# Customer Lifetime Value ตั้งมูลค่าลูกค้าใหม่ใน Google Ads

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/customer-lifetime-value-clv-explained · เผยแพร่ 8 พฤษภาคม 2568 · อ่าน 10 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เป้าหมายหาลูกค้าใหม่ของ Google Ads ให้กรอกมูลค่าที่บวกเพิ่มเมื่อได้ลูกค้าใหม่ Google แนะนำเริ่มที่ 2 เท่าของลูกค้าปกติ ร้านคำนวณตัวเลขนี้จาก CLV ของตัวเองได้

## Key Takeaways

- **เป้าหมายวงจรชีวิตลูกค้าของ Google Ads ให้ธุรกิจกรอกมูลค่าที่บวกเพิ่มเข้า conversion เมื่อผู้ซื้อเป็นลูกค้าใหม่** — ยิ่งตั้งสูง แคมเปญยิ่งเอนไปหาลูกค้ากลุ่มนั้น และค่านี้ใช้เป็นค่าตั้งต้นกับทุกแคมเปญที่เปิดเป้าหมายหาลูกค้าใหม่
- **แนวทางเริ่มต้นของ Google คือตั้งมูลค่าลูกค้าใหม่ราว 2 เท่าของลูกค้าปกติ และสมาชิกโปรแกรมสะสมแต้ม 1.25-1.75 เท่า** — Google ระบุว่าเป็นทิศทางเริ่มต้น ค่าที่เหมาะขึ้นกับแต่ละธุรกิจ
- **มูลค่าที่คาดการณ์อัตโนมัติใน GA4 ต้องมีผู้ใช้ที่กลับมาซื้ออย่างน้อย 1,000 คนและไม่ซื้ออย่างน้อย 1,000 คน** — ร้านที่ยังไม่ถึงเกณฑ์คำนวณ Customer Lifetime Value จากบัญชีขายของตัวเองได้

Google Ads มีช่องให้กรอกว่าลูกค้าใหม่หนึ่งคนมีค่ามากกว่าการซื้อครั้งนั้นเท่าไร ตัวเลขในช่องนี้บวกเข้าไปในมูลค่า conversion และกำหนดว่าระบบประมูลจะยอมจ่ายเพิ่มเพื่อได้ลูกค้าใหม่แค่ไหน ร้านส่วนใหญ่กดใช้ค่าที่ระบบแนะนำ ซึ่งอิงยอดสั่งซื้อเฉลี่ย ทั้งที่ร้านมีข้อมูลที่ตอบคำถามนี้ได้ตรงกว่าอยู่ในมือ คือประวัติว่าลูกค้าใหม่ของร้านกลับมาซื้ออีกกี่ครั้ง

ตัวเลขนั้นคือ Customer Lifetime Value หรือ CLV มูลค่าที่ลูกค้าหนึ่งคนสร้างให้ร้านตลอดช่วงที่ยังซื้ออยู่ ร้านเล็กคำนวณได้จากบัญชีขายโดยไม่ต้องรอเครื่องมือคาดการณ์ ซึ่งต้องใช้ข้อมูลระดับหลักพันคน

## เป้าหมายวงจรชีวิตลูกค้าใน Google Ads มีอะไรบ้าง

[หน้าช่วยเหลือเรื่อง customer lifecycle goals](https://support.google.com/google-ads/answer/12080169?hl=en) แบ่งเป้าหมายเป็นสองหมวด ใช้กับแคมเปญ Performance Max, Search, Shopping และ Demand Gen ตามโหมดที่รองรับ

1. **New Customer Value** ประมูลสูงขึ้นสำหรับลูกค้าใหม่เทียบกับลูกค้าเดิม ใช้กับ Search, Performance Max, Shopping และ Demand Gen ต้องใช้กลยุทธ์ประมูลตามมูลค่า และต้องมีเป้าหมาย Purchase อย่างน้อยหนึ่งตัว Google แนะนำโหมดนี้กับผู้ลงโฆษณาทุกรายที่มีเป้าหมายการซื้อ
2. **High Value New Customer** ประมูลสูงขึ้นอีกสำหรับลูกค้าใหม่ที่มีแนวโน้มมีมูลค่าสูง ใช้กับ Performance Max และ Search
3. **New Customer Only** ประมูลเฉพาะลูกค้าใหม่ ใช้ได้ทั้งกลยุทธ์ตามมูลค่าและตามจำนวน conversion ไม่บังคับให้มีเป้าหมาย Purchase
4. **Re-engagement** ประมูลสูงขึ้นสำหรับลูกค้าที่ห่างหายไป ตามนิยามที่ธุรกิจกำหนดเอง ใช้กับ Performance Max
5. **High Value Re-engagement** ประมูลสูงขึ้นสำหรับลูกค้าที่เคยมีมูลค่าสูงแล้วห่างหายไป ใช้กับ Performance Max
6. **Loyalty Program Members** เข้าถึงสมาชิกโปรแกรมสะสมแต้มของร้าน ใช้กับ Performance Max และ Shopping

### New Customer Only ต่างจาก New Customer Value อย่างไร

New Customer Value ยังประมูลให้ลูกค้าเดิมตามปกติ แต่ให้น้ำหนักลูกค้าใหม่มากกว่า ส่วน New Customer Only ประมูลให้ลูกค้าใหม่อย่างเดียว Google แนะนำโหมดหลังเฉพาะธุรกิจที่มีงบหาลูกค้าใหม่แยกเข้มงวด หรือมีเป้าหมายที่ไม่ใช่การซื้อ เช่น การเก็บ lead และให้ตั้งแคมเปญแยกสำหรับลูกค้าเดิม ร้านที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าประจำ ถ้าใช้ New Customer Only โดยไม่มีแคมเปญคู่ จะหยุดประมูลให้คนที่ซื้อบ่อยที่สุดของร้านไปทั้งกลุ่ม

### Google รู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นลูกค้าใหม่

มีสองทาง ทางแรกคือระบบตรวจจับอัตโนมัติ ซึ่งเปิดเองเมื่อใช้เป้าหมายหาลูกค้าใหม่และบัญชีวัด conversion การซื้ออยู่แล้ว ระบบสร้างรายชื่อจากกิจกรรมของแคมเปญและการซื้อย้อนหลังได้ถึง 540 วัน ทางที่สองคือรายชื่อที่ร้านกำหนดเอง เช่น รายชื่อลูกค้าที่อัปโหลดผ่าน Customer Match รายชื่อผู้เข้าชมเว็บ หรือกลุ่มจาก GA4 [หน้าวิธีตรวจจับกลุ่มลูกค้า](https://support.google.com/google-ads/answer/14005876?hl=en) ระบุว่าระบบอัตโนมัติง่ายที่สุด แต่ครอบคลุมน้อยกว่าเพราะผู้ใช้ลบคุกกี้หรือเลือกไม่ให้ติดตามได้ Google จึงแนะนำให้เสริมด้วยรายชื่อลูกค้าของร้าน เงื่อนไขว่ารายชื่อแบบไหนอัปโหลดได้ อยู่ใน[Second-Party Data รายชื่อพาร์ตเนอร์ใช้ Customer Match ได้ไหม](https://phygital.co.th/insights/second-party-data-explained)

### ลูกค้าที่ห่างหายไปนับจากอะไร

ร้านกำหนดเอง หน้าช่วยเหลือระบุว่านิยามของลูกค้าที่ห่างหายไปขึ้นกับเกณฑ์ของแต่ละธุรกิจ เช่น ไม่ซื้อเลยในช่วงเวลาหนึ่ง หรือไม่มีการติดต่อใด ๆ กับร้าน ร้านอัปโหลดรายชื่อกลุ่มนี้ผ่าน Customer Match แล้วตั้งมูลค่าที่สูงกว่าลูกค้าเดิมทั่วไป โหมด Re-engagement ใช้ได้เฉพาะรายชื่อที่อัปโหลดเอง ระบบตรวจจับอัตโนมัติใช้กับโหมดนี้ไม่ได้ ร้านที่ขายสินค้ารอบการซื้อชัด เช่น อาหารสัตว์ถุงใหญ่ที่หมดในราวหนึ่งเดือน กำหนดช่วงห่างหายได้จากรอบนั้นเอง

## ช่องมูลค่าลูกค้าใหม่ทำงานอย่างไร

[หน้าตั้งค่าเป้าหมายวงจรชีวิตลูกค้า](https://support.google.com/google-ads/answer/16090064?hl=en) อธิบายช่องนี้ไว้สี่ข้อ

1. **มูลค่าที่กรอกถูกบวกเข้า conversion การซื้อ** เมื่อผู้ซื้ออยู่ในกลุ่มที่ร้านกำหนด ทั้งในรายงานและในการประมูลของ Smart Bidding
2. **ยิ่งตั้งสูง แคมเปญยิ่งเอนไปหากลุ่มนั้น** เพราะระบบเห็นว่า conversion ของกลุ่มนั้นมีมูลค่ามากกว่า
3. **ค่านี้ใช้เป็นค่าตั้งต้นกับทุกแคมเปญ** ที่ใช้เป้าหมายหาลูกค้าใหม่หรือรักษาลูกค้าเดิม
4. **ถ้าไม่แน่ใจ ใช้ค่าแนะนำที่ระบบเสนอได้** ค่าแนะนำอิงยอดสั่งซื้อเฉลี่ยจากแคมเปญที่ผ่านมา

หน้าเดียวกันให้แนวทางเริ่มต้นไว้ ลูกค้าใหม่ราว 2 เท่าของลูกค้าปกติ ลูกค้าใหม่มูลค่าสูงมากกว่าลูกค้าใหม่ทั่วไป ลูกค้าที่ห่างหายไปน้อยกว่าลูกค้าใหม่แต่มากกว่าลูกค้าเดิม และสมาชิกโปรแกรมสะสมแต้ม 1.25-1.75 เท่าของลูกค้าปกติ Google เขียนกำกับว่าค่าที่เหมาะขึ้นกับแต่ละธุรกิจ แนวทางนี้เป็นเพียงทิศทางเริ่มต้นที่ปรับตามผลได้

### คอลัมน์ในรายงานเปลี่ยนไปอย่างไรหลังตั้งมูลค่า

คอลัมน์ Conversion value จะรวมทั้งมูลค่าการซื้อจริงและมูลค่าที่ร้านกรอกเพิ่ม ส่วนที่บวกเพิ่มดูแยกได้ในคอลัมน์ New Customer lifetime value และ Win-Back customer lifetime value ข้อที่ต้องระวังคือตัวเลขที่คำนวณจาก Conversion value เช่น ผลตอบแทนต่อค่าโฆษณา จะสูงกว่าเงินที่เข้าร้านจริงในเดือนนั้น ร้านที่ใช้ตัวเลขนี้ตัดสินงบต้องหักส่วนที่บวกเพิ่มออกก่อน วิธีที่แต่ละแพลตฟอร์มนับผลตอบแทนต่อค่าโฆษณาต่างกัน อธิบายไว้ใน[KPI โฆษณา CTR กับ ROAS ที่ Google และ Meta นับต่างกัน](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-kpi-ctr-cpc-roas-cac)

## คำนวณ Customer Lifetime Value จากบัญชีขายของร้าน

ช่องมูลค่าลูกค้าใหม่ถามถึงส่วนที่ลูกค้าใหม่มีค่ามากกว่าการซื้อครั้งแรก ส่วนนั้นคือมูลค่าของการซื้อครั้งถัด ๆ ไปที่ร้านคาดว่าจะได้ การคำนวณจากบัญชีขายจึงเริ่มจากลูกค้าที่ซื้อครั้งแรกในช่วงเดียวกัน แล้วนับว่าพวกเขาซื้ออีกเท่าไรในช่วงเวลาที่ร้านเลือก

1. **เลือกกลุ่มลูกค้า** เช่น ลูกค้าที่ซื้อครั้งแรกในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพื่อให้ทุกคนมีเวลาเท่ากันในการกลับมาซื้อ
2. **เลือกช่วงเวลาที่นับ** เช่น 12 เดือนหลังการซื้อครั้งแรก ช่วงยาวขึ้นได้ค่าสูงขึ้น แต่ความแน่นอนต่ำลง
3. **รวมยอดซื้อหลังครั้งแรกของทั้งกลุ่ม** แล้วหารด้วยจำนวนลูกค้าในกลุ่ม ได้มูลค่าการซื้อซ้ำต่อหัว
4. **เทียบกับยอดสั่งซื้อเฉลี่ยของครั้งแรก** เพื่อดูว่ามูลค่าซื้อซ้ำเป็นกี่เท่าของการซื้อหนึ่งครั้ง

### ตัวอย่างสมมติของร้านสองแบบ

ตัวเลขชุดนี้สมมติขึ้นเพื่ออธิบายการคำนวณ ไม่ได้มาจากร้านใดจริง ร้านเมล็ดกาแฟมียอดสั่งซื้อเฉลี่ย 500 บาท ลูกค้าที่ซื้อครั้งแรกในไตรมาสเดียวกันซื้อซ้ำเฉลี่ย 4 ครั้งใน 12 เดือน มูลค่าซื้อซ้ำต่อหัวจึงเท่ากับ 2,000 บาท หรือ 4 เท่าของการซื้อหนึ่งครั้ง ค่าแนะนำ 2 เท่าจึงต่ำกว่าความจริงของร้านนี้ อีกร้านขายโต๊ะทำงาน ยอดสั่งซื้อเฉลี่ย 5,000 บาท ลูกค้าไม่ถึงหนึ่งในสิบกลับมาซื้อภายในปี มูลค่าซื้อซ้ำต่อหัวจึงไม่ถึง 500 บาท ถ้าร้านนี้ใช้ค่าแนะนำ 2 เท่า ระบบจะประมูลลูกค้าใหม่แพงเกินกว่าที่ลูกค้าคืนให้

### ใช้ยอดขายหรือกำไรในการคำนวณ

ขึ้นกับว่ามูลค่า conversion ในบัญชีตั้งจากอะไร ถ้าแท็กการซื้อส่งยอดขายเข้าบัญชี มูลค่าลูกค้าใหม่ก็ควรเป็นยอดขายเพื่อให้หน่วยตรงกัน ร้านที่ส่งกำไรขั้นต้นเข้าบัญชีแทนยอดขาย ต้องใช้กำไรขั้นต้นของการซื้อซ้ำเช่นกัน การผสมสองหน่วยในบัญชีเดียวทำให้ระบบให้น้ำหนักลูกค้าใหม่ผิดสัดส่วน ถ้าร้านขายผ่านเว็บที่ติดตั้ง GA4 ไว้ ตาราง Cohort ช่วยนับการซื้อซ้ำของลูกค้าแต่ละรุ่นได้ วิธีตั้งอยู่ใน[Cohort Analysis ใน GA4 ลูกค้าที่ได้มาสัปดาห์นี้กลับมากี่คน](https://phygital.co.th/insights/cohort-analysis-explained)

## GA4 คาดการณ์มูลค่าลูกค้าแทนร้านได้เมื่อไหร่

GA4 มีตัวชี้วัดคาดการณ์ชื่อ Predicted revenue คือรายได้ที่คาดว่าผู้ใช้ที่ใช้งานใน 28 วันล่าสุดจะสร้างจากการซื้อใน 28 วันถัดไป แต่ [หน้าช่วยเหลือเรื่อง predictive metrics](https://support.google.com/analytics/answer/9846734?hl=en) กำหนดเงื่อนไขไว้หลายข้อ

1. **จำนวนตัวอย่างขั้นต่ำ** ใน 28 วันล่าสุด ช่วงเจ็ดวันหนึ่งต้องมีผู้ใช้ที่กลับมาและทำเงื่อนไขอย่างน้อย 1,000 คน และที่ไม่ทำอย่างน้อย 1,000 คน
2. **คุณภาพโมเดลต้องคงที่ต่อเนื่อง** ถ้าคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์ GA4 จะหยุดอัปเดตค่าคาดการณ์
3. **ต้องส่งเหตุการณ์ purchase พร้อมพารามิเตอร์ value และ currency**
4. **ค่าคาดการณ์ครอบคลุมแค่ 28 วันข้างหน้า** ไม่ใช่มูลค่าตลอดความสัมพันธ์

ร้านที่มีผู้ซื้อซ้ำไม่ถึงหลักพันคนต่อสัปดาห์จะไม่ได้ค่าคาดการณ์นี้ และต่อให้ได้ ค่า 28 วันก็สั้นกว่ารอบการซื้อซ้ำของสินค้าหลายประเภท บัญชีขายของร้านจึงเป็นแหล่งที่ใช้ได้กว้างกว่าสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

### รายชื่อลูกค้าเดิมต้องมีขนาดเท่าไร

[หน้าเปิดใช้เป้าหมายวงจรชีวิตลูกค้า](https://support.google.com/google-ads/answer/14007601?hl=en) กำหนดให้รายชื่อที่ใช้ต้องมีสมาชิกที่ใช้งานอย่างน้อย 100 รายในอย่างน้อยหนึ่งเครือข่าย และหน้าวิธีตรวจจับกลุ่มลูกค้าเตือนว่ารายชื่อที่น้อยกว่า 1,000 รายอาจกระทบความสามารถของแคมเปญในการแยกลูกค้าใหม่ โหมด High Value ทั้งสองแบบใช้ได้เฉพาะรายชื่อที่ร้านอัปโหลดเอง ระบบตรวจจับอัตโนมัติใช้กับโหมดนี้ไม่ได้

## จากบัญชีขายถึงช่องมูลค่าลูกค้าใหม่ห้าขั้น

1. **ส่งออกรายการขายย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี** พร้อมรหัสลูกค้าหรือเบอร์โทรที่ใช้แยกคนได้
2. **จัดลูกค้าเป็นกลุ่มตามไตรมาสที่ซื้อครั้งแรก** แล้วเลือกกลุ่มที่มีเวลาครบช่วงที่จะนับ
3. **คำนวณมูลค่าซื้อซ้ำต่อหัว** จากยอดซื้อหลังครั้งแรกหารด้วยจำนวนลูกค้าในกลุ่ม ด้วยหน่วยเดียวกับมูลค่า conversion ในบัญชี
4. **กรอกมูลค่าในเป้าหมาย New Customer Value** แทนค่าแนะนำ แล้วจดค่าเดิมไว้เทียบ
5. **อ่านคอลัมน์ New Customer lifetime value ทุกเดือน** และคำนวณมูลค่าซื้อซ้ำใหม่ทุกไตรมาสเมื่อมีกลุ่มลูกค้าที่ครบช่วงเพิ่ม

ตัวเลขที่กรอกเปลี่ยนสิ่งที่ระบบประมูลไล่ตาม การเลือกว่าบัญชีโฆษณาไล่ conversion ตัวไหนเป็นหลัก อยู่ใน[North Star Metric กับ Conversion หลักใน Google Ads](https://phygital.co.th/insights/north-star-metric-explained)

## สรุป

เป้าหมายวงจรชีวิตลูกค้าของ Google Ads มีหกโหมด แบ่งเป็นหาลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเดิม โหมด New Customer Value ให้ร้านกรอกมูลค่าที่บวกเข้า conversion เมื่อผู้ซื้อเป็นลูกค้าใหม่ แนวทางเริ่มต้นของ Google คือราว 2 เท่าของลูกค้าปกติ แต่ร้านที่ลูกค้ากลับมาซื้อบ่อยอาจมีมูลค่าสูงกว่านั้นมาก และร้านที่ลูกค้าแทบไม่กลับมาอาจต่ำกว่า Customer Lifetime Value ที่คำนวณจากบัญชีขาย ด้วยการรวมยอดซื้อซ้ำของลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ให้ตัวเลขที่ตรงกับร้านกว่าค่าแนะนำ ค่าคาดการณ์ใน GA4 ต้องมีผู้ใช้ระดับหลักพันคนและครอบคลุมแค่ 28 วัน และตัวเลขผลตอบแทนในรายงานหลังตั้งมูลค่าจะรวมส่วนที่บวกเพิ่มเข้าไปด้วย

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Customer Lifetime Value คืออะไร

คือยอดเงินทั้งหมดที่ธุรกิจได้จากลูกค้าคนหนึ่งตลอดช่วงที่คนนั้นยังซื้ออยู่ ร้านคำนวณจากบัญชีขายได้โดยแยกลูกค้าตามช่วงที่ซื้อครั้งแรก แล้วรวมยอดซื้อซ้ำในช่วงเวลาที่กำหนด

### Google Ads แนะนำให้ตั้งมูลค่าลูกค้าใหม่เท่าไร

แนวทางเริ่มต้นคือราว 2 เท่าของลูกค้าปกติ ระบบยังเสนอค่าแนะนำที่อิงยอดสั่งซื้อเฉลี่ยจากแคมเปญที่ผ่านมา Google ระบุว่าค่าที่เหมาะขึ้นกับแต่ละธุรกิจ

### ตั้งมูลค่าลูกค้าใหม่แล้ว ROAS ในรายงานเปลี่ยนไหม

เปลี่ยน คอลัมน์ Conversion value รวมมูลค่าที่ร้านกรอกเพิ่ม ตัวเลขที่คำนวณจากคอลัมน์นี้จึงสูงกว่ายอดเงินที่เข้าร้านจริง ส่วนที่บวกเพิ่มดูแยกได้ในคอลัมน์ New Customer lifetime value

### ร้านเล็กใช้ Predicted revenue ใน GA4 ได้ไหม

ใช้ได้เมื่อผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ คือมีผู้ใช้ที่กลับมาซื้ออย่างน้อย 1,000 คนและไม่ซื้ออย่างน้อย 1,000 คนในช่วงเจ็ดวันภายใน 28 วันล่าสุด ร้านที่ยังไม่ถึงเกณฑ์นี้คำนวณเองจากบัญชีขาย

### โหมด New Customer Only เหมาะกับใคร

เหมาะกับธุรกิจที่มีงบหาลูกค้าใหม่แยกชัดเจน หรือใช้เป้าหมายแบบเก็บ lead Google แนะนำให้ตั้งแคมเปญแยกไว้สำหรับลูกค้าเดิมเมื่อใช้โหมดนี้

## ตัวเลขในช่องมูลค่าลูกค้าใหม่มาจากสมุดขายของร้าน

ทีม PHYGITAL AGENCY คำนวณมูลค่าซื้อซ้ำจากรายการขายย้อนหลังของร้าน ตั้งเป้าหมายวงจรชีวิตลูกค้าใน Google Ads และแยกส่วนที่บวกเพิ่มออกจากรายงานผลตอบแทนให้เจ้าของเห็นเงินจริง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
