# KPI ทีมครีเอทีฟ เร่งงานจนความคิดใหม่ลดลง งานวิจัยวัดไว้แล้ว

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/creative-team-kpi · เผยแพร่ 11 มกราคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

งานวิจัย Harvard Business School จากบันทึกรายวัน 9,134 ฉบับ พบว่าวันที่ถูกเร่ง คนคิดงานใหม่น้อยลงแม้ทำงานนานขึ้น KPI ทีมครีเอทีฟจึงควรนับอะไรเพิ่ม

## Key Takeaways

- **นักวิจัยของ Harvard Business School ให้พนักงาน 177 คนเขียนบันทึกทุกวันทำงาน** — รวม 9,134 ฉบับจาก 7 บริษัท แล้วพบว่าวันที่คนรู้สึกถูกเร่งงานมาก บันทึกของวันนั้นและอีกหนึ่งถึงสองวันถัดไปพูดถึงการคิดงานใหม่น้อยลง
- **คนในงานวิจัยทำงานนานขึ้นในวันที่ถูกเร่ง** — ความคิดใหม่ที่ลดลงจึงไม่ได้มาจากเวลาทำงานที่น้อยลง เมื่อแรงกดดันขึ้นถึงระดับสูงสุด โอกาสที่บันทึกจะพูดถึงการคิดงานใหม่ลดลงราวร้อยละ 45
- **เป้าจำนวนชิ้นต่อเดือนสร้างแรงกดดันแบบเดียวกันทุกวัน** — หัวหน้าทีมจึงควรนับรอบแก้งาน ความครบของบรีฟ และเวลาที่กันไว้คิดงาน ควบคู่กับจำนวนชิ้น

เกณฑ์ประเมินของทีมครีเอทีฟเขียนไว้ว่าเดือนละ 60 ชิ้น ทีมส่งครบทุกเดือน แต่เปิดดูงานสามเดือนย้อนหลังแล้วหน้าตาเหมือนเดิมเกือบทุกชิ้น หัวหน้าไม่รู้ว่าจะติงอะไร เพราะตัวเลขในเกณฑ์ผ่านหมด ในบทนี้มีทั้งตัวเลขจากงานวิจัยที่ติดตามคนทำงานสร้างสรรค์ทุกวันนานหลายสัปดาห์ และชุดตัวชี้วัดห้าตัวที่ใช้คู่กับจำนวนชิ้น เพื่อให้เห็นว่าทีมกำลังคิดงานใหม่หรือแค่ผลิตซ้ำให้ทันเป้า

ตัวเลขทั้งหมดมาจากเอกสารวิจัยของ Teresa Amabile และคณะที่ Harvard Business School ชื่อ [Time Pressure and Creativity in Organizations: A Longitudinal Field Study](https://www.hbs.edu/ris/Publication%20Files/02-073%5F03f1ecea-789d-4ce1-b594-e74aa4057e22.pdf) (Working Paper 02-073 ปี 2545) เอกสารฉบับนี้เป็นฉบับร่างสำหรับอภิปราย ผู้เขียนระบุไว้ในหน้าแรก

## งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลอย่างไร

ทีมวิจัยติดตามคน 177 คน จาก 22 ทีมโครงการ ใน 7 บริษัท 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค ทุกทีมทำโครงการที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทีมหนึ่งมี 3 ถึง 18 คน เฉลี่ย 8 คน แต่ละคนอยู่ในการศึกษา 5 ถึง 30 สัปดาห์ เฉลี่ย 14 สัปดาห์

ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ใกล้เลิกงาน ผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามสั้นทางอีเมล มีทั้งคะแนน 1 ถึง 7 ว่าวันนั้นรู้สึกถูกเร่งแค่ไหน ทำงานไปกี่ชั่วโมง และช่องให้เล่าหนึ่งเหตุการณ์ของวันนั้น ทีมวิจัยได้บันทึกกลับมา 9,134 ฉบับ แล้วให้ผู้ลงรหัสที่ฝึกมาสองเดือนอ่านทุกฉบับ เพื่อหาว่าวันไหนผู้เข้าร่วมเล่าถึงการคิดงานใหม่ เช่น เกิดไอเดีย ค้นพบอะไร เข้าใจปัญหาชัดขึ้น หรือระดมความคิดกับเพื่อน

ตอนเริ่มมีผู้เข้าร่วม 190 คน อัตราตอบเฉลี่ยร้อยละ 75 หลังหักวันหยุดและวันลา ทีมวิจัยตัด 13 คนที่ตอบไม่ถึงร้อยละ 20 ออก และตรวจแล้วว่าคนที่ถูกตัดไม่ต่างจากคนที่เหลือในเรื่องเพศ อายุ การศึกษา ความรู้สึกถูกเร่ง หรือการคิดงานใหม่ ต่างกันแค่ชั่วโมงทำงานในโครงการที่น้อยกว่า

| ตัวเลข                              | ค่า                             |
| ----------------------------------- | ------------------------------- |
| ผู้เข้าร่วม                       | 177 คน จาก 22 ทีม 7 บริษัท      |
| บันทึกรายวันที่ได้              | 9,134 ฉบับ                      |
| ความยาวเฉลี่ยของเรื่องเล่า     | 55 คำต่อวัน                   |
| ความรู้สึกถูกเร่งเฉลี่ย         | 4.9 จาก 7 (5 = "ค่อนข้างมาก") |
| ชั่วโมงทำงานในโครงการเฉลี่ย     | 7.8 ชั่วโมงต่อวัน             |
| บันทึกที่พูดถึงการคิดงานใหม่ | 457 ฉบับ หรือร้อยละ 5.0       |

### ทำไมใช้บันทึกรายวันแทนการนับผลงาน

ผลงานที่ส่งออกไปบอกได้แค่ว่าเสร็จอะไร แต่ไม่บอกว่าระหว่างทางคนคิดอะไรไปบ้าง ทีมวิจัยตรวจก่อนว่าบันทึกเรื่องการคิดงานใหม่ใช้แทนผลงานได้จริง โดยเทียบกับคะแนนที่เพื่อนร่วมทีมให้กันทุกเดือนว่าใครมีส่วนสร้างสรรค์กับโครงการแค่ไหน ผลคือ คนที่บันทึกเรื่องการคิดงานใหม่บ่อยในรอบ 30 วัน ได้คะแนนความสร้างสรรค์จากเพื่อนร่วมทีมสูงกว่า

## วันที่ถูกเร่ง คนคิดงานใหม่น้อยลง

ผลหลักของงานวิจัยคือ ยิ่งวันไหนคนรู้สึกถูกเร่งมาก บันทึกของวันนั้นยิ่งมีโอกาสพูดถึงการคิดงานใหม่น้อยลง และผลนี้ยังค้างไปถึงวันถัดไปและวันที่สอง

1. **คะแนนความรู้สึกถูกเร่งสูงขึ้นหนึ่ง SD (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)** โอกาสที่บันทึกของวันถัดไปจะพูดถึงการคิดงานใหม่ลดลงร้อยละ 19
2. **วันที่ให้คะแนนแรงกดดันเต็ม 7** การคิดงานใหม่ลดลงร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับระดับอื่น
3. **ช่วงของโครงการไม่ได้อธิบายผลนี้** แรงกดดันเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการเดินไปช่วงท้ายจริง แต่การคิดงานใหม่ไม่ได้ลดตามช่วงของโครงการ

ทีมวิจัยยังตรวจว่าผู้เข้าร่วมเขียนบันทึกสั้นลงในวันที่ยุ่งหรือเปล่า เพราะถ้าเขียนน้อยก็จะเล่าเรื่องอะไรน้อยลงทุกเรื่อง ผลที่ได้ตัดความเป็นไปได้นี้ออก เพราะนักวิจัยใช้จำนวนท่อนในบันทึกเป็นตัวควบคุมในการวิเคราะห์แล้ว

### ทำงานนานขึ้น แต่ทำไมคิดได้น้อยลง

เพราะเวลาที่เพิ่มไปอยู่กับงานที่ต้องเสร็จ ข้อมูลชุดเดียวกันพบว่าชั่วโมงทำงานเพิ่มขึ้นตามแรงกดดัน และเพิ่มเร็วขึ้นอีกเมื่อแรงกดดันสูง เมื่อนักวิจัยนำชั่วโมงทำงานมาคิดรวมด้วย ความสัมพันธ์เชิงลบระหว่างแรงกดดันกับการคิดงานใหม่ยิ่งชัดขึ้น ผู้เขียนอธิบายโดยอ้างงานวิจัยด้านการตัดสินใจก่อนหน้า ว่าคนที่ถูกเร่งมักกรองข้อมูลให้เหลือน้อยลง เร่งการตัดสินใจ และเลือกทางที่คุ้นเคย ซึ่งตรงข้ามกับการลองหาทางใหม่ ตัวอย่างบันทึกที่ให้คะแนนแรงกดดันเต็ม 7 ในเอกสารคือ หัวหน้าถามแผนงานของวันตอนเจ็ดโมงครึ่ง แล้วงานที่เขียนลงกระดาษรวมกันต้องใช้สองถึงสามวัน

## เป้าจำนวนชิ้นเร่งทีมทุกวันโดยไม่มีใครสั่ง

เกณฑ์ที่นับจำนวนชิ้นต่อเดือนไม่ได้บอกให้ใครรีบ แต่ทีมที่ต้องส่ง 60 ชิ้นต่อเดือนต้องปิดงานราวสามชิ้นต่อวันทำการ วันที่ลูกค้าส่งแก้หรือบรีฟมาช้า งานที่ค้างจะไปกองรวมกับงานของวันถัดไป ทีมจึงอยู่ในวันแบบที่งานวิจัยบันทึกไว้ว่าคะแนนแรงกดดันสูงต่อเนื่องหลายวัน และผลต่อการคิดงานใหม่ค้างไปอีกหนึ่งถึงสองวันหลังจากนั้น

ผลที่เห็นในงานจริงคือ ทีมหยิบแม่แบบเดิมมาใช้ เพราะแม่แบบเดิมปิดงานได้เร็วที่สุด เกณฑ์ผ่าน ตัวเลขครบ แต่ไม่มีงานชิ้นไหนที่ทีมได้ลองวิธีใหม่ ผู้เขียนงานวิจัยสรุปไว้ในส่วนอภิปรายว่า แรงกดดันด้านเวลาเป็นปัจจัยที่ผู้จัดการคุมได้โดยตรงมากกว่าปัจจัยอื่น เช่น บุคลิกของพนักงาน และเสนอให้ผู้จัดการกันเวลาไว้ให้คนที่งานต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูง

### ทีมเล็กยืมวิธีบันทึกรายวันของงานวิจัยมาใช้ได้ไหม

ได้ในรูปที่เบากว่า งานวิจัยใช้คำถามปลายเปิดข้อเดียวให้เล่าหนึ่งเหตุการณ์ของวัน ความยาวเฉลี่ย 55 คำ ทีมในบริษัทยืมหลักเดียวกันได้ด้วยบันทึกหนึ่งบรรทัดท้ายวันในแชตงาน ให้แต่ละคนตอบสองข้อ วันนี้รู้สึกถูกเร่งแค่ไหนจาก 1 ถึง 7 และวันนี้ได้ลองอะไรใหม่ในงานไหม 

ทำต่อเนื่องสี่สัปดาห์แล้วดูภาพรวม ไม่ต้องให้คะแนนใคร สิ่งที่หัวหน้าจะเห็นคือช่วงไหนของเดือนที่คะแนนแรงกดดันขึ้นพร้อมกันทั้งทีม และช่วงนั้นมักตรงกับงานของลูกค้ารายไหน ข้อควรระวังคือต้องบอกทีมก่อนเริ่มว่าบันทึกนี้ไม่ได้ใช้ประเมินผลงานรายคน ถ้าคนในทีมคิดว่าคะแนนนี้มีผลต่อการประเมิน คำตอบจะไม่ตรงกับความจริง

### งานผลิตซ้ำยังนับจำนวนชิ้นได้ไหม

นับได้ และควรนับ งานที่มีแม่แบบแล้ว เช่น ปรับขนาดภาพลงหลายช่องทาง เปลี่ยนราคาบนภาพโปรโมชัน หรือใส่ซับไตเติลตามรูปแบบเดิม ต้องการความเร็วและความถูกต้อง ปัญหาเกิดเมื่อเกณฑ์เดียวกันไปใช้กับงานที่ต้องคิดใหม่ เช่น แนวคิดแคมเปญ หรือคลิปเปิดตัวสินค้าใหม่ ทางแก้คือแยกงานสองแบบออกจากกันตั้งแต่ในเกณฑ์ประเมิน และให้แต่ละแบบมีตัวชี้วัดของตัวเอง

## งานวิจัยนี้ไม่ได้ศึกษาทีมโฆษณา

ก่อนยกตัวเลขชุดนี้ไปใช้ในที่ประชุม ควรรู้ขอบเขตห้าข้อ

1. **กลุ่มตัวอย่างไม่ใช่เอเจนซีโฆษณา** ผู้เข้าร่วมอยู่ในบริษัทเคมีภัณฑ์ เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค งานส่วนใหญ่เป็นงานพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการ
2. **เก็บข้อมูลในสหรัฐอเมริกาเมื่อราว 25 ปีก่อน** ผู้เข้าร่วมร้อยละ 79 เป็นผู้ชาย อายุเฉลี่ย 37 ปี และร้อยละ 86 จบปริญญาตรีขึ้นไป ยังไม่มีแชตงาน โซเชียลมีเดีย หรือเครื่องมือ AI ในที่ทำงานแบบปัจจุบัน
3. **วัดการคิดงานใหม่จากสิ่งที่คนเล่า** คนที่คิดงานใหม่แต่ไม่ได้เขียนถึงจะไม่ถูกนับ
4. **เป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่การทดลอง** นักวิจัยไม่ได้สุ่มให้ใครถูกเร่ง ผลจึงบอกว่าสองอย่างเกิดคู่กัน แม้จะควบคุมปัจจัยอื่นไว้หลายตัว
5. **เอกสารเป็นฉบับร่างสำหรับอภิปราย** ผู้เขียนระบุว่าเป็น working paper และข้อสมมติฐานเรื่องแรงจูงใจภายในเป็นตัวกลางไม่ได้รับการยืนยันในการศึกษานี้

## ตัวชี้วัดห้าตัวที่ใช้คู่กับจำนวนชิ้น

ตัวชี้วัดชุดนี้วัดสภาพการทำงานที่งานวิจัยชี้ว่าส่งผลต่อการคิดงานใหม่ ใช้นับรายเดือนและดูแนวโน้มสามเดือน ไม่ได้ใช้ตัดสินคนเป็นรายชิ้น เดือนแรกให้นับอย่างเดียวโดยยังไม่ตั้งเป้า เพื่อรู้ค่าตั้งต้นของทีมก่อน เดือนที่สองค่อยคุยกันว่าตัวไหนควรขยับ และใครเป็นคนขยับได้ เช่น บรีฟไม่ครบเป็นเรื่องของผู้สั่งงาน ไม่ใช่เรื่องของครีเอทีฟ

| ตัวชี้วัด                    | นับอย่างไร                                                                              | ใครนับ                      |
| ------------------------------ | ---------------------------------------------------------------------------------------- | ---------------------------- |
| รอบแก้ต่อชิ้น               | จำนวนครั้งที่งานถูกส่งกลับมาแก้ ก่อนอนุมัติ แยกงานผลิตซ้ำกับงานคิดใหม่   | หัวหน้าทีม จากบันทึกงาน   |
| บรีฟที่ครบก่อนเริ่มงาน    | สัดส่วนงานที่บรีฟมีเป้าหมาย กลุ่มคนดู ช่องทาง และกำหนดส่งครบตั้งแต่วันแรก | ผู้สั่งงานนับเอง         |
| เวลาถึงร่างแรก              | จำนวนวันทำการจากวันที่บรีฟครบถึงวันที่ส่งร่างแรก แยกตามประเภทงาน         | หัวหน้าทีม                  |
| เวลาคิดงานที่ถูกยกเลิก    | จำนวนครั้งที่เวลาคิดงานที่นัดไว้ถูกยกเลิกเพราะงานด่วน                       | คนในทีมบันทึกเอง          |
| งานที่ต้องทำใหม่ทั้งชิ้น | จำนวนงานที่ต้องทิ้งทั้งชิ้นแล้วเริ่มใหม่ และเหตุผล                             | หัวหน้าทีมกับผู้สั่งงาน |

ถ้ากำลังเขียนเกณฑ์ประเมินรายไตรมาสด้วย ลำดับการคุยให้ได้ผลอยู่ใน[Performance Review ที่ได้ผล ฟีดแบ็กแบบไหนทำให้ผลงานแย่ลง](https://phygital.co.th/insights/performance-review-that-works) ถ้ากำลังจ้างคนเข้าทีมเพิ่มเพราะงานล้น วิธีเขียนประกาศงานให้ผู้สมัครเห็นเงื่อนไขชัดอยู่ใน[Hiring Marketing ประกาศงานบอกเงินเดือนแค่ไหนให้คนกล้าสมัคร](https://phygital.co.th/insights/hiring-marketing) และถ้าอยากเห็นภาพว่าเงินจ้างผลิตงานในตลาดไทยปีนี้ขยับไปทางไหน ตัวเลขอยู่ใน[อาชีพครีเอทีฟกับ AI ปี 2569 งบสื่อหด แต่เงินจ้างผลิตงานยังโต](https://phygital.co.th/insights/creative-agency-jobs-ai-disruption) ขอบเขตงานวางแผนและผลิตคอนเทนต์ดูได้ที่หน้า[บริการ Content Marketing](https://phygital.co.th/solutions/content-marketing)

### ทีมที่มีครีเอทีฟคนเดียวต้องนับครบทุกตัวไหม

ไม่ต้อง เลือกสองตัว คือรอบแก้ต่อชิ้นและบรีฟที่ครบก่อนเริ่มงาน สองตัวนี้นับได้จากแชตงานที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องเพิ่มแบบฟอร์ม เจ้าของธุรกิจที่เป็นคนสั่งงานเองจะเห็นเร็วว่ารอบแก้ส่วนใหญ่มาจากบรีฟของตัวเองหรือจากฝีมือของคนทำ

## สรุป

งานวิจัยของ Teresa Amabile และคณะที่ Harvard Business School ติดตามคน 177 คนจาก 22 ทีมใน 7 บริษัท ผ่านบันทึกรายวัน 9,134 ฉบับ พบว่าวันที่คนรู้สึกถูกเร่งมาก การคิดงานใหม่ลดลงในวันนั้นและอีกหนึ่งถึงสองวันถัดไป แม้ชั่วโมงทำงานจะเพิ่มขึ้น ความรู้สึกถูกเร่งที่เพิ่มหนึ่งส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานลดโอกาสคิดงานใหม่ของวันถัดไปร้อยละ 19 และที่ระดับสูงสุดลดร้อยละ 45 เป้าจำนวนชิ้นต่อเดือนสร้างแรงกดดันแบบนี้ทุกวัน หัวหน้าทีมจึงควรแยกงานผลิตซ้ำกับงานคิดใหม่ แล้วนับรอบแก้ ความครบของบรีฟ เวลาถึงร่างแรก เวลาคิดงานที่ถูกยกเลิก และงานที่ต้องทำใหม่ทั้งชิ้น ควบคู่กับจำนวนชิ้น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ผลที่ได้จากคนในบริษัทเคมีและเทคโนโลยี ใช้กับทีมคอนเทนต์ได้ไหม

ใช้เป็นหลักคิดได้ แต่ไม่ควรยกตัวเลขไปเป็นเป้าของทีม สิ่งที่ใช้ร่วมกันได้คือกลไก คนที่ถูกเร่งมักเลือกทางที่คุ้นเคย ทีมคอนเทนต์ก็ใช้แม่แบบเดิมในวันที่งานล้นเหมือนกัน

### ถ้าเลิกตั้งเป้าจำนวนชิ้น ทีมจะทำงานน้อยลงไหม

ไม่ต้องเลิกทั้งหมด ให้คงเป้าจำนวนชิ้นไว้กับงานผลิตซ้ำ แล้วเพิ่มตัวชี้วัดของงานคิดใหม่แยกต่างหาก คนในทีมจะเห็นว่างานสองแบบถูกนับคนละแบบ และรู้ว่าวันไหนต้องเร็ว วันไหนต้องคิด

### ควรกันเวลาคิดงานไว้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์

งานวิจัยนี้ไม่ได้ให้ตัวเลข สิ่งที่วัดได้ในทีมเองคือ นัดเวลาไว้แล้วถูกยกเลิกกี่ครั้ง ถ้าถูกยกเลิกเกือบทุกสัปดาห์ แปลว่าตารางงานไม่มีที่ว่างจริง ต้องแก้ที่ปริมาณงาน ไม่ใช่ที่ตัวคน

### วัดผลทีมครีเอทีฟด้วยยอดวิวหรือยอดขายได้ไหม

ยอดวิวและยอดขายขึ้นกับงบซื้อสื่อ การตั้งเป้าหมายโฆษณา และจังหวะตลาดด้วย ถ้าอยากใช้ตัวเลขโฆษณา อ่านวิธีนับที่ต่างกันของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนใน[KPI โฆษณา CTR กับ ROAS ที่ Google และ Meta นับต่างกัน](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-kpi-ctr-cpc-roas-cac) แล้วใช้เป็นข้อมูลประกอบการคุย ไม่ใช่คะแนนของคนทำงาน

### ลูกค้าต้องการงานด่วนจริง ทำอย่างไรไม่ให้กระทบงานชิ้นอื่น

ตกลงกับลูกค้าไว้ก่อนว่างานด่วนหนึ่งชิ้นจะเลื่อนงานชิ้นไหนออกไป และบันทึกไว้ในตารางงาน ผลของงานวิจัยบอกว่าแรงกดดันวันนี้ค้างไปถึงงานของวันพรุ่งนี้ การมองเห็นว่างานด่วนเลื่อนอะไรออกไปช่วยให้ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจได้ตรงกว่า

### ทีมเริ่มใช้เครื่องมือ AI ช่วยผลิตงานแล้ว ควรเพิ่มเป้าจำนวนชิ้นตามไหม

เพิ่มได้เฉพาะงานผลิตซ้ำที่เครื่องมือช่วยได้จริง และควรดูรอบแก้ต่อชิ้นประกอบ ถ้าจำนวนชิ้นเพิ่มแต่รอบแก้เพิ่มตาม เวลาที่ประหยัดได้จะหายไปกับการแก้งาน ส่วนงานคิดใหม่ งานวิจัยนี้ชี้ว่าการเพิ่มแรงกดดันลดการคิดงานใหม่ การเพิ่มเป้าจำนวนของงานกลุ่มนี้จึงไม่ควรทำพร้อมกับการเริ่มใช้เครื่องมือใหม่

### ส่งงานตอนดึกบ่อย ๆ ควรถือเป็นปัญหาไหม

ให้ดูคู่กับตัวชี้วัดอื่น ถ้าส่งดึกแต่รอบแก้น้อยและบรีฟครบ อาจเป็นแค่จังหวะเวลาของคนนั้น แต่ถ้าส่งดึกพร้อมกับรอบแก้เยอะและเวลาคิดงานถูกยกเลิกบ่อย แปลว่าทีมอยู่ในวันที่ถูกเร่งต่อเนื่อง

## เกณฑ์ประเมินทีมของคุณแยกงานผลิตซ้ำกับงานคิดใหม่แล้วหรือยัง

ส่งเกณฑ์ประเมินที่ใช้อยู่มาให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยแยกงานสองแบบและเลือกตัวชี้วัดที่นับได้จากงานประจำวันของทีม

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
