# ถ่ายทำสารคดี หนังสั้น MV งานที่กฎหมายนับเป็นภาพยนตร์

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/documentary-short-film-music-video-production · เผยแพร่ 13 มีนาคม 2564 · อ่าน 16 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

สารคดีองค์กรและหนังสั้นแบรนด์อยู่ใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ บทความนี้อธิบายว่างานแบบใดต้องผ่านการตรวจพิจารณา และข้อยกเว้นที่เข้าใจผิดกันบ่อย

## Key Takeaways

- **สารคดีและหนังสั้นอยู่ใต้กฎหมายคนละฉบับกับคลิปโฆษณาทั่วไป** — พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 25 กำหนดให้ภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ต้องผ่านการตรวจพิจารณาก่อน โทษตามมาตรา 78 คือปรับตั้งแต่สองแสนถึงหนึ่งล้านบาท
- **ข้อยกเว้นในมาตรา 27 มีเงื่อนไขซ้อนอยู่ที่คนอ่านผ่าน** — งานที่ยกเว้นเพราะสร้างไว้ดูเป็นการส่วนตัวหรือฉายในเทศกาล เมื่อนำออกฉายเป็นการทั่วไปก็กลับเข้าเงื่อนไขมาตรา 25 อีกครั้ง
- **กฎหมายเปิดช่องให้ถามก่อนลงทุนถ่าย** — มาตรา 23 วรรคสองให้ผู้สร้างขอความเห็นจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ก่อนเริ่มสร้างได้ และถ้าไม่แจ้งผลภายในสิบห้าวันให้ถือว่าเห็นชอบแล้ว

องค์กรและศิลปินที่จะจ้างทำงานกลุ่มนี้จำนวนมากเข้าใจว่าสารคดีองค์กรหรือหนังสั้นแบรนด์เป็นเพียงคลิปโฆษณาที่ยาวกว่าปกติ จึงใช้กติกาชุดเดียวกับงานโฆษณาได้ทั้งหมด ในความเป็นจริงพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 นิยามคำว่าภาพยนตร์ไว้ที่ลักษณะของวัสดุที่บันทึกภาพเคลื่อนไหว ไม่ได้นิยามจากวัตถุประสงค์ว่าทำเพื่อขายของหรือเพื่อศิลปะ บทความนี้จึงเริ่มจากคำถามที่ผู้ว่าจ้างควรถามตั้งแต่ก่อนอนุมัติงบ นั่นคือชิ้นงานที่กำลังจะสร้างจะถูกเผยแพร่ที่ไหน เพราะคำตอบของคำถามนั้นเปลี่ยนทั้งไทม์ไลน์และรายการเอกสารที่ต้องเตรียม

การถ่ายทำสารคดี ภาพยนตร์สั้น และมิวสิกวิดีโอ คือการผลิตสื่อที่ใช้โครงเรื่องเป็นเครื่องมือสื่อสารแทนการบอกคุณสมบัติสินค้าตรง ๆ และเป็นงานกลุ่มเดียวในบรรดางานวิดีโอเพื่อการตลาดที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับสถานะของตัวชิ้นงานเอง บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) รับผลิตงานกลุ่มนี้ให้ทั้งองค์กรธุรกิจและศิลปิน โดยมีทีมประจำอยู่ที่เชียงใหม่และออกกองไปถ่ายทำได้ทุกจังหวัด

## งานเล่าเรื่องของแบรนด์อยู่ใต้กฎหมายภาพยนตร์ ไม่ใช่แค่กติกาโฆษณา

[พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551](https://tfo.dot.go.th/wp-content/uploads/2024/10/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A-2551.pdf) มาตรา 4 นิยามคำว่าภาพยนตร์ไว้ว่าเป็นวัสดุที่มีการบันทึกภาพ หรือภาพและเสียง ซึ่งสามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพที่เคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รวมถึงวีดิทัศน์ ส่วนวีดิทัศน์นิยามด้วยถ้อยคำคล้ายกันแต่หมายถึงงานอีกกลุ่มหนึ่ง นิยามทั้งคู่ผูกกับลักษณะของสื่อ ไม่ได้ผูกกับความยาวหรือเจตนาเชิงพาณิชย์

มาตรา 25 กำหนดว่าภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ก่อน โดยมาตรา 26 ให้คณะกรรมการกำหนดด้วยว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นจัดอยู่ในประเภทใดจากเจ็ดประเภท ตั้งแต่ประเภทที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู ไปจนถึงประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร

บทกำหนดโทษของการฝ่าฝืนมาตรา 25 วรรคหนึ่ง อยู่ที่มาตรา 78 คือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท ซึ่งสูงกว่าโทษปรับของกฎหมายโฆษณาหลายฉบับที่ทีมการตลาดคุ้นเคย

อีกมาตราที่เกี่ยวข้องกับงานทุกชิ้นตั้งแต่ก่อนถ่ายคือมาตรา 23 ซึ่งกำหนดให้ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องดำเนินการสร้างในลักษณะที่ไม่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและเกียรติภูมิของประเทศไทย ข้อนี้ผูกกับขั้นตอนการสร้าง ไม่ได้รอถึงตอนเผยแพร่

| ประเด็น                       | งานโฆษณาความยาวสั้นทั่วไป                             | สารคดี หนังสั้น และ MV                                                  |
| ----------------------------- | ---------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------ |
| กฎหมายที่กำกับตัวชิ้นงาน | กฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาตามประเภทสินค้าและช่องทาง | พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 เพิ่มอีกชั้น                  |
| สิ่งที่ถูกตรวจ             | ข้อความและคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับสินค้า                | ตัวภาพยนตร์ทั้งเรื่องและการจัดประเภทตามมาตรา 26                 |
| จังหวะที่ต้องจัดการ        | ก่อนเผยแพร่                                              | ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างตามมาตรา 23 และก่อนนำออกฉายตามมาตรา 25 |
| โทษปรับสูงสุดที่ระบุไว้  | แตกต่างตามกฎหมายเฉพาะของสินค้านั้น                  | หนึ่งล้านบาทตามมาตรา 78                                              |

### สารคดีองค์กรต้องผ่านการตรวจพิจารณาก่อนเผยแพร่หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับว่านำออกฉายอย่างไร มาตรา 25 ผูกเงื่อนไขไว้กับการนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ไม่ได้ผูกกับว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างหรือเนื้อหาเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ส่วนมาตรา 27 วางข้อยกเว้นไว้หกกรณี การตัดสินว่างานชิ้นหนึ่งเข้าข้อยกเว้นข้อใดหรือไม่ จึงต้องดูแผนการเผยแพร่จริงประกอบตัวบท และเป็นคำถามที่ควรหารือกับที่ปรึกษากฎหมายก่อนวางงบประมาณ

## ข้อยกเว้นหกข้อในมาตรา 27 กับเงื่อนไขที่ซ้อนอยู่ข้างใน

มาตรา 27 ระบุภาพยนตร์ที่ไม่ต้องผ่านการตรวจพิจารณาตามมาตรา 25 ไว้หกกรณี ได้แก่ ภาพยนตร์ข่าวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อดูเป็นการส่วนตัว ภาพยนตร์ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐสร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่หรือส่งเสริมการดำเนินงานของหน่วยงานนั้น ภาพยนตร์ที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศตามที่คณะกรรมการกำหนด ภาพยนตร์ที่ฉายทางโทรทัศน์และผ่านการตรวจพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แล้ว และภาพยนตร์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

เงื่อนไขที่คนอ่านผ่านอยู่ในสองวรรคถัดมา วรรคสองระบุว่าภาพยนตร์ตามข้อสอง ข้อสี่ และข้อหก หากนำออกฉายเป็นการทั่วไป ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ต้องผ่านการตรวจพิจารณาตามมาตรา 25 ส่วนวรรคสามระบุว่าภาพยนตร์ตามข้อห้า หากนำออกฉายทางสื่อประเภทอื่น หรือนำออกให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่าย ก็ต้องผ่านมาตรา 25 เช่นกัน

สองวรรคนี้มีผลโดยตรงกับวิธีทำงานที่แพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน นั่นคือการผลิตงานชิ้นเดียวแล้วนำไปใช้ซ้ำหลายช่องทาง หนังสั้นที่ตั้งใจส่งเทศกาลก่อนแล้วค่อยปล่อยให้คนทั่วไปดู กับสารคดีที่ฉายทางโทรทัศน์แล้วนำไปลงช่องทางออนไลน์ต่อ ล้วนเป็นกรณีที่ตัวบทเขียนถึงไว้ตรง ๆ

| กรณีที่พบบ่อย                                                      | สถานะตามมาตรา 27                                                                      |
| --------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------------------- |
| สารคดีที่หน่วยงานรัฐสร้างเพื่อเผยแพร่งานของหน่วยงานตนเอง | อยู่ในข้อยกเว้นข้อสาม ซึ่งวรรคสองไม่ได้เขียนเงื่อนไขเพิ่มไว้               |
| หนังสั้นที่ส่งฉายเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศ                  | ยกเว้นตามข้อสี่ แต่วรรคสองกำหนดว่าเมื่อฉายเป็นการทั่วไปต้องผ่านมาตรา 25   |
| งานที่ถ่ายไว้ดูภายในองค์กรเท่านั้น                             | ยกเว้นตามข้อสอง แต่กลับเข้าเงื่อนไขทันทีที่นำออกฉายทั่วไป                   |
| สารคดีที่ออกอากาศทางโทรทัศน์แล้ว                                | ยกเว้นตามข้อห้า แต่วรรคสามกำหนดว่าการนำไปฉายทางสื่ออื่นต้องผ่านมาตรา 25 |

### หนังสั้นที่ส่งประกวดเทศกาลแล้วเอามาลงออนไลน์ต่อ ต้องทำอะไรเพิ่ม?

มาตรา 27 (4) ยกเว้นภาพยนตร์ที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศตามที่คณะกรรมการกำหนดไว้จริง แต่วรรคสองของมาตราเดียวกันกำหนดว่าเมื่อนำออกฉายเป็นการทั่วไป ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ต้องผ่านการตรวจพิจารณาตามมาตรา 25 แผนงานที่วางไว้แต่แรกว่าจะฉายสองรอบจึงควรเผื่อเวลาของขั้นตอนนี้ไว้ในไทม์ไลน์ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ค่อยจัดการตอนจะปล่อยคลิป

## เครื่องมือที่กฎหมายให้ไว้แต่แทบไม่มีใครใช้

มาตรา 23 วรรคสองเขียนทางออกไว้ให้ผู้สร้างที่ไม่แน่ใจ โดยกำหนดว่าผู้สร้างภาพยนตร์ผู้ใดสงสัยว่าการสร้างภาพยนตร์ของตนจะเป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง อาจขอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้ความเห็นในเรื่องนั้นก่อนดำเนินการสร้างได้

สิ่งที่ทำให้ข้อนี้ใช้งานได้จริงอยู่ที่ประโยคถัดมา คณะกรรมการต้องให้ความเห็นและแจ้งให้ผู้ขอทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และถ้าไม่แจ้งภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคณะกรรมการให้ความเห็นชอบแล้ว กรอบเวลาที่ชัดเจนแบบนี้ทำให้การถามก่อนไม่ใช่การเปิดประตูสู่การรออย่างไม่มีกำหนด

ในทางปฏิบัติ ช่องนี้เหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงเชิงเนื้อหาสูงกว่าปกติ เช่น สารคดีที่แตะประเด็นสาธารณะ หนังสั้นที่มีฉากรุนแรงหรือฉากที่ตีความได้หลายทาง หรือมิวสิกวิดีโอที่ใช้สัญลักษณ์ซึ่งอาจถูกอ่านต่างจากที่ตั้งใจ การใช้เวลาสิบห้าวันก่อนถ่ายถูกกว่าการถ่ายเสร็จแล้วพบว่าต้องรื้อ

### ขอความเห็นจากคณะกรรมการก่อนถ่ายทำได้จริงหรือไม่?

ได้ มาตรา 23 วรรคสองให้ผู้สร้างภาพยนตร์ที่สงสัยว่างานของตนอาจฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง ขอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ให้ความเห็นก่อนเริ่มสร้างได้ โดยคณะกรรมการต้องแจ้งผลภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับคำขอ หากไม่แจ้งภายในกำหนดให้ถือว่าเห็นชอบแล้ว ส่วนวิธีขอความเห็นและค่าป่วยการให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

## งานที่มีทีมงานหรือผู้ว่าจ้างจากต่างประเทศ

มิวสิกวิดีโอของค่ายเพลงต่างประเทศที่มาถ่ายในไทย สารคดีที่ผู้ผลิตต่างชาติว่าจ้างทีมไทยเป็นผู้ประสานงาน และแคมเปญของแบรนด์ข้ามชาติที่ส่งผู้กำกับจากสำนักงานภูมิภาคเข้ามา เป็นงานที่ตัวบทเขียนแยกไว้อีกมาตราหนึ่ง

มาตรา 20 กำหนดว่าผู้ใดประสงค์จะสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมด้วยบทภาพยนตร์ เค้าโครง และเรื่องย่อของภาพยนตร์ที่จะสร้างต่อสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว และต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่ที่จะใช้ถ่ายทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนมาตรา 21 กำหนดต่อว่าผู้รับอนุญาตต้องดำเนินการสร้างตามบทภาพยนตร์และเค้าโครงที่ได้รับอนุญาตไว้

สิ่งที่มีผลต่อการวางแผนงานคือรายการเอกสารในมาตรา 20 ซึ่งต้องมีบทภาพยนตร์ เค้าโครง และเรื่องย่อครบตั้งแต่ตอนยื่น การทำงานแบบตกลงไอเดียกว้าง ๆ แล้วค่อยเขียนบทระหว่างเดินทางจึงใช้กับงานกลุ่มนี้ไม่ได้ และทีมไทยที่รับประสานงานควรระบุให้ชัดในสัญญาว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยื่นคำขอและรับผิดชอบความตรงกันระหว่างบทที่ยื่นกับสิ่งที่ถ่ายจริง

### ทีมถ่ายทำจากต่างประเทศเข้ามาถ่ายในไทยต้องขออนุญาตอย่างไร?

มาตรา 20 กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรยื่นคำขออนุญาตพร้อมบทภาพยนตร์ เค้าโครง และเรื่องย่อ ต่อสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว และต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กับหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบสถานที่ถ่ายทำด้วย จากนั้นมาตรา 21 กำหนดให้สร้างตามบทและเค้าโครงที่ได้รับอนุญาตไว้ การเปลี่ยนบทระหว่างถ่ายจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยอิสระ

## บอกผู้ชมว่าใครเป็นคนจ่าย เรื่องที่ตัดสินความน่าเชื่อถือของสารคดี

สิ่งที่ทำให้สารคดีสื่อสารได้แรงกว่าโฆษณาคือความรู้สึกว่าเนื้อหานั้นเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครสั่งให้เล่า เมื่อองค์กรว่าจ้างให้ผลิตสารคดีเกี่ยวกับตัวเองแล้วเผยแพร่โดยไม่ระบุที่มาของทุน ผู้ชมที่รู้ภายหลังว่าเป็นงานว่าจ้างมักรู้สึกว่าถูกทำให้เข้าใจผิดมากกว่ารู้สึกประทับใจ ต้นทุนจึงตกที่ความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่สารคดีมีเหนือโฆษณา

การแก้ไม่ได้อยู่ที่การลดทอนคุณภาพงาน แต่อยู่ที่การวางป้ายกำกับให้ผู้ชมเห็นตั้งแต่ต้นหรือท้ายเรื่อง เช่น การระบุว่าใครเป็นผู้สนับสนุนการผลิต และการแยกให้ชัดระหว่างเนื้อหาที่ทีมงานค้นคว้าเองกับข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้ งานที่เปิดเผยเรื่องนี้ตั้งแต่แรกไม่ได้ดูน่าเชื่อถือน้อยลง เพราะผู้ชมตัดสินจากคุณภาพของหลักฐานในเรื่องมากกว่าจากการไม่รู้ว่าใครจ่าย

หลักเดียวกันนี้ใช้กับการใช้บุคคลจริงในสารคดี ผู้ให้สัมภาษณ์ควรรู้ตั้งแต่ก่อนบันทึกภาพว่าเนื้อหาจะถูกใช้ในงานที่องค์กรเป็นผู้ว่าจ้าง จะเผยแพร่ที่ช่องทางใด และจะถูกตัดต่อในบริบทแบบใด ความยินยอมที่ได้มาโดยผู้ให้สัมภาษณ์เข้าใจผิดว่าเป็นงานข่าว ไม่ใช่ความยินยอมที่ใช้ได้จริงเมื่อเกิดข้อโต้แย้งภายหลัง

### สารคดีที่องค์กรว่าจ้างต้องระบุผู้สนับสนุนหรือไม่?

ในแง่ความน่าเชื่อถือควรระบุเสมอ เพราะจุดแข็งของสารคดีอยู่ที่ผู้ชมเชื่อว่าเนื้อหาไม่ได้ถูกสั่งให้เล่า การเปิดเผยว่าใครสนับสนุนการผลิตตั้งแต่ต้นเรื่องหรือท้ายเรื่องจึงรักษาจุดแข็งนั้นไว้ได้ดีกว่าการให้ผู้ชมไปค้นพบเอง ส่วนในแง่กฎหมาย ข้อกำหนดเรื่องการแสดงผู้สนับสนุนแตกต่างกันตามช่องทางที่เผยแพร่ จึงควรตรวจกับเงื่อนไขของแพลตฟอร์มหรือสถานีที่จะใช้เผยแพร่จริง

## สิ่งที่ต้องตกลงก่อนเริ่มเขียนบท

งานเล่าเรื่องต่างจากงานถ่ายทำทั่วไปตรงที่ต้นทุนของการเปลี่ยนใจไม่ได้อยู่ที่วันถ่าย แต่อยู่ที่บท ทุกอย่างตั้งแต่จำนวนนักแสดง สถานที่ จำนวนวัน ไปจนถึงงานหลังการถ่ายทำ ถูกกำหนดโดยบทที่อนุมัติไปแล้วทั้งสิ้น การแก้บทหลังเริ่มถ่ายจึงเป็นการแก้ที่แพงที่สุดในกระบวนการ

รายการที่ควรปิดให้จบก่อนเริ่มเขียนบทมีสี่เรื่อง เรื่องแรกคือช่องทางเผยแพร่ทั้งหมดที่วางแผนไว้ เพราะเป็นตัวกำหนดว่างานเข้าเงื่อนไขมาตรา 25 หรือข้อยกเว้นใดในมาตรา 27 เรื่องที่สองคือผู้มีอำนาจอนุมัติบทและจำนวนรอบการแก้ที่รวมอยู่ในราคา เรื่องที่สามคือสิทธิ์ในบทและในผลงานหลังส่งมอบ ซึ่งอธิบายเงื่อนไขไว้ละเอียดใน[โปรดักชั่นเฮาส์รับถ่ายทำวิดีโอ สิ่งที่ต้องตกลงก่อนวันถ่าย](https://phygital.co.th/insights/video-production-house-agency)

เรื่องที่สี่คือดนตรีประกอบ งานกลุ่มนี้ใช้เพลงเป็นโครงของอารมณ์ทั้งเรื่อง การเปลี่ยนเพลงภายหลังจึงกระทบการตัดต่อทั้งชิ้น ทางเลือกระหว่างการแต่งเพลงขึ้นใหม่กับการใช้คลังเพลงที่มีเงื่อนไขการใช้งานจำกัด มีผลต่อทั้งงบและอายุการใช้งานของคลิป รายละเอียดของงานดนตรีอยู่ใน[แต่งเพลงประจำแบรนด์และพากย์เสียง เสียงคนต้องขอยินยอมแค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/brand-song-radio-spot-voiceover)

### ทำไมการแก้บทหลังเริ่มถ่ายถึงแพงกว่าการแก้ตอนอื่น?

เพราะบทเป็นตัวกำหนดต้นทุนทุกรายการล่วงหน้า ทั้งจำนวนนักแสดง จำนวนวันถ่าย สถานที่ที่จองไว้ และขอบเขตงานหลังการถ่ายทำ เมื่อบทเปลี่ยนหลังเริ่มถ่าย สิ่งที่ถ่ายไปแล้วอาจใช้ไม่ได้ทั้งชุด และต้องจองคิวนักแสดงกับสถานที่ใหม่ในราคาที่ตกลงไว้เดิมไม่ได้ ส่วนการแก้บทก่อนขึ้นกองกระทบเพียงเวลาเขียน จึงควรปิดประเด็นให้จบตั้งแต่ขั้นตอนนั้น

งานที่เล่าเรื่องผ่านตัวผู้บริหารโดยตรงและตัดเป็นคลิปสั้นได้ อ่านต่อได้ที่[ถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์ผู้บริหาร คำพูดที่ผูกพันทั้งองค์กร](https://phygital.co.th/insights/corporate-interview-short-video-production) ส่วนงานที่ต้องการภาพเคลื่อนไหวความเร็วสูงหรือฉากแอคชั่นประกอบเรื่อง ดูขอบเขตงานได้ที่[ถ่ายวิดีโอกีฬาและแอคชั่น เส้นแบ่งระหว่างข่าวกับโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/sports-action-video-photography-agency) และสำหรับงานที่ภาพต้องตรงกับเอกสารที่ยื่นไว้กับหน่วยงานรัฐ ดูกรณีของโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ที่[ถ่ายทำวิดีโออสังหาริมทรัพย์ ภาพที่ต้องตรงกับที่ยื่นไว้](https://phygital.co.th/insights/real-estate-video-production)

## ลำดับงานที่ทำให้เรื่องเล่าไม่สะดุดกลางทาง

ลำดับที่ทำให้งานกลุ่มนี้เดินได้ตลอดเส้นทางเริ่มจากการตอบคำถามเรื่องช่องทางเผยแพร่ให้ครบก่อน แล้วจึงเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์ จากนั้นเขียนบทจากสิ่งที่พบ ขออนุมัติบทให้จบ แล้วค่อยเข้าสู่การถ่ายทำ งานที่สลับลำดับนี้โดยเริ่มถ่ายก่อนปิดบทมักจบลงด้วยการถ่ายซ่อมหรือการตัดต่อที่ต้องเล่าเรื่องด้วยภาพที่ไม่ได้ตั้งใจถ่ายมาเพื่อเรื่องนั้น

ในทางงบประมาณ ขั้นตอนที่คุ้มค่าที่สุดคือขั้นตอนที่ยังไม่ต้องใช้กล้อง การใช้เวลากับการค้นคว้า การสัมภาษณ์เบื้องต้น และการเขียนบท มีต้นทุนต่อชั่วโมงต่ำกว่าทุกขั้นตอนหลังจากนั้นมาก และเป็นขั้นตอนเดียวที่การเปลี่ยนใจไม่ทำให้ต้องทิ้งของที่ถ่ายมาแล้ว

สำหรับองค์กรที่ยังไม่เคยทำงานกลุ่มนี้มาก่อน ทางเริ่มที่ความเสี่ยงต่ำที่สุดคือเริ่มจากงานขนาดเล็กที่ใช้โครงเรื่องเดียว เก็บผลตอบรับ แล้วค่อยขยายเป็นชุดเรื่องเล่าที่ยาวขึ้น วิธีนี้ทำให้องค์กรได้เรียนรู้ว่าเรื่องแบบใดของตัวเองที่คนนอกสนใจจริง ก่อนจะลงทุนกับงานสเกลใหญ่

## สรุป

สารคดี หนังสั้น และมิวสิกวิดีโอของแบรนด์ อยู่ใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งผูกเงื่อนไขไว้กับลักษณะของสื่อและวิธีนำออกฉาย ไม่ใช่ตัวผู้ว่าจ้าง ข้อยกเว้นในมาตรา 27 มีเงื่อนไขซ้อนอยู่ที่กลับเข้าเงื่อนไขทันทีเมื่อนำงานไปใช้ข้ามช่องทาง ส่วนมาตรา 23 วรรคสองเปิดช่องให้ถามความเห็นก่อนลงทุนถ่ายภายในกรอบสิบห้าวัน การวางแผนช่องทางเผยแพร่ให้ครบก่อนเขียนบทจึงเป็นขั้นตอนที่ประหยัดที่สุด

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ถ้าจ้างผลิตสารคดีแล้วนำไปฉายเฉพาะในงานประชุมผู้ถือหุ้น ถือว่าฉายเป็นการทั่วไปหรือไม่

เป็นคำถามที่ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบตัวบท มาตรา 27 (2) ยกเว้นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อดูเป็นการส่วนตัว และวรรคสองกำหนดว่าเมื่อนำออกฉายเป็นการทั่วไปต้องผ่านมาตรา 25 การฉายในวงจำกัดที่ควบคุมผู้เข้าร่วมได้กับการเผยแพร่ต่อสาธารณะจึงอยู่คนละสถานะ และควรให้ที่ปรึกษากฎหมายขององค์กรตัดสินจากแผนการใช้งานจริงทั้งหมด

### มิวสิกวิดีโอของศิลปินอิสระที่ปล่อยบนแพลตฟอร์มวิดีโอ ต้องผ่านการตรวจพิจารณาไหม

ตัวบทมาตรา 25 เขียนเงื่อนไขไว้ที่การนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร โดยไม่ได้แยกประเภทผู้สร้าง การตีความว่าการเผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์เข้าข่ายการนำออกฉายหรือไม่ เป็นเรื่องที่ควรหารือกับที่ปรึกษากฎหมาย สิ่งที่ผู้ผลิตทำได้เองคือเตรียมเอกสารบทและแผนเผยแพร่ให้ครบตั้งแต่ต้น เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในทุกทางเลือก

### สารคดีกับวิดีโอพรีเซนต์องค์กรต่างกันตรงไหน

ต่างที่แหล่งที่มาของเนื้อหา วิดีโอพรีเซนต์ตั้งต้นจากข้อความที่องค์กรต้องการสื่อสารแล้วหาภาพมาประกอบ ส่วนสารคดีตั้งต้นจากการเก็บข้อมูลและคำให้สัมภาษณ์ แล้วจึงประกอบเป็นเรื่องจากสิ่งที่พบ ความต่างนี้มีผลต่อทั้งเวลาทำงานและความน่าเชื่อถือของงานที่ได้ เพราะสารคดีต้องเผื่อเวลาสำหรับข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

### ถ้าบทเปลี่ยนระหว่างถ่ายทำ ต้องแจ้งใครหรือไม่

สำหรับงานทั่วไปเป็นเรื่องระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้ผลิตตามที่ระบุในสัญญา แต่สำหรับภาพยนตร์ต่างประเทศที่สร้างในราชอาณาจักร มาตรา 21 กำหนดให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการสร้างตามบทภาพยนตร์และเค้าโครงที่ได้รับอนุญาต การเปลี่ยนบทจึงไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินกันเองในกองได้ และควรกำหนดไว้ในสัญญาว่าใครรับผิดชอบการดำเนินการที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดกรณีนี้

### ทีมงานอยู่เชียงใหม่ รับงานสารคดีหรือ MV ที่ต้องถ่ายหลายจังหวัดได้หรือไม่

รับได้ งานสารคดีที่ต้องตามเก็บภาพหลายพื้นที่เป็นรูปแบบที่ทีมทำเป็นประจำ โดยวางแผนเป็นรอบเดินทางแทนการนัดถ่ายรายวัน เพื่อลดค่าเดินทางต่อครั้ง ประเด็นที่ต้องเคลียร์ตั้งแต่ทำสัญญาคือจำนวนรอบเดินทางที่รวมอยู่ในราคา และเงื่อนไขเมื่อต้องเพิ่มรอบเพราะข้อมูลจากการสัมภาษณ์เปลี่ยนทิศทางของเรื่อง

## เรื่องเล่าที่วางแผนช่องทางไว้ครบตั้งแต่ก่อนเขียนบท

ให้ PHYGITAL AGENCY ดูแลงานสารคดี หนังสั้น และมิวสิกวิดีโอ ตั้งแต่เก็บข้อมูลและสัมภาษณ์ ไปจนถึงส่งมอบไฟล์ที่พร้อมใช้ตามช่องทางที่วางไว้

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
