# Deconstructivist Architecture คืออะไร บิดจากโครงสร้างข้างใน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/deconstructivist-architecture-moma-1988-guide · เผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2566 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Deconstructivist Architecture มาจากนิทรรศการ MoMA ปี 1988 ที่ภัณฑารักษ์บอกเองว่าไม่ใช่สไตล์ใหม่ แคตตาล็อกอธิบายว่าความบิดของแนวนี้ต้องอยู่ในโครงสร้างของอาคาร

## Key Takeaways

- **Deconstructivist Architecture คือชื่อที่นิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่นิวยอร์ก (MoMA) ปี 1988 ใช้เรียกงานของสถาปนิกเจ็ดทีมที่บิด เอียง และซ้อนรูปทรงจนดูไม่มั่นคง** — Philip Johnson ภัณฑารักษ์รับเชิญเขียนในคำนำแคตตาล็อกว่า แนวนี้ "ไม่ใช่สไตล์ใหม่" ไม่ใช่ขบวนการ และไม่มีกฎสามข้อให้ทำตาม
- **Mark Wigley ภัณฑารักษ์ร่วมอธิบายว่าการหัก เฉือน หรือเจาะอาคารจากภายนอกให้ได้แค่ "ผลแบบตกแต่ง"** — งานในนิทรรศการต่างออกไปเพราะความบิดถูกสร้างไว้ในโครงสร้างของอาคารเอง อาคารจึงแข็งแรงมาก แต่ทำให้คนมองรู้สึกไม่มั่นใจ
- **แคตตาล็อกช่วยเจ้าของธุรกิจวินิจฉัยโจทย์ของตัวเองได้** — ถ้าต้องการให้พื้นที่ทำงานต่างไปจริง ต้องลงทุนที่โครงสร้าง ถ้าต้องการแค่ให้คนหยุดมองในช่วงแคมเปญ เอฟเฟกต์จากภายนอกอาจพอ

เจ้าของธุรกิจที่อยากได้ร้านหรือโชว์รูมที่ดูแตกหรือบิดจนคนเดินผ่านต้องหันมอง ควรรู้ก่อนว่าแนวทางนี้มาจากไหน และผู้ริเริ่มตั้งใจให้มันทำอะไร อาคารที่ผนังเอียง หลังคาแยก และรูปทรงดูเหมือนกำลังหลุดออกจากกันถูกเรียกรวมกันว่า Deconstructivist Architecture ชื่อนี้เป็นที่รู้จักจากนิทรรศการเดียวที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ในนิวยอร์ก (The Museum of Modern Art หรือ MoMA) จัดระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน ถึง 30 สิงหาคม 1988 นิทรรศการนี้เป็นลำดับที่สามจากห้านิทรรศการในโครงการสถาปัตยกรรมที่บริษัท Gerald D. Hines Interests สนับสนุน

แหล่งหลักของบทนี้คือ[แคตตาล็อกนิทรรศการ Deconstructivist Architecture](https://www.moma.org/documents/moma%5Fcatalogue%5F1813%5F300062863.pdf) ที่ MoMA เปิดให้อ่านในคลังประวัตินิทรรศการ ผู้เขียนคือ Philip Johnson ภัณฑารักษ์รับเชิญ และ Mark Wigley จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ร่วม แคตตาล็อกมีคำนำ เรียงความ และคำบรรยายโครงการทั้งเจ็ด เนื้อหาคือมุมมองของผู้จัดนิทรรศการในเวลานั้น บทนี้ใช้มันเป็นเครื่องมือวินิจฉัยก่อนตัดสินใจทำพื้นที่แบบนั้น

## Deconstructivist Architecture คืออะไร

Deconstructivist Architecture คือชื่อเรียกงานสถาปัตยกรรมช่วงหลังปี 1980 ที่นำรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานมาบิด เอียง ซ้อน และชนกัน จนโครงสร้างดูไม่มั่นคง แม้ตัวอาคารจะแข็งแรง นิทรรศการครั้งนั้นรวบรวมงานของสถาปนิกเจ็ดทีม ได้แก่ Frank O. Gehry, Daniel Libeskind, Rem Koolhaas, Peter Eisenman, Zaha M. Hadid, Coop Himmelblau และ Bernard Tschumi Johnson ระบุว่าทั้งเจ็ดเกิดในเจ็ดประเทศ และทำงานอยู่ในห้าประเทศ

ชื่อนี้มีสองราก Wigley อธิบายว่ารากแรกคือ Russian Constructivism ของรัสเซียช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเคยทดลองรูปทรงที่ขัดแย้งกันก่อนจะถูกเกลาให้เรียบร้อย ส่วนคำนำหน้า "de" หมายถึงการบิดแนวทางนั้นออกไป งานในนิทรรศการจึงใช้คำศัพท์ของ Constructivism แต่เบี่ยงออกจากมันอย่างชัดเจน

### ทำไมภัณฑารักษ์จึงบอกว่าไม่ใช่สไตล์ใหม่

เพราะ Johnson ต้องการแยกนิทรรศการนี้ออกจากนิทรรศการที่เขาเคยจัดในปี 1932 ซึ่งประกาศ International Style เป็นสไตล์ใหม่ของโลก เขาเขียนว่าครั้งนี้ไม่มีเป้าหมายแบบนั้น แนวนี้ไม่ใช่ขบวนการ ไม่ใช่ความเชื่อ ไม่มี "กฎสามข้อ" ให้ทำตาม และ "ไม่ใช่แม้แต่ 'สถาปนิกเจ็ดคน'" เขาเรียกมันว่าจุดบรรจบของงานสถาปนิกไม่กี่คนตั้งแต่ปี 1980 ที่มีวิธีคิดคล้ายกันจนได้รูปทรงคล้ายกัน

## ลูกปืนกับโรงน้ำพุในคำนำของ Philip Johnson

Johnson อธิบายความเปลี่ยนแปลงด้วยภาพสองภาพที่เขาชอบ ภาพแรกคือลูกปืนแบบปรับแนวได้เองจากปี 1929 ซึ่งเคยเป็นภาพปกแคตตาล็อกนิทรรศการ Machine Art ของ MoMA ในปี 1934 ภาพที่สองคือภาพถ่ายโรงน้ำพุจากทศวรรษ 1860 บนที่ดินของศิลปิน Michael Heizer ในทะเลทรายเนวาดา ทั้งสองอย่างออกแบบโดยคนนิรนามเพื่อใช้งาน ไม่ได้ตั้งใจทำให้สวย แต่แต่ละอย่างดูงามในยุคของตัวเอง

| ภาพในคำนำ             | Johnson บรรยายว่า                                                 | ยุคที่มองว่างาม                             |
| ----------------------- | ------------------------------------------------------------------ | ----------------------------------------------- |
| ลูกปืนปรับแนวได้เอง | ชัดเจน สมบูรณ์ เดี่ยว เรียบ และเคร่งครัด                          | อุดมคติความงามของเครื่องจักรในทศวรรษ 1930 |
| โรงน้ำพุไม้เก่า      | ชวนกังวล หลุดที่ เป็นปริศนา แผ่นไม้หยักสร้างพื้นที่ผิดรูป | สายตาของคนดูในยุคที่จัดนิทรรศการ        |

Johnson สรุปความต่างของสองภาพว่าเป็นคู่ระหว่าง "ความสมบูรณ์แบบกับความสมบูรณ์แบบที่ถูกละเมิด" และเขียนว่า "ตาของผมเองที่เปลี่ยนไป" เขาเล่าในส่วนกิตติกรรมประกาศว่าวลี "ความสมบูรณ์แบบที่ถูกละเมิด" (violated perfection) มาจากชื่อนิทรรศการที่ Paul Florian และ Stephen Wierzbowski เคยเสนอให้มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ชิคาโก โดย Aaron Betsky เป็นคนชี้ให้เขาเห็น

### Deconstructivist Architecture ต่างจาก International Style อย่างไร

ต่างกันที่ภาพอุดมคติของรูปทรง International Style ที่ Johnson ร่วมประกาศใช้รูปทรงบริสุทธิ์ เรียบ และมั่นคง ส่วนงานในนิทรรศการครั้งหลังใช้รูปทรงที่ถูกบิดจนดูเสียสมดุล Wigley เขียนว่างานเหล่านี้ใช้ "ผิวที่เย็นเรียบของ International Style" ห่อรูปทรงที่ขัดแย้งกันแบบงานแนวหน้าของรัสเซีย ทั้งสองแนวจึงใช้วัสดุและคำศัพท์หลายอย่างร่วมกัน แต่วางเป้าหมายเรื่องความมั่นคงไว้คนละขั้ว

## ความบิดที่อยู่ข้างในตามเรียงความของ Mark Wigley

Wigley แยกงานในนิทรรศการออกจากงานที่แค่ทำให้อาคารดูพัง เขาเขียนว่าคำว่า deconstruction มักถูกเข้าใจผิดว่าคือการรื้อสิ่งก่อสร้าง ทำให้งานออกแบบที่ดูเหมือนแยกโครงสร้างออกจากกันถูกเรียกว่า deconstructive ไปหมด สำหรับงานในนิทรรศการ Wigley ระบุว่าเกิดจากขนบของสถาปัตยกรรมเอง และบังเอิญมีคุณสมบัติบางอย่างที่คล้ายปรัชญานั้น

ประโยคที่ใช้วินิจฉัยได้ดีที่สุดในเรียงความคือ "สถาปนิกแนว deconstructive ไม่ใช่คนรื้ออาคาร แต่เป็นคนที่หาปมที่ซ่อนอยู่ในอาคาร" Wigley เปรียบว่าสถาปนิกพารูปทรงบริสุทธิ์ขึ้นเตียงของจิตแพทย์ แล้วหาอาการของความไม่บริสุทธิ์ที่ถูกกดไว้ข้างใน

| สิ่งที่ Wigley แยกไว้ | วิธีทำ                                        | ผลตามเรียงความ                                               |
| ----------------------- | ---------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------- |
| รบกวนจากภายนอก        | หัก เฉือน แยกชิ้น หรือเจาะอาคาร             | ได้ "ผลแบบตกแต่ง" และภาพของอันตรายที่ไม่ใช่อันตรายจริง |
| รบกวนจากภายใน         | ใส่ความบิดไว้ในโครงสร้างและการก่อสร้าง | รูปทรงยังอยู่ครบ และดูแข็งแรงขึ้นจากการถูกบิด       |

### การบิดจากภายนอกกับจากภายในต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่ว่าความบิดเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหรือไม่ Wigley เขียนว่าการหัก เฉือน หรือเจาะรูปทรงจากภายนอกเป็นแค่การทำให้เสียหาย ผลที่ได้คือความสวยงามของอันตรายที่ไม่ได้คุกคามรูปทรงจริง ส่วนงานในนิทรรศการใส่ความบิดไว้ในโครงสร้าง เขาเปรียบว่าการตัดส่วนที่บิดออกเท่ากับทำลายตัวอาคารไปด้วย เขาย้ำว่าอาคารเหล่านี้ "แข็งแรงมาก" เพียงแต่จัดความแข็งแรงในแบบที่คนไม่คุ้น จึง "น่าหวาดเสียวในเชิงโครงสร้าง" แม้จะมั่นคงดี

Wigley ยังพลิกหลักคิดเรื่องหน้าที่ใช้สอย สถาปนิกสมัยใหม่ถือว่ารูปทรงต้องตามหน้าที่ ส่วนงานในนิทรรศการบิดรูปทรงก่อน แล้วจึงวางการใช้งานลงไป เขาเรียกลำดับนี้ว่า "หน้าที่ตามการบิดรูป" (function follows deformation) และเห็นว่ามุมที่เกิดจากการบิดให้เงื่อนไขเฉพาะจุดที่ซับซ้อน ซึ่งเข้ากับความซับซ้อนของการใช้งานจริงมากกว่ารูปทรงเรียบ

ความบิดตามเรียงความยังไปถึงเส้นแบ่งระหว่างข้างในกับข้างนอก Wigley เขียนว่าแต่ละโครงการหยิบบางส่วนของบริบทรอบตัวมารบกวนส่วนที่เหลือ ในโครงการหนึ่งตึกสูงถูกวางนอนตะแคง ในอีกโครงการหนึ่งสะพานถูกยกขึ้นเป็นหอคอย ผนังของอาคารเหล่านี้ไม่มีหน้าต่างธรรมดาที่เจาะเป็นช่องสม่ำเสมอ ผนังถูกแยกและพับจนความรู้สึกว่าอยู่ในห้องที่ปิดล้อมเริ่มสั่นคลอน เขาเขียนว่าผลที่ได้คือแรงตึงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต่างจากความโปร่งโล่งของผังเปิดในงานสมัยใหม่

## เจ็ดโครงการในนิทรรศการ

นิทรรศการจัดแสดงแบบ แบบจำลอง และภาพร่างของโครงการเจ็ดชุด บางชุดสร้างแล้ว บางชุดเป็นโครงการที่ชนะการประกวด ตารางด้านล่างสรุปจากคำบรรยายโครงการที่ Wigley เขียนในแคตตาล็อก

| สถาปนิก          | โครงการในนิทรรศการ                                      | สิ่งที่แคตตาล็อกบรรยาย                                                           |
| ---------------- | --------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------------------- |
| Frank O. Gehry   | บ้าน Gehry ในซานตาโมนิกา สามระยะ 1978 1979 และ 1988 | ต่อเติมบ้านชานเมืองเดิมจนรูปทรงใหม่ดูเหมือนงอกออกมาจากข้างในบ้าน      |
| Daniel Libeskind | City Edge เบอร์ลิน ชนะการประกวด IBA ปี 1987             | แท่งอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยยกปลายขึ้นสูงสิบชั้น มองข้ามกำแพงเบอร์ลิน |
| Rem Koolhaas     | อาคารพักอาศัยและหอชมวิว รอตเทอร์ดาม 1982         | ฐานเป็นโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียน ชั้นบนเป็นถนนลอยฟ้ามีโรงแรม                |
| Peter Eisenman   | Biocenter มหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ต 1987               | ใช้รูปทรงสี่แบบที่นักชีววิทยาใช้เป็นรหัสมาเป็นผังอาคาร                   |
| Zaha M. Hadid    | The Peak ฮ่องกง ชนะการประกวดปี 1983                    | คานสี่ชิ้นวางนอนเหมือนตึกระฟ้าแนวนอนสอดเข้าไปในเนินเขา                    |
| Coop Himmelblau  | ปรับปรุงห้องใต้หลังคาในเวียนนา 1985                  | โครงโลหะรูปปีกเฉือนมุมอาคารเก่า พื้นที่ 4,300 ตารางฟุต                         |
| Bernard Tschumi  | Parc de La Villette ปารีส ชนะการประกวดปี 1983          | สวนสาธารณะ 125 เอเคอร์ ซ้อนระบบจุด เส้น และพื้นผิวเข้าด้วยกัน                  |

### โครงการในนิทรรศการได้สร้างจริงหรือไม่

แคตตาล็อกไม่ได้สัญญาว่าทุกชุดจะสร้าง Wigley เขียนว่าบางโครงการสร้างแล้ว บางโครงการจะได้สร้าง และบางโครงการจะไม่มีวันได้สร้าง แต่ทุกโครงการ "สร้างได้" และมุ่งไปที่การก่อสร้างจริง เขาถือว่าข้อนี้คือสิ่งที่แยกนิทรรศการออกจากภาพวาดเชิงแนวคิดที่ดูสุดโต่งกว่า แต่ไม่เคยแตะงานก่อสร้าง บทนี้จึงเล่าเฉพาะสิ่งที่แคตตาล็อกบรรยายไว้ และไม่ระบุสถานะการก่อสร้างหลังจากนั้น

## วินิจฉัยก่อนสั่งให้พื้นที่ดูแตก

ผู้ประกอบการที่เห็นอาคารบิดเอียงแล้วอยากได้หน้าร้านหรือบูธแบบนั้น ใช้การแยกของ Wigley เป็นคำถามวินิจฉัยได้ ข้อตรวจด้านล่างเรียงจากคำถามแรกที่ควรตอบก่อนเรียกผู้ออกแบบ

1. **ระบุว่าอยากให้คนรู้สึกอะไร** ตื่นตา สงสัย หรือจำได้ ความรู้สึกแต่ละแบบใช้เครื่องมือต่างกัน
2. **แยกโจทย์ถาวรออกจากโจทย์ชั่วคราว** งานเปิดตัวหรือแคมเปญสามเดือนไม่จำเป็นต้องแตะโครงสร้าง
3. **ถ้าจะเปลี่ยนโครงสร้าง ให้วิศวกรเข้าร่วมตั้งแต่แบบร่าง** งานในแคตตาล็อกดูน่าหวาดเสียวแต่แข็งแรงเพราะคำนวณมาแล้ว
4. **ถ้าต้องการแค่เอฟเฟกต์ เลือกวิธีที่ถอดออกได้** เช่น แสง การฉายภาพ หรือโครงชั่วคราว
5. **ดูว่ารูปทรงเอียงกระทบการใช้งานตรงไหน** มุมแหลมและผนังเอียงกินพื้นที่วางของและทำความสะอาดยาก
6. **ถามว่าอีกห้าปียังอยากได้หน้าตานี้หรือไม่** ภัณฑารักษ์เองยังคาดว่าการบรรจบของแนวทางนี้จะอยู่ไม่นาน

นิทรรศการครั้งแรกที่ Johnson ใช้เป็นจุดเทียบ และอาคารจริงที่ร่วมนิทรรศการนั้น อยู่ใน[International Style](https://phygital.co.th/insights/international-style-architecture-moma-1932-guide) แนวทางก่อนหน้าที่ตอบโต้งานสมัยใหม่ด้วยป้ายและสัญลักษณ์อยู่ใน[Postmodern Architecture](https://phygital.co.th/insights/postmodern-architecture-less-is-a-bore-guide) ส่วนอาคารที่ใช้คอนกรีตให้เห็นโครงสร้างตรง ๆ อยู่ใน[Brutalist Architecture](https://phygital.co.th/insights/brutalist-architecture-beton-brut-guide)

## สรุป

Deconstructivist Architecture คือชื่อที่นิทรรศการ MoMA ปี 1988 ใช้เรียกงานของสถาปนิกเจ็ดทีมที่บิดและซ้อนรูปทรงจนดูไม่มั่นคง Philip Johnson เขียนว่าแนวนี้ไม่ใช่สไตล์ใหม่และไม่มีกฎให้ทำตาม ส่วน Mark Wigley แยกการหักหรือเจาะอาคารจากภายนอก ซึ่งให้ผลแค่การตกแต่ง ออกจากงานที่ใส่ความบิดไว้ในโครงสร้าง ซึ่งแข็งแรงแต่ทำให้คนดูรู้สึกไม่มั่นใจ เจ้าของธุรกิจที่อยากได้พื้นที่ดูแตกจึงควรวินิจฉัยก่อนว่าต้องการเปลี่ยนการใช้งานถาวร หรือต้องการเอฟเฟกต์ชั่วคราว

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Deconstructivism เกี่ยวข้องกับปรัชญา Deconstruction หรือไม่

Wigley เขียนว่างานในนิทรรศการไม่ได้มาจากปรัชญาร่วมสมัยที่ชื่อ deconstruction และไม่ใช่การนำทฤษฎีนั้นมาใช้ งานเหล่านี้เกิดจากขนบของสถาปัตยกรรมเอง แล้วบังเอิญแสดงคุณสมบัติบางอย่างที่คล้ายกัน ชื่อนิทรรศการจึงอิงคำว่า Constructivism เป็นหลัก

### ทำไมปกแคตตาล็อกเป็นภาพร่างที่ส่งด้วยแฟกซ์

หน้าลิขสิทธิ์ของแคตตาล็อกระบุว่าภาพปกเป็นรายละเอียดจากภาพร่างโครงการของ Coop Himmelblau ที่ส่งมาทางเครื่องโทรสาร ภาพลายเส้นหยาบแบบนี้เข้ากับเนื้อหาของนิทรรศการที่ชวนมองรูปทรงที่ยังไม่นิ่ง

### Philip Johnson เกี่ยวข้องกับ MoMA อย่างไร

คำนำของผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมและการออกแบบ Stuart Wrede ระบุว่า Johnson ก่อตั้งฝ่ายนี้ในปี 1932 จัดนิทรรศการสำคัญหลายครั้งในยุคแรก และนิทรรศการครั้งนี้เป็นงานภัณฑารักษ์ครั้งแรกของเขานับจากปี 1934 ที่เขาลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย

### ร้านเล็กควรเลียนแบบรูปทรงของอาคารในนิทรรศการหรือไม่

ควรเริ่มจากถามว่าต้องการอะไรจากรูปทรงนั้น ถ้าต้องการให้คนจำหน้าร้าน การแปะรอยแตกบนผนังอาจพอสำหรับช่วงสั้น แต่ Wigley เรียกผลแบบนี้ว่าเป็นแค่การตกแต่ง ถ้าต้องการให้พื้นที่ใช้งานต่างไปจริง ต้องให้วิศวกรโครงสร้างร่วมออกแบบตั้งแต่ต้น เพราะงานในแคตตาล็อกทุกชิ้นแข็งแรงจากการคำนวณโครงสร้าง

### นิทรรศการนี้ทำนายว่าแนวทางนี้จะอยู่นานแค่ไหน

Wigley เขียนในเรียงความว่าช่วงเวลาที่สถาปนิกเจ็ดทีมนี้มาบรรจบกันจะสั้น และแต่ละคนจะแยกไปคนละทิศ Johnson เขียนในคำนำเช่นกันว่าการบรรจบนี้อาจเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ความจริง ความมีชีวิต และความเป็นต้นฉบับของมันปฏิเสธได้ยาก

### ทำไมนิทรรศการจึงย้อนไปอ้างงานแนวหน้าของรัสเซีย

Wigley อธิบายว่าช่วงราวปี 1918-1920 สถาปนิกรัสเซียบางคนร่างแบบอาคารที่รูปทรงบิดและขัดกันจนโครงสร้างไม่มั่นคง แต่แบบเหล่านั้นไม่เคยถูกสร้าง เมื่อแนวทางนี้เข้าใกล้การก่อสร้างจริง ความขัดแย้งถูกเกลาจนเรียบร้อย เขายกแบบประกวดวังแรงงานของพี่น้อง Vesnin ที่ภาพร่างแรกมีเส้นลวดตัดกันไปมา แต่แบบสุดท้ายรวมทุกเส้นเข้าหาแกนเดียว งานในนิทรรศการหยิบช่วงสั้น ๆ ที่ถูกทิ้งไปนั้นกลับมาทำให้สร้างได้

## หน้าร้านที่แปะรอยแตกโดยไม่รู้ว่าต้องการอะไร จะกลายเป็นค่าตกแต่งที่ต้องรื้อในปีถัดไป

ให้ PHYGITAL AGENCY วินิจฉัยโจทย์ของพื้นที่คุณก่อน แล้วเลือกว่าจะลงทุนกับโครงสร้าง แสง หรืองานชั่วคราวที่ถอดออกได้

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
