# De Stijl บ้านหลังเดียวที่ภาพวาดกลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิต

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/de-stijl-neoplasticism-mondrian-design-guide · เผยแพร่ 26 กันยายน 2566 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

De Stijl มีบ้านในอูเทรกต์ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อ่านว่าผนังเลื่อน หน้าต่างมุม และแผนทาสีทุกห้าปีสอนเรื่องพื้นที่ที่เปลี่ยนหน้าที่ตามเวลาอย่างไร

## Key Takeaways

- **De Stijl เป็นกลุ่มศิลปินและสถาปนิกชาวเนเธอร์แลนด์ที่ตั้งชื่อตามนิตยสารศิลปะซึ่งเริ่มพิมพ์ปี 1917** — บ้าน Rietveld Schröder ในเมืองอูเทรกต์ที่สร้างปี 1924 ถูก UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2000 ในฐานะแถลงการณ์ของอุดมคติกลุ่มนี้
- **UNESCO ระบุว่าคุณค่าส่วนหนึ่งของบ้านคือพื้นที่ภายในที่ยืดหยุ่น เปลี่ยนตามการใช้งานได้ทีละน้อยเมื่อเวลาผ่านไป** — ผนังเลื่อนชั้นบนเปิดเป็นห้องโล่งตอนกลางวัน และแบ่งเป็นสามห้องตอนกลางคืน
- **บ้านหลังนี้ยังคงหน้าตาเดิมได้เพราะมีบันทึกและแผนดูแล** — เฟอร์นิเจอร์ที่หายไปถูกทำใหม่จากบันทึก และสีถูกทาใหม่ตามแผนสีเดิมทุกห้าปี พื้นที่ที่ใช้ภาษาภาพเดียวกันทั้งบนจอและในโลกจริงก็ต้องมีบันทึกแบบนี้

ธุรกิจที่มีทั้งหน้าร้าน บูธ และหน้าจอ ต้องตอบคำถามว่าภาษาภาพที่ดูดีบนจอ จะกลายเป็นพื้นที่ที่คนเดินเข้าไปใช้งานได้จริงอย่างไร บทนี้เดินดูบ้าน Rietveld Schröder ทีละส่วนจากทะเบียนมรดกโลกของ UNESCO และเว็บไซต์ของบ้าน แล้วตอบคำถามนั้นทีละข้อ

กลุ่ม De Stijl เคยนำเส้นตรงกับช่องสีแดง เหลือง น้ำเงิน ออกจากหน้ากระดาษมาเป็นห้องที่ครอบครัวหนึ่งกินนอนจริง ในบ้านหลังหนึ่งในเมืองอูเทรกต์ ซึ่งมีคนอาศัยอยู่จริงหกสิบปี และปัจจุบันเป็นมรดกโลก

## ทะเบียนมรดกโลกเลขที่ 965

[หน้าทะเบียนมรดกโลกของบ้าน Rietveld Schröder](https://whc.unesco.org/en/list/965/) เป็นเอกสารของ UNESCO ที่สรุปว่าทำไมบ้านหลังเล็กหลังนี้ถึงได้รับการขึ้นทะเบียน บ้านสร้างปี 1924 ผู้ว่าจ้างคือ Truus Schröder-Schräder ผู้ออกแบบคือสถาปนิก Gerrit Thomas Rietveld และ UNESCO เรียกบ้านว่าเป็นแถลงการณ์ของอุดมคติกลุ่ม De Stijl ในเนเธอร์แลนด์ช่วงทศวรรษ 1920

| รายการในทะเบียน   | ข้อมูลตามหน้าของ UNESCO                                                                     |
| ------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ปีที่ขึ้นทะเบียน | 2000 (ข่าวของ UNESCO วันที่ 30 พฤศจิกายน ระบุว่าปีนั้นขึ้นทะเบียนแหล่งใหม่ 61 แห่ง)   |
| เกณฑ์ที่ใช้       | (i) และ (ii)                                                                                   |
| พื้นที่ของแหล่ง   | 0.0075 เฮกตาร์                                                                                 |
| ผู้ดูแล            | Centraal Museum พิพิธภัณฑ์ของเทศบาลเมืองอูเทรกต์ ร่วมกับมูลนิธิบ้าน Rietveld Schröder |
| การใช้งานเดิม    | บ้านพักอาศัยส่วนตัวนานหกสิบปี                                                          |

ที่มา: หน้า Rietveld Schröderhuis ในรายชื่อมรดกโลกของ UNESCO

UNESCO บันทึกที่ตั้งไว้ด้วยว่าบ้านอยู่ริมเมืองใกล้ทุ่ง ปลายแถวบ้านที่สร้างในศตวรรษที่ 20 และสร้างชิดผนังของบ้านอิฐหลังข้างเคียง ที่ดินถัดออกไปยังว่างอยู่เพราะเป็นแนวป้องกันเมืองของเนเธอร์แลนด์จากศตวรรษที่ 19 ซึ่งยังใช้งานในเวลานั้น สิบปีหลังสร้างบ้าน เมืองจึงขยายออกไปบนที่ดินผืนนั้น

เกณฑ์ข้อแรกระบุว่าบ้านเป็นสัญลักษณ์ของขบวนการสมัยใหม่ในสถาปัตยกรรม และแสดงความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ผ่านความบริสุทธิ์ของแนวคิดแบบ De Stijl เกณฑ์ข้อที่สองระบุว่าวิธีออกแบบและการใช้พื้นที่แบบถึงราก ทำให้บ้านมีตำแหน่งสำคัญในพัฒนาการของสถาปัตยกรรมยุคใหม่

### De Stijl คืออะไร เล่าผ่านบ้านหลังนี้

De Stijl คือกลุ่มศิลปินและสถาปนิกชาวเนเธอร์แลนด์ช่วงทศวรรษ 1920 เว็บไซต์ของบ้านระบุว่าชื่อกลุ่มมาจากนิตยสารศิลปะชื่อเดียวกัน และบรรยายบ้านที่ออกแบบตามแนวนี้ว่ามีเส้นตั้ง เส้นนอน สีปฐมภูมิครบทุกสี คู่กับสีขาว เทา และดำ บ้าน Rietveld Schröder เป็นตัวอย่างที่ UNESCO ใช้อธิบายว่าอุดมคติของกลุ่มนี้กลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตได้จริงอย่างไร

## จากนิตยสาร เก้าอี้ ถึงบ้านทั้งหลัง

[เว็บไซต์ของบ้าน Rietveld Schröder](https://www.rietveldschroderhuis.nl/en) เล่าว่าก่อนได้รับงานนี้ Rietveld เป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มีชื่อในอูเทรกต์ และทำเฟอร์นิเจอร์กับหุ่นจำลองเป็นหลัก เก้าอี้ Red and Blue ของเขาออกแบบราวปี 1919 และประกอบจากไม้บีชเพียง 15 ซี่กับแผ่นไม้สี่เหลี่ยม 2 แผ่น บ้านหลังนี้เป็นครั้งแรกที่มีคนขอให้เขาออกแบบบ้านทั้งหลัง

ภาษาภาพของ De Stijl จึงเดินทางผ่านสามขนาด จากหน้านิตยสาร สู่เก้าอี้ที่คนนั่ง และสู่บ้านที่คนเดินเข้าไปอยู่ ช่วงเวลาระหว่างเก้าอี้ตัวนั้นกับบ้านหลังนี้ห่างกันราวห้าปี และเป็นงานของคนคนเดียวกันที่ขยายจากชิ้นเฟอร์นิเจอร์ไปเป็นพื้นที่ทั้งหลัง สำหรับธุรกิจ นี่คือลำดับเดียวกับการเริ่มจากโลโก้หรือหน้าจอ แล้วขยายไปเป็นป้าย เคาน์เตอร์ และพื้นที่ร้าน เว็บไซต์ของบ้านชี้ให้ดูว่าความสูง ความกว้าง และความลึกปรากฏทั้งในโคมไฟ ในเก้าอี้ และในเส้นของผนังด้านหน้า ส่วน UNESCO ระบุว่าห้องภายในและเฟอร์นิเจอร์เป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบที่แยกจากกันไม่ได้

### ทำไม Truus Schröder ถึงสำคัญกับการออกแบบบ้านหลังนี้

เพราะเธอเป็นผู้กำหนดโจทย์ เว็บไซต์ของบ้านเล่าว่า Schröder เป็นแม่ม่ายลูกสามที่ต้องการบ้านซึ่งตรงกับความคิดของตัวเองเรื่องบ้าน เธอรู้ชัดว่าต้องการความเรียบง่ายและพื้นที่ที่ปลดปล่อยมากกว่ากักขัง และมีบทบาทสำคัญในกระบวนการออกแบบ ต่อมาเธอเข้าร่วมกลุ่ม De Stijl เป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม และอาศัยในบ้านตั้งแต่ปี 1925 จนเสียชีวิตในปี 1985

## ผนังเลื่อนชั้นบน กลางวันหนึ่งห้อง กลางคืนสามห้อง

ส่วนที่ UNESCO ให้น้ำหนักมากคือพื้นที่ภายในที่ยืดหยุ่น หน้าทะเบียนระบุว่าคุณภาพส่วนหนึ่งของบ้านคือการจัดพื้นที่ที่ยอมให้เปลี่ยนทีละน้อยเมื่อการใช้งานเปลี่ยนไปตามเวลา และความต่างระหว่างบ้านหลังนี้กับอาคารสมัยใหม่ชิ้นสำคัญอื่นอย่าง Villa Savoye ของ Le Corbusier หรือ Villa Tugendhat ของ Mies van der Rohe อยู่ที่การจัดการพื้นที่และความคิดเรื่องหน้าที่ของอาคาร

เว็บไซต์ของบ้านอธิบายกลไกที่ทำให้เป็นแบบนั้น ชั้นบนมีผนังเลื่อน ตอนกลางวันเป็นพื้นที่โล่ง ตอนเย็นครอบครัวเลื่อนผนังแบ่งเป็นสามห้อง คือห้องลูกสาว ห้องลูกชาย และห้องนั่งเล่นที่มีโต๊ะกับเตา บันไดขึ้นชั้นบนซ่อนอยู่หลังประตูเลื่อน ทำให้ห้องโถงกลายเป็นที่คุยโทรศัพท์เงียบ ๆ และกันลมหนาว หน้าต่างมีแผ่นไม้สำหรับปิดให้มืด

### พื้นที่ที่เปลี่ยนตามช่วงเวลาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร

ใช้ได้กับทุกพื้นที่ที่ทำหน้าที่ต่างกันในแต่ละช่วงวัน เช่น ร้านที่ขายหน้าร้านตอนกลางวันและจัดเวิร์กช็อปตอนเย็น หรือบูธในงานแสดงสินค้าที่ต้องเป็นจุดสาธิตช่วงคนเยอะและเป็นมุมคุยธุรกิจช่วงคนน้อย หลักจากบ้าน Rietveld Schröder คือออกแบบกลไกเปลี่ยนพื้นที่ไว้ในโครงตั้งแต่แรก เช่น ผนังเลื่อน ฉากกั้น หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ย้ายได้ แทนการรื้อจัดใหม่ทุกครั้ง

## หน้าต่างมุมกับวิวที่เจ้าของบ้านซื้อที่ดินมาปกป้อง

ชั้นบนมีหน้าต่างมุมที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้าน เว็บไซต์ของบ้านเล่าว่าเมื่อเปิดหน้าต่างบานใหญ่และบานเล็กที่ตั้งฉากกันออกทั้งคู่ มุมของห้องจะหายไป และทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ข้างนอก วิวทุ่งราบที่เห็นจากหน้าต่างเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบ Schröder ชอบชั้นบนที่สุด จนมีการติดท่อพูดให้เธอคุยกับคนที่ประตูได้โดยไม่ต้องลงบันได

วิวนั้นสำคัญกับเธอมากจนเมื่อที่ดินฝั่งตรงข้ามถูกเปิดให้พัฒนาช่วงต้นทศวรรษ 1930 เธอซื้อไว้ทันที ต่อมาในทศวรรษ 1960 มีการสร้างทางด่วนและสะพานยกระดับผ่านหน้าบ้าน เว็บไซต์เล่าว่า Rietveld พูดว่าบ้านควรถูกรื้อไปเลย เพราะสิ่งที่เชื่อมภายในกับภายนอกถูกทำลายแล้ว UNESCO บันทึกการเปลี่ยนแปลงเดียวกันไว้ในหัวข้อความสมบูรณ์ของแหล่ง

### ภายในกับภายนอกของพื้นที่เกี่ยวกับ Phygital อย่างไร

เกี่ยวในแง่ที่ว่าพื้นที่หนึ่งมีความหมายเพราะสิ่งที่มันเชื่อมอยู่ หน้าต่างมุมของบ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อต่อห้องกับทุ่งข้างนอก เมื่อข้างนอกเปลี่ยน ผู้ออกแบบเองก็มองว่าบ้านเสียความหมายไป ร้านหรือบูธที่ต่อกับหน้าจอก็เป็นแบบเดียวกัน ถ้าคิวอาร์โค้ด หน้าจอ หรือช่องทางออนไลน์ที่พื้นที่พาไปหยุดทำงาน พื้นที่จริงก็เหลือแค่ครึ่งเดียวของสิ่งที่ออกแบบไว้ แนวคิดการพาธุรกิจออนไลน์มามีตัวตนในโลกจริงอธิบายไว้ในบทความ [Reverse Phygital ธุรกิจไม่มีหน้าร้าน สร้างตัวตนในโลกจริง](https://phygital.co.th/insights/reverse-phygital-for-online-business)

## แผนทาสีทุกห้าปี และคนเข้าได้ครั้งละ 12 คน

บ้านหลังนี้ยังมีหน้าตาเดียวกับตอนสร้างเสร็จ เพราะมีบันทึกและแผนดูแล UNESCO เล่าว่าในทศวรรษ 1970 และ 1980 Bertus Mulder ผู้ช่วยคนหนึ่งของ Rietveld บูรณะบ้านกลับสู่สภาพเดิม เฟอร์นิเจอร์ดั้งเดิมทั้งหมดถูกซ่อมและวางกลับตำแหน่งเดิม ของที่หายไปถูกทำขึ้นใหม่จากบันทึกและหลักฐานที่มี

การดูแลหลังจากนั้นเป็นระบบ UNESCO ระบุว่ามีการทาสีใหม่ตามแผนสีดั้งเดิมทุกห้าปี สภาพบ้านถูกติดตามตลอด และจำนวนคนที่อยู่ในบ้านพร้อมกันภายใต้การดูแลถูกจำกัดไว้ที่ 12 คน ตามเวลาเปิดทำการปัจจุบัน บ้านจึงรับผู้เข้าชมราว 12,000 คนต่อปี คำขอให้รับกลุ่มใหญ่หรือทัวร์สั้นแทบไม่ได้รับอนุมัติ เพื่อรักษาสภาพบ้านและคุณภาพของข้อมูลที่ผู้ชมได้รับ

| สิ่งที่ UNESCO บันทึก             | สิ่งที่ธุรกิจเทียบได้                                    |
| ---------------------------------- | ------------------------------------------------------------ |
| แผนสีดั้งเดิม ทาใหม่ทุกห้าปี | รหัสสีและวัสดุของร้าน พร้อมรอบซ่อมบำรุง              |
| ของที่หายไปทำใหม่จากบันทึก  | แบบและขนาดของบูธที่เก็บไว้ประกอบซ้ำได้             |
| จำกัดคนในบ้านครั้งละ 12 คน     | จำนวนคนต่อรอบที่พื้นที่รับได้โดยประสบการณ์ไม่เสีย |

ที่มา: หน้า Rietveld Schröderhuis ในรายชื่อมรดกโลกของ UNESCO (คอลัมน์ขวาเป็นการตีความของบทความนี้)

### ทำไมพื้นที่เล็กต้องจำกัดจำนวนคน

เพราะพื้นที่ที่ออกแบบละเอียดเสียหายง่ายและเสียประสบการณ์เร็วเมื่อคนแน่น UNESCO ระบุว่าโครงสร้างและงานผิวของบ้านเปราะบาง จึงปรับจำนวนผู้ชมตามสภาพที่ติดตามอยู่ตลอด บูธหรือห้องสาธิตสินค้าที่ออกแบบให้คนได้ลองของจริงก็ควรกำหนดจำนวนคนต่อรอบไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบ

## ออกแบบพื้นที่ให้เปลี่ยนตามเวลาและต่อกับหน้าจอ

ก่อนวางผังบูธ ป๊อปอัป หรือพื้นที่ในร้าน ตอบห้าข้อนี้ให้ครบ แต่ละข้อมาจากสิ่งที่ UNESCO และเว็บไซต์ของบ้านบันทึกไว้

* **เขียนตารางการใช้งานตามช่วงเวลา** ว่าพื้นที่ต้องทำหน้าที่อะไรบ้างในหนึ่งวัน แล้วออกแบบกลไกเปลี่ยนพื้นที่ไว้ในโครง แบบผนังเลื่อนชั้นบน
* **ใช้ภาษาภาพชุดเดียวทุกขนาด** ตั้งแต่โพสต์ หน้าลงทะเบียน ป้าย ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ แบบที่ De Stijl เดินจากนิตยสารถึงบ้าน
* **รักษาจุดเชื่อมกับภายนอก** ทั้งวิวของหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ที่พื้นที่พาไป เพราะเมื่อจุดเชื่อมหาย พื้นที่ก็เสียความหมาย
* **บันทึกรหัสสี วัสดุ และแบบก่อสร้าง** ให้ทำซ้ำหรือซ่อมได้ตรงของเดิม
* **กำหนดจำนวนคนต่อรอบ** ของจุดที่ต้องการให้คนได้ลองหรือคุยจริง

## สรุป

กลุ่มศิลปินและสถาปนิกชาวเนเธอร์แลนด์ที่ตั้งชื่อตามนิตยสาร De Stijl ปี 1917 มีบ้าน Rietveld Schröder ที่สร้างปี 1924 เป็นงานที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกปี 2000 ในฐานะแถลงการณ์ของกลุ่มนี้ ภาษาภาพเดียวกันเดินจากหน้านิตยสารสู่เก้าอี้ Red and Blue และสู่บ้านที่มีผนังเลื่อนเปลี่ยนห้องตามช่วงวัน หน้าต่างมุมที่ต่อห้องกับทุ่งข้างนอก และแผนทาสีเดิมทุกห้าปี ธุรกิจที่ต้องการให้พื้นที่จริงกับหน้าจอพูดภาษาเดียวกัน จึงควรออกแบบกลไกเปลี่ยนพื้นที่ รักษาจุดเชื่อม และบันทึกทุกอย่างไว้ให้ทำซ้ำได้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เก้าอี้ Red and Blue เกี่ยวกับ De Stijl อย่างไร

เว็บไซต์ของบ้าน Rietveld Schröder เรียกเก้าอี้ตัวนี้ว่าสัญลักษณ์ของ De Stijl Rietveld ออกแบบไว้ราวปี 1919 ก่อนออกแบบบ้าน ประกอบจากไม้บีช 15 ซี่กับแผ่นไม้ 2 แผ่น และแสดงสามมิติ คือความสูง ความกว้าง และความลึก แบบเดียวกับที่เห็นในเส้นของผนังบ้าน

### บ้าน Rietveld Schröder ต่างจากบ้านสมัยใหม่หลังอื่นอย่างไร

UNESCO ระบุว่าเป็นอาคารประเภทนี้หลังเดียวในผลงานของ Rietveld และต่างจากอาคารสมัยใหม่ชิ้นสำคัญอย่าง Villa Savoye และ Villa Tugendhat ตรงวิธีจัดการพื้นที่และความคิดเรื่องหน้าที่ของอาคาร สถาปนิกร่วมสมัยหลายคนได้รับอิทธิพลจากบ้านหลังนี้

### เข้าชมบ้านหลังนี้ได้ไหม

ได้ บ้านเป็นพิพิธภัณฑ์ทั้งหลัง ดูแลโดย Centraal Museum ของเมืองอูเทรกต์ เว็บไซต์ของบ้านแจ้งว่าต้องจองล่วงหน้า และ UNESCO ระบุว่าในบ้านรับคนพร้อมกันได้ไม่เกิน 12 คน ศูนย์ข้อมูลและจุดขายบัตรอยู่ในอาคารข้างเคียง

### ใช้สีแดง เหลือง น้ำเงินแบบ De Stijl กับหน้าร้านได้ไหม

ได้ แต่ควรดูที่ความสม่ำเสมอมากกว่าตัวสี บ้าน Rietveld Schröder ใช้สีปฐมภูมิคู่กับสีขาว เทา และดำ และทาใหม่ตามแผนสีเดิมทุกห้าปี ร้านที่ใช้สีจัดควรบันทึกรหัสสีและวัสดุไว้ และตรวจว่าสีบนป้าย หน้าร้าน และหน้าจอยังตรงกันทุกครั้งที่ซ่อมหรือพิมพ์ใหม่

### อ่านบทไหนต่อจาก De Stijl ในซีรีส์สไตล์การออกแบบ

ย้อนไปอ่านได้ที่ [Constructivism ทีมสองคนที่ทำโฆษณาให้สินค้าทั้งเมือง](https://phygital.co.th/insights/constructivism-graphic-design-history-guide) กลุ่มศิลปินร่วมยุคในรัสเซียที่ทำโปสเตอร์และบรรจุภัณฑ์ และอ่านต่อได้ที่ [Art Nouveau](https://phygital.co.th/insights/art-nouveau-organic-design-mucha-guide) สไตล์ลายเส้นโค้งจากธรรมชาติ ส่วนการออกแบบแม่แบบให้ใช้ได้ทั้งในร้านและบนจออยู่ในบทความ [Swiss Style กริดที่รองรับสองภาษาและใช้ซ้ำได้ทั้งปี](https://phygital.co.th/insights/swiss-style-international-typographic-design-guide)

## บูธที่ต้องรื้อจัดใหม่ทุกครั้งที่หน้าที่เปลี่ยน เสียเวลาไปกับการจัดของ แทนการคุยกับลูกค้า

ตารางงานกับขนาดพื้นที่สองอย่างนี้พอให้ PHYGITAL AGENCY เริ่มวางผังที่เปลี่ยนหน้าที่ได้ในโครงเดียว พร้อมภาษาภาพที่ต่อกับหน้าลงทะเบียนและโพสต์ของงาน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
