# Email Automation เริ่มสองลำดับ แล้ววัดจากคลิกแทนยอดเปิด

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/email-marketing-automation-welcome-abandoned-cart · เผยแพร่ 28 เมษายน 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

รายงาน Omnisend พบว่าอีเมลอัตโนมัติเป็นแค่ร้อยละ 2 ของฉบับที่ส่งแต่ทำรายได้ร้อยละ 30 ร้านเล็กควรเริ่มจากอีเมลต้อนรับกับตะกร้า และวัดผลจากคลิกกับยอดสั่งซื้อ

## Key Takeaways

- **รายงานของ Omnisend ที่รวมข้อมูลจาก 150,000 แบรนด์ในปี 2568 พบว่าอีเมลอัตโนมัติเป็นร้อยละ 2 ของฉบับที่ส่ง แต่ทำรายได้ร้อยละ 30 ของรายได้จากอีเมล** — เฉลี่ย 2.87 ดอลลาร์ต่อฉบับ เทียบกับ 0.18 ดอลลาร์ของอีเมลที่ตั้งเวลาส่งเป็นรอบ
- **อีเมลเตือนตะกร้าและอีเมลต้อนรับรวมกันทำยอดสั่งซื้อร้อยละ 76 ของยอดที่มาจากอีเมลอัตโนมัติทั้งหมด** — ร้านที่มีเวลาจำกัดจึงเริ่มจากสองลำดับนี้ได้ก่อน
- **Apple Mail ที่เปิดการปกป้องกิจกรรมอีเมลไว้จะดาวน์โหลดรูปในอีเมลเองเบื้องหลัง ไม่ว่าผู้รับจะเปิดอ่านหรือไม่** — อัตราเปิดจึงสูงกว่าการอ่านจริงได้ ร้านควรวัดผลจากคลิกและยอดสั่งซื้อ

ร้านออนไลน์หลายร้านส่งอีเมลโปรโมชันทุกสัปดาห์ เปิดรายงานแล้วเห็นอัตราเปิดดีขึ้นแทบทุกเดือน แต่ยอดสั่งซื้อที่มาจากอีเมลไม่ขยับ เจ้าของร้านจึงเริ่มสงสัยว่าอีเมลยังคุ้มเวลาที่เสียไปหรือไม่ ลำดับที่วางไว้ในบทนี้เริ่มจากคำถามว่าอีเมลแบบไหนทำเงินต่อฉบับได้มากที่สุด แล้วตามด้วยอีเมลสองชุดแรกที่ร้านเล็กควรตั้ง และตัวเลขที่ควรใช้วัดแทนอัตราเปิด

ผลลัพธ์ของอีเมลอัตโนมัติยกมาจาก[รายงานการตลาดอีคอมเมิร์ซปี 2569 ของ Omnisend](https://www.omnisend.com/resources/reports/2026-ecommerce-marketing-report/) ซึ่งวิเคราะห์อีเมล 27,000 ล้านฉบับที่ร้านค้าส่งผ่านระบบของบริษัทตลอดปี 2568 ส่วนเรื่องการดาวน์โหลดรูปในอีเมลมาจาก[หน้าอธิบาย Mail Privacy Protection ของ Apple](https://www.apple.com/legal/privacy/data/en/mail-privacy-protection/)

## อีเมลที่ส่งตามการกระทำของลูกค้าทำเงินต่อฉบับมากกว่า

อีเมลอัตโนมัติคืออีเมลที่ระบบส่งเองเมื่อลูกค้าทำบางอย่าง เช่น สมัครรับข่าวสาร ใส่สินค้าลงตะกร้าแล้วไม่จ่ายเงิน หรือรอสินค้าที่หมดสต็อก ส่วนอีเมลแคมเปญคืออีเมลที่ร้านเขียนแล้วตั้งเวลาส่งหาทุกคนในรายชื่อพร้อมกัน รายงานของ Omnisend เทียบสองแบบไว้ดังนี้

| ตัวเลขปี 2568                | อีเมลอัตโนมัติ | อีเมลแคมเปญ |
| ----------------------------- | --------------- | ------------ |
| สัดส่วนของฉบับที่ส่ง      | ร้อยละ 2       | ร้อยละ 98   |
| สัดส่วนของรายได้จากอีเมล | ร้อยละ 30      | ร้อยละ 70   |
| รายได้เฉลี่ยต่อฉบับ       | 2.87 ดอลลาร์    | 0.18 ดอลลาร์ |

รายงานยังระบุว่าอีเมลอัตโนมัติมีอัตราเปิดสูงกว่าร้อยละ 24 การคลิกมากกว่าหกเท่า และอัตราการซื้อสูงกว่า 19 เท่า เมื่อเทียบกับอีเมลแคมเปญ และเกือบหนึ่งในสามของคลิกบนอีเมลอัตโนมัติจบที่การซื้อ

เหตุผลที่รายงานให้ไว้คือจังหวะ อีเมลอัตโนมัติไปถึงลูกค้าตอนที่เขาสนใจอยู่แล้ว เช่น นาทีหลังจากสมัคร หรือไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทิ้งตะกร้า ส่วนอีเมลแคมเปญไปถึงทุกคนในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าเขาจะกำลังสนใจสินค้าหรือไม่ ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกให้เลิกส่งอีเมลแคมเปญ รายงานเองบอกว่าอีเมลแคมเปญยังใช้สร้างการรับรู้ ร้านเล็กที่มีเวลาเขียนอีเมลสัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมงควรใช้เวลาช่วงแรกตั้งอีเมลอัตโนมัติ เพราะเขียนครั้งเดียวแล้วระบบส่งต่อได้หลายเดือน

### ตัวเลขชุดนี้มาจากร้านแบบไหน

ทั้งหมดมาจากร้านค้าออนไลน์ที่ใช้ระบบของ Omnisend ในปี 2568 รวม 150,000 แบรนด์ อีเมล 27,000 ล้านฉบับ SMS 321 ล้านข้อความ และการแจ้งเตือนแบบพุช 458 ล้านครั้ง รายงานนับรายได้ต่อฉบับเป็นรายได้เฉลี่ยที่เกิดจากข้อความหนึ่งฉบับ และใช้นิยามการเปิด คลิก และการซื้อตามมาตรฐานของวงการ รายงานไม่ได้แยกตัวเลขของร้านในไทยไว้ในส่วนที่เผยแพร่

## เริ่มจากลำดับต้อนรับกับลำดับตะกร้า

Omnisend พบว่าอีเมลอัตโนมัติไม่กี่ชุดทำยอดส่วนใหญ่ อีเมลเตือนตะกร้ากับอีเมลต้อนรับรวมกันทำยอดสั่งซื้อร้อยละ 76 ของยอดทั้งหมดที่มาจากอีเมลอัตโนมัติ ร้านที่ยังไม่มีอีเมลอัตโนมัติเลยจึงไม่ต้องตั้งสิบชุดพร้อมกัน สองชุดนี้ให้ผลส่วนใหญ่แล้ว

ลำดับต้อนรับคืออีเมลที่ส่งหลังลูกค้าสมัครรับข่าวสารหรือสมัครสมาชิก หน้าที่ของมันคือบอกว่าร้านขายอะไร ต่างจากร้านอื่นตรงไหน และพาไปดูสินค้าที่เหมาะกับคนเพิ่งรู้จักร้าน ลำดับตะกร้าคืออีเมลที่ส่งเมื่อลูกค้าใส่สินค้าลงตะกร้าแล้วออกจากเว็บก่อนจ่ายเงิน หน้าที่ของมันคือพากลับไปที่ตะกร้าเดิม และตอบข้อกังวลที่มักทำให้คนหยุด เช่น ค่าส่ง ระยะเวลาจัดส่ง หรือการเปลี่ยนไซซ์

สองลำดับนี้ต้องใช้ระบบร้านที่ส่งข้อมูลการกระทำของลูกค้าให้ระบบอีเมลได้ ร้านที่ใช้แพลตฟอร์มร้านค้าสำเร็จรูปส่วนใหญ่มีตัวเชื่อมให้แล้ว ส่วนร้านที่ทำเว็บเองต้องให้ผู้พัฒนาส่งเหตุการณ์ใส่ตะกร้ากับเหตุการณ์ชำระเงินไปที่ระบบอีเมล

### ลำดับที่สามควรเป็นอะไร

ขึ้นกับสินค้าของร้าน รายงานพบว่าอีเมลแจ้งสินค้ากลับเข้าสต็อกมีอัตราการซื้อสูงที่สุดในบรรดาอีเมลอัตโนมัติทุกประเภท ที่ร้อยละ 6.46 ร้านที่สินค้าหมดบ่อย เช่น ร้านเสื้อผ้าที่ผลิตเป็นล็อต เหมาะกับลำดับนี้ ส่วนอีเมลวันเกิดมีมูลค่าต่อคำสั่งซื้อเฉลี่ย 744.37 ดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งระบบเกินสี่เท่า ร้านที่เก็บวันเกิดของสมาชิกไว้แล้วจึงลองลำดับนี้ได้ ส่วนร้านที่ไม่มีทั้งสองข้อมูลควรกลับไปทำสองลำดับแรกให้ดีก่อน

### ควรเพิ่ม SMS หรือการแจ้งเตือนแบบพุชตอนไหน

รายงานฉบับเดียวกันพบว่าจำนวน SMS ที่ร้านค้าส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ในปี 2568 และ SMS อัตโนมัติทำรายได้เฉลี่ย 0.74 ดอลลาร์ต่อข้อความ เทียบกับ 0.15 ดอลลาร์ของ SMS แบบส่งเป็นรอบ ส่วนการแจ้งเตือนแบบพุชที่ส่งอัตโนมัติมีอัตราการซื้อต่อคลิกเพิ่มจากร้อยละ 13.9 เป็นร้อยละ 22.9 ตัวเลขชุดนี้ชี้ไปทางเดียวกับอีเมล คือข้อความที่ส่งตามการกระทำของลูกค้าให้ผลดีกว่าข้อความที่ส่งพร้อมกันทุกคน

สำหรับร้านเล็ก ช่องทางเหล่านี้ควรมาหลังจากลำดับอีเมลสองชุดแรกทำงานได้แล้ว เพราะ SMS มีค่าส่งต่อข้อความ และการแจ้งเตือนแบบพุชต้องให้ลูกค้าติดตั้งแอปหรือกดอนุญาตในเบราว์เซอร์ก่อน รายงานยังเตือนว่าการอัปเดตระบบปฏิบัติการในไตรมาสสี่ทำให้ตัวเลขคลิกของ SMS สูงเกินจริง ซึ่งน่าจะมาจากบอต ตัวเลขคลิกของ SMS ช่วงปลายปีจึงควรอ่านอย่างระวัง

## อัตราเปิดสูงขึ้นทุกปี แต่คลิกลดลง

รายงานของ Omnisend บอกว่าอัตราเปิดอีเมลเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ห้า จากร้อยละ 26.6 ในปี 2567 เป็นร้อยละ 30.7 ในปี 2568 ขณะที่อัตราคลิกต่อการเปิดและอัตราคลิกต่อฉบับที่ส่งลดลง แต่คนที่คลิกซื้อบ่อยขึ้น อัตราการซื้อต่อคลิกเพิ่มจากร้อยละ 5.9 เป็นร้อยละ 9

ส่วนหนึ่งที่ทำให้อัตราเปิดไม่ตรงกับการอ่านจริงคือการตั้งค่าของ Apple หน้าอธิบายของ Apple เขียนว่าเมื่อเปิด Protect Mail Activity ไว้ แอป Mail จะดาวน์โหลดเนื้อหาจากภายนอก ซึ่งรวมรูปที่ระบบอีเมลใช้นับการเปิด ตั้งแต่ตอนอีเมลมาถึง ไม่ว่าผู้รับจะเปิดอีเมลนั้นหรือไม่ และส่งผ่านรีเลย์สองชั้นเพื่อไม่ให้ผู้ส่งรู้ที่อยู่ IP ของผู้รับ ผู้ใช้ปิดการตั้งค่านี้ได้เองในหน้า Settings ระบบอีเมลของร้านจึงเห็นการเปิดจากผู้รับกลุ่มนี้ แม้ผู้รับยังไม่ได้อ่าน

Omnisend ไม่ได้บอกว่าอัตราเปิดที่เพิ่มขึ้นมาจากเรื่องนี้กี่ส่วน ร้านจึงไม่ควรเดาตัวเลข สิ่งที่ทำได้คือเลิกใช้อัตราเปิดเป็นตัวตัดสินว่าอีเมลฉบับไหนดีกว่า

### ควรดูตัวเลขอะไรแทนอัตราเปิด

ใช้สามตัวเรียงจากใกล้ยอดขายที่สุด คือยอดสั่งซื้อที่มาจากอีเมลแต่ละชุด อัตราคลิกต่อฉบับที่ส่ง และอัตรายกเลิกรับข่าวสารต่อฉบับ ตัวแรกบอกว่าอีเมลทำเงินหรือไม่ ตัวที่สองบอกว่าเนื้อหาชวนให้กดหรือไม่ ตัวที่สามบอกว่าส่งถี่หรือส่งผิดคนหรือเปล่า ร้านที่ต้องการเชื่อมคลิกกับยอดขายบนเว็บควรติด UTM ที่ลิงก์ในอีเมลทุกฉบับ แล้วตั้งการซื้อเป็นเหตุการณ์สำคัญใน Google Analytics ขั้นตอนตั้งค่าอยู่ใน[GA4 เริ่มต้นใช้งาน ติดดาวเหตุการณ์สำคัญก่อนเปิดรายงาน](https://phygital.co.th/insights/google-analytics-4-ga4-setup-guide-sme)

ก่อนเปิดระบบส่งอัตโนมัติ ร้านต้องผ่านเกณฑ์ผู้ส่งของ Gmail ซึ่งอธิบายไว้ใน[Marketing Automation อีเมลอัตโนมัติกับเกณฑ์ผู้ส่งของ Gmail](https://phygital.co.th/insights/marketing-automation-explained) และต้องมีความยินยอมจากผู้รับตามประกาศเรื่องข้อความรบกวน ซึ่งเทียบไว้ใน[Email Marketing กับ LINE OA ส่งข้อความแบบไหนไม่เข้าข่ายสแปม](https://phygital.co.th/insights/email-marketing-vs-line-oa-marketing)

## รายงานของผู้ให้บริการส่งอีเมลรายเดียว

ข้อมูลในบทนี้มีข้อจำกัดห้าข้อที่ควรรู้ก่อนตั้งเป้า

1. **ตัวเลขมาจากร้านที่ใช้ Omnisend เท่านั้น** ร้านที่ใช้ระบบอื่นหรือส่งอีเมลจากแพลตฟอร์มร้านค้าเองอาจได้ผลต่างออกไป
2. **รายงานไม่ได้แยกร้านในไทย** ตัวเลขรายประเทศที่เผยแพร่มีแค่บางตลาด เช่น สหราชอาณาจักรที่มีอัตราการซื้อต่อคลิกร้อยละ 16.54
3. **รายได้เป็นดอลลาร์และเป็นค่าเฉลี่ย** ร้านที่ขายสินค้าราคาต่ำจะได้รายได้ต่อฉบับต่ำกว่านี้มาก ใช้ดูสัดส่วนระหว่างอีเมลสองแบบได้ดีกว่าใช้ตัวเลขตรง ๆ
4. **ผู้จัดทำขายระบบอีเมลอัตโนมัติเอง** รายงานจึงมีแรงจูงใจชูผลของอีเมลอัตโนมัติ ตัวเลขยังมีประโยชน์ แต่ควรทดสอบกับร้านของตัวเอง
5. **รายงานไม่ได้แยกผลของ Apple Mail** เรื่องการดาวน์โหลดรูปเบื้องหลังอธิบายว่าทำไมอัตราเปิดไม่ควรใช้ตัดสิน แต่ไม่ได้บอกขนาดของผลกระทบ

วิธีทดสอบที่ร้านเล็กทำได้คือเปิดลำดับตะกร้าไว้หนึ่งเดือน แล้วเทียบสัดส่วนตะกร้าที่กลับมาจ่ายเงินกับเดือนก่อนเปิด ผลที่ได้จะบอกร้านได้ชัดกว่าตัวเลขค่าเฉลี่ยจากร้านอื่นทั่วโลกที่ขายของต่างชนิดกัน

## ร่างสองลำดับแรกของร้าน

ตารางนี้เป็นร่างตั้งต้นที่ร้านปรับตามสินค้าของตัวเองได้ เวลาส่งในตารางเป็นจุดเริ่มสำหรับทดสอบ ไม่ได้มาจากรายงานของ Omnisend

| ลำดับ   | ฉบับ | ส่งเมื่อ                              | สิ่งที่ใส่                                                 |
| ------- | ---- | -------------------------------------- | ------------------------------------------------------------ |
| ต้อนรับ | 1    | ทันทีหลังสมัคร                       | ขอบคุณ บอกว่าร้านขายอะไร และปุ่มไปหน้าสินค้าขายดี  |
| ต้อนรับ | 2    | สองวันหลังฉบับแรก                  | เรื่องของร้านหรือวิธีเลือกสินค้าให้เหมาะกับตัวเอง |
| ต้อนรับ | 3    | ห้าวันหลังฉบับแรก                  | รีวิวจากลูกค้าจริงและนโยบายเปลี่ยนคืนสินค้า          |
| ตะกร้า  | 1    | หนึ่งถึงสี่ชั่วโมงหลังทิ้งตะกร้า | รูปสินค้าในตะกร้า ค่าส่ง และปุ่มกลับไปจ่ายเงิน      |
| ตะกร้า  | 2    | หนึ่งวันหลังทิ้งตะกร้า             | คำตอบเรื่องไซซ์ การจัดส่ง หรือการรับประกัน           |
| ตะกร้า  | 3    | สามวันหลังทิ้งตะกร้า               | ถ้าจะให้ส่วนลด ใส่ในฉบับนี้พร้อมวันหมดอายุ         |

เมื่อลูกค้าซื้อแล้ว ระบบต้องหยุดส่งฉบับที่เหลือของลำดับตะกร้าทันที ข้อนี้ควรทดสอบด้วยการสั่งซื้อจริงหนึ่งครั้งก่อนเปิดใช้ หน้าบริการที่เกี่ยวกับการเขียนอีเมลของร้านคือ[บริการคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง](https://phygital.co.th/solutions/content-marketing)

### ขายจบในแชตเป็นหลัก ใช้อีเมลลำดับไหนได้

ร้านที่ขายจบในห้องแชตของ LINE หรือ Messenger ไม่มีเหตุการณ์ทิ้งตะกร้าบนเว็บ จึงทำลำดับตะกร้าตามตารางไม่ได้ แต่ทำลำดับต้อนรับได้ถ้ามีแบบฟอร์มสมัครรับข่าวสารบนเว็บหรือหน้าร้าน อีกลำดับที่เหมาะคืออีเมลหลังการซื้อ ส่งเมื่อทีมแชตบันทึกว่าปิดการขายแล้ว เช่น วิธีดูแลสินค้าหรือช่องทางแจ้งปัญหา เมื่อลูกค้าเจออีเมลที่ช่วยใช้สินค้าได้จริง เขาจะเปิดอีเมลของร้านในครั้งต่อไปด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพราะเครื่องโหลดรูปให้เอง

## สรุป

รายงานของ Omnisend ปี 2569 พบว่าอีเมลอัตโนมัติเป็นร้อยละ 2 ของฉบับที่ร้านค้าส่ง แต่ทำรายได้ร้อยละ 30 ของรายได้จากอีเมล และทำรายได้เฉลี่ย 2.87 ดอลลาร์ต่อฉบับ เทียบกับ 0.18 ดอลลาร์ของอีเมลแคมเปญ อีเมลเตือนตะกร้ากับอีเมลต้อนรับรวมกันทำยอดสั่งซื้อร้อยละ 76 ของยอดจากอีเมลอัตโนมัติ ร้านเล็กจึงควรเริ่มจากสองลำดับนี้ ส่วนการวัดผล Apple Mail ที่เปิดการปกป้องกิจกรรมอีเมลไว้ดาวน์โหลดรูปในอีเมลเองแม้ผู้รับยังไม่เปิด ร้านจึงควรตัดสินจากยอดสั่งซื้อ อัตราคลิก และอัตรายกเลิกรับ มากกว่าอัตราเปิด

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### อีเมลอัตโนมัติกับอีเมลแคมเปญต่างกันตรงไหน

อีเมลอัตโนมัติส่งเมื่อลูกค้าแต่ละคนทำบางอย่าง เช่น สมัครสมาชิกหรือทิ้งตะกร้า จึงไปถึงคนละเวลากัน อีเมลแคมเปญคือฉบับที่ร้านเขียนแล้วส่งหาทุกคนพร้อมกันในเวลาที่ร้านเลือก

### ต้องมีรายชื่ออีเมลกี่คนถึงควรเริ่ม

ไม่มีจำนวนขั้นต่ำ ลำดับต้อนรับเริ่มทำงานตั้งแต่ผู้สมัครคนแรก ข้อดีของการตั้งตอนรายชื่อยังน้อยคือร้านได้อ่านคำตอบของลูกค้าทีละคน และแก้เนื้อหาก่อนมีคนรับจำนวนมาก

### อีเมลเตือนตะกร้าควรมีส่วนลดไหม

ไม่จำเป็นทุกครั้ง ถ้าฉบับแรกตอบเรื่องค่าส่งและการคืนสินค้าได้ ลูกค้าบางส่วนจะกลับมาจ่ายโดยไม่ต้องลดราคา ถ้าจะให้ส่วนลด ควรไว้ในฉบับหลัง เพื่อไม่ให้ลูกค้าเรียนรู้ว่าทิ้งตะกร้าแล้วจะได้ส่วนลดเสมอ

### ส่งอีเมลอัตโนมัติหาลูกค้าเก่าที่ไม่เคยให้ความยินยอมได้ไหม

อีเมลที่มีเนื้อหาขายของต้องมีความยินยอมและมีช่องทางยกเลิกที่ง่าย ส่วนอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อหรือแจ้งจัดส่งเป็นข้อความแจ้งเรื่องคำสั่งซื้อ ไม่ใช่ข้อความขายของ ร้านไม่ควรแทรกโปรโมชันลงในอีเมลแจ้งจัดส่งเพื่อเลี่ยงเรื่องความยินยอม

### เขียนอีเมลภาษาไทยแล้วตัวอักษรเพี้ยนในบางแอปต้องทำอย่างไร

ตรวจว่าระบบอีเมลใช้การเข้ารหัส UTF-8 และเลือกฟอนต์ที่มีในเครื่องผู้รับเป็นตัวสำรอง ก่อนเปิดลำดับจริงให้ส่งทดสอบหาบัญชี Gmail Outlook และ Apple Mail อย่างละหนึ่งบัญชี แล้วเปิดดูทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์

### ข้อมูลที่ใช้ส่งอีเมลอัตโนมัติควรเก็บไว้ที่ไหน

เก็บในระบบที่ร้านเป็นเจ้าของบัญชีเอง เช่น ระบบสมาชิกของเว็บหรือระบบอีเมลที่ร้านจ่ายเงินเอง เพื่อไม่ต้องพึ่งคุกกี้ในเบราว์เซอร์ที่มีอายุจำกัด ข้อจำกัดของคุกกี้อ่านได้ใน[First-Party Data คุกกี้ของเว็บเองก็หมดอายุใน 7 วันได้](https://phygital.co.th/insights/first-party-data-strategy-cookieless)

## อีเมลต้อนรับกับอีเมลตะกร้าทำยอดร้อยละ 76 ของยอดจากอีเมลอัตโนมัติ สองชุดนี้จึงควรมาก่อนชุดอื่น

ก่อนเขียนฉบับถัดไป ส่งอีเมลโปรโมชันล่าสุดของร้านมาให้ PHYGITAL AGENCY อ่านบนมือถือ แล้วร่างลำดับต้อนรับกับลำดับตะกร้าให้เหมาะกับสินค้าของคุณ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
