# เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2026 สิ่งที่ Google Search เปลี่ยนแล้ว

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-trends-2026 · เผยแพร่ 24 เมษายน 2569 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

การเปลี่ยนแปลงของ Google Search ปี 2569 ที่มีวันที่ชัด ตั้งแต่ FAQ rich result เลิกแสดง นโยบายดักปุ่มย้อนกลับ ถึงกติการีวิวแลกของ และเว็บควรเช็กข้อไหนก่อน

## Key Takeaways

- **Google เลิกแสดง FAQ rich result ในผลค้นหาตั้งแต่ 7 พฤษภาคม 2569** — และถอดหน้าเอกสารของฟีเจอร์นี้ออกเมื่อ 15 มิถุนายน เว็บที่ยังมี FAQ อยู่ไม่ต้องรื้อทิ้ง แต่ไม่ควรคาดหวังกล่องคำถามใต้ลิงก์อีก
- **นโยบายสแปมเพิ่มข้อห้ามเรื่องดักปุ่มย้อนกลับของเบราว์เซอร์และเริ่มบังคับใช้ 15 มิถุนายน 2569** — Google เตือนว่าโค้ดที่ทำให้เกิดปัญหานี้อาจมาจากไลบรารีหรือแพลตฟอร์มโฆษณาที่เว็บติดตั้งไว้เอง
- **แนวทาง review snippet เพิ่มข้อห้ามรีวิวปลอมและรีวิวแลกของที่ไม่เปิดเผยเมื่อ 24 กรกฎาคม 2569** — รีวิวที่ได้เงิน ส่วนลด บัตรกำนัล หรือสินค้าฟรีแลกมาต้องบอกไว้ชัดเจน

ทุกต้นปีมีบทความเทรนด์การตลาดออกมาหลายสิบชิ้น เจ้าของเว็บอ่านจบแล้วมักแยกไม่ออกว่าข้อไหนเกิดขึ้นแล้วจริง ข้อไหนเป็นการคาดเดาของผู้เขียน และข้อไหนต้องลงมือแก้เว็บก่อนสิ้นปี สิ่งที่จะได้จากบทนี้คือรายการการเปลี่ยนแปลงของ Google Search ในปี 2569 ที่มีวันที่กำกับชัด แยกเป็นกลุ่มตามผลต่อเว็บธุรกิจ พร้อมลำดับว่าเว็บแต่ละประเภทควรเช็กข้อไหนก่อน

รายการทั้งหมดดึงจากหน้า [Latest documentation updates ของ Google Search Central](https://developers.google.com/search/updates) ซึ่งบันทึกการแก้เอกสารแต่ละครั้งพร้อมวันที่ สิ่งที่แก้ และเหตุผล ผู้เขียนเปิดหน้านี้เมื่อ 27 กันยายน 2569 รายการล่าสุดบนหน้าลงวันที่ 24 กันยายน รายละเอียดเพิ่มเติมบางข้ออ่านจากหน้าเอกสารหรือบล็อกที่รายการนั้นลิงก์ไป

## ทำไมบทนี้ใช้เฉพาะรายการที่มีวันที่

คำว่า "เทรนด์" มักรวมสองเรื่องที่ต่างกันมาก เรื่องแรกคือสิ่งที่แพลตฟอร์มประกาศแล้วพร้อมวันมีผล เรื่องที่สองคือการคาดว่าผู้บริโภคหรือเทคโนโลยีจะไปทางไหน เรื่องแรกตรวจได้และวางแผนได้ เรื่องที่สองขึ้นกับว่าผู้เขียนเดาแม่นแค่ไหน

บทนี้ใช้แค่เรื่องแรก และจำกัดไว้ที่ Google Search แพลตฟอร์มเดียว เหตุผลคือเว็บธุรกิจส่วนใหญ่ได้คนเข้าจากการค้นหา และ Google บันทึกการเปลี่ยนเอกสารไว้เป็นลำดับวันที่ในหน้าเดียว ทำให้ย้อนตรวจได้ว่าอะไรเปลี่ยนเมื่อไร

| กลุ่ม                         | จำนวนรายการในบทนี้ | ผลต่อเว็บธุรกิจ                                     |
| ----------------------------- | ---------------------- | ------------------------------------------------------ |
| ฟีเจอร์ที่หายไป            | 3                      | งานที่เคยทำเพื่อฟีเจอร์นั้นไม่ได้ผลเดิมแล้ว |
| นโยบายสแปม                   | 4                      | เสี่ยงถูกลดอันดับหรือถูกดำเนินการด้วยคน       |
| รีวิวและข้อมูลสินค้า       | 3                      | ต้องแก้ข้อมูลที่แสดงในผลค้นหา                   |
| ช่องทางและเครื่องมือใหม่ | 5                      | เลือกใช้ได้ ไม่บังคับ                                |

### ตัวเลขผลกระทบต่ออันดับมีในหน้านี้ไหม

ไม่มี หน้านี้บอกว่าเอกสารเปลี่ยนอะไรและเพราะอะไร แต่ไม่บอกว่าเว็บจะขึ้นหรือลงกี่อันดับ บทนี้จึงไม่เขียนตัวเลขผลต่ออันดับที่ Google ไม่ได้ให้ไว้

## ฟีเจอร์ที่หายไปจากผลค้นหา

1. **FAQ rich result** วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 Google ใส่ประกาศเลิกใช้ในหน้าเอกสาร พร้อมเหตุผลว่าฟีเจอร์นี้จะไม่ปรากฏใน Google Search อีกตั้งแต่ 7 พฤษภาคม 2569 และถอดหน้าเอกสารออกทั้งหน้าเมื่อ 15 มิถุนายน
2. **Practice problem structured data** ถอดเอกสารออกเมื่อ 6 มกราคม 2569 เพราะไม่แสดงในผลค้นหาแล้ว ต่อจากประกาศเดือนพฤศจิกายน 2568
3. **ข้อความเรื่อง JavaScript กับการเข้าถึง** วันที่ 4 มีนาคม ถอดหัวข้อเรื่องการเข้าถึงออกจากเอกสารพื้นฐาน SEO สำหรับ JavaScript โดยให้เหตุผลว่า Google เรนเดอร์ JavaScript มาหลายปีแล้ว การโหลดเนื้อหาด้วย JavaScript จึงไม่ได้ทำให้ Google อ่านยากขึ้น

### ต้องลบโค้ด FAQ ออกจากหน้าเว็บไหม

Google ไม่ได้สั่งให้ลบ เอกสารเพียงบอกว่าฟีเจอร์นี้ไม่แสดงแล้ว คำถามที่พบบ่อยบนหน้าเว็บยังมีประโยชน์กับคนอ่าน และยังช่วยให้เครื่องมือค้นหาที่ใช้ AI หยิบคำตอบสั้นไปใช้ได้ ส่วนที่เปลี่ยนคือเหตุผลในการทำ ไม่ใช่เพื่อให้มีกล่องคำถามใต้ลิงก์อีกต่อไป เรื่องการเขียนคำตอบให้เครื่องมือตอบคำถามหยิบไปใช้อธิบายต่อใน[AEO ต่างจาก SEO อย่างไร เมื่อ Google เลือกกล่องคำตอบเอง](https://phygital.co.th/insights/aeo-answer-engine-optimization-vs-seo)

## นโยบายสแปมที่เข้มขึ้น

ปีนี้นโยบายสแปมของ Google มีการเปลี่ยนสี่เรื่องที่มีวันที่ชัด

1. **ดักปุ่มย้อนกลับ (back button hijacking)** ประกาศวันที่ 13 เมษายน 2569 เป็นข้อห้ามใหม่ในหมวดพฤติกรรมที่เป็นอันตราย และแจ้งล่วงหน้าสองเดือนก่อนเริ่มบังคับใช้ 15 มิถุนายน 2569
2. **รายงานสแปมจากผู้ใช้** วันที่ 14 เมษายน ระบุว่า Google อาจใช้รายงานสแปมที่คนส่งเข้ามาเป็นเหตุให้ดำเนินการด้วยคนได้ และวันที่ 23 เมษายน เขียนเพิ่มว่าจะใช้เมื่อไรและเพราะอะไร หลังได้รับเสียงตอบรับเรื่องการเปลี่ยนครั้งแรก
3. **นโยบายสแปมใช้กับคำตอบ AI ด้วย** วันที่ 15 พฤษภาคม เขียนให้ชัดว่านโยบายสแปมครอบคลุม Google Search ทั้งหมด รวมถึงคำตอบที่สร้างด้วย AI
4. **การใช้ชื่อเสียงของเว็บอื่น (site reputation abuse)** วันที่ 28 สิงหาคม ปรับวิธีบังคับใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป ข้อนี้ไม่ได้เปลี่ยนกติกาสำหรับเว็บในไทย

[บล็อกประกาศเรื่องดักปุ่มย้อนกลับ](https://developers.google.com/search/blog/2026/04/back-button-hijacking) อธิบายพฤติกรรมที่เข้าข่ายว่า เมื่อผู้ใช้กดย้อนกลับ แทนที่จะกลับไปหน้าก่อน กลับถูกส่งไปหน้าที่ไม่เคยเปิด เจอสินค้าแนะนำหรือโฆษณาที่ไม่ได้ขอ หรือกลับไม่ได้ทันที หน้าที่ทำแบบนี้อาจโดนดำเนินการด้วยคนหรือถูกลดอันดับอัตโนมัติ

### เว็บที่ไม่ได้เขียนโค้ดแบบนี้เองต้องกังวลไหม

ต้องตรวจ บล็อกของ Google เขียนไว้ว่าบางกรณีมาจากไลบรารีที่เว็บติดตั้ง หรือจากแพลตฟอร์มโฆษณา และแนะนำให้เจ้าของเว็บตรวจการติดตั้งทั้งหมด แล้วถอดโค้ดหรือการตั้งค่าที่เป็นต้นเหตุออก เว็บที่ติดสคริปต์โฆษณาหรือป๊อปอัปจากผู้ให้บริการภายนอกจึงควรลองกดย้อนกลับเองบนมือถือทุกหน้าที่มีสคริปต์นั้น

## กติกาใหม่เรื่องรีวิวและข้อมูลสินค้า

1. **รีวิวปลอมและรีวิวแลกของ** วันที่ 24 กรกฎาคม เพิ่มแนวทางในเอกสาร review snippet ว่าห้ามใส่รีวิวปลอมหรือรีวิวที่ได้สิ่งตอบแทนแต่ไม่เปิดเผย ทั้งบนหน้าเว็บและใน structured data [หน้าแนวทาง review snippet](https://developers.google.com/search/docs/appearance/structured-data/review-snippet) ยกตัวอย่างรีวิวของคนที่ไม่เคยใช้สินค้าหรือบริการนั้นจริง กับรีวิวที่เขียนแลกกับเงิน ส่วนลด บัตรกำนัล หรือสินค้าฟรี โดยไม่บอกไว้ชัดเจนและเห็นง่าย
2. **หมวดหมู่สินค้าและช่วงเวลาลดราคา** วันที่ 7 กรกฎาคม เพิ่มวิธีใส่หมวดหมู่สินค้าทั้งแบบที่ร้านตั้งเองและแบบรหัสของ Google และวิธีกำหนดวันเริ่มกับวันสิ้นสุดราคาลด ให้ตรงกับข้อมูลในฟีด Merchant Center
3. **ภาพย่อที่ Google เลือก** วันที่ 2 มีนาคม ระบุว่า Google ใช้ทั้ง schema.org และแท็ก og:image เป็นแหล่งในการเลือกภาพย่อบน Google Search และ Discover

### ร้านที่แจกของให้ลูกค้าเขียนรีวิวต้องหยุดทำไหม

แนวทางไม่ได้ห้ามการให้สิ่งตอบแทน แต่ห้ามไม่เปิดเผย รีวิวที่ได้ของแลกต้องบอกไว้ชัดและเห็นง่าย ส่วนเงื่อนไขรีวิวบน Google Maps เป็นนโยบายอีกชุดของ Google Business Profile ที่ห้ามให้สิ่งจูงใจแลกรีวิวอยู่แล้ว ไม่ได้เปลี่ยนตามรายการนี้

## ช่องทางใหม่ที่เว็บเลือกใช้ได้

รายการกลุ่มนี้ไม่บังคับ เป็นเครื่องมือหรือช่องทางที่ Google เปิดให้เลือกใช้

1. **Preferred sources** วันที่ 30 มกราคม เพิ่มเอกสารสำหรับเจ้าของเว็บ วันที่ 30 เมษายน ขยายให้ใช้ได้ทุกภาษาที่ Google Search รองรับ วันที่ 27 พฤษภาคม เริ่มขยายไปยัง AI Mode และ AI Overviews และวันที่ 20 สิงหาคม เพิ่มปุ่มที่เว็บปรับแต่งเองได้ [หน้าเอกสาร preferred sources](https://developers.google.com/search/docs/appearance/preferred-sources) ระบุว่าผู้ใช้เลือกเว็บที่ชอบได้ แล้วเนื้อหาจากเว็บนั้นจะมีป้ายกำกับในส่วน Top Stories และใน AI Mode กับ AI Overviews สำหรับผู้ใช้ที่เลือกไว้ ใช้ได้เฉพาะระดับโดเมนหรือโดเมนย่อย
2. **คู่มือฟีเจอร์ AI บน Search** วันที่ 15 พฤษภาคม เพิ่มคู่มือใหม่ และวันที่ 15 มิถุนายน เพิ่มหมายเหตุว่าไฟล์ llms.txt ไม่จำเป็นสำหรับ Google Search และไม่มีผลบวกหรือลบต่อการมองเห็น รายละเอียดว่าอะไรวัดได้บ้างอยู่ใน[รับทำ SEO สำหรับ AI (AEO/GEO) อะไรวัดได้ อะไรยังวัดไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/ai-seo-aeo-geo-agency)
3. **AMP** ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม Google พาผู้ใช้ไปที่หน้า AMP บนโฮสต์ของผู้เผยแพร่โดยตรง ไม่ผ่าน AMP Cache อีก เอกสารระบุว่าหน้า AMP ยังจัดอันดับเหมือนหน้าเว็บทั่วไป
4. **คู่มือวิเคราะห์เนื้อหาโซเชียลและวิดีโอใน Search Console** เพิ่มเมื่อ 29 กรกฎาคม สำหรับดูว่าเนื้อหาบนแพลตฟอร์มโซเชียลและวิดีโอของแบรนด์แสดงบน Google Search อย่างไร
5. **ป้าย Search profile** เพิ่มเอกสารเมื่อ 16 กันยายน สำหรับวางป้ายบนเว็บเพื่อชวนผู้ชมไปดูโปรไฟล์ของเว็บบน Search

### ลิงก์ "read more" คืออะไร

วันที่ 20 เมษายน Google เพิ่มหัวข้อในเอกสาร snippet ว่าด้วยลิงก์ "read more" ที่พาผู้ใช้ไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องในหน้า และบอกวิธีเพิ่มโอกาสให้เนื้อหาได้ลิงก์แบบนี้ ข้อนี้เกี่ยวกับการจัดโครงเนื้อหาให้แต่ละส่วนอ่านเข้าใจได้ในตัวเอง

### คำแนะนำเรื่องเครื่องมือ SEO จากภายนอกบอกอะไร

วันที่ 5 มิถุนายน Google เพิ่มแนวทางการใช้เครื่องมือ บริการ และคำแนะนำ SEO จากภายนอก และปรับหน้า "Do you need an SEO?" ให้มีวิธีประเมินคำแนะนำและเครื่องมือของผู้ให้บริการ SEO ข้อนี้เป็นประโยชน์กับธุรกิจที่กำลังจะจ้างใครสักคนดูแลเว็บ

## สิ่งที่ changelog ของ Google ไม่ได้บอก

หน้านี้บันทึกการแก้เอกสาร ไม่ใช่ทุกการเปลี่ยนของระบบค้นหา การอ่านหน้านี้อย่างเดียวจึงมีขอบเขตห้าข้อ

1. **การอัปเดตอัลกอริทึมไม่ได้อยู่ครบ** รายการ Discover Core Update เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏเพราะมีการแก้เอกสารไปพร้อมกัน แต่การอัปเดตอันดับทั้งหมดของปีต้องดูจากหน้าสถานะของ Google Search แยกต่างหาก
2. **ไม่มีตัวเลขผลต่ออันดับหรือยอดคลิก** รายการบอกแค่สิ่งที่แก้และเหตุผล
3. **หลายรายการใช้เฉพาะบางประเทศ** เช่น ป้ายแนะนำของแอฟริกาใต้ บทความสำหรับธุรกิจในรัฐเทนเนสซี และการบังคับใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป บทนี้ตัดรายการเหล่านี้ออกเพราะไม่มีผลกับเว็บในไทย
4. **Google ค่ายเดียว** การเปลี่ยนแปลงของ Meta, TikTok, LINE และเครื่องมือค้นหาอื่นไม่อยู่ในบทนี้
5. **ไม่รวมสิ่งที่ยังไม่ประกาศ** รายการหลังวันที่ 24 กันยายน 2569 และแผนที่ Google ยังไม่เขียนลงเอกสาร อยู่นอกขอบเขตโดยตั้งใจ

ส่วนภาพรวมว่าองค์กรไทยใช้ AI กับงานการตลาดเพิ่มขึ้นแค่ไหนจากผลสำรวจ มีใน[AI Marketing 2026 องค์กรไทยใช้ AI เพิ่ม แต่ยังวัดผลไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/ai-marketing-trends-2026) ซึ่งเป็นข้อมูลคนละชุดกับบันทึกของ Search Central

## เว็บแต่ละแบบควรเช็กข้อไหนก่อน

ร้านค้าออนไลน์ เว็บบทความ และเว็บธุรกิจบริการ ได้รับผลจากรายการชุดนี้ไม่เท่ากัน ลำดับด้านล่างเรียงจากสิ่งที่ถ้าไม่แก้แล้วเสี่ยงที่สุด

| ประเภทเว็บ           | เช็กก่อน                                                           | เช็กถัดมา                                         | รู้ไว้ได้                        |
| --------------------- | ------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------- | ---------------------------------- |
| ร้านค้าออนไลน์      | รีวิวแลกของบนหน้าสินค้า · สคริปต์โฆษณาที่ดักปุ่มย้อนกลับ | หมวดหมู่สินค้าและวันลดราคาใน structured data | AMP · ป้าย Search profile          |
| เว็บบทความหรือข่าว | สคริปต์โฆษณาที่ดักปุ่มย้อนกลับ                                | preferred sources · og:image ของแต่ละบท           | llms.txt                           |
| เว็บธุรกิจบริการ    | รีวิวที่แสดงบนหน้าเว็บ · FAQ ที่เขียนไว้เพื่อกล่องคำถาม   | ลิงก์ "read more" และโครงหัวข้อ                   | คู่มือโซเชียลใน Search Console |

เส้นแบ่งระหว่างงาน SEO ที่ Google ยอมรับกับสแปม อ่านต่อได้ที่[รับทำ SEO สายขาว เส้นแบ่งสแปมที่ Google เขียนไว้เอง](https://phygital.co.th/insights/white-hat-seo-agency) ส่วนพื้นฐานสำหรับเว็บที่เพิ่งเริ่มอยู่ใน[SEO สำหรับธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น ทำอะไรก่อนตามคู่มือของ Google](https://phygital.co.th/insights/what-is-seo-beginner-guide) ถ้าอยากรู้ว่าการเปลี่ยนเรื่อง AI ทำให้การคลิกเข้าเว็บลดลงอย่างไร อ่าน[Zero-Click Discovery คืออะไร เมื่อ AI ตอบแทนการคลิกเข้าเว็บ](https://phygital.co.th/insights/ai-search-zero-click-discovery-phygital) และเรื่องที่ทีมการตลาดเริ่มให้ AI ทำงานแทนบางขั้นอยู่ใน[Agentic AI Marketing ให้ AI ทำงานแทนทีมได้แค่ขั้นไหน](https://phygital.co.th/insights/agentic-ai-marketing-explained-2026) ขอบเขตงานดูแลเว็บดูได้ที่หน้า[บริการ SEO](https://phygital.co.th/solutions/seo)

### ข่าวไหนรอได้โดยไม่เสียอะไร

ข่าวที่เป็นเครื่องมือเลือกใช้และข่าวที่ใช้เฉพาะประเทศอื่นรอได้ทั้งหมด เช่น ป้าย Search profile คู่มือโซเชียลใน Search Console และการบังคับใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป ส่วนข้อที่มีวันบังคับใช้แล้ว อย่างนโยบายดักปุ่มย้อนกลับ และข้อที่เกี่ยวกับข้อมูลที่เว็บแสดงต่อลูกค้า อย่างรีวิวแลกของ ไม่ควรรอ

## สรุป

การเปลี่ยนแปลงของ Google Search ในปี 2569 ที่มีวันที่กำกับชัดแบ่งได้สี่กลุ่ม ฟีเจอร์ที่หายไป เช่น FAQ rich result ที่เลิกแสดงตั้งแต่ 7 พฤษภาคม นโยบายสแปมที่เพิ่มข้อห้ามดักปุ่มย้อนกลับและบังคับใช้ตั้งแต่ 15 มิถุนายน กติกาเรื่องรีวิวที่ห้ามรีวิวปลอมและรีวิวแลกของที่ไม่เปิดเผยตั้งแต่ 24 กรกฎาคม และช่องทางเลือกใช้อย่าง preferred sources เว็บธุรกิจทั่วไปควรเช็กสคริปต์โฆษณาและรีวิวบนหน้าเว็บก่อน ส่วนเครื่องมือใหม่ค่อยเลือกใช้เมื่อมีเวลา

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### FAQ บนหน้าเว็บยังต้องมีอยู่ไหม หลัง Google เลิกแสดงกล่องคำถาม

ยังมีได้ Google เลิกแสดงผลแบบ rich result แต่ไม่ได้ห้ามหรือลงโทษหน้าที่มีคำถามที่พบบ่อย คำถามที่ตอบตรงสิ่งที่ลูกค้าสงสัยจริงยังช่วยคนอ่าน และช่วยให้เครื่องมือค้นหาที่ใช้ AI หยิบคำตอบสั้นไปใช้ได้

### จะรู้ได้อย่างไรว่าเว็บมีปัญหาดักปุ่มย้อนกลับ

เปิดหน้าเว็บจากผลค้นหาบนมือถือ แล้วกดย้อนกลับทันที ถ้าไม่ได้กลับไปหน้าผลค้นหา หรือเจอหน้าที่ไม่เคยเปิดหรือโฆษณาเด้งขึ้นมา ให้ไล่ปิดสคริปต์ทีละตัวจนเจอต้นเหตุ โดยเฉพาะสคริปต์โฆษณาและปลั๊กอินป๊อปอัป

### ต้องทำไฟล์ llms.txt ไหม

สำหรับ Google Search ไม่ต้อง เอกสารระบุว่าไฟล์นี้ไม่จำเป็นและไม่มีผลต่อการมองเห็นหรืออันดับ แต่ถ้ามีไว้ใช้กับบริการอื่นก็ไม่เสียหาย

### รีวิวที่ลูกค้าเขียนเพราะได้ส่วนลดครั้งหน้า ต้องเปิดเผยไหม

ตามแนวทาง review snippet ที่เพิ่มเมื่อ 24 กรกฎาคม 2569 ส่วนลดนับเป็นสิ่งตอบแทน รีวิวที่ได้มาแบบนี้และนำไปแสดงบนหน้าเว็บหรือใน structured data ต้องเปิดเผยไว้ชัดเจน

### เว็บเล็กที่ไม่ใช่เว็บข่าวใช้ preferred sources ได้ไหม

เอกสารระบุว่าฟีเจอร์นี้แสดงในส่วน Top Stories และใน AI Mode กับ AI Overviews ส่วนเว็บจะมีสิทธิ์แสดงหรือไม่ ให้เช็กในเครื่องมือของ Google ตามที่เอกสารลิงก์ไว้ เว็บที่ไม่ได้เผยแพร่ข่าวหรือบทความสม่ำเสมออาจได้ประโยชน์น้อย

### รายงานสแปมที่คนอื่นส่งเข้ามาทำให้เว็บโดนลงโทษได้เลยไหม

Google เขียนว่าอาจใช้รายงานสแปมเป็นเหตุให้ดำเนินการด้วยคน ไม่ได้เขียนว่าทุกรายงานจะนำไปสู่การลงโทษ เว็บที่ทำตามนโยบายอยู่แล้วไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ถ้าโดนดำเนินการ ขอให้ตรวจใหม่ได้ใน Search Console หลังแก้เสร็จ

## รายการใน changelog ของ Google ปีนี้มีหลายสิบข้อ เว็บธุรกิจส่วนใหญ่ต้องลงมือจริงแค่สองสามข้อ

ฟิจิทัล ไล่ changelog เทียบกับหน้าเว็บของคุณทีละหน้า แล้วบอกว่าข้อไหนต้องแก้ก่อน ข้อไหนรอได้

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
