# ถอดบทเรียนวิกฤตโควิด เชียงใหม่ จากตัวเลขท่องเที่ยวไตรมาสแรก

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/covid-business-lessons-and-resilience · เผยแพร่ 14 พฤศจิกายน 2564 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ไตรมาสแรกปี 2564 รายได้จากผู้มาเยือนต่างชาติของเชียงใหม่เหลือ 75.42 ล้านบาท จาก 12,310.72 ล้านบาทในปี 2562 บทเรียนเรื่องฐานลูกค้า สัญญา และเหตุสุดวิสัย

## Key Takeaways

- **ไตรมาสแรกปี 2564 รายได้จากผู้มาเยือนต่างชาติของเชียงใหม่เหลือ 75.42 ล้านบาท** — จาก 12,310.72 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปี 2562 หรือหายไปราว 99.4% ตามสถิติท่องเที่ยวรายจังหวัดที่ภาครัฐเผยแพร่ ขณะที่รายได้จากผู้มาเยือนคนไทยลดลงราว 61.5%
- **ในไตรมาสนั้นรายได้ท่องเที่ยวของจังหวัดราว 99% มาจากผู้มาเยือนคนไทย** — ธุรกิจที่มีลูกค้าในประเทศอยู่แล้วจึงมีรายได้เหลือให้ประคองตัว ส่วนธุรกิจที่พึ่งลูกค้าต่างชาติเกือบทั้งหมดไม่มีรายได้เหลือเลย
- **เหตุสุดวิสัยตามมาตรา 8 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีนิยามเฉพาะ** — คือเหตุที่ป้องกันไม่ได้แม้ระมัดระวังตามสมควรแล้ว ธุรกิจจึงไม่ควรพึ่งคำนี้คำเดียวในสัญญา แต่ควรเขียนเงื่อนไขเลื่อน ยกเลิก และคืนเงินไว้ให้ชัดก่อนเกิดวิกฤต

เจ้าของธุรกิจในเชียงใหม่ที่ผ่านช่วงโควิดมาได้ อาจจำได้ว่าช่วงนั้นหนักแค่ไหน แต่ยังไม่เคยเปิดตัวเลขดูว่ารายได้หายไปจากส่วนไหนจริง วิกฤตโควิด-19 ทิ้งตัวเลขที่ตรวจย้อนได้ไว้ในสถิติท่องเที่ยวรายจังหวัด ตัวเลขชุดนี้บอกได้ชัดกว่าความทรงจำว่าเชียงใหม่เสียรายได้ส่วนไหนไปมากที่สุด และรายได้ส่วนไหนยังเหลืออยู่ในปีที่แย่ที่สุด

บทเรียนที่ได้จากตัวเลขมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือสัดส่วนลูกค้าในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องที่สองคือสัญญากับลูกค้าที่ต้องรับมือกับการเลื่อนและยกเลิกจำนวนมากในคราวเดียว ฟิจิทัล เอเจนซี ซึ่งทำงานกับธุรกิจในเชียงใหม่ ใช้สองเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มเมื่อวินิจฉัยความเสี่ยงของธุรกิจลูกค้า

## รายได้จากผู้มาเยือนต่างชาติไตรมาสแรกปี 2564 เหลือ 75.42 ล้านบาท

ในไตรมาสแรกของปี 2564 รายได้จากผู้มาเยือนชาวต่างชาติของเชียงใหม่เหลือ 75.42 ล้านบาท เทียบกับ 12,310.72 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2562 อัตราเข้าพักของจังหวัดในไตรมาสเดียวกันเหลือ 21.13%

[สถิตินักท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2564 จำแนกตามภูมิภาคและจังหวัด](https://www.mots.go.th/news/category/741) และไฟล์ของปี 2562 กับ 2563 จากหน้าสถิติเดียวกัน ให้ตัวเลขไตรมาสแรกของเชียงใหม่ดังนี้

| ไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) | รายได้รวม (ล้านบาท) | จากคนไทย (ล้านบาท) | จากชาวต่างชาติ (ล้านบาท) | อัตราเข้าพัก |
| ----------------------- | ---------------------- | --------------------- | ---------------------------- | -------------- |
| 2562                    | 31,372.25              | 19,061.53             | 12,310.72                    | 80.76%         |
| 2563                    | 21,896.75              | 14,881.65             | 7,015.10                     | 53.25%         |
| 2564                    | 7,407.62               | 7,332.20              | 75.42                        | 21.13%         |

ไตรมาสแรกปี 2563 คือช่วงที่การระบาดเริ่มกระทบการเดินทาง รายได้จากชาวต่างชาติลดลง 43.02% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ไตรมาสแรกปี 2564 คือช่วงที่การเดินทางข้ามประเทศแทบหยุดทั้งหมด

### ทำไมเทียบไตรมาสแรกแทนตัวเลขทั้งปี

เพราะไตรมาสเดียวกันของแต่ละปีอยู่ในฤดูท่องเที่ยวเดียวกัน การเทียบจึงไม่ปนผลของฤดูกาล ไตรมาสแรกยังเป็นช่วงที่เชียงใหม่มีผู้มาเยือนมากในปีปกติ การหายไปของรายได้ในช่วงนี้จึงกระทบธุรกิจมากกว่าไตรมาสที่เงียบอยู่แล้ว ธุรกิจที่อยากประเมินความเสี่ยงของตัวเองควรเทียบแบบเดียวกัน คือเทียบเดือนเดียวกันข้ามปี ไม่ใช่เทียบเดือนติดกัน

## ลูกค้าคนไทยคือรายได้ที่เหลืออยู่ในปีที่ชายแดนปิด

ในไตรมาสแรกปี 2564 รายได้ท่องเที่ยวของเชียงใหม่ราว 99% มาจากผู้มาเยือนคนไทย รายได้จากคนไทยลดลงราว 61.5% เทียบกับปี 2562 แต่ยังเหลือ 7,332.20 ล้านบาท ส่วนรายได้จากชาวต่างชาติแทบเป็นศูนย์

ตัวเลขอีกชุดในไฟล์เดียวกันน่าสนใจสำหรับร้านที่อยู่นอกย่านท่องเที่ยว ผู้มาเยือนคนไทยแบบไม่ค้างคืนในไตรมาสแรกปี 2564 มี 375,659 คน เพิ่มขึ้น 15.46% จากไตรมาสแรกปี 2563 ในช่วงที่ผู้มาเยือนแบบค้างคืนลดลง ข้อมูลไม่ได้บอกสาเหตุ แต่แสดงว่าการเดินทางระยะสั้นภายในภูมิภาคยังเกิดขึ้นในปีนั้น

### ธุรกิจควรมีลูกค้าคนไทยกับต่างชาติสัดส่วนเท่าไร

ไม่มีสัดส่วนเดียวที่ถูกสำหรับทุกธุรกิจ สิ่งที่ตัวเลขปี 2564 สอนคือธุรกิจควรรู้สัดส่วนของตัวเองจากข้อมูลจริง แล้วถามว่าถ้าลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดหายไปหนึ่งปี รายได้ที่เหลือพอจ่ายต้นทุนคงที่กี่เดือน ธุรกิจที่ตอบคำถามนี้ได้จะรู้ว่าควรลงทุนหาลูกค้ากลุ่มที่สองมากแค่ไหน การตั้งงบจากเดือนที่รายได้ต่ำที่สุดของปีปกติอธิบายไว้ใน[ถอดรหัสเชียงใหม่เมืองปราบเซียน วางแผนจากเดือนที่รายได้ต่ำสุด](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-business-survival-strategy)

## ไตรมาสแรกปี 2568 รายได้กลับมาราว 95% ของปี 2562

เมื่อรวมตัวเลขรายเดือนเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2568 จากสถิติของกระทรวงเดียวกัน รายได้ท่องเที่ยวไตรมาสแรกของเชียงใหม่อยู่ที่ราว 29,965.39 ล้านบาท หรือราว 95.5% ของไตรมาสแรกปี 2562 รายได้จากชาวต่างชาติกลับมาราว 97.5% ส่วนรายได้จากคนไทยอยู่ที่ราว 94.3%

| ไตรมาสแรก                      | รายได้รวม (ล้านบาท) | จากคนไทย | จากชาวต่างชาติ |
| ------------------------------- | ---------------------- | ---------- | ----------------- |
| 2562                            | 31,372.25              | 19,061.53  | 12,310.72         |
| 2568 (รวมจากตัวเลขรายเดือน) | 29,965.39              | 17,965.82  | 11,999.57         |

ตัวเลขปี 2568 เป็นผลรวมที่คำนวณเองจากตารางรายเดือน ไม่ได้อยู่ในตารางต้นทางโดยตรง และตัวเลขของสองช่วงอาจมีการปรับวิธีเก็บข้อมูลระหว่างปี การอ่านผลจึงควรดูเป็นทิศทาง ไม่ใช่ความต่างทศนิยม

### ตัวเลขของจังหวัดฟื้นแล้วแปลว่าธุรกิจทุกรายฟื้นหรือไม่

ไม่ได้แปลอย่างนั้น ตัวเลขรวมของจังหวัดรวมรายได้ของธุรกิจทุกขนาดและทุกทำเล ธุรกิจที่เปิดใหม่หลังวิกฤตรวมอยู่ในตัวเลขเดียวกับธุรกิจที่ปิดไประหว่างทาง ร้านแต่ละร้านควรเทียบยอดขายเดือนเดียวกันของตัวเองในปี 2562 กับปีล่าสุด ถ้าร้านไม่มีข้อมูลย้อนหลัง การเริ่มเก็บตั้งแต่วันนี้คือบทเรียนข้อแรกที่ทำได้ทันที

## เหตุสุดวิสัยตามกฎหมายมีนิยามแคบกว่าคำพูดทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 นิยามเหตุสุดวิสัยว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้บุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่เผยแพร่ในเว็บไซต์วุฒิสภา](https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf) ยังมีมาตรา 219 ที่ใช้กับกรณีการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังการก่อหนี้ ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ในกรณีนั้นลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้

| สิ่งที่ตัวบทกำหนด                                                                 | ความหมายต่อสัญญาทางธุรกิจ                                                    |
| ------------------------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------------- |
| เหตุต้องป้องกันไม่ได้แม้ระมัดระวังตามสมควร (มาตรา 8)                          | เหตุที่คาดการณ์และเตรียมรับมือได้อาจไม่เข้านิยาม                       |
| การชำระหนี้พ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ (มาตรา 219) | ใช้เมื่อทำตามสัญญาไม่ได้จริง ไม่ใช่เมื่อทำได้แต่ยากขึ้นหรือแพงขึ้น |
| ตัวบทไม่ได้กำหนดสัดส่วนคืนเงินมัดจำไว้ในมาตราเหล่านี้                    | เงื่อนไขคืนเงินควรเขียนไว้ในสัญญาเอง                                      |

### ร้านที่จัดงานให้ลูกค้าไม่ได้เพราะคำสั่งทางราชการต้องคืนมัดจำหรือไม่

คำตอบขึ้นกับข้อเท็จจริงและข้อตกลงในสัญญา บทนี้อธิบายหลักทั่วไปเท่านั้น กรณีจริงต้องให้นักกฎหมายดูเอกสาร สิ่งที่ตัวบทบอกคือการหลุดพ้นจากการชำระหนี้ตามมาตรา 219 มีเงื่อนไขว่าลูกหนี้ต้องไม่ต้องรับผิดชอบต่อพฤติการณ์นั้น ส่วนเรื่องเงินที่รับไว้แล้วมีหลักกฎหมายอื่นเกี่ยวข้องด้วย ธุรกิจที่มีเงินมัดจำจากลูกค้าจำนวนมากควรปรึกษานักกฎหมาย และเขียนเงื่อนไขไว้ในสัญญาฉบับต่อไปให้ชัด

## เงื่อนไขเลื่อนและคืนเงินต้องเขียนไว้ก่อนวิกฤตครั้งถัดไป

ธุรกิจที่สัญญาไม่ได้เขียนกรณีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมไว้ ต้องเจรจาเลื่อนหรือยกเลิกกับลูกค้าทีละรายเมื่อเกิดเหตุ สัญญาที่ระบุขั้นตอนล่วงหน้าทำให้ธุรกิจตอบลูกค้าได้ทันทีด้วยเงื่อนไขเดียวกันทุกราย

ข้อที่ควรมีในสัญญาหรือเงื่อนไขการจอง

1. **เหตุที่ใช้เงื่อนไขนี้** ระบุตัวอย่างให้ชัด เช่น คำสั่งของหน่วยงานรัฐที่ห้ามจัดกิจกรรมหรือจำกัดการเดินทาง
2. **ทางเลือกแรกคือเลื่อน** ระบุว่าเลื่อนได้ภายในกี่เดือน กี่ครั้ง และใครเป็นคนเลือกวันใหม่
3. **เงื่อนไขคืนเงิน** ถ้าเลื่อนไม่ได้ คืนเงินส่วนใด หักค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปแล้วอย่างไร และคืนภายในกี่วัน
4. **ช่องทางแจ้ง** ใครแจ้งใคร ผ่านช่องทางไหน และภายในกี่วันนับจากวันที่เกิดเหตุ

### ธุรกิจเล็กที่ใช้แค่ใบจองหรือข้อความแชทควรทำอย่างไร

เขียนเงื่อนไขทั้งสี่ข้อเป็นข้อความสั้นหนึ่งหน้า แล้วส่งให้ลูกค้าทุกรายตอนรับเงินมัดจำ ให้ลูกค้ายืนยันว่ารับทราบ ข้อความที่ส่งผ่านแชทและลูกค้ายืนยันแล้วเป็นหลักฐานได้ดีกว่าการตกลงด้วยวาจา ร้านควรใช้ข้อความชุดเดียวกันกับลูกค้าทุกราย เพื่อไม่ให้เกิดคำถามว่าทำไมลูกค้าแต่ละรายได้เงื่อนไขไม่เท่ากัน

## ช่องทางติดต่อลูกค้าที่ร้านเป็นเจ้าของคือสิ่งที่ใช้ได้ในวันที่หน้าร้านปิด

ในวันที่หน้าร้านเปิดไม่ได้ ร้านที่ติดต่อลูกค้าเดิมได้โดยตรงยังขายของผ่านการสั่งล่วงหน้าหรือจัดส่งได้ ส่วนร้านที่พึ่งลูกค้าที่เดินผ่านหน้าร้านอย่างเดียวไม่มีช่องทางบอกลูกค้าเลยว่ายังเปิดขายอยู่

ช่องทางที่ร้านเป็นเจ้าของ เช่น บัญชีแชทของร้าน รายชื่อลูกค้าที่ยินยอมรับข่าวสาร และหน้าร้านบนแผนที่ออนไลน์ที่อัปเดตเวลาเปิดปิดได้เอง เป็นสิ่งที่ต้องสร้างในวันปกติ เพราะในวันวิกฤตลูกค้าไม่ได้เดินเข้ามาให้ขอข้อมูลติดต่ออีกแล้ว การเก็บรายชื่อลูกค้าต้องขอความยินยอมตามกฎหมาย และบอกลูกค้าว่าจะติดต่อเรื่องอะไร

### ร้านควรเริ่มเก็บช่องทางติดต่อลูกค้าอย่างไร

เริ่มจากลูกค้าที่ซื้อซ้ำ ขอให้เพิ่มบัญชีแชทของร้านพร้อมบอกว่าร้านจะส่งข่าวอะไรและบ่อยแค่ไหน แล้วส่งตามที่บอกจริง ไม่ส่งถี่จนลูกค้ากดเลิกติดตาม ร้านที่สร้างรายชื่อได้หลักร้อยในปีปกติ มีลูกค้าให้ติดต่อในวันที่ต้องเปลี่ยนเป็นขายแบบสั่งล่วงหน้า การออกแบบเส้นทางลูกค้าแบบนี้อธิบายไว้ใน[บริการวินิจฉัยธุรกิจ เชียงใหม่ ตกลงอะไรก่อนเซ็นสัญญา](https://phygital.co.th/insights/shindan-business-diagnosis-service-chiang-mai)

## ฟิจิทัล เอเจนซี วินิจฉัยความเสี่ยงของธุรกิจก่อนวิกฤตอย่างไร

งานเริ่มจากสามคำถาม คือลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดคือใครและคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของรายได้ สัญญากับลูกค้ามีเงื่อนไขเลื่อนและคืนเงินหรือไม่ และร้านติดต่อลูกค้าเดิมได้กี่ราย คำตอบของสามข้อนี้บอกได้ว่าธุรกิจเปราะที่จุดไหน

จากนั้นจึงจัดลำดับงานที่แก้ได้ก่อน เช่น เขียนเงื่อนไขการจองใหม่ สร้างช่องทางติดต่อลูกค้า หรือทดลองหาลูกค้ากลุ่มที่สอง ขั้นตอนวินิจฉัยแบบชินดังอธิบายไว้ใน[ชินดัง (Shindan) คืออะไร วินิจฉัยธุรกิจต้องตรวจอะไรบ้าง](https://phygital.co.th/insights/what-is-shindan-business-diagnosis)

### ธุรกิจที่ผ่านโควิดมาได้แล้วยังต้องวินิจฉัยอีกหรือไม่

ควรทำ เพราะธุรกิจที่รอดมาอาจรอดด้วยเหตุที่ไม่ซ้ำเดิมในวิกฤตครั้งถัดไป เช่น เงินช่วยเหลือเฉพาะกิจหรือเจ้าของที่ลดค่าเช่าให้ วิกฤตครั้งถัดไปอาจเป็นเรื่องอื่น เช่น ฝุ่นควัน ต้นทุนพลังงาน หรือการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มออนไลน์ การวินิจฉัยปีละครั้งทำให้รู้ว่าจุดเปราะเดิมยังอยู่หรือไม่ และมีจุดใหม่เกิดขึ้นหรือเปล่า

## ทบทวนสัดส่วนลูกค้าและสัญญาปีละครั้ง

งานแรกคือคำนวณสัดส่วนรายได้จากลูกค้าแต่ละกลุ่มของปีที่ผ่านมา แล้วตอบคำถามว่าถ้ากลุ่มใหญ่ที่สุดหายไป รายได้ที่เหลือจ่ายต้นทุนคงที่ได้กี่เดือน ถ้าคำตอบคือไม่ถึงสามเดือน การหาลูกค้ากลุ่มที่สองควรอยู่ในแผนปีหน้า

งานที่สองคือเปิดเงื่อนไขการจองหรือสัญญาฉบับปัจจุบัน แล้วตรวจว่ามีเงื่อนไขเลื่อน ยกเลิก และคืนเงินครบทั้งสี่ข้อหรือไม่ ถ้ายังไม่มี ให้เขียนเพิ่มก่อนรับงานชิ้นถัดไป งานทั้งสองใช้เวลาไม่กี่วัน และทำได้ในช่วงที่ธุรกิจยังปกติ ซึ่งเป็นช่วงเดียวที่ทำได้โดยไม่ต้องรีบ

## สรุป

ไตรมาสแรกปี 2564 รายได้จากผู้มาเยือนต่างชาติของเชียงใหม่เหลือ 75.42 ล้านบาท จาก 12,310.72 ล้านบาทในปี 2562 และรายได้ท่องเที่ยวราว 99% ในไตรมาสนั้นมาจากคนไทย ไตรมาสแรกปี 2568 รายได้รวมกลับมาราว 95% ของปี 2562 บทเรียนที่ใช้ได้กับวิกฤตครั้งถัดไปคือรู้สัดส่วนลูกค้าของตัวเอง เขียนเงื่อนไขเลื่อนและคืนเงินไว้ในสัญญา เพราะเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 8 มีนิยามเฉพาะ และมีช่องทางติดต่อลูกค้าที่ร้านเป็นเจ้าของ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ช่วงโควิดผู้มาเยือนเชียงใหม่ลดลงมากแค่ไหน

สถิติรายจังหวัดระบุว่าไตรมาสแรกปี 2564 เชียงใหม่มีผู้มาเยือนชาวต่างชาติ 9,016 คน ลดลง 98.29% จากไตรมาสแรกปี 2563 ที่มี 525,961 คน ส่วนผู้มาเยือนคนไทยมี 1,051,399 คน ลดลง 36.95% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้แสดงว่าการเดินทางภายในประเทศยังเกิดขึ้นในช่วงที่การเดินทางข้ามประเทศหยุดเกือบทั้งหมด

### ประกันภัยธุรกิจคุ้มครองการขาดรายได้จากโรคระบาดหรือไม่

ขึ้นกับถ้อยคำของกรมธรรม์แต่ละฉบับ จุดที่ควรตรวจคือมีข้อยกเว้นเรื่องโรคติดต่อหรือไม่ และความคุ้มครองการหยุดชะงักของธุรกิจต้องมีความเสียหายทางกายภาพของทรัพย์สินก่อนหรือไม่ ธุรกิจควรอ่านข้อยกเว้นในกรมธรรม์ของตัวเองและถามบริษัทประกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนต่ออายุ ไม่ควรสันนิษฐานว่าได้รับความคุ้มครอง

### คำว่าเหตุสุดวิสัยในสัญญาภาษาอังกฤษมีความหมายเหมือนกันหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องเหมือน สัญญาที่ใช้คำว่า Force Majeure มักนิยามเหตุไว้เองในสัญญา ซึ่งอาจกว้างหรือแคบกว่านิยามในมาตรา 8 ธุรกิจที่ทำสัญญากับคู่ค้าต่างประเทศควรอ่านนิยามในสัญญาฉบับนั้น และดูว่ากฎหมายประเทศใดใช้บังคับ ก่อนตีความว่าเหตุใดเข้าข่าย

### ธุรกิจควรมีเงินสำรองกี่เดือน

จำนวนเดือนขึ้นกับโครงสร้างต้นทุนของแต่ละธุรกิจ วิธีคิดที่ตรงกว่าคือหาต้นทุนคงที่ต่อเดือน เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงานประจำ และค่างวดเงินกู้ แล้วดูว่ารายได้ส่วนที่มั่นคงที่สุดจ่ายได้เท่าไร ส่วนที่ขาดคูณจำนวนเดือนที่ธุรกิจอยากรับมือได้ คือเงินสำรองที่ต้องมี ตัวเลขนี้ควรทบทวนทุกปีเพราะต้นทุนเปลี่ยน

### ช่วงวิกฤตควรลดงบการตลาดทั้งหมดหรือไม่

การลดทั้งหมดทำให้ลูกค้าเดิมไม่รู้ว่าร้านยังเปิดหรือปรับรูปแบบบริการอย่างไร ทางที่ดีกว่าคือหยุดงบที่ใช้หาลูกค้ากลุ่มที่เดินทางไม่ได้ และคงงบที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าที่ยังซื้อได้ เช่น ลูกค้าในพื้นที่และลูกค้าเดิมที่ติดต่อได้ ผลของการเลือกนี้ควรวัดจากยอดสั่งซื้อผ่านแต่ละช่องทางทุกสัปดาห์

### วิกฤตอื่นที่เชียงใหม่ต้องเตรียมรับมือมีอะไรบ้าง

นอกจากโรคระบาด ธุรกิจในเชียงใหม่ต้องเตรียมรับฝุ่นควันช่วงต้นปี ซึ่งมีเกณฑ์ทางการให้ใช้ตัดสินใจอธิบายไว้ใน[วิกฤต PM 2.5 เชียงใหม่ กับการปรับตัวธุรกิจตามค่ามาตรฐาน 37.5](https://phygital.co.th/insights/pm25-crisis-business-adaptation-responsibility) และผลกระทบจากต้นทุนพลังงานกับเศรษฐกิจโลกอธิบายไว้ใน[ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤต คำนวณต้นทุนพลังงานก่อนปรับราคา](https://phygital.co.th/insights/economic-polycrisis-survival-strategy)

## ธุรกิจผ่านโควิดมาได้ แต่ยังไม่รู้ว่าถ้าลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดหายไปอีกครั้ง รายได้ที่เหลือจะพอจ่ายต้นทุนกี่เดือน

ให้ PHYGITAL AGENCY วินิจฉัยสัดส่วนลูกค้า เงื่อนไขการจองและคืนเงิน และช่องทางติดต่อลูกค้าที่ร้านเป็นเจ้าของ แล้วจัดลำดับงานที่ลดจุดเปราะได้ก่อน สำหรับธุรกิจในเชียงใหม่และจังหวัดที่พึ่งรายได้จากการท่องเที่ยว

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
