# ทำเลดอยเต่า-ฮอด วางฤดูแพพักจากปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพล

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/doi-tao-hot-mae-ping-lake-eco-tourism-location · เผยแพร่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพลขึ้นสูงสุดปลายพฤศจิกายนทุกปีตั้งแต่ 2565 และต่ำสุดช่วงพฤษภาคมถึงกันยายน อ่านข้อมูลรายวันของกรมชลประทานเพื่อวางฤดูแพพักบนทะเลสาบดอยเต่า

## Key Takeaways

- **ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลขึ้นถึงจุดสูงสุดของรอบปีในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนทั้งสี่ปี ตั้งแต่ 2565 ถึง 2568** — ตามข้อมูลรายวันของกรมชลประทาน ส่วนจุดต่ำสุดของแต่ละปีเลื่อนไปมาระหว่างพฤษภาคมกับกันยายน
- **ความจุเก็บกักของเขื่อน 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นน้ำใช้การ 9,662 และน้ำใช้การต่ำสุด 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตร** — ในวันที่ต่ำที่สุดของช่วงปี 2565-2569 คือ 19 กรกฎาคม 2567 เขื่อนมีน้ำ 5,107.86 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 37.94
- **ค่าเฉลี่ยของเดือนเดียวกันต่างกันได้ถึง 35.8 จุดร้อยละในห้าปี** — เดือนมกราคมเคยเฉลี่ยร้อยละ 56.9 ในปี 2565 และร้อยละ 92.7 ในปี 2569 ผู้ประกอบการบนทะเลสาบดอยเต่าจึงควรดูตัวเลขของปีนั้นจริง ไม่ใช้ปฏิทินของปีก่อน

ผู้ให้บริการแพพักและเรือนำเที่ยวในดอยเต่ามักถูกลูกค้าถามว่าช่วงไหนน้ำเต็ม ช่วงไหนน้ำลด อำเภอดอยเต่าและอำเภอฮอดอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ริมอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล ณ ธันวาคม 2568 ดอยเต่ามีประชากรตามทะเบียน 22,209 คน และฮอดมี 24,663 คน ตาม[สถิติประชากรรายปีของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง](https://stat.bora.dopa.go.th/new%5Fstat/webPage/statByYear.php) ส่วนของอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในดอยเต่าคือพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเรียกว่าทะเลสาบดอยเต่า ซึ่งมีแพที่พักและเรือพาเที่ยวให้บริการ

บทนี้ใช้[ข้อมูลอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รายวันของกรมชลประทาน](https://app.rid.go.th/reservoir/api/document/dam) ซึ่งเผยแพร่เป็น API และมีรายการในศูนย์ข้อมูลเปิดภาครัฐ บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) ดึงค่าของเขื่อนภูมิพลทุก 5 วัน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ถึง 23 กันยายน 2569 รวม 346 วัน และดึงค่ารายวันเพิ่มช่วง 5 วันก่อนและหลังจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุดของแต่ละปี เพื่อหาวันที่แม่นขึ้น ข้อมูลชุดนี้เป็นปริมาตรน้ำ ไม่มีระดับน้ำเป็นเมตร บทนี้จึงไม่แปลงเป็นระยะหรือความลึกที่ท่าแพ

## เขื่อนภูมิพลเก็บน้ำได้ 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร

ข้อมูลของกรมชลประทานให้ค่าคงที่ของเขื่อนภูมิพล 3 ค่า คือปริมาณน้ำเก็บกัก 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำใช้การ 9,662 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณใช้การต่ำสุด 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตร ค่าเหล่านี้ไม่เปลี่ยนเลยตลอดช่วงที่ดึงข้อมูล และช่องเจ้าของเขื่อนระบุว่า "การไฟฟ้า"

| รายการ (ชื่อฟิลด์ใน API)                                     | ค่า                 |
| -------------------------------------------------------------- | ------------------- |
| ปริมาณน้ำเก็บกัก (storage)                                  | 13,462 ล้าน ลบ.ม.   |
| ปริมาณน้ำใช้การ (active\_storage)                           | 9,662 ล้าน ลบ.ม.    |
| ปริมาณใช้การต่ำสุด (dead\_storage)                         | 3,800 ล้าน ลบ.ม.    |
| ปริมาณน้ำในเขื่อน 23 กันยายน 2569 (volume)                  | 8,327.03 ล้าน ลบ.ม. |
| ร้อยละต่อปริมาณเก็บกัก 23 กันยายน 2569 (percent\_storage) | 61.86               |

ที่มา: API อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน รหัสเขื่อน 200101

### ตัวเลขร้อยละของกรมชลประทานคิดจากอะไร

ตัวเลขร้อยละในฟิลด์ percent\_storage คือปริมาณน้ำในเขื่อนของวันนั้นหารด้วยปริมาณน้ำเก็บกัก 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร ตัวอย่างวันที่ 23 กันยายน 2569 มีน้ำ 8,327.03 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดได้ร้อยละ 61.86 ตรงกับค่าในข้อมูล ตัวเลขนี้รวมน้ำส่วนใช้การต่ำสุด 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตรไว้ด้วย ถ้าหักส่วนนั้นออก น้ำใช้การของวันเดียวกันเหลือ 4,527.03 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นราวร้อยละ 46.9 ของปริมาณน้ำใช้การทั้งหมด

## จุดสูงสุดตกในสัปดาห์สุดท้ายของพฤศจิกายนทุกปี

ตลอดสี่รอบปีที่มีข้อมูลครบ ปริมาณน้ำขึ้นถึงจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 24 ถึง 29 พฤศจิกายนทุกครั้ง ส่วนปริมาณที่จุดสูงสุดต่างกันมาก ตั้งแต่ร้อยละ 77.67 ถึงร้อยละ 99.51

| รอบปี | วันที่ปริมาณน้ำสูงสุด | ปริมาณน้ำ (ล้าน ลบ.ม.) | ร้อยละ |
| ------ | ------------------------- | ----------------------- | ------- |
| 2565   | 29 พฤศจิกายน 2565         | 12,171                  | 90.41   |
| 2566   | 27 พฤศจิกายน 2566         | 10,456                  | 77.67   |
| 2567   | 26 พฤศจิกายน 2567         | 11,028.79               | 81.93   |
| 2568   | 24 พฤศจิกายน 2568         | 13,396.66               | 99.51   |

ที่มา: คำนวณจาก API อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน ช่วงกันยายนถึงกุมภาพันธ์ของแต่ละรอบ ใช้ค่ารายวันช่วง 5 วันก่อนและหลังจุดสูงสุด

หลังจุดสูงสุด ปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่องจนถึงฤดูแล้ง ค่าเฉลี่ยเดือนธันวาคมทั้งสี่ปียังอยู่ใกล้ค่าเดือนพฤศจิกายน ห่างกันไม่เกิน 1.7 จุดร้อยละ

### ปีที่น้ำเต็มกับปีที่น้ำน้อยต่างกันเท่าไร

ต่างกัน 2,940.66 ล้านลูกบาศก์เมตรที่จุดสูงสุด เมื่อเทียบปี 2568 ที่น้ำขึ้นถึง 13,396.66 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 99.51) กับปี 2566 ที่ขึ้นถึง 10,456 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 77.67) ทั้งสองปีขึ้นสูงสุดในสัปดาห์เดียวกันของเดือนพฤศจิกายน วันที่จึงคาดได้ แต่ปริมาณคาดล่วงหน้าไม่ได้จากปีก่อน ผู้ประกอบการที่ขายแพ็กเกจช่วงปลายปีควรดูตัวเลขเดือนตุลาคมของปีนั้นก่อนกำหนดข้อความขาย

## จุดต่ำสุดเลื่อนระหว่างพฤษภาคมกับกันยายน

วันที่น้ำน้อยที่สุดของแต่ละปีไม่คงที่แบบจุดสูงสุด ในห้าปีที่มีข้อมูล จุดต่ำสุดตกในเดือนพฤษภาคม กรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน

| ปี                 | วันที่ปริมาณน้ำต่ำสุด | ปริมาณน้ำ (ล้าน ลบ.ม.) | ร้อยละ | น้ำเหนือระดับใช้การต่ำสุด (ล้าน ลบ.ม.) |
| ------------------ | -------------------------- | ----------------------- | ------- | -------------------------------------------- |
| 2565               | 11 กรกฎาคม 2565            | 5,505                   | 40.89   | 1,705                                        |
| 2566               | 3 กันยายน 2566             | 5,437                   | 40.39   | 1,637                                        |
| 2567               | 19 กรกฎาคม 2567            | 5,107.86                | 37.94   | 1,307.86                                     |
| 2568               | 25 พฤษภาคม 2568            | 7,205.42                | 53.52   | 3,405.42                                     |
| 2569 (ถึง 23 ก.ย.) | 4 สิงหาคม 2569             | 7,037.64                | 52.28   | 3,237.64                                     |

ที่มา: คำนวณจาก API อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน ภายในปีปฏิทิน ใช้ค่ารายวันช่วง 5 วันก่อนและหลังจุดต่ำสุด

ปี 2565-2567 จุดต่ำสุดอยู่ราวร้อยละ 38-41 ขณะที่ปี 2568 และ 2569 ไม่ลงต่ำกว่าร้อยละ 52 ในจุดข้อมูลทุก 5 วัน ปี 2565 มีค่าต่ำกว่าร้อยละ 50 อยู่ 35 จุดจาก 73 จุด ปี 2567 มี 28 จุดจาก 74 จุด และปี 2568 ไม่มีเลย

### วันที่น้ำน้อยที่สุดในห้าปีเหลือน้ำใช้การเท่าไร

วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 เขื่อนภูมิพลมีน้ำ 5,107.86 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อหักปริมาณใช้การต่ำสุด 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตรออก เหลือน้ำใช้การ 1,307.86 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราวร้อยละ 13.5 ของปริมาณน้ำใช้การทั้งหมด 9,662 ล้านลูกบาศก์เมตร ตัวเลขร้อยละ 37.94 ที่เห็นในข่าวจึงดูสูงกว่าน้ำที่ใช้ได้จริง ผู้ประกอบการที่ติดตามตัวเลขนี้ควรดูทั้งสองค่าคู่กัน

## ค่าเฉลี่ยรายเดือนห้าปีของเขื่อนภูมิพล

ตารางนี้เฉลี่ยค่าร้อยละจากจุดข้อมูลทุก 5 วันในแต่ละเดือน รูปแบบของทุกปีคือลดลงตั้งแต่มกราคมถึงกลางปี แล้วขึ้นแรงในเดือนกันยายนและตุลาคม

| เดือน      | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | 2569 |
| ---------- | ---- | ---- | ---- | ---- | ---- |
| มกราคม     | 56.9 | 85.0 | 70.6 | 72.9 | 92.7 |
| กุมภาพันธ์ | 52.4 | 78.1 | 63.7 | 66.6 | 85.1 |
| มีนาคม     | 48.6 | 71.5 | 58.8 | 60.6 | 75.8 |
| เมษายน     | 45.2 | 65.2 | 52.7 | 56.8 | 64.8 |
| พฤษภาคม    | 42.8 | 58.3 | 46.1 | 54.3 | 58.0 |
| มิถุนายน   | 43.9 | 51.1 | 42.1 | 57.7 | 56.3 |
| กรกฎาคม    | 41.6 | 44.9 | 38.6 | 58.6 | 53.4 |
| สิงหาคม    | 46.9 | 42.1 | 42.1 | 65.9 | 54.2 |
| กันยายน    | 59.0 | 44.5 | 51.4 | 77.3 | 58.9 |
| ตุลาคม     | 84.0 | 63.6 | 72.5 | 91.6 | —    |
| พฤศจิกายน  | 89.7 | 76.2 | 81.0 | 98.4 | —    |
| ธันวาคม    | 89.9 | 76.5 | 79.3 | 97.9 | —    |

ที่มา: เฉลี่ยจาก API อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน จุดข้อมูลทุก 5 วัน เดือนละ 5-7 จุด · ปี 2569 ถึง 23 กันยายน

เดือนที่ค่าในห้าปีต่างกันน้อยที่สุดคือพฤษภาคมและมิถุนายน ห่างกัน 15.5 และ 15.6 จุดร้อยละ ส่วนมกราคมต่างกันมากที่สุด 35.8 จุดร้อยละ

### เดือนตุลาคมเพิ่มจากเดือนกันยายนมากแค่ไหน

ในสี่ปีที่มีข้อมูลเดือนตุลาคม ค่าเฉลี่ยเพิ่มจากเดือนกันยายน 14.3 ถึง 25.0 จุดร้อยละ เป็นช่วงที่เพิ่มเร็วที่สุดของปีทุกปี ปี 2565 เพิ่มจาก 59.0 เป็น 84.0 และปี 2568 เพิ่มจาก 77.3 เป็น 91.6 ผู้ประกอบการบนทะเลสาบดอยเต่าที่ต้องย้ายแพหรือปรับท่าขึ้นลงตามน้ำ จึงควรเผื่อกำลังคนไว้ในเดือนตุลาคม และเช็กค่าของกรมชลประทานถี่กว่าเดือนอื่น

## น้ำไหลเข้าเทียบน้ำระบายบอกทิศทางของสัปดาห์หน้า

ข้อมูลรายวันมีอีก 2 ฟิลด์ คือ inflow ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน และ outflow ปริมาณน้ำระบาย เอกสาร API ไม่ได้ระบุหน่วยของสองฟิลด์นี้ บทนี้จึงเทียบกันเป็นอัตราส่วนเท่านั้น ถ้าน้ำไหลเข้ามากกว่าน้ำระบาย ปริมาณน้ำในเขื่อนมีแนวโน้มเพิ่ม ถ้าน้อยกว่า มีแนวโน้มลด

| วันที่                         | inflow | outflow | ร้อยละในวันนั้น |
| ------------------------------- | ------ | ------- | ------------------- |
| 1 มีนาคม 2569                   | 6.99   | 45      | 80.62               |
| 4 สิงหาคม 2569 (ต่ำสุดของปี) | 22.6   | 24      | 52.28               |
| 23 กันยายน 2569                 | 60.6   | 3       | 61.86               |

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เขื่อนระบายมากกว่าน้ำไหลเข้าราว 6.4 เท่า วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปี สองค่านี้ใกล้กันมาก ส่วนวันที่ 23 กันยายน 2569 น้ำไหลเข้ามากกว่าน้ำระบาย 20 เท่า และปริมาณน้ำเพิ่มจาก 7,037.64 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่ 4 สิงหาคม เป็น 8,327.03 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่ม 1,289.39 ล้านลูกบาศก์เมตรใน 50 วัน

### ใช้อัตราส่วนสองค่านี้วางแผนงานได้อย่างไร

ใช้เป็นสัญญาณล่วงหน้าว่าตัวเลขร้อยละในวันถัดไปจะขึ้นหรือลง ผู้ประกอบการเปิดข้อมูลของวันนั้นแล้วดูว่า inflow มากกว่าหรือน้อยกว่า outflow ถ้าน้ำไหลเข้ามากกว่าหลายเท่าติดต่อกันหลายวัน แปลว่าน้ำกำลังขึ้น ซึ่งตรงกับช่วงกันยายนถึงพฤศจิกายนในตารางรายเดือน อัตราส่วนนี้ไม่ได้บอกระดับน้ำที่ท่าแพเป็นเมตร การตัดสินใจย้ายแพจึงยังต้องอาศัยการวัดที่หน้างานของผู้ประกอบการเอง

## เปิดข้อมูลย้อนหลังของกรมชลประทานเอง

ข้อมูลทั้งหมดในบทนี้ผู้อ่านเปิดดูได้เองโดยไม่ต้องลงทะเบียน เอกสาร API ของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน ระบุวิธีเรียกข้อมูลไว้ดังนี้

1. ข้อมูลปัจจุบัน เรียกที่ `app.rid.go.th/reservoir/api/dam/public`
2. ข้อมูลย้อนหลัง เติมวันที่ในรูปแบบปี ค.ศ.-เดือน-วัน ต่อท้าย เช่น `app.rid.go.th/reservoir/api/dam/public/2026-09-23`
3. ผลลัพธ์เป็นรายการเขื่อนแยกตามภาค เขื่อนภูมิพลอยู่ในภาคเหนือ รหัส 200101

ผลลัพธ์ของวันที่ 20 กันยายน 2569 มีเขื่อนรวม 35 แห่ง ชุดข้อมูลเดียวกันยังมีรายการในศูนย์ข้อมูลเปิดภาครัฐชื่อ "อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่" ของกรมชลประทาน

### ข้อมูลย้อนหลังเปิดดูได้ถึงปีไหน

ตัวอย่างในเอกสาร API ใช้วันที่ 9 มกราคม 2565 และบทนี้ดึงข้อมูลเขื่อนภูมิพลได้ครบทุกวันที่เรียกตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ถึง 23 กันยายน 2569 บทนี้ไม่ได้ทดสอบวันที่ก่อนปี 2565 ผู้ที่ต้องการดูรอบปีเก่ากว่านั้นควรลองเรียกวันที่ที่ต้องการเอง และตรวจว่าผลลัพธ์มีเขื่อนภูมิพลอยู่ในรายการ ก่อนนำตัวเลขไปใช้เทียบ

## หน้าจองที่บอกปริมาณน้ำของวันนั้น

รูปทะเลสาบในหน้าจองถ่ายไว้ในวันใดวันหนึ่ง ถ้าถ่ายในเดือนที่น้ำเกือบเต็ม วันที่ลูกค้าเดินทางอาจตรงกับเดือนที่น้ำเหลือราวร้อยละ 40 ตามตารางด้านบน การแสดงตัวเลขของกรมชลประทานไว้ในหน้าจองทำให้ลูกค้าเห็นข้อมูลชุดเดียวกับที่ผู้ประกอบการใช้

| สิ่งที่แสดงในหน้าจอง                 | ที่มาของข้อมูล                                   |
| ----------------------------------------- | -------------------------------------------------- |
| ร้อยละและปริมาณน้ำของวันล่าสุด     | API กรมชลประทาน ดึงวันละครั้ง                   |
| วันที่ของตัวเลข                        | ฟิลด์ date ของผลลัพธ์                             |
| รูปทะเลสาบแยกตามเดือนที่ถ่าย        | คลังรูปของผู้ประกอบการเอง ระบุเดือนใต้รูป |
| ช่วงเดือนที่แพเปิดรับจองในปีนั้น | ปฏิทินของผู้ประกอบการ                          |

### ควรแสดงตัวเลขร้อยละหรือปริมาณน้ำเป็นลูกบาศก์เมตร

แสดงตัวเลขร้อยละเป็นหลัก พร้อมวันที่ของข้อมูล เพราะผลลัพธ์ของกรมชลประทานให้ค่าร้อยละไว้ทุกวันอยู่แล้ว ลูกค้าจึงเทียบกับแหล่งเดียวกันได้เอง ส่วนปริมาณเป็นล้านลูกบาศก์เมตรเหมาะกับหน้ารายละเอียดสำหรับคนที่ต้องการตรวจเอง ทั้งสองค่าควรมาจากวันเดียวกันในผลลัพธ์ชุดเดียว และควรเขียนกำกับว่าเป็นปริมาณน้ำทั้งเขื่อน ไม่ใช่ระดับน้ำที่ท่าแพ

## จดวันเปิดแพของตัวเองไว้คู่กับตัวเลขกรมชลประทาน

ข้อมูลของกรมชลประทานให้ปริมาณน้ำทั้งเขื่อน ส่วนข้อมูลที่ผู้ประกอบการแต่ละรายต้องใช้จริงคือวันที่แพของตัวเองเปิดได้และปิดไป การจดสองอย่างนี้คู่กันทุกปีสร้างเกณฑ์เฉพาะของแพนั้นได้ในเวลาไม่กี่รอบปี

1. ทุกครั้งที่ย้ายแพ ปรับท่า หรือหยุดรับจอง จดวันที่และร้อยละของกรมชลประทานในวันนั้น
2. เทียบกับจุดสูงสุดปลายพฤศจิกายนและจุดต่ำสุดของปีเดียวกัน
3. ใช้ตัวเลขที่จดไว้กำหนดช่วงเปิดรับจองของปีถัดไป และปรับเมื่อตัวเลขเดือนตุลาคมของปีนั้นออก

ธุรกิจที่ขายตามฤดูบนดอยใกล้เคียงใช้ข้อมูลทางการคนละชุด เช่นสถิติผู้เข้าชมอุทยานในบท[ทำเลจอมทอง-อินทนนท์ ขายตามฤดูที่คนขึ้นดอยต่างกัน 7 เท่า](https://phygital.co.th/insights/chom-thong-doi-inthanon-pilgrimage-tourism-location) ผู้ที่ขายทริปแพหรือเรือพร้อมบริการอื่นควรอ่านเงื่อนไขใน[ทำเลแม่แตง ขายทริปล่องแพให้ถูก พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยว](https://phygital.co.th/insights/mae-taeng-elephant-rafting-mae-ngat-dam-adventure-location) ส่วนที่พักบนดอยแบบลานกางเต็นท์มีเกณฑ์ของ สมอ. อยู่ใน[ธุรกิจผู้พิชิตดอย เต็นท์และโฮมสเตย์ตามเกณฑ์ มอก. เอส](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-mountain-camping-homestay-business-location) และทำเลถัดขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ใน[ทำเลแม่แจ่ม ผ้าจกจะได้ตรา มผช. ต้องผ่านเกณฑ์ข้อไหนบ้าง](https://phygital.co.th/insights/mae-chaem-teen-jok-heritage-sustainable-agriculture-location)

## สรุป

ข้อมูลรายวันของกรมชลประทานตั้งแต่ปี 2565 แสดงว่าเขื่อนภูมิพลมีน้ำสูงสุดในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนทุกปี ขณะที่จุดต่ำสุดเลื่อนระหว่างพฤษภาคมกับกันยายน ปริมาณที่จุดสูงสุดต่างกันตั้งแต่ร้อยละ 77.67 ถึง 99.51 และค่าเฉลี่ยของเดือนเดียวกันต่างกันได้ถึง 35.8 จุดร้อยละ ผู้ประกอบการแพพักบนทะเลสาบดอยเต่าจึงคาดวันได้แต่คาดปริมาณไม่ได้ ตัวเลขนี้เป็นปริมาตรทั้งเขื่อน ไม่ใช่ระดับน้ำที่ท่าแพ การจดวันเปิดปิดของแพเองคู่กับตัวเลขของวันนั้นจึงเป็นเกณฑ์ที่ใช้ได้จริง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพลร้อยละเท่าไรที่แพพักบนทะเลสาบดอยเต่าเปิดบริการได้

ข้อมูลของกรมชลประทานไม่มีเกณฑ์นี้ และบทนี้ไม่พบเอกสารทางการที่กำหนดตัวเลขไว้ แพแต่ละแห่งตั้งอยู่คนละจุดของทะเลสาบ ผลของปริมาณน้ำต่อท่าขึ้นลงจึงต่างกัน ผู้ประกอบการควรจดวันที่เปิดและปิดของตัวเองเทียบกับตัวเลขร้อยละในวันนั้น แล้วใช้เป็นเกณฑ์ของแพตัวเอง

### ข้อมูลเขื่อนภูมิพลในระบบของกรมชลประทานอัปเดตบ่อยแค่ไหน

API แยกข้อมูลตามวัน แต่ละวันมีค่าปริมาณน้ำ ร้อยละ น้ำไหลเข้า และน้ำระบายหนึ่งชุด การตรวจวันละครั้งจึงพอสำหรับงานวางแผนของผู้ประกอบการที่พัก

### เขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์ในวันเดียวกันมีน้ำต่างกันไหม

ต่างกัน วันที่ 20 กันยายน 2569 เขื่อนภูมิพลมีน้ำร้อยละ 60.25 ของปริมาณเก็บกัก ส่วนเขื่อนสิริกิติ์มีร้อยละ 78.37 ตามข้อมูลชุดเดียวกัน ข่าวที่รายงานภาพรวมหลายเขื่อนจึงใช้แทนตัวเลขของเขื่อนภูมิพลไม่ได้

### ปริมาณน้ำในข้อมูลบอกระยะทางจากฝั่งถึงแพได้หรือไม่

ไม่ได้ ข้อมูลชุดนี้เป็นปริมาตรน้ำทั้งอ่างเป็นล้านลูกบาศก์เมตร ไม่มีระดับน้ำเป็นเมตรหรือพิกัดแนวชายฝั่ง ผู้ประกอบการที่ต้องการบอกลูกค้าเรื่องระยะเดินถึงท่าแพควรวัดที่หน้างานและระบุวันที่วัดกำกับ

### ทำไมหลายปีจุดต่ำสุดของเขื่อนภูมิพลอยู่หลังเดือนเมษายน

ข้อมูลรายวันแสดงว่าปริมาณน้ำยังลดต่อหลังเดือนเมษายนในทุกปีที่มีข้อมูล จุดต่ำสุดจึงตกในเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน API ไม่ได้บอกเหตุผลของการระบายน้ำแต่ละวัน บทนี้จึงรายงานเฉพาะตัวเลข ไม่อธิบายสาเหตุแทนผู้บริหารเขื่อน

## กรมชลประทานเผยแพร่ปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพลทุกวัน ลูกค้าแพพักจึงเห็นตัวเลขเดียวกับที่ผู้ประกอบการใช้ได้ทันทีที่ถาม

ให้ PHYGITAL AGENCY วางระบบแชทบอทบน LINE OA ที่ดึงร้อยละน้ำของเขื่อนภูมิพลวันละครั้ง พร้อมปุ่มดูรูปทะเลสาบตามเดือนและช่วงเปิดรับจองของปีนั้น สำหรับผู้ประกอบการแพพัก เรือนำเที่ยว และที่พักริมทะเลสาบในอำเภอดอยเต่าและฮอด

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
