้ว่าผู้ส่งได้รับคำสั่งแล้ว ถ้าผู้ส่งยังฝ่าฝืนอีก ประกาศให้ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 11 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท ส่วนข้อ 6 กำหนดว่าผู้ให้บริการเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือสื่อสังคมออนไลน์ที่สนับสนุนการส่งแต่ไม่ทำตามข้อ 5 มีความรับผิดเช่นเดียวกับผู้ส่ง

### ธุรกิจที่จ้างบริษัทอื่นส่งอีเมลแทนต้องรับผิดชอบด้วยไหม

ควรถือว่ารับผิดชอบด้วย นิยามผู้ส่งข้อมูลในประกาศคือผู้ที่มีเจตนาส่งเพื่อประโยชน์ทางการค้า ซึ่งรวมเจ้าของสินค้าที่เป็นผู้เสนอขาย และข้อ 6 ยังขยายความรับผิดไปถึงผู้ให้บริการที่สนับสนุนการส่ง ธุรกิจที่ส่งอีเมลผ่านระบบของบริษัทอื่นจึงควรเช็กว่ารายชื่อยกเลิกจากทุกระบบถูกรวมไว้ที่เดียว และผู้ที่ยกเลิกในระบบหนึ่งจะไม่ได้รับข้อความจากอีกระบบ

## กลไกฝั่ง LINE OA ที่อีเมลไม่มี

LINE OA มีกลไกที่ช่วยธุรกิจเรื่องความยินยอมและการบอกเลิกอยู่ในตัวแพลตฟอร์ม แต่ก็มาพร้อมต้นทุนและกติกาของแพลตฟอร์มเอง

ผู้ใช้บล็อกบัญชีได้ทุกเมื่อ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายการยกเลิกรับในอีเมลโดยธุรกิจไม่ต้องสร้างหน้าเอง ข้อความที่บัญชีส่งออกไปเองนับเข้าโควตาของแพ็กเกจรายเดือน การคำนวณต้นทุนต่อการส่งหนึ่งครั้งอยู่ใน [บริการโฆษณา LINE บรอดแคสต์หนึ่งครั้งต้นทุนเท่าไร](https://phygital.co.th/insights/line-ads-oa-broadcast-agency) ส่วนข้อความแบบไหนนับโควตาและแบบไหนไม่นับ อธิบายไว้ใน [Agentic AI บน LINE OA รหัสลูกค้า เวลารอ ข้อความที่นับโควตา](https://phygital.co.th/insights/agentic-ai-personalized-marketing-agency)

แนวทางบัญชีทางการของ LINE ประเทศไทยยังห้ามส่งเนื้อหาที่อาจทำให้ผู้ใช้หรือบุคคลอื่นไม่สบายใจหรือเดือดร้อน และระบุว่าโดยหลักไม่มีการตรวจข้อความก่อนส่ง แต่ LINE อาจเฝ้าดูการส่งทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ข้อความที่ฝ่าฝืนอาจถูกลบและบัญชีอาจถูกระงับ

### บล็อกกับยกเลิกรับอีเมลต่างกันอย่างไรสำหรับธุรกิจ

ต่างกันที่ขอบเขต การยกเลิกรับอีเมลมักตัดเฉพาะรายการข่าวสารที่ผู้รับเลือก ธุรกิจจึงยังส่งใบเสร็จหรือแจ้งจัดส่งทางอีเมลได้ แต่การบล็อกบัญชี LINE ตัดทุกข้อความจากบัญชีนั้นพร้อมกัน รวมถึงข้อความแจ้งสถานะคำสั่งซื้อ ธุรกิจที่ใช้บัญชีเดียวทั้งขายและบริการหลังการขาย จึงเสียช่องทางแจ้งเรื่องสำคัญไปด้วยทุกครั้งที่ลูกค้าบล็อกเพราะโปรโมชันถี่เกินไป

## อีเมลปลอมที่ใช้ชื่อแบรนด์ของคุณ

อีกเรื่องที่กระทบความเชื่อใจในช่องทางอีเมลคืออีเมลปลอมที่ใช้ชื่อธุรกิจไปหลอกลูกค้า ยิ่งลูกค้าคุ้นกับอีเมลของแบรนด์ อีเมลปลอมก็ยิ่งดูน่าเชื่อ

ธุรกิจลดความเสี่ยงได้ด้วยการส่งจากชื่อผู้ส่งและโดเมนเดิมทุกครั้ง ไม่ขอรหัสผ่านหรือเลขบัญชีทางอีเมล และบอกลูกค้าไว้ในหน้าเว็บว่าแบรนด์ไม่ขอข้อมูลเหล่านี้ทางอีเมลหรือแชท รูปแบบกลโกงที่ปลอมอีเมลคู่ค้าเพื่อหลอกให้โอนเงินอยู่ใน [BEC Scam อีเมลขอเปลี่ยนเลขบัญชี โทรกลับเบอร์ในสัญญาก่อนโอน](https://phygital.co.th/insights/bec-ceo-fraud-email-scam-thailand) ส่วนข้อกำหนดทางเทคนิคเรื่องการยืนยันตัวผู้ส่งของผู้ให้บริการอีเมลแต่ละรายเป็นอีกหัวข้อที่ต้องตั้งค่าแยก

## เทียบสองช่องทางก่อนส่งโปรโมชันครั้งถัดไป

ตารางนี้วางกติกาจากประกาศปี 2560 และกลไกของ LINE OA คู่กัน เพื่อให้เลือกช่องทางตามงานที่ต้องการ

| ประเด็น             | Email Marketing                                    | LINE OA                             |
| ------------------- | -------------------------------------------------- | ----------------------------------- |
| ความยินยอม         | ธุรกิจออกแบบจุดขอและเก็บหลักฐานเอง         | ผู้ใช้เพิ่มบัญชีเป็นเพื่อนเอง |
| ช่องทางบอกเลิก   | ธุรกิจต้องใส่ลิงก์หรือวิธียกเลิกในทุกฉบับ | ผู้ใช้บล็อกบัญชีได้ทุกเมื่อ   |
| ผลของการบอกเลิก | ตัดเฉพาะรายการข่าวสารที่เลือก                 | ตัดทุกข้อความจากบัญชี           |
| กำหนดหยุดส่ง      | ทันที หรือไม่เกิน 7 วันเมื่อมีเหตุอันสมควร  | ระบบหยุดส่งถึงผู้ที่บล็อก     |
| ต้นทุนข้อความ      | ขึ้นกับระบบส่งอีเมลที่ใช้                    | นับโควตาตามแพ็กเกจรายเดือน    |
| กติกาของแพลตฟอร์ม | เงื่อนไขของผู้ให้บริการส่งอีเมล              | แนวทางบัญชีทางการของ LINE        |

ธุรกิจที่มีทั้งสองช่องทางมักได้ผลดีเมื่อแบ่งงาน ใช้ LINE สำหรับข้อความสั้นที่ต้องการให้ลูกค้าเห็นเร็ว และใช้อีเมลสำหรับข้อมูลยาว ใบเสร็จ และจดหมายข่าวที่ลูกค้าเลือกรับ การเล่าเนื้อหาชุดนั้นให้คนอยากอ่านเป็นเรื่องของ [Content Marketing คืออะไร ทำไมหลายธุรกิจทำแล้ววัดผลไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/content-marketing-why-business-needs-it)

## สรุป

Email Marketing กับ LINE OA อยู่ใต้กติกาเดียวกันเมื่อส่งข้อความเชิงพาณิชย์ ประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ ปี 2560 ให้ส่งได้เมื่อผู้รับยินยอม ต้องมีช่องทางบอกเลิกที่ง่าย ต้องหยุดทันทีหรือภายใน 7 วัน และห้ามเรียกเงินหรือบังคับให้ทำอะไรเพิ่มตอนยกเลิก ผู้ส่งที่ยังส่งต่อหลังผู้รับบอกเลิกซ้ำเสี่ยงโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท LINE OA ได้ความยินยอมจากการเพิ่มเพื่อนและให้ผู้ใช้บล็อกได้เอง ส่วนอีเมลต้องให้ธุรกิจสร้างทั้งสองอย่างขึ้นเอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ส่ง SMS โปรโมชันต้องทำตามประกาศนี้ด้วยไหม

ต้องทำ ประกาศนิยามที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้รวมหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับ SMS ที่เสนอขายจึงต้องมีความยินยอมและช่องทางบอกเลิกเช่นเดียวกับอีเมล และบริการส่ง SMS ในไทยยังมีเงื่อนไขของผู้ให้บริการโทรคมนาคมประกอบด้วย

### ซื้อรายชื่ออีเมลมาส่งโปรโมชันได้ไหม

ไม่ควรทำ รายชื่อที่ซื้อมาไม่มีความยินยอมจากเจ้าของอีเมลให้ธุรกิจของคุณส่งข้อความเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขแรกของประกาศข้อ 5 และการได้ข้อมูลส่วนบุคคลมาโดยเจ้าของไม่รู้ยังเป็นประเด็นตาม PDPA แยกอีกเรื่อง

### ควรส่งโปรโมชันถี่แค่ไหนถึงไม่ถูกบล็อก

ประกาศไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งต่อเดือน สิ่งที่ใช้ตัดสินได้คือข้อมูลของบัญชีเอง ให้ดูจำนวนผู้บล็อกหรือยกเลิกรับหลังการส่งแต่ละครั้ง ถ้าตัวเลขพุ่งหลังโปรโมชันชุดใด แปลว่ากลุ่มผู้รับหรือความถี่ไม่ตรงกับที่ลูกค้าคาดไว้ตอนสมัคร

### จดหมายข่าวรายเดือนที่ลูกค้าสมัครไว้เองนับเป็นโปรโมชันไหม

จดหมายข่าวที่ส่งตามที่ผู้รับสมัครไว้ใกล้กับกรณีส่งมอบบริการตามที่ตกลงล่วงหน้าในข้อ 4 แต่ถ้าเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเสนอขาย การใส่ช่องทางยกเลิกรับไว้ทุกฉบับเป็นทางที่ปลอดภัยและเป็นมาตรฐานของระบบส่งอีเมลส่วนใหญ่อยู่แล้ว

### ถ้าจะเริ่มทำอีเมลอัตโนมัติ เช่นอีเมลต้อนรับสมาชิกใหม่ ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากจุดที่ลูกค้าให้ความยินยอมแล้ว เช่นการสมัครสมาชิก แล้วออกแบบลำดับอีเมลที่ต่อจากการกระทำนั้น ตัวอย่างลำดับอีเมลต้อนรับและอีเมลเตือนตะกร้าสินค้าอยู่ใน [Email Automation เริ่มสองลำดับ แล้ววัดจากคลิกแทนยอดเปิด](https://phygital.co.th/insights/email-marketing-automation-welcome-abandoned-cart)

## รายชื่อที่ไม่มีบันทึกความยินยอม ส่งโปรโมชันไปกี่ครั้งก็เสี่ยงทั้งถูกบล็อกและถูกร้องเรียน

PHYGITAL AGENCY ตรวจที่มาของรายชื่อลูกค้า ตั้งจุดขอความยินยอมและหน้ายกเลิกรับให้ตรงกับประกาศปี 2560 แล้วแบ่งงานระหว่างอีเมลกับ LINE OA ตามประเภทข้อความ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
