# Dark Social ลิงก์ที่ส่งทางแชทไปกองใน Direct ของ GA4

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/dark-social-explained · เผยแพร่ 23 พฤษภาคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

GA4 นับเซสชันเป็น Direct เมื่อไม่มีทั้งแหล่งที่มาและสื่อ ลิงก์ที่ส่งต่อทาง LINE WhatsApp หรือไฟล์ PDF จึงไปกองรวมกัน อ่านกติกาจัดช่องทาง ค่า UTM และวิธีแยกช่องทางแชท

## Key Takeaways

- **GA4 จัดเซสชันเข้าช่อง Direct เมื่อแหล่งที่มาเป็น (direct) และสื่อเป็น (none) หรือ (not set)** — คือไม่รู้เลยว่าคนมาจากไหน ลิงก์ที่ลูกค้าส่งต่อกันทางแชทส่วนตัว อีเมลส่วนตัว หรือไฟล์เอกสาร จึงไปรวมอยู่กับคนที่พิมพ์ชื่อเว็บเองในช่องเดียวกัน
- **Google ระบุสาเหตุของ Direct ไว้เองสี่กลุ่ม** — ได้แก่ลิงก์ไม่มี UTM การเปลี่ยนเส้นทางหรือตัวย่อลิงก์ที่ตัดพารามิเตอร์ทิ้ง ลิงก์ในไฟล์ PDF หรือ Word และตัวบล็อกโฆษณาในเบราว์เซอร์
- **ร้านแก้ได้เฉพาะลิงก์ที่ร้านแจกเอง** — ด้วยการติด utm_source utm_medium utm_campaign ทุกลิงก์ แล้วสร้าง Custom channel group แยกช่องทางแชทออกมา ส่วนลิงก์ที่ลูกค้าคัดลอกไปส่งต่อเอง ใช้การดู Direct ที่ลงหน้าลึกเป็นตัวประมาณ

Dark Social คือการแชร์ลิงก์ผ่านช่องทางที่เครื่องมือวัดผลมองไม่เห็นว่าลิงก์มาจากไหน เช่นแชทส่วนตัว กลุ่มแชทของครอบครัว หรืออีเมลที่ส่งหากันเอง ในรายงานของ Google Analytics 4 คนกลุ่มนี้ไม่ได้หายไป แต่ไปอยู่ในช่องทาง Direct ปนกับคนที่พิมพ์ชื่อเว็บเองหรือกดจากบุ๊กมาร์ก เจ้าของร้านที่เห็นยอด Direct สูงขึ้นทุกเดือนโดยไม่ได้ทำแคมเปญออฟไลน์ จึงต้องตัดสินใจก่อนว่าจะเชื่อตัวเลขนี้แค่ไหน และลิงก์ชุดไหนที่ร้านแก้ได้เอง

แหล่งหลักของเนื้อหาต่อจากนี้คือเอกสารของ Google Analytics สี่หน้า ได้แก่หน้า [Default channel group](https://support.google.com/analytics/answer/9756891?hl=en) หน้า [Understand (direct) / (none) traffic](https://support.google.com/analytics/answer/15258820?hl=en) หน้า [URL builders](https://support.google.com/analytics/answer/10917952?hl=en) และหน้า [Custom channel groups](https://support.google.com/analytics/answer/13051316?hl=en) ส่วนที่มาของคำ Dark Social ใช้บทความต้นฉบับใน The Atlantic ปี 2555 การย้ายแท็กไปประมวลผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ใน[Server-Side Tracking คืออะไร ย้ายแท็กแล้วยังต้องขอความยินยอม](https://phygital.co.th/insights/server-side-tracking-explained)

## GA4 นับอะไรเป็น Direct

หน้า Default channel group ของ Google เขียนกติกาของช่อง Direct ไว้บรรทัดเดียว คือแหล่งที่มา (source) ต้องตรงกับค่า `(direct)` และสื่อ (medium) ต้องเป็น `(not set)` หรือ `(none)` คำอธิบายของช่องนี้บอกว่าเป็นช่องทางของคนที่มาจากลิงก์ที่บันทึกไว้หรือพิมพ์ URL เอง

ปัญหาอยู่ที่ GA4 ไม่ได้ตรวจว่าคนพิมพ์ URL จริงหรือไม่ ระบบรู้แค่ว่าไม่มีข้อมูลแหล่งที่มาส่งมากับการเข้าเว็บ เซสชันที่ไม่มีข้อมูลนี้ทุกเซสชันจึงเข้าช่อง Direct เหมือนกันหมด ไม่ว่าคนนั้นจะกดลิงก์จากแชทกลุ่ม เปิดจากไฟล์ใบเสนอราคา หรือพิมพ์ชื่อร้านเองจริง

Google ยังระบุว่ากลุ่มช่องทางตั้งต้น (Default channel group) แก้ไขไม่ได้ และกติกาไม่สนตัวพิมพ์เล็กใหญ่ ร้านที่อยากได้ช่องทางแบบอื่นต้องสร้างกลุ่มช่องทางของตัวเองแยกต่างหาก ซึ่งอยู่ในหัวข้อถัดไป

### Dark Social คืออะไร และคำนี้มาจากไหน

คำนี้มาจาก Alexis C. Madrigal บรรณาธิการของ The Atlantic ใน[บทความวันที่ 12 ตุลาคม 2555](https://www.theatlantic.com/technology/archive/2012/10/dark-social-we-have-the-whole-history-of-the-web-wrong/263523/) เขาเขียนว่าการแชร์ที่คนเห็นบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง การแชร์ส่วนใหญ่เกิดผ่านอีเมลและโปรแกรมแชทที่วัดยาก

ตัวเลขในบทความมาจากบริษัทวิเคราะห์เว็บ Chartbeat ซึ่งแยกผู้เข้าชมที่ไม่มีข้อมูลแหล่งที่มาออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเข้าหน้าแรกหรือหน้ารวมหมวด กลุ่มที่สองเข้าหน้าบทความ แล้วนับกลุ่มที่สองเป็นการแชร์ เพราะไม่มีใครพิมพ์ URL บทความยาวเหยียดเอง ผลในวันแรกที่ Madrigal เห็นคือ การแชร์กลุ่มนี้พาคนเข้า The Atlantic 56.5% ของทราฟฟิกจากโซเชียล ส่วนโซเชียลที่วัดได้มี 43.5% และเมื่อ Chartbeat รวมข้อมูลเว็บสื่อหลายเว็บ การแชร์ที่มองไม่เห็นคิดเป็นเกือบ 69% ของทราฟฟิกจากโซเชียล เฟซบุ๊ก 20% ทวิตเตอร์ 6%

ตัวเลขชุดนี้เป็นของเว็บสื่อในสหรัฐฯ ปี 2555 ใช้เทียบกับร้านค้าในไทยวันนี้ตรง ๆ ไม่ได้ สิ่งที่ยังใช้ได้คือวิธีแยกของ Chartbeat ซึ่งร้านนำมาทำเองใน GA4 ได้

## สี่สาเหตุที่ Google เขียนไว้เอง

หน้า Understand (direct) / (none) traffic ของ Google แบ่งสาเหตุที่ทำให้เซสชันกลายเป็น Direct ไว้เป็นกลุ่ม ร้านอ่านแล้วแยกได้ว่าข้อไหนแก้เองได้ ข้อไหนแก้ไม่ได้

1. **ลิงก์ไม่มีพารามิเตอร์ UTM** หรือเว็บไม่ได้เชื่อมกับแพลตฟอร์มโฆษณา ข้อมูลแหล่งที่มาจึงหายตั้งแต่ต้น
2. **การเปลี่ยนเส้นทาง (redirect) ตัดพารามิเตอร์ทิ้ง** เช่นเปลี่ยนจากเว็บหนึ่งไปอีกเว็บ หรือจาก https ไป http และตัวย่อลิงก์อย่าง bit.ly ก็ตัดรายละเอียดแหล่งที่มาได้เช่นกัน
3. **คนเข้าเว็บจากการพิมพ์ URL หรือกดลิงก์ในเอกสารออฟไลน์** เช่นไฟล์ PDF และ Word ซึ่ง Google จัดเป็น Direct ทั้งหมด
4. **คนใช้ตัวบล็อกโฆษณา** ซึ่งรบกวนคุกกี้ที่ใช้ระบุแหล่งที่มา

ข้อ 1 และข้อ 2 ร้านแก้เองได้ ข้อ 3 แก้ได้บางส่วน ถ้าลิงก์ในไฟล์ PDF เป็นลิงก์ที่ร้านใส่เอง ส่วนข้อ 4 อยู่นอกมือร้าน

### ส่งลิงก์ร้านในแชทแล้วหน้าตัวอย่างขึ้น ข้อมูลแหล่งที่มายังอยู่ไหม

อยู่หรือไม่ขึ้นกับลิงก์ที่ส่ง ไม่ได้ขึ้นกับหน้าตัวอย่าง ถ้าลิงก์มี UTM ครบและไม่ผ่านการเปลี่ยนเส้นทางที่ตัดพารามิเตอร์ GA4 จะอ่านค่าจาก URL ได้ แม้แอปแชทไม่ส่งข้อมูลแหล่งที่มามาให้ ถ้าลิงก์เป็น URL เปล่า เซสชันนั้นจะตกไปอยู่ใน Direct ร้านทดสอบได้เองด้วยการส่งลิงก์ให้ตัวเองในแชท กดเปิด แล้วดูรายงานเรียลไทม์ว่าเซสชันขึ้นแหล่งที่มาอะไร

### ใช้ตัวย่อลิงก์ได้ไหม

ใช้ได้ถ้าทดสอบก่อนว่าพารามิเตอร์ยังอยู่ปลายทาง Google เขียนไว้ว่าตัวย่อลิงก์ตัดรายละเอียดแหล่งที่มาได้ ร้านจึงควรย่อลิงก์ที่ติด UTM แล้ว กดลิงก์ย่อนั้นเอง แล้วเช็กว่า URL ที่เปิดขึ้นในเบราว์เซอร์ยังมี `utm_source` อยู่ครบ

## ค่า UTM ที่ทำให้ลิงก์มีช่องทางของตัวเอง

หน้า URL builders ของ Google ระบุพารามิเตอร์ที่ GA4 รับได้ ได้แก่ `utm_id` `utm_source` `utm_medium` `utm_campaign` `utm_source_platform` `utm_term` `utm_content` `utm_creative_format` และ `utm_marketing_tactic` โดยสองตัวสุดท้ายยังไม่แสดงในรายงาน Google ให้ใช้สามตัวทุกครั้ง คือ `utm_source` `utm_medium` และ `utm_campaign`

ค่า `utm_medium` เป็นตัวตัดสินว่าเซสชันเข้าช่องทางไหน ตามกติกาในหน้า Default channel group

| ค่า utm\_medium ที่ร้านใส่                                           | GA4 จัดเข้าช่อง                             |
| ---------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------- |
| social, social-network, social-media, sm, social network, social media | Organic Social                                |
| email, e-mail, e\_mail, e mail (หรือใส่ค่าเดียวกันใน utm\_source)  | Email                                         |
| sms (หรือ utm\_source เป็น sms)                                        | SMS                                           |
| referral, app, link                                                    | Referral                                      |
| ค่าที่ขึ้นต้นด้วย paid หรือมี cp อยู่ในคำ เช่น cpc               | Paid Other หรือช่องโฆษณาของแพลตฟอร์มนั้น |
| ค่าที่ไม่ตรงกติกาไหนเลย เช่น chat                                 | Unassigned                                    |

แถวสุดท้ายสำคัญกับร้านที่ส่งลิงก์ทางแชทมาก GA4 ไม่มีช่องทางชื่อ "แชท" ในกลุ่มตั้งต้น ร้านที่ตั้ง `utm_medium=chat` จะเห็นเซสชันไปอยู่ใน Unassigned แทน Direct ซึ่งดีกว่าเดิมตรงที่แยกออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีชื่อช่องทางให้ทีมอ่านเข้าใจ

### ลิงก์ที่ส่งใน LINE ควรใส่ medium อะไร

เลือกตามว่าร้านอยากเห็นลิงก์นี้ในช่องไหน ถ้าอยากให้นับรวมกับโซเชียล ใส่ `utm_medium=social` แล้วระบุ `utm_source=line` แยกแหล่งไว้ ถ้าอยากเห็นช่องทางแชทเป็นช่องของตัวเอง ใส่ค่าที่ทีมตกลงกัน เช่น `utm_medium=chat` แล้วสร้าง Custom channel group ตามหัวข้อถัดไป Google แนะนำในหน้าเดียวกันให้ใช้ค่า `utm_source` หนึ่งค่าต่อหนึ่งแพลตฟอร์ม และ `utm_medium` หนึ่งค่าต่อหนึ่งช่องทาง ไม่ให้แถวเดียวกันแตกเป็นหลายแถวในรายงาน

### ลิงก์ในอีเมลข่าวสารต้องติดด้วยไหม

ต้องติด ถ้าร้านอยากแยกคลิกจากอีเมลข่าวสารออกจาก Direct และเห็นยอดขายที่ตามมา รายละเอียดการวัดอีเมลอัตโนมัติจากคลิกแทนยอดเปิดอยู่ใน[Email Automation เริ่มสองลำดับ แล้ววัดจากคลิกแทนยอดเปิด](https://phygital.co.th/insights/email-marketing-automation-welcome-abandoned-cart)

## แยกช่องทางแชทด้วย Custom channel group

หน้า Custom channel groups ของ Google อธิบายว่าร้านสร้างกลุ่มช่องทางของตัวเองได้ โดยใช้กติกาจากฟิลด์ Campaign id, Campaign name, Default channel group, Manual ad content, Medium, Source และ Source platform กลุ่มที่สร้างแล้วใช้เป็นมิติหลักในรายงาน Acquisition ได้ ใช้ในรายงานแบบกำหนดเอง Explorations และตอนสร้างกลุ่มเป้าหมาย และที่สำคัญกับเรื่องนี้คือ **ใช้กับข้อมูลย้อนหลังได้** ร้านที่เริ่มติด UTM มาก่อนแล้วจะเห็นช่องทางใหม่ย้อนกลับไปถึงวันที่เริ่มติด

ตัวอย่างการตั้งช่องทาง "แชท" ในกลุ่มใหม่ คือเงื่อนไข Medium ตรงกับค่า `chat` แล้วเลื่อนช่องทางนี้ขึ้นไปไว้เหนือช่อง Referral ตัวอย่างในหน้าเดียวกันของ Google ที่สร้างช่อง AI assistants ก็สั่งให้เลื่อนลำดับแบบนี้ เพราะเซสชันหนึ่งจะเข้าช่องทางแรกที่ตรงกติกา ถ้าช่องใหม่อยู่ท้ายรายการ เซสชันอาจถูกช่องอื่นดักไปก่อน

### Custom channel group ดึงเซสชันออกจาก Direct ได้ไหม

ไม่ได้ กลุ่มช่องทางของร้านจัดเซสชันตามค่าที่มีอยู่แล้ว เซสชันที่ GA4 ไม่รู้แหล่งที่มาตั้งแต่ต้นยังเป็น `(direct) / (none)` ในทุกกลุ่ม ช่องทางแชทที่ร้านสร้างจึงนับได้เฉพาะลิงก์ที่ติด UTM มาก่อน การแยกช่องทางเป็นขั้นที่สองต่อจากการติด UTM ไม่ใช่ทางลัดแทนกัน

## ดู Direct ที่ลงหน้าลึกแทนการนับตรง

ลิงก์ที่ลูกค้าคัดลอกจากเว็บไปส่งต่อเอง ร้านติด UTM ให้ไม่ได้ วิธีของ Chartbeat ในปี 2555 ใช้ได้กับกรณีนี้ คือแยก Direct ตามหน้าที่คนลงเป็นหน้าแรก

ใน GA4 ร้านทำได้ด้วยการเปิดรายงานหน้า Landing page แล้วกรองเฉพาะเซสชันที่ Session default channel group เป็น Direct จากนั้นแยกหน้าแรกกับหน้ารวมหมวดออกจากหน้าสินค้าหรือหน้าบทความ

* **Direct ที่ลงหน้าแรก** มีโอกาสเป็นคนพิมพ์ชื่อเว็บหรือกดบุ๊กมาร์กจริง
* **Direct ที่ลงหน้าสินค้าหรือบทความที่ URL ยาว** มีโอกาสสูงว่าเป็นลิงก์ที่มีคนส่งต่อ ไม่ว่าทางแชท อีเมล หรือไฟล์เอกสาร

ตัวเลขที่ได้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่การนับตรง คนที่บุ๊กมาร์กหน้าสินค้าไว้ก็นับรวมอยู่ในกลุ่มที่สอง แต่เมื่อดูเป็นแนวโน้มรายสัปดาห์ ร้านจะเห็นว่าหน้าไหนถูกส่งต่อกันมากหลังโพสต์คอนเทนต์ Google ยังเตือนไว้ในหน้า URL builders ว่ามิติ Landing page + query string ไม่เก็บค่า UTM ค่าพวกนี้ไปอยู่ในมิติ Page location แทน ร้านที่กรองหน้าโดยดูพารามิเตอร์จึงต้องใช้มิติ Page location

### ยอด Direct ขึ้นพร้อมวันที่โพสต์คอนเทนต์ บอกอะไร

บอกว่าคอนเทนต์ชิ้นนั้นอาจถูกส่งต่อทางช่องที่ GA4 มองไม่เห็น ถ้า Direct ที่ลงหน้าลึกขึ้นในวันเดียวกับที่ร้านโพสต์ และหน้าที่คนลงเป็นหน้าที่คอนเทนต์ลิงก์ไปถึง ร้านจะรู้ว่าคอนเทนต์ที่ยอดกดไลก์ต่ำอาจเป็นชิ้นที่ถูกส่งต่อมากที่สุด ก่อนตัดคอนเทนต์ประเภทไหนทิ้ง ให้เทียบตัวเลขนี้ก่อน

## ลิงก์ห้าแบบที่ร้านแจกเองกับค่าที่ควรติด

ลิงก์ที่ร้านแจกเองมีไม่กี่แบบ และแต่ละแบบเลือกค่าได้ล่วงหน้า ตัวอย่างข้างล่างใช้แคมเปญสมมติชื่อ `rainy_sale` ร้านเปลี่ยนชื่อแคมเปญให้ตรงกับของจริงได้ แต่ควรคงค่า source และ medium ให้เหมือนกันทุกแคมเปญ

| ลิงก์ที่ร้านแจก              | utm\_source    | utm\_medium | ช่องที่เห็นใน GA4          |
| ------------------------------- | -------------- | ----------- | ----------------------------- |
| ข้อความบรอดแคสต์ใน LINE OA | line           | chat        | แชท (ช่องที่ร้านสร้างเอง) |
| ข้อความตอบลูกค้าใน WhatsApp  | whatsapp       | chat        | แชท (ช่องที่ร้านสร้างเอง) |
| อีเมลข่าวสาร                   | newsletter     | email       | Email                         |
| ลิงก์ในไฟล์ใบเสนอราคา PDF  | quotation\_pdf | referral    | Referral                      |
| คิวอาร์โค้ดที่หน้าร้าน     | qr\_store      | referral    | Referral                      |

การใช้คิวอาร์โค้ดติด UTM แยกตามจุดในร้านเล่าไว้ใน[สร้าง Phygital Store อย่างไร ให้หน้าร้านเก็บ Data ได้ด้วย](https://phygital.co.th/insights/how-to-build-phygital-store) ร้านที่ใช้ค่า `referral` กับลิงก์ในไฟล์และคิวอาร์โค้ดจะเห็นสองแหล่งนี้แยกกันด้วยค่า source ถ้าอยากให้เป็นช่องของตัวเอง ใช้ Custom channel group แบบเดียวกับแชท

## สรุป

GA4 นับเซสชันเป็น Direct เมื่อแหล่งที่มาเป็น `(direct)` และสื่อเป็น `(none)` หรือ `(not set)` ลิงก์ที่ส่งต่อทางแชท อีเมลส่วนตัว และไฟล์ PDF หรือ Word จึงรวมอยู่กับคนที่พิมพ์ URL เอง Google ระบุสาเหตุไว้สี่กลุ่ม คือไม่มี UTM การเปลี่ยนเส้นทางหรือตัวย่อลิงก์ที่ตัดพารามิเตอร์ เอกสารออฟไลน์ และตัวบล็อกโฆษณา ร้านแก้ลิงก์ที่แจกเองได้ด้วย utm\_source utm\_medium utm\_campaign ทุกลิงก์ แล้วสร้าง Custom channel group ช่องแชทที่ใช้กับข้อมูลย้อนหลังได้ ส่วนลิงก์ที่ลูกค้าส่งต่อกันเอง ใช้ Direct ที่ลงหน้าลึกเป็นค่าประมาณตามวิธีที่ Chartbeat ใช้กับ The Atlantic ในปี 2555

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Dark Social ต่างจาก Direct ปกติอย่างไร

ใน GA4 ไม่ต่างกันเลยในระดับข้อมูล ทั้งสองกลุ่มมีแหล่งที่มาเป็น (direct) และสื่อเป็น (none) ความต่างอยู่ที่พฤติกรรมจริง คนกลุ่มแรกกดลิงก์ที่มีคนส่งมา อีกกลุ่มพิมพ์ URL หรือกดบุ๊กมาร์ก ร้านแยกสองกลุ่มนี้ได้แค่ทางอ้อม ด้วยหน้าที่คนลงหรือด้วย UTM ที่ติดไว้ล่วงหน้า

### ติด UTM ทุกลิงก์แล้ว Direct จะหายไหม

ไม่หาย Google ระบุสาเหตุอื่นไว้ด้วย เช่นลิงก์ในเอกสารออฟไลน์ คนที่พิมพ์ URL เอง และตัวบล็อกโฆษณา ลิงก์ที่ลูกค้าคัดลอกไปส่งต่อโดยตัดพารามิเตอร์ทิ้งก็กลับไปเป็น Direct เหมือนเดิม UTM ช่วยเฉพาะลิงก์ที่ร้านคุมได้

### ลิงก์ในไบโอโซเชียลต้องติด UTM ไหม

ติดได้และควรติด แต่ถ้าแพลตฟอร์มส่งข้อมูลแหล่งที่มาให้อยู่แล้ว GA4 จะจัดเข้า Organic Social ตามรายชื่อเว็บโซเชียลที่ Google มี การติด UTM ช่วยให้ร้านแยกได้ว่าคลิกมาจากลิงก์ในไบโอ หรือจากโพสต์ที่คนอื่นแชร์

### ธุรกิจที่ขายต่างประเทศผ่าน WhatsApp ต้องทำเหมือนกันไหม

ใช้หลักเดียวกัน ตั้ง utm_source=whatsapp แยกจาก utm_source=line แล้วดูในกลุ่มช่องทางเดียวกัน เรื่องการใช้ WhatsApp Business กับลูกค้าต่างชาติอยู่ใน[WhatsApp Business แอปฟรีกับแพลตฟอร์ม และค่าข้อความ ต.ค. 2569](https://phygital.co.th/insights/whatsapp-business-marketing-thai-export-business)

### ลูกค้าที่มาจากการบอกต่อ ใช้ยิงโฆษณาหาคนคล้ายกันได้ไหม

ได้ถ้าร้านมีรายชื่อลูกค้าที่ซื้อจริงเป็นต้นทาง แต่แพลตฟอร์มใช้ต้นทางนั้นเป็นแค่สัญญาณ ไม่ได้จำกัดกลุ่มตายตัว อ่านเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มได้ใน[Lookalike Audience ต้นทางที่ใช้ได้ กับขอบเขตที่ระบบขยายเอง](https://phygital.co.th/insights/lookalike-audience-explained) ส่วนการเลือกหน้าที่โฆษณาจะขึ้นตามเนื้อหาโดยไม่ต้องรู้ตัวคน อยู่ใน[Contextual Targeting ใน Google Ads หัวข้อ คีย์เวิร์ด ตำแหน่ง](https://phygital.co.th/insights/contextual-targeting-explained)

## ลิงก์ที่ร้านแจกเองทุกชิ้นมีช่องทางของตัวเองในรายงาน

PHYGITAL AGENCY วางชุดค่า UTM ให้ลิงก์ทางแชท อีเมล ไฟล์เอกสาร และคิวอาร์โค้ด ตั้งช่องทางแชทใน GA4 และส่งรายงานเทียบยอด Direct ก่อนและหลังให้ทุกเดือน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
