# สอนผู้สูงอายุใช้สมาร์ทโฟน ตั้งตัวอักษร ซูมจอ และโหมดแอปน้อย

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/elderly-basic-smartphone-guide · เผยแพร่ 28 สิงหาคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

สอนผู้สูงอายุใช้สมาร์ทโฟนตามคู่มือ Apple และ Google ตั้งตัวอักษรบน Android ได้ถึง 200% ซูมหน้าจอ เปิด Assistive Access บน iPhone และหลักสอนให้เจ้าของเครื่องกดเอง

## Key Takeaways

- **Android ปรับขนาดตัวอักษรได้ถึง 200% และแยกปรับขนาดการแสดงผลได้อีกค่าหนึ่ง** — ตามหน้าช่วยเหลือด้านการเข้าถึงของ Google ส่วน iPhone มีตัวเลือก Larger Text ในเมนูการช่วยการเข้าถึงสำหรับตัวอักษรที่ใหญ่กว่าค่าปกติ
- **Apple เตือนไว้เองว่าตัวอักษรที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้กดปุ่มในแอปยาก** — ค่าที่ควรใช้จึงเป็นค่าที่เจ้าของเครื่องอ่านได้สบายและยังกดปุ่มได้ครบ
- **โหมด Assistive Access ของ iPhone ย่อหน้าจอเหลือเฉพาะแอปที่เลือก และ Apple แนะนำให้ตั้งค่าร่วมกับคนที่ผู้ใช้ไว้ใจ** — เช่น คนในครอบครัว โดยเจ้าของเครื่องต้องรู้รหัสปลดล็อกเครื่องเอง

การสอนพ่อแม่หรือลูกค้าสูงวัยใช้สมาร์ทโฟนควรเริ่มจากการตั้งเครื่องให้อ่านง่ายและกดง่าย ก่อนจะสอนแอปใดแอปหนึ่ง เพราะทุกแอปที่สอนต่อจากนั้นใช้หน้าจอเดียวกัน บทนี้รวบรวมขั้นตอนตั้งค่าจากคู่มือทางการของ Apple และ Google ได้แก่ การปรับขนาดตัวอักษร การซูมหน้าจอ และโหมด Assistive Access ของ iPhone พร้อมหลักการสอนที่ให้เจ้าของเครื่องเป็นคนกดเอง เหมาะกับลูกหลานที่สอนคนในบ้าน และธุรกิจที่จัดสอนใช้มือถือให้ลูกค้า เช่น สาขาธนาคาร คลินิก หรือร้านมือถือ

ชื่อเมนูในบทนี้อ้างตามหน้าช่วยเหลือภาษาอังกฤษของทั้งสองบริษัท เครื่องที่ตั้งภาษาไทยจะแสดงชื่อเมนูเป็นภาษาไทย ฝั่ง Android หน้าช่วยเหลือของ Google ให้เปิดแอปการตั้งค่าแล้วพิมพ์ชื่อเมนูในช่องค้นหา ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ต้องจำตำแหน่งเมนู

## ก่อนสอน ถามเจ้าของเครื่องก่อน

คนวัยหกสิบขึ้นไปเกือบทั้งหมดดูแลตัวเองได้ รายงานสถานการณ์ปี 2567 ที่กรมกิจการผู้สูงอายุจัดทำระบุว่าผู้สูงอายุเกือบทั้งหมด หรือ 96.86 คนในทุก 100 คน ดูแลกิจวัตรพื้นฐานของตัวเองได้ คนที่มาเรียนใช้มือถือจึงเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร ครูที่ดีเริ่มจากคำถามสามข้อ แล้วฟังคำตอบให้จบก่อนหยิบเครื่องขึ้นมา

| คำถาม                                   | เหตุผล                                                             |
| --------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------ |
| อยากใช้มือถือทำอะไรเป็นอย่างแรก | ได้จุดหมายของบทเรียน เช่น ดูรูปหลาน โทรวิดีโอ หรือนัดหมอ |
| ตอนนี้อ่านตัวหนังสือบนจอชัดไหม  | รู้ว่าต้องปรับตัวอักษรหรือซูมก่อนหรือเปล่า               |
| ใครรู้รหัสปลดล็อกเครื่องบ้าง      | รู้ว่าเจ้าของเครื่องเข้าเครื่องตัวเองได้เองหรือไม่      |

คำตอบข้อแรกกำหนดลำดับบทเรียนทั้งหมด คนที่อยากนัดหมอผ่านแอปโรงพยาบาลเรียนคนละลำดับกับคนที่อยากส่งรูป บทนี้จึงสอนการตั้งค่าพื้นฐานที่ใช้ได้กับทุกเป้าหมาย แล้วค่อยต่อไปที่แอปเฉพาะ

### **ทำไมควรให้เจ้าของเครื่องเป็นคนตอบว่าอยากเรียนอะไร**

เพราะคนเรียนจำขั้นตอนที่ตัวเองได้ใช้จริงได้นานกว่า และการถามเป็นการยอมรับว่าเจ้าของเครื่องเป็นผู้ตัดสินใจ ลูกหลานที่ตั้งแอปให้ครบสิบแอปในวันเดียวอาจทำให้หน้าจอรกจนหาแอปที่ใช้จริงไม่เจอ การเริ่มจากหนึ่งเป้าหมายที่เจ้าของเครื่องเลือกเองทำให้บทเรียนแรกจบด้วยงานที่สำเร็จจริงหนึ่งอย่าง

## ตั้งขนาดตัวอักษรให้อ่านสบาย

[หน้าเปลี่ยนการตั้งค่าข้อความและการแสดงผลของ Android](https://support.google.com/accessibility/android/answer/11183305?hl=en) แยกการตั้งค่าไว้สองค่า และ[หน้าเปลี่ยนขนาดตัวอักษรของ Apple](https://support.apple.com/en-us/102453) แยกไว้สองระดับ

| ระบบ    | เมนู                                                         | ผล                                                 |
| ------- | ------------------------------------------------------------ | -------------------------------------------------- |
| Android | Settings แล้วค้นหา Font size                                | ปรับขนาดตัวอักษรด้วยแถบเลื่อน ได้ถึง 200%   |
| Android | Settings แล้วค้นหา Display size                             | ปรับขนาดของทุกอย่างบนจอ รวมไอคอนและปุ่ม   |
| iPhone  | Settings > Display & Brightness > Text Size                  | ปรับขนาดตัวอักษรในแอปที่รองรับ Dynamic Type |
| iPhone  | Settings > Accessibility > Display & Text Size > Larger Text | เปิดตัวเลือกตัวอักษรที่ใหญ่กว่าระดับปกติ  |

Google เตือนว่าการตั้งขนาดตัวอักษรใช้กับบางแอปไม่ได้ ส่วน Apple เตือนว่าตัวอักษรที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้กดปุ่มหรือฟังก์ชันในแอปยาก ถ้าเจอปัญหานี้ให้กลับไปลดขนาดลง หน้าของ Android ยังมีปุ่ม Reset settings ให้กลับไปค่าเดิมของเครื่องได้ทันที

### **ควรปรับตัวอักษรใหญ่แค่ไหน**

ปรับทีละขั้นแล้วให้เจ้าของเครื่องลองอ่านข้อความจริง เช่น ข้อความในแอปแชตหรือรายชื่อผู้ติดต่อ ในระยะที่ถือมือถือตามปกติ หยุดที่ขั้นที่อ่านได้โดยไม่ต้องหรี่ตาหรือยกมือถือเข้าใกล้หน้า แล้วเปิดแอปที่ใช้บ่อยสองสามแอปดูว่าปุ่มยังอยู่ครบและกดได้ ถ้าตัวอักษรใหญ่พอแต่ไอคอนยังเล็ก ให้ปรับ Display size บน Android แทนการเพิ่มตัวอักษรต่อ

### **นอกจากขนาดตัวอักษร มีการตั้งค่าไหนช่วยให้อ่านง่ายขึ้นอีก**

หน้าเดียวกันของ Google มีอีกสามตัวเลือกในเมนู Accessibility > Display size and text ตัวแรกคือ Bold text ที่ทำให้ตัวอักษรหนาขึ้น ตัวที่สองคือ Outline text ซึ่งใช้ได้กับ Android 16 ขึ้นไป ส่วนเครื่องที่เป็น Android 15 ลงมา Google ให้ใช้ high-contrast text แทน ตัวที่สามอยู่ในหน้าเดียวกัน คือการปิดภาพเคลื่อนไหว (Remove animations) ซึ่งลดการเคลื่อนไหวบนจอระหว่างเปลี่ยนหน้า ควรเปิดทีละตัวแล้วให้เจ้าของเครื่องบอกว่าตัวไหนช่วยจริง เพราะแต่ละคนอ่านจอได้ดีด้วยการตั้งค่าคนละแบบ

## ซูมหน้าจอเมื่อต้องอ่านตัวเล็ก

บางแอปไม่ขยายตัวอักษรตามการตั้งค่า [หน้าการใช้การขยายหน้าจอของ Android](https://support.google.com/accessibility/android/answer/6006949?hl=en) อธิบายการซูมไว้สองแบบ คือขยายทั้งจอ และขยายบางส่วนของจอ ผู้ใช้ตั้งทางลัดสำหรับเปิดการขยายได้ ทางลัดแบบหนึ่งคือแตะหน้าจอเร็ว ๆ สามครั้ง ซึ่งหน้าเดียวกันเตือนว่าอาจทำให้เครื่องช้าลง เมื่อเปิดการขยายแล้ว ใช้สองนิ้วถ่างหรือหุบเพื่อปรับระดับ และใช้ทางลัดเดิมอีกครั้งเพื่อปิด

### **ซูมหน้าจอกับขยายตัวอักษรต่างกันอย่างไร**

ขยายตัวอักษรเป็นการตั้งค่าถาวร ใช้กับทุกหน้าที่รองรับ ส่วนซูมหน้าจอเป็นการขยายชั่วคราวตอนที่ต้องอ่านอะไรเล็ก ๆ เช่น ตัวเลขบนหน้าจ่ายเงินหรือข้อความในรูป ผู้สูงอายุที่อ่านจอได้ดีอยู่แล้วอาจใช้แค่การซูม ส่วนคนที่อ่านยากทุกหน้าควรปรับตัวอักษรก่อน แล้วค่อยใช้การซูมเสริมในหน้าที่ยังเล็ก

## หน้าจอแบบย่อของ iPhone

[คู่มือ Assistive Access ของ Apple](https://support.apple.com/guide/assistive-access-iphone/set-up-assistive-access-devcd5016d31/ios) อธิบายว่าโหมดนี้ออกแบบให้คนที่มีความบกพร่องด้านการรับรู้ใช้ iPhone ได้เอง โดยทำให้สิ่งบนหน้าจอใหญ่ขึ้น ฟีเจอร์น้อยลง และเข้าใจง่ายว่ากดอะไรได้บ้าง ผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องใช้โหมดนี้ทุกคน แต่คนที่อยากได้หน้าจอที่มีเฉพาะแอปที่ใช้จริง เลือกเปิดได้

| ขั้น | สิ่งที่ทำ                                                                  |
| ---- | ---------------------------------------------------------------------------- |
| 1    | Settings > Accessibility > Assistive Access แล้วแตะ Set Up Assistive Access |
| 2    | ตรวจว่า Apple Account ในเครื่องเป็นของคนที่จะใช้                     |
| 3    | เลือกแอปที่จะให้อยู่บนหน้าจอ เช่น Calls Camera Messages Photos       |
| 4    | เลือกหน้าจอแบบ Rows เป็นรายการอ่านง่าย หรือ Grid ที่ไอคอนใหญ่กว่า   |
| 5    | ตรวจว่าเจ้าของเครื่องรู้รหัสปลดล็อก หรือตั้ง Face ID หรือ Touch ID   |
| 6    | ตั้งรหัสของ Assistive Access สำหรับเข้าออกโหมดและเปลี่ยนการตั้งค่า |
| 7    | เรียนวิธีออกจากโหมดด้วยการกดปุ่มด้านข้างหรือปุ่มโฮมสามครั้ง   |
| 8    | แตะ Start Using Assistive Access                                             |

### **ใครควรเป็นคนตั้งค่า Assistive Access**

Apple ระบุว่าโหมดนี้อาจตั้งค่าได้ง่ายที่สุดเมื่อมีคนที่ผู้ใช้ไว้ใจช่วย เช่น คนในครอบครัวหรือผู้ดูแลที่รู้จักผู้ใช้ และช่วยเลือกแอปที่เหมาะกับความต้องการ คนช่วยอาจต้องใช้รหัส Apple Account หรือรหัสปลดล็อกเครื่องของผู้ใช้ด้วย ขั้นตอนที่ 6 ยังให้สร้าง Apple Account สำรองไว้กู้รหัสของโหมดนี้ได้ ถ้าไม่สร้างแล้วลืมรหัส ต้องรีเซ็ต iPhone ทั้งเครื่อง ลูกหลานที่ตั้งค่าให้จึงควรจดรหัสไว้ในที่ที่เจ้าของเครื่องเข้าถึงได้

### **หน้าจอแบบ Rows กับ Grid เลือกแบบไหน**

คู่มือของ Apple อธิบายว่า Rows จัดสิ่งบนหน้าจอเป็นรายการที่อ่านง่าย ส่วน Grid ทำให้สิ่งบนหน้าจอใหญ่ขึ้นและจัดเป็นตาราง โดยเน้นรูปและไอคอน คนที่อ่านชื่อแอปได้สบายและชอบเห็นชื่อชัด ๆ อาจเหมาะกับ Rows ส่วนคนที่จำแอปจากรูปไอคอนมากกว่าชื่อ อาจเหมาะกับ Grid วิธีเลือกที่ดีที่สุดคือเปิดให้ดูทั้งสองแบบ แล้วให้เจ้าของเครื่องเลือกเอง

## สอนอย่างไรให้เจ้าของเครื่องทำเองได้

หลักที่คู่มือของ Apple สะท้อนไว้คือเครื่องต้องเป็นของผู้ใช้ Apple ให้ตรวจว่าบัญชีในเครื่องเป็นของผู้ใช้เอง และให้ผู้ใช้รู้รหัสปลดล็อกเครื่อง การสอนก็ใช้หลักเดียวกัน

| ทำ                                              | เลี่ยง                         |
| ----------------------------------------------- | ------------------------------ |
| ให้เจ้าของเครื่องเป็นคนกดทุกขั้น         | คว้ามือถือไปกดให้         |
| สอนหนึ่งงานให้จบในรอบเดียว               | สอนหลายแอปพร้อมกัน         |
| เขียนขั้นตอนลงกระดาษด้วยคำที่เห็นบนจอ | ใช้ศัพท์ที่ไม่มีบนหน้าจอ |
| ให้ลองทำซ้ำเองอีกรอบก่อนจบ              | ถือว่าเข้าใจเมื่อพยักหน้า  |
| บอกวิธีกลับไปหน้าหลักทุกครั้ง            | ปล่อยให้ติดอยู่ในเมนูลึก |

ข้อสุดท้ายสำคัญกับผู้เรียนทุกวัย คนที่รู้ว่ากลับหน้าหลักได้ทุกเมื่อจะกล้าลองกดมากขึ้น ส่วนการเขียนขั้นตอนด้วยคำที่เห็นบนจอช่วยให้ทวนเองได้โดยไม่ต้องโทรถาม

### **สอนเรื่องความปลอดภัยพร้อมกับการตั้งค่าได้ไหม**

ได้ แต่แยกเป็นบทเรียนถัดไปจะชัดกว่า เมื่อเจ้าของเครื่องอ่านจอได้สบายแล้ว บทเรียนเรื่องโอนเงินและสังเกตสัญญาณหลอกลวงต่อได้จาก[สอนผู้สูงอายุใช้แอปธนาคาร วงเงินโอน สแกนหน้า และพร้อมเพย์](https://phygital.co.th/insights/elderly-mobile-banking-promptpay-safety-guide) ส่วนการตั้งค่าไม่ให้คนแปลกหน้าทักมาและการดูว่าบัญชีไหนเป็นของจริงอยู่ใน[สอนผู้สูงอายุใช้ LINE ปิดทางคนแปลกหน้า และเช็กบัญชีทางการ](https://phygital.co.th/insights/elderly-line-social-media-guide) และการนัดโรงพยาบาลผ่านแอปอยู่ใน[คู่มือนัดหมายโรงพยาบาลออนไลน์](https://phygital.co.th/insights/elderly-health-app-hospital-appointment-guide)

ธุรกิจที่จัดสอนแล้วพบว่าลูกค้าติดขัดที่หน้าจอของแอปตัวเอง ใช้เกณฑ์ WCAG 2.2 และการวางช่องทางติดต่อพนักงานใน[บทออกแบบบริการสำหรับผู้สูงอายุ](https://phygital.co.th/insights/elderly-friendly-digital-service-design) ตรวจต่อได้ ส่วนธุรกิจที่อยากประเมินว่าควรเปิดคลาสกี่รอบ ดูจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดของตัวเองได้จาก[บทการตลาดผู้สูงอายุไทยแยกตามช่วงอายุและจังหวัด](https://phygital.co.th/insights/marketing-elderly-thailand-super-aged-society) ซึ่งแยกช่วงอายุ 60-69 ปีกับ 80 ปีขึ้นไปไว้ครบทั้ง 77 จังหวัดตามทะเบียนเดือนสิงหาคม 2569

## ห้าข้อสำหรับธุรกิจที่จัดสอนลูกค้าสูงวัย

1. ถามเป้าหมายของผู้เรียนตอนลงทะเบียน แล้วจัดกลุ่มตามเป้าหมาย
2. เตรียมเครื่องทั้ง Android และ iPhone ไว้สาธิต เพราะเมนูต่างกัน
3. แจกเอกสารขั้นตอนที่ใช้คำตรงกับบนจอ ตัวอักษรใหญ่
4. ให้พนักงานยืนข้างผู้เรียน ไม่ถือเครื่องของผู้เรียน
5. จดคำถามที่ผู้เรียนถามบ่อย แล้วส่งให้ทีมที่ดูแลแอปของร้าน

### **พนักงานที่สอนต้องรู้อะไรก่อน**

ต้องรู้ชื่อเมนูในเครื่องที่ตั้งภาษาไทยของยี่ห้อที่ลูกค้าใช้มากที่สุด และรู้วิธีกลับค่าเดิมของทุกการตั้งค่าที่สอน เช่น ปุ่ม Reset settings ของหน้าขนาดตัวอักษรบน Android พนักงานควรถามก่อนแตะเครื่องของลูกค้าทุกครั้ง และไม่ขอรหัสผ่านของบัญชีใด ๆ เพราะรหัสเป็นของเจ้าของเครื่อง

## สรุป

การสอนผู้สูงอายุใช้สมาร์ทโฟนเริ่มจากถามว่าเจ้าของเครื่องอยากทำอะไร แล้วตั้งเครื่องให้อ่านและกดได้สบาย Android ปรับขนาดตัวอักษรได้ถึง 200% และปรับ Display size แยกได้ iPhone ปรับ Text Size และเปิด Larger Text สำหรับตัวที่ใหญ่กว่านั้น Apple เตือนว่าตัวอักษรที่ใหญ่เกินไปทำให้กดปุ่มยาก แอปที่ไม่ขยายตามใช้การซูมหน้าจอแทน ส่วน Assistive Access ย่อหน้าจอ iPhone เหลือแอปที่เลือก และ Apple แนะนำให้ตั้งร่วมกับคนที่ผู้ใช้ไว้ใจ โดยเจ้าของเครื่องต้องรู้รหัสเอง การสอนที่ได้ผลให้เจ้าของเครื่องกดเองทุกขั้น จบหนึ่งงานต่อรอบ และบอกวิธีกลับหน้าหลักทุกครั้ง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Android ขยายตัวหนังสือได้สูงสุดเท่าไร

ได้ถึง 200% ตามหน้าการตั้งค่าข้อความของ Google ถ้ายังเล็กอยู่ ให้ปรับ Display size เพิ่ม หรือเปิดการขยายหน้าจอในหน้าที่ต้องอ่านละเอียด

### ขยายตัวอักษรแล้วบางแอปยังเล็กเหมือนเดิม ทำอย่างไร

Google เขียนไว้ว่าการตั้งขนาดตัวอักษรใช้กับบางแอปไม่ได้ ส่วน Apple ใช้กับแอปที่รองรับ Dynamic Type แอปที่ไม่ขยายตามจึงต้องใช้การซูมหน้าจอแทน

### เข้า Assistive Access แล้วออกไม่ได้ ต้องทำอย่างไร

กดปุ่มด้านข้างสามครั้งบน iPhone ที่มี Face ID หรือกดปุ่มโฮมสามครั้งบนรุ่นอื่น แล้วแตะออกจากโหมดและใส่รหัสของ Assistive Access ถ้าลืมรหัสและไม่ได้สร้าง Apple Account สำรองไว้ Apple ระบุว่าต้องรีเซ็ตเครื่อง

### Assistive Access ใช้ LINE ได้ไหม

คู่มือของ Apple บอกว่าเพิ่มแอปอื่นส่วนใหญ่ของ iOS ในหน้าตาเดิมได้ นอกเหนือจากแอปที่ออกแบบมาสำหรับโหมดนี้ ก่อนตั้งค่าจริงควรลองเพิ่มแอปที่เจ้าของเครื่องใช้ประจำแล้วทดสอบว่าทำงานครบ

### ควรสอนครั้งละนานเท่าไร

คู่มือของ Apple และ Google ไม่ได้กำหนดไว้ หลักที่ใช้ได้คือจบหนึ่งงานต่อรอบ และให้ผู้เรียนทำซ้ำเองก่อนจบ ความยาวของแต่ละรอบจึงขึ้นกับงานที่เลือก งานสั้นอย่างการปรับตัวอักษรอาจจบในรอบเดียว ส่วนงานที่มีหลายหน้าจอ เช่น การนัดหมอผ่านแอป ควรแบ่งเป็นสองรอบ

## อยากเปิดคลาสสอนใช้มือถือให้ลูกค้าสูงวัยในสาขาของคุณไหม

คุยกับ PHYGITAL AGENCY เรื่องกลุ่มลูกค้าและแอปที่อยากให้ใช้ แล้วรับเนื้อหาคลาส เอกสารแจก และคู่มือพนักงานผู้สอนครบชุด

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
