# กรณีศึกษา Disney MagicBand กับต้นทุน MyMagic+ ใน 10-K สามปี

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/disney-magicband-case-study-digital-wallet · เผยแพร่ 24 พฤษภาคม 2567 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา Disney MagicBand จาก 10-K ปีงบ 2556-2558 ค่าไอที ค่าแรง ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าเสื่อมราคาที่ Disney อ้างถึง MyMagic+ ก่อนและหลังเปิดให้แขกใช้

## Key Takeaways

- **Disney เปิดใช้ MyMagic+ ที่ Walt Disney World Resort ในปีงบ 2557** — ตามรายงาน 10-K ชุดเครื่องมือนี้มีแอปและเว็บ My Disney Experience, สายรัดข้อมือ MagicBand ที่ใช้เป็นตั๋ว กุญแจห้อง หรือวิธีจ่ายเงิน และระบบจองรอบเล่น FastPass+
- **ส่วนธุรกิจสวนสนุกของ Disney บันทึกต้นทุน MyMagic+ ไว้หลายบรรทัดในปีที่เปิดใช้** — ค่าแรงดำเนินงานเพิ่ม 139 ล้านดอลลาร์ ค่าโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ม 99 ล้าน และค่าเสื่อมราคาเพิ่ม 102 ล้าน โดยรายงานระบุ MyMagic+ เป็นเหตุผลหนึ่งของแต่ละบรรทัด
- **รายงาน 10-K ของ Disney ไม่มีตัวเลขเงินลงทุนรวมของ MyMagic+** — บทนี้จึงเลิกใช้ตัวเลข 1,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขลดเวลาผ่านประตู 30% และกำหนดการเปลี่ยนไปใช้วอลเล็ตในมือถือ ซึ่งไม่มีต้นทางให้เปิดตรวจ

สวนสนุก สวนน้ำ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่คิดจะเปลี่ยนตั๋วกระดาษเป็นสายรัดข้อมือ บัตรแตะ หรือแอป มักตั้งงบไว้ที่อุปกรณ์กับระบบ แล้วลืมค่าคนที่เพิ่มตามมา Disney รายงานต้นทุนของระบบแบบนี้กระจายอยู่หลายบรรทัดในงบประจำปี บทนี้อ่านงบสามปีของบริษัท แล้วรวบเป็นบรรทัดที่งบของธุรกิจควรมีครบ

ปีงบประมาณ 2557 ส่วนธุรกิจสวนสนุกและรีสอร์ตของ The Walt Disney Company จ่ายค่าแรงดำเนินงาน 4,233 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากปีก่อน 139 ล้าน และ [รายงาน 10-K สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุด 27 กันยายน 2557](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1001039/000100103914000228/fy2014%5Fq4x10k.htm) ระบุเหตุผลไว้สามข้อ คือเงินเฟ้อ บริการใหม่สำหรับแขกซึ่งรวมถึง MyMagic+ และจำนวนแขกที่มากขึ้น ปีนั้นคือปีที่ Disney เปิดให้แขกทุกคนของ Walt Disney World Resort ในฟลอริดาใช้สายรัดข้อมือ MagicBand

ชื่อเดิมของบทนี้เล่าว่า MagicBand กำลังเสียความได้เปรียบให้วอลเล็ตในมือถือ และใช้ตัวเลขที่ไม่มีต้นทางให้เปิดตรวจ บทนี้เขียนใหม่จากสิ่งที่ Disney รายงานต่อ SEC ของสหรัฐฯ เองในรายงานประจำปีสามเล่ม ([ปีงบ 2556](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1001039/000100103913000164/fy2013%5Fq4x10k.htm) ปีงบ 2557 และ [ปีงบ 2558](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1001039/000100103915000255/fy2015%5Fq4x10k.htm)) กับข่าวผลประกอบการรายไตรมาสที่แนบมากับแบบ 8-K ตัวเลขทั้งหมดเป็นดอลลาร์สหรัฐ

## ปีงบ 2556 ปีที่ลูกค้ายังไม่ได้ใช้

ต้นทุนของ MyMagic+ ปรากฏในงบก่อนที่แขกคนแรกจะได้สายรัดข้อมือ รายงาน 10-K ปีงบ 2556 (สิ้นสุด 28 กันยายน 2556) เขียนถึงระบบนี้สองที่

1. **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารของส่วนสวนสนุกเพิ่ม 111 ล้านดอลลาร์** จาก 1,849 ล้านเป็น 1,960 ล้าน สาเหตุหลักคือค่าใช้จ่ายด้านไอทีที่เกี่ยวกับ MyMagic+
2. **รายจ่ายลงทุนของปีงบ 2555 รวมการพัฒนา MyMagic+** รายงานอธิบายว่ารายจ่ายลงทุนปีงบ 2556 ลดลงเพราะปีก่อนหน้ามีทั้งงวดสุดท้ายของเรือสำราญ Disney Fantasy การขยาย Disney California Adventure และการพัฒนา MyMagic+

### ต้นทุนของระบบที่ยังไม่เปิดใช้ไปอยู่บรรทัดไหนในงบของ Disney

ตามรายงาน 10-K ของ Disney ช่วงพัฒนา MyMagic+ ค่าใช้จ่ายไอทีไปอยู่ในบรรทัดค่าใช้จ่ายขาย บริหาร และอื่น ๆ ของส่วนสวนสนุก ส่วนเงินลงทุนในตัวระบบอยู่ในรายจ่ายลงทุน เมื่อระบบเปิดให้แขกใช้ในปีงบ 2557 รายงานเขียนว่าต้นทุน MyMagic+ ย้ายไปรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

## ปีงบ 2557 ปีที่เปิดใช้ทั้งรีสอร์ต

10-K ปีงบ 2557 บรรยาย MyMagic+ ว่าเป็นชุดเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์ของแขก เปิดใช้ที่ Walt Disney World Resort ในปี 2557 สำหรับแขกทุกคน และให้การมาเที่ยวเป็นแบบเฉพาะตัวมากขึ้น เครื่องมือในชุดมีสามส่วน

1. **แอปและเว็บ My Disney Experience** สำหรับวางแผนการมาเที่ยว
2. **MagicBand** สายรัดข้อมือที่รายงานปีงบ 2558 อธิบายว่าแขกใช้เป็นตั๋วเข้าสวนสนุก กุญแจห้องพักโรงแรม หรือวิธีจ่ายเงินได้
3. **FastPass+** ระบบจองรอบเล่นเครื่องเล่นและการแสดง

ตารางผลการดำเนินงานของส่วนสวนสนุกและรีสอร์ตในรายงานเล่มเดียวกันแสดงว่าบรรทัดใดขยับเพราะ MyMagic+

| บรรทัดในงบส่วนสวนสนุก          | ปีงบ 2556 (ล้านดอลลาร์) | ปีงบ 2557 (ล้านดอลลาร์) | เหตุผลที่รายงานระบุ                                                                       |
| ----------------------------------- | ------------------------ | ------------------------ | -------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ค่าแรงดำเนินงาน                   | 4,094                    | 4,233                    | เงินเฟ้อ บริการใหม่รวม MyMagic+ และปริมาณแขก หักด้วยค่าบำนาญที่ลดลง                |
| ค่าโครงสร้างพื้นฐาน              | 1,755                    | 1,854                    | การ roll out MyMagic+                                                                        |
| ค่าใช้จ่ายขาย บริหาร และอื่น ๆ  | 1,960                    | 1,856                    | ไม่มีค่าพัฒนา MyMagic+ แล้ว หักด้วยค่าการตลาดและค่าก่อนเปิด Shanghai Disney Resort |
| ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย | 1,370                    | 1,472                    | MyMagic+                                                                                     |
| รายได้ส่วนสวนสนุกและรีสอร์ต  | 14,087                   | 15,099                   | ราคาตั๋ว การใช้จ่ายของแขก และจำนวนแขก                                                 |
| กำไรจากการดำเนินงานของส่วน    | 2,220                    | 2,663                    | โตจากธุรกิจในสหรัฐฯ หักด้วย Disneyland Paris                                            |

ที่มา: 10-K ปีงบ 2557 หัวข้อ Parks and Resorts

ค่าโครงสร้างพื้นฐานในรายงานของ Disney หมายถึงค่าระบบสารสนเทศ ค่าซ่อมบำรุง ค่าสาธารณูปโภค ภาษีทรัพย์สิน ประกันภัย และการขนส่ง รวมกันในบรรทัดเดียว รายงานไม่ได้แยกว่าส่วนเพิ่ม 99 ล้านดอลลาร์เป็นค่าไอทีเท่าไร

### MyMagic+ ทำให้กำไรของส่วนสวนสนุก Disney ลดลงไหม

ตามรายงาน 10-K ปีงบ 2557 กำไรจากการดำเนินงานของส่วนสวนสนุกและรีสอร์ตเพิ่มขึ้น 20% เป็น 2,663 ล้านดอลลาร์ในปีที่เปิดใช้ MyMagic+ รายได้เพิ่มจากราคาตั๋วเฉลี่ยที่สูงขึ้น การใช้จ่ายด้านอาหารและสินค้า จำนวนแขก และจำนวนคืนที่มีผู้เข้าพัก รายงานไม่ได้แยกว่ารายได้ส่วนใดมาจาก MyMagic+ โดยตรง

## ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นในปีเดียวกับระบบใหม่

ประโยคเรื่องค่าแรงในรายงานปีงบ 2557 เขียนว่าค่าแรงดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นมาจากเงินเฟ้อ บริการใหม่สำหรับแขกซึ่งรวมถึง MyMagic+ และปริมาณที่สูงขึ้น หักด้วยค่าบำนาญและค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณที่ลดลง ระดับบริษัทรวม รายงานเล่มเดียวกันยังเขียนว่าต้นทุนบริการของทั้งบริษัทเพิ่ม 1.3 พันล้านดอลลาร์ เป็น 21.4 พันล้าน โดยส่วนหนึ่งมาจาก MyMagic+ ที่สวนสนุกในสหรัฐฯ

ปีก่อนหน้านั้น ค่าแรงดำเนินงานของส่วนสวนสนุกก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน จาก 3,825 ล้านเป็น 4,094 ล้าน แต่รายการบริการใหม่ที่รายงานปีงบ 2556 ยกมาเป็นเหตุผลคือเรือ Disney Fantasy การขยาย Disney California Adventure โรงแรม Art of Animation และค่าก่อนเปิด Shanghai Disney Resort ยังไม่มี MyMagic+ ในรายการ

### ทำไมระบบที่ให้แขกทำเองยังเพิ่มค่าแรง

รายงานของ Disney ไม่ได้อธิบายว่าค่าแรงส่วนที่เกี่ยวกับ MyMagic+ ใช้กับงานใด บอกเพียงว่าบริการใหม่ที่รวม MyMagic+ เป็นหนึ่งในสามเหตุผลของค่าแรงที่เพิ่มขึ้นในปีงบ 2557 การตีความว่าเป็นงานประเภทใด เช่นพนักงานช่วยแขก หรือทีมดูแลระบบ จึงเกินกว่าที่เอกสารระบุ

## ข่าวผลประกอบการรายไตรมาส

ก่อนและระหว่างปีที่เปิดใช้ Disney พูดถึง MyMagic+ ในข่าวผลประกอบการที่แนบกับแบบ 8-K ติดต่อกันหกไตรมาส

| ข่าวผลประกอบการ | วันที่ยื่น | ถ้อยคำเรื่อง MyMagic+ (สรุปจากต้นฉบับ)                                  |
| ------------------ | ------------ | -------------------------------------------------------------------------- |
| ไตรมาส 3 ปีงบ 2556 | 6 ส.ค. 2556  | หนึ่งในบริการใหม่ที่สำคัญ                                             |
| ไตรมาส 4 ปีงบ 2556 | 7 พ.ย. 2556  | ต้นทุนสูงขึ้นจากการใช้จ่ายกับ MyMagic+ และเงินเฟ้อ                 |
| ไตรมาส 1 ปีงบ 2557 | 5 ก.พ. 2557  | การใช้จ่ายของแขกที่เพิ่มถูกหักด้วยต้นทุนการ roll out ต่อเนื่อง |
| ไตรมาส 2 ปีงบ 2557 | 6 พ.ค. 2557  | ต้นทุนที่สูงขึ้นมาจาก MyMagic+ และเงินเฟ้อ                           |
| ไตรมาส 3 ปีงบ 2557 | 5 ส.ค. 2557  | ต้นทุนที่สูงขึ้นมาจาก MyMagic+ และเงินเฟ้อ                           |
| ไตรมาส 4 ปีงบ 2557 | 6 พ.ย. 2557  | การเติบโตถูกหักด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นจากการ roll out ต่อเนื่อง    |

ที่มา: เอกสารแนบ 99.1 ของแบบ 8-K ของ The Walt Disney Company ตามวันที่ในตาราง

ในข่าวทั้งหกฉบับ MyMagic+ ปรากฏในย่อหน้าที่อธิบายต้นทุนหรือบริการใหม่ของส่วนสวนสนุก ไม่มีฉบับใดแยกรายได้หรือจำนวนผู้ใช้ของระบบออกมา

### ผู้ถือหุ้นรู้ต้นทุนของระบบใหม่จากเอกสารไหนก่อน

ข่าวฉบับแรกที่มีคำว่า MyMagic+ ซึ่งบทนี้พบในระบบค้นหาของ EDGAR คือข่าวผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบ 2556 ของ Disney ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ก่อนรายงาน 10-K ปีงบ 2556 ราวสามเดือน ข่าวรายไตรมาสบอกทิศทางของต้นทุนเป็นถ้อยคำ ส่วนรายงานประจำปีให้ตัวเลขรายบรรทัด

## ปีงบ 2558 และคำว่า MagicBand ที่หายไปจากรายงาน

10-K ปีงบ 2558 (สิ้นสุด 3 ตุลาคม 2558) ยังบรรยาย MyMagic+ ในหัวข้อธุรกิจ และเขียนในส่วนวิเคราะห์ผลงานว่าค่าโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นมาจากค่าไอทีและค่าสนับสนุนการดำเนินงาน หักด้วยต้นทุนที่เกิดในปีก่อนตอนเปิดตัว MyMagic+ ส่วนตารางของส่วนสวนสนุกปีนั้นแสดงรายได้ 16,162 ล้าน และกำไรจากการดำเนินงาน 3,031 ล้าน

ฟิจิทัลค้นคำว่า MagicBand ในระบบค้นหาข้อความเต็มของ EDGAR ที่ครอบคลุมรายงาน 10-K ของ Disney เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 พบคำนี้ในรายงาน 10-K เพียงสองเล่ม คือปีงบ 2557 และปีงบ 2558

### Disney ยังใช้ MagicBand อยู่ไหม

รายงาน 10-K ของ Disney ที่บทนี้เปิดไม่ได้ประกาศเลิกใช้ MagicBand และรายงาน 10-K หลังปีงบ 2558 ไม่มีคำว่า MagicBand การไม่มีคำนี้ในรายงานประจำปีจึงบอกได้เพียงว่า Disney ไม่ได้รายงานเรื่องนี้แยกต่อผู้ถือหุ้น ไม่ได้บอกว่าเลิกใช้

## Genie+ และ Lightning Lane ในปีงบ 2565

เจ็ดปีหลังจากนั้น [รายงาน 10-K ปีงบ 2565](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1744489/000174448922000213/dis-20221001.htm) (สิ้นสุด 1 ตุลาคม 2565) อธิบายรายได้ค่าเข้าสวนสนุกว่าเป็นการขายตั๋วเข้าสวนสนุก และการขายสิทธิ์เข้าเครื่องเล่นบางรายการแบบพิเศษ โดยยกตัวอย่าง Genie+ และ Lightning Lane รายงานเล่มเดียวกันเขียนว่ารายได้ค่าตั๋วเฉลี่ยต่อหัวที่เพิ่มขึ้นมาจากการเริ่มใช้ Genie+ และ Lightning Lane ที่สวนสนุกในสหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปีงบ 2565 และราคาตั๋วเฉลี่ยที่สูงขึ้นที่ Walt Disney World Resort และ Disneyland Paris

FastPass+ ในรายงานปีงบ 2557 เป็นระบบจองรอบเล่นที่อยู่ในชุด MyMagic+ ส่วน Genie+ และ Lightning Lane ในรายงานปีงบ 2565 ถูกจัดอยู่ในรายได้ค่าเข้าสวนสนุก รายงานไม่ได้เขียนว่าระบบหนึ่งแทนอีกระบบ

### การจองคิวเครื่องเล่นแบบเสียเงินของ Disney อยู่ในรายได้ส่วนไหน

ตามรายงาน 10-K ปีงบ 2565 ของ Disney รายได้จาก Genie+ และ Lightning Lane อยู่ในหมวดรายได้ค่าเข้าสวนสนุก (Theme park admissions) ของส่วน Disney Parks, Experiences and Products ร่วมกับการขายตั๋ว รายงานไม่ได้แยกตัวเลขรายได้ของสองบริการนี้ออกมา

## งบระบบแทนตั๋วที่มีบรรทัดค่าคน

ตารางของ Disney แบ่งต้นทุนของระบบเดียวไปอยู่สี่บรรทัดในสองปีงบ ธุรกิจที่กำลังตั้งงบสายรัดข้อมือ บัตรแตะ หรือแอปแทนตั๋ว ควรมีบรรทัดเหล่านี้ครบ

1. **ค่าพัฒนาก่อนเปิดใช้** ซึ่งเกิดก่อนมีรายได้จากระบบ
2. **ค่าอุปกรณ์และระบบที่ตัดเป็นค่าเสื่อมราคา** ตามอายุการใช้งาน
3. **ค่าดูแลระบบรายปี** เช่นค่าไอทีและค่าซ่อมบำรุง
4. **ค่าคนที่ช่วยแขกใช้ระบบ** ทั้งหน้างานและช่องทางตอบคำถาม
5. **ตัวชี้วัดที่จะรายงาน** เช่นจำนวนผู้ใช้ หรือรายได้ที่มาจากระบบ แยกจากรายได้รวม

Disney รายงานข้อหนึ่งถึงสี่เป็นรายบรรทัดในปีงบ 2556-2557 ส่วนข้อห้า รายงานประจำปีไม่ได้แยกไว้

## สรุป

Disney บันทึกต้นทุน MyMagic+ ไว้ในงบของส่วนสวนสนุกตั้งแต่ปีงบ 2555 ถึงปีงบ 2558 เริ่มจากรายจ่ายลงทุนและค่าใช้จ่ายไอทีช่วงพัฒนา แล้วย้ายไปอยู่ในค่าแรง ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าเสื่อมราคาเมื่อเปิดใช้ทั้ง Walt Disney World Resort ในปีงบ 2557 ปีเดียวกันนั้นกำไรของส่วนสวนสนุกยังโต 20% รายงานไม่มีตัวเลขเงินลงทุนรวม ไม่มีตัวเลขเวลาผ่านประตู และไม่ได้ประกาศเลิกใช้ MagicBand บทนี้จึงไม่สรุปว่าระบบได้เปรียบหรือเสียเปรียบเทคโนโลยีอื่น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Disney ลงทุนกับ MagicBand และ MyMagic+ ไปกี่บาทหรือกี่ดอลลาร์

รายงาน 10-K ปีงบ 2556-2558 ของ Disney ไม่มีตัวเลขเงินลงทุนรวมของ MyMagic+ มีเพียงส่วนเพิ่มรายบรรทัด เช่นค่าใช้จ่ายไอที 111 ล้านดอลลาร์ในปีงบ 2556 และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่ม 102 ล้านในปีงบ 2557 ตัวเลข 1,000 ล้านดอลลาร์ที่เคยอยู่ในบทนี้ไม่มีในเอกสารเหล่านี้

### MagicBand ทำให้แขกผ่านประตูเร็วขึ้นเท่าไร

เอกสารของ Disney ที่บทนี้ใช้ไม่มีตัวเลขเวลาผ่านประตูหรือจำนวนแขกที่รองรับได้ การลดเวลาผ่านประตูลง 30% จึงไม่มีเอกสารของบริษัทรองรับ

### MagicBand กับ MyMagic+ ต่างกันอย่างไร

MyMagic+ คือชื่อชุดเครื่องมือทั้งหมด ส่วน MagicBand เป็นหนึ่งในสามส่วนของชุด อีกสองส่วนคือแอปและเว็บ My Disney Experience กับระบบจอง FastPass+ ตามคำบรรยายในรายงาน 10-K ปีงบ 2557 และ 2558

### ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นเพราะ MyMagic+ หมายความว่าอย่างไร

อุปกรณ์และระบบที่บันทึกเป็นสินทรัพย์จะถูกทยอยตัดเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุการใช้งาน เมื่อ MyMagic+ เปิดใช้ ค่าเสื่อมราคาของส่วนสวนสนุกจึงเพิ่มจาก 1,370 ล้านเป็น 1,472 ล้านดอลลาร์ และรายงานระบุเหตุผลของบรรทัดนี้ว่า MyMagic+

### ธุรกิจสวนสนุกหรือสวนน้ำในไทยเลือกระบบตั๋วอย่างไร

รายงานของ Disney ตอบคำถามนี้ไม่ได้ เพราะเป็นข้อมูลของบริษัทเดียว ส่วนตัวอย่างระบบตอบแขกของโรงแรมและรีสอร์ตที่รับคำขอผ่านเว็บจองห้อง อยู่ใน [Chatbot โรงแรมกับ Booking.com คำขอที่บอทต้องส่งให้คนตัดสิน](https://phygital.co.th/insights/chatbot-hotel-resort-channel-manager-ota-agency)

### รายงาน 10-K ของ Disney เล่มอื่นเปิดเผยอะไรอีก

10-K ปีงบ 2553 และ 2556 ของ Disney มีตารางราคาซื้อและการปันส่วนราคาของสองดีลใหญ่ อยู่ใน [Disney ซื้อ Marvel และ Lucasfilm ตารางราคาซื้อในรายงาน 10-K](https://phygital.co.th/insights/disney-marvel-lucasfilm-case-study-acquisition-comparison) ส่วนตัวอย่างบริษัทที่รายงานสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลไว้ใน 10-K อยู่ใน [Domino's ยอดขายสหรัฐฯ เกิน 85% ผ่านช่องทางดิจิทัล](https://phygital.co.th/insights/dominos-pizza-case-study-digital-sales)

## ระบบใหม่ที่ลูกค้าใช้เองยังต้องมีคนรับเรื่องที่ระบบตอบไม่ได้

PHYGITAL AGENCY วางแชทบอทบน LINE OA และ Facebook Messenger ให้ตอบคำถามซ้ำของลูกค้า และส่งบทสนทนาต่อให้ทีมของคุณเมื่อต้องใช้คนตัดสินใจ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
