# Contextual Marketing ตั้งโฆษณาตามเวลาและทำเลใน Google Ads

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/contextual-marketing · เผยแพร่ 31 ธันวาคม 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Contextual Marketing ฝั่งโฆษณาค้นหา ตั้งได้สามอย่างใน Google Ads คือตารางเวลา ทำเลหรือรัศมีรอบร้าน และอุปกรณ์ พร้อมช่วงปรับราคาเสนอ โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **บัญชี Google Ads ให้ร้านกำหนดบริบทของการแสดงโฆษณาได้สามแบบโดยไม่ต้องรู้ว่าผู้ค้นหาเป็นใคร** — ได้แก่ วันและเวลา ทำเลหรือรัศมีรอบร้าน และประเภทอุปกรณ์ ทั้งสามแบบตั้งจากหน้าการตั้งค่าของแคมเปญ
- **การปรับราคาเสนอตามอุปกรณ์ตั้งได้ตั้งแต่ลด 100% ถึงเพิ่ม 900% ส่วนทำเลและช่วงเวลาตั้งได้ตั้งแต่ลด 90% ถึงเพิ่ม 900%** — การลด 100% ของอุปกรณ์คือการหยุดแสดงโฆษณาบนอุปกรณ์นั้น
- **กลยุทธ์ Smart Bidding ไม่ใช้ค่าปรับราคาที่ร้านตั้งเอง แต่ยังแสดงโฆษณาตามตารางเวลาที่กำหนดไว้** — ร้านที่ใช้ Target CPA หรือ Target ROAS จึงควบคุมบริบทผ่านตารางเวลาและทำเลเป็นหลัก

ร้านที่ปิดสามทุ่มแต่โฆษณายังขึ้นหลังเที่ยงคืน จ่ายค่าคลิกให้คนที่โทรมาแล้วไม่มีใครรับสาย ร้านที่ส่งของได้แค่ในอำเภอเดียวก็เจอปัญหาเดียวกันเมื่อโฆษณาขึ้นให้คนต่างจังหวัด บทนี้เล่าว่า Contextual Marketing ฝั่งโฆษณาค้นหาทำได้แค่ไหนด้วยเครื่องมือที่อยู่ในบัญชี Google Ads อยู่แล้ว ได้แก่ ตารางเวลา ทำเล และอุปกรณ์ แล้วอธิบายว่าการปรับราคาเสนอแต่ละแบบมีเพดานเท่าไร ใช้ร่วมกันอย่างไร และใช้กับกลยุทธ์ราคาเสนอแบบไหนไม่ได้ สิ่งที่ร้านควรเตรียมก่อนตั้งค่าคือเวลาที่มีคนรับลูกค้าจริง และระยะที่ลูกค้าเดินทางมาถึงร้านได้

ค่าและช่วงตัวเลขในบทนี้ตรงกับหน้าช่วยเหลือของ Google Ads ณ ปลายเดือนกันยายน 2569 ได้แก่ หน้าเรื่อง[การกำหนดเวลาแสดงโฆษณา](https://support.google.com/google-ads/answer/2404244?hl=en) หน้า[การตั้งค่าปรับราคาเสนอตามตารางเวลา](https://support.google.com/google-ads/answer/6372644?hl=en) หน้า[ภาพรวมการปรับราคาเสนอ](https://support.google.com/google-ads/answer/2732132?hl=en) และหน้า[การกำหนดเป้าหมายตามพื้นที่](https://support.google.com/google-ads/answer/1722043?hl=en) บทนี้ไม่ลงเรื่องการเลือกหน้าเว็บที่โฆษณาจะไปแสดงตามเนื้อหา ซึ่งอยู่ใน[Contextual Targeting ใน Google Ads หัวข้อ คีย์เวิร์ด ตำแหน่ง](https://phygital.co.th/insights/contextual-targeting-explained) และไม่ลงเรื่องข้อความโฆษณาที่อ้างถึงคุณลักษณะส่วนตัวของผู้ชม ซึ่งอยู่ใน[Personalized Marketing ข้อความที่ห้ามบอกว่ารู้จักลูกค้า](https://phygital.co.th/insights/personalized-marketing-data-driven)

## บริบทสามแบบที่บัญชีโฆษณาตั้งได้

Contextual Marketing ในบทนี้หมายถึงการให้โฆษณาทำงานตามสถานการณ์ของการค้นหาแต่ละครั้ง ได้แก่ ค้นเวลาไหน ค้นจากที่ไหน และค้นจากอุปกรณ์อะไร ทั้งสามข้อเป็นข้อมูลของการค้นหาครั้งนั้น ร้านไม่ต้องมีรายชื่อลูกค้าหรือประวัติการซื้อของใครเลย

1. **วันและเวลา** กำหนดว่าโฆษณามีสิทธิ์แสดงช่วงไหนของสัปดาห์ และจะเพิ่มหรือลดราคาเสนอช่วงไหน
2. **ทำเล** กำหนดประเทศ พื้นที่ในประเทศ หรือรัศมีรอบจุดที่เลือก รวมถึงเลือกว่าจะนับคนที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้น หรือนับคนที่สนใจพื้นที่นั้นด้วย
3. **อุปกรณ์** แยกคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ แล้วปรับราคาเสนอแยกกัน

ข้อมูลตั้งต้นของทั้งสามข้อ ร้านที่มีหน้าร้านจริงถือไว้ในมือตั้งแต่วันเปิดร้าน เวลาเปิดปิดร้านคือตารางเวลา ระยะที่ลูกค้าเดินทางมาถึงคือรัศมี และช่องทางที่ลูกค้าใช้ติดต่อ เช่นโทรจากมือถือหรือจองผ่านหน้าเว็บ บอกได้ว่าอุปกรณ์ไหนสำคัญกับร้าน

### Contextual Marketing ต่างจาก Personalized Marketing อย่างไร

Contextual Marketing ใช้ข้อมูลของสถานการณ์ในขณะนั้น ส่วน Personalized Marketing ใช้ข้อมูลของตัวบุคคล เช่นสิ่งที่เคยดู เคยซื้อ หรือรายชื่อลูกค้าที่ร้านอัปโหลด โฆษณาที่ตั้งตามเวลา ทำเล และอุปกรณ์ จะแสดงเหมือนกันกับทุกคนที่ค้นหาในสถานการณ์เดียวกัน ไม่ว่าคนนั้นเคยรู้จักร้านมาก่อนหรือไม่

## ตารางเวลาแสดงโฆษณา

ค่าเริ่มต้นของทุกแคมเปญคือแสดงได้ตลอดวัน ("All day") ร้านต้องสร้างตารางเวลาเองถ้าอยากให้โฆษณาแสดงเฉพาะบางวันหรือบางชั่วโมง หน้าช่วยเหลือของ Google แบ่งงานของตารางเวลาเป็นสองอย่าง คือกำหนดวันและชั่วโมงที่โฆษณามีสิทธิ์แสดง กับตั้งการปรับราคาเสนอให้สูงขึ้นหรือต่ำลงในวันและเวลาที่เลือก

หน้าเดียวกันมีข้อจำกัดสามข้อที่ควรรู้ก่อนตั้ง

1. **ตารางเวลาเปิดสิทธิ์ให้แสดง แต่ไม่ได้สร้างการค้นหา** ถ้าช่วงเวลาที่ตั้งไว้ไม่มีใครค้นคีย์เวิร์ดของร้าน โฆษณาก็ไม่แสดง
2. **แคมเปญแอปใช้ตารางเวลาไม่ได้** แคมเปญประเภทอื่นที่ร้านทั่วไปใช้ เช่นแคมเปญค้นหา ตั้งได้ตามปกติ
3. **งบรายเดือนยังคิดจากงบเฉลี่ยรายวันคูณ 30.4** ไม่ว่าเดือนนั้นแคมเปญจะเปิดกี่วัน ร้านที่ตั้งให้โฆษณาแสดงแค่วันเสาร์อาทิตย์ จึงควรคำนวณงบรายวันใหม่ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเดิมที่ตั้งไว้สำหรับทุกวัน

ตัวอย่างในหน้าช่วยเหลือเป็นธุรกิจนำเที่ยวที่ดูรายงานผลตามวันและชั่วโมงแล้วพบช่วงเวลาที่ได้ผลดีที่สุด จึงตั้งให้โฆษณาแสดงเฉพาะช่วงนั้นในวันดังกล่าว ลำดับที่หน้าช่วยเหลือเล่าคือดูรายงานก่อน แล้วค่อยตัดเวลา ร้านใหม่ที่ยังไม่มีรายงานควรเริ่มจากเวลาที่มีคนรับลูกค้าจริง แล้วค่อยปรับตามรายงานเมื่อมีข้อมูลพอ

### ร้านควรตั้งตารางเวลาให้ตรงกับเวลาเปิดร้านเป๊ะหรือไม่

ขึ้นกับว่าโฆษณาพาลูกค้าไปทำอะไร ถ้าโฆษณามีปุ่มโทรหรือแชทที่ต้องมีคนตอบ ตารางเวลาควรตรงกับเวลาที่มีพนักงานรับสาย ถ้าโฆษณาพาไปหน้าจองออนไลน์ที่รับคำสั่งได้ตลอด ร้านอาจเปิดโฆษณานอกเวลาทำการได้ ข้อมูลเวลาเปิดปิดบนแผนที่ควรตรงกับตารางนี้ด้วย วิธีดูแลเวลาทำการบนหน้าร้านของ Google อยู่ใน[Google Business Profile ใครแก้ข้อมูลร้านบน Google ได้บ้าง](https://phygital.co.th/insights/google-business-profile-local-seo-explained)

## ทำเลและรัศมีรอบร้าน

การกำหนดพื้นที่ใน Google Ads มีสามระดับ คือทั้งประเทศ พื้นที่ภายในประเทศ (เช่นจังหวัด เมือง หรือรหัสไปรษณีย์ ตามที่แต่ละประเทศรองรับ) และรัศมีรอบจุดที่เลือก หน้าช่วยเหลือแนะนำว่ารัศมีเหมาะกับธุรกิจที่ส่งของในระยะที่กำหนด หรือธุรกิจท้องถิ่นที่ลูกค้าอยู่รอบร้าน และรัศมีต้องไม่ต่ำกว่า 1 กิโลเมตร

หน้าเดียวกันมีคำเตือนที่ร้านเล็กควรอ่านก่อนตั้งรัศมีแคบ

1. **พื้นที่เล็กมากอาจทำให้โฆษณาแสดงเป็นช่วง ๆ หรือไม่แสดงเลย** เพราะพื้นที่เล็กอาจไม่ผ่านเกณฑ์การกำหนดเป้าหมาย
2. **Google Ads ยอมให้ตั้งเฉพาะพื้นที่ที่ผ่านเกณฑ์ความเป็นส่วนตัวขั้นต่ำ** ทั้งขนาดพื้นที่และจำนวนผู้ใช้ พื้นที่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะเลือกในหน้าจอไม่ได้
3. **ตำแหน่งของผู้ใช้ประเมินจากสัญญาณหลายชนิด** เช่นการตั้งค่าของผู้ใช้ อุปกรณ์ และพฤติกรรมบนแพลตฟอร์ม Google ระบุว่าความแม่นยำ 100% ไม่ได้รับประกันในทุกสถานการณ์

อีกข้อที่หน้าช่วยเหลือเขียนไว้คือ ร้านควรตั้งพื้นที่ตามที่อยู่ของลูกค้า ซึ่งอาจไม่ใช่ที่ตั้งของร้าน ร้านออนไลน์ควรตั้งทุกพื้นที่ที่ส่งของถึง และเจ้าของร้านที่ตั้งพื้นที่ซึ่งตัวเองไม่ได้อยู่ จะค้นเจอโฆษณาของตัวเองบน Google ไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือแสดงตัวอย่างโฆษณาแทน

### Presence กับ Presence or interest ต่างกันอย่างไร

Presence นับเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่ที่เลือก ส่วน Presence or interest นับทั้งคนที่อยู่ในพื้นที่และคนที่แสดงความสนใจในพื้นที่นั้น หน้าช่วยเหลือแนะนำแบบหลังเป็นค่าเริ่มต้นของแคมเปญค้นหา และให้เลือก Presence เมื่อธุรกิจอยู่ในหมวดที่มีข้อจำกัดการกำหนดเป้าหมาย หรือไม่อยากเข้าถึงคนนอกพื้นที่ที่แค่สนใจ ร้านอาหารที่รับเฉพาะลูกค้าหน้าร้านจึงควรตัดสินข้อนี้เอง แทนการปล่อยค่าเริ่มต้นไว้

ฝั่งที่พักและธุรกิจท่องเที่ยว หน้าเดียวกันอ้างข้อมูลภายในของ Google ช่วง 21 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2022 ว่าผู้ลงโฆษณาหมวดท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และการศึกษา ที่เปลี่ยนจาก Presence เป็น Presence or interest เห็น conversion บนแคมเปญค้นหาเพิ่มขึ้น 5% การเลือกว่าจะเน้นนักท่องเที่ยวจากชาติไหนก่อน อยู่ใน[Tourism Marketing เลือกตลาดต่างชาติจากสถิติปี 2568](https://phygital.co.th/insights/tourism-marketing)

## ปรับราคาเสนอตามบริบท

การปรับราคาเสนอคือการเพิ่มหรือลดราคาเสนอเป็นเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้โฆษณาแสดงบ่อยขึ้นหรือน้อยลงตามสถานการณ์ของการค้นหา หน้าช่วยเหลือของ Google กำหนดช่วงที่ตั้งได้ไว้ต่างกันตามประเภท

1. **อุปกรณ์** ตั้งได้ตั้งแต่ลด 100% ถึงเพิ่ม 900% ที่ระดับแคมเปญและกลุ่มโฆษณา การลด 100% คือหยุดแสดงบนอุปกรณ์นั้น ถ้าตั้งทั้งสองระดับ ระบบใช้ค่าของกลุ่มโฆษณา ยกเว้นกรณีที่แคมเปญลด 100% ไว้แล้ว
2. **ทำเล** ตั้งได้ตั้งแต่ลด 90% ถึงเพิ่ม 900% ที่ระดับแคมเปญ
3. **ตารางเวลา** ตั้งได้ตั้งแต่ลด 90% ถึงเพิ่ม 900% ที่ระดับแคมเปญ และต้องสร้างตารางเวลาแบบกำหนดเองก่อน

การปรับหลายประเภทพร้อมกันจะคูณต่อกัน ตัวอย่างในหน้าช่วยเหลือคือราคาเสนอสูงสุด 1.00 ดอลลาร์ เพิ่ม 10% ในช่วง 8 ถึง 10 โมงเช้าวันอังคาร ได้ 1.10 ดอลลาร์ แล้วเพิ่มอีก 20% สำหรับเมืองหนึ่ง ได้ 1.32 ดอลลาร์สำหรับผู้ค้นหาในเมืองนั้นช่วงเวลานั้น เมื่อหมดช่วงเวลาที่ปรับ ราคาเสนอกลับไปใช้ค่าปกติ โดยค่าปรับของทำเลยังคงอยู่

กติกาการรวมมีข้อยกเว้นสามข้อ ข้อแรก ผลรวมของการปรับเพิ่มไม่เกิน 900% ข้อสอง ผลรวมของการปรับลดต่ำสุดอยู่ที่ลด 90% ข้อสาม ถ้าพื้นที่ที่ตั้งค่าปรับซ้อนกัน เช่นประเทศหนึ่งกับเมืองหนึ่งในประเทศนั้น ระบบใช้ค่าของพื้นที่ที่เจาะจงที่สุดเพียงค่าเดียว ไม่นำมาคูณกัน การปรับราคาเสนอไม่เปลี่ยนงบเฉลี่ยรายวันของแคมเปญ แต่ทำให้ค่าคลิกแต่ละครั้งต่างกันได้ ส่วนการแข่งกันของราคาเสนอในแต่ละครั้งอธิบายไว้ใน[Google Ads กับ Meta Ads ประมูลต่างกันอย่างไร ปี 2026](https://phygital.co.th/insights/google-ads-vs-meta-ads-2026)

### แคมเปญที่ใช้ Smart Bidding ยังปรับราคาเสนอตามเวลาได้หรือไม่

ไม่ได้ กลยุทธ์ Smart Bidding ได้แก่ Target CPA, Target ROAS, Maximize conversions และ Maximize conversion value ตั้งราคาเสนอเองตามเป้า conversion และไม่ใช้ค่าปรับราคาที่ร้านตั้งเอง ค่าที่ยังใช้ได้คือการลดอุปกรณ์ 100% เพื่อหยุดแสดงบนอุปกรณ์นั้น ส่วนตารางเวลาที่ตั้งไว้ ระบบยังเคารพ โฆษณาจะแสดงเฉพาะวันและเวลาที่กำหนดเสมอ

## ข้อมูลที่ร้านต้องหาเองนอกบัญชีโฆษณา

ตารางเวลา ทำเล และอุปกรณ์ ตอบได้ว่าโฆษณาจะแสดงเมื่อไรและที่ไหน ส่วนสามเรื่องด้านล่าง ร้านต้องใช้ข้อมูลนอกบัญชีโฆษณาตัดสิน

1. **ข้อความโฆษณาที่ตรงกับช่วงเวลา** การตั้งตารางเวลาไม่ได้เปลี่ยนข้อความ ร้านที่มีเมนูเช้ากับเมนูเย็นต่างกัน ต้องแยกแคมเปญหรือกลุ่มโฆษณาเองถ้าอยากให้ข้อความต่างกันตามเวลา
2. **ความพร้อมของหน้าร้านในช่วงที่โฆษณาแสดง** ระบบไม่รู้ว่าวันนี้ร้านหยุดพิเศษหรือพนักงานไม่พอ ร้านต้องหยุดหรือแก้ตารางเอง
3. **ผลของการตั้งค่าแต่ละแบบ** ต้องดูจากรายงานตามวันและชั่วโมง พื้นที่ และอุปกรณ์ในบัญชี แล้วเทียบกับยอดโทรหรือยอดจองจริงของร้าน

ข้อที่สามเป็นเหตุผลที่ร้านควรเปลี่ยนการตั้งค่าทีละอย่าง ร้านที่เปลี่ยนตารางเวลา รัศมี และค่าปรับอุปกรณ์ในสัปดาห์เดียวกัน จะไม่รู้ว่าผลที่เปลี่ยนมาจากการตั้งค่าตัวไหน

## ช่วงการปรับราคาเสนอแต่ละแบบ

ตารางนี้รวมค่าที่ใช้ตัดสินตอนตั้งแคมเปญ ข้อมูลทุกช่องมาจากหน้าภาพรวมการปรับราคาเสนอของ Google Ads

| ประเภท     | ช่วงที่ตั้งได้      | ตั้งที่ระดับ         | ใช้กับ Smart Bidding                    |
| ---------- | ---------------------- | ---------------------- | ---------------------------------------- |
| อุปกรณ์    | ลด 100% ถึงเพิ่ม 900% | แคมเปญ และกลุ่มโฆษณา | เฉพาะลด 100%                            |
| ทำเล       | ลด 90% ถึงเพิ่ม 900%  | แคมเปญ                 | ไม่ใช้                                  |
| ตารางเวลา | ลด 90% ถึงเพิ่ม 900%  | แคมเปญ                 | ไม่ใช้ค่าปรับ แต่เคารพเวลาที่ตั้ง |

ร้านที่ใช้การเสนอราคาแบบ Maximize clicks ใช้ค่าปรับตามตารางเวลาได้ตามหน้าการตั้งค่า ส่วนร้านที่ย้ายไปใช้กลยุทธ์ที่ตั้งเป้า conversion ควรกลับไปดูว่าค่าปรับที่เคยตั้งไว้ยังมีผลหรือไม่ การเลือกเป้าหมายของแคมเปญตั้งแต่ขั้นแรกอยู่ใน[Marketing Funnel สามขั้นกับเป้าหมายแคมเปญของ Google และ Meta](https://phygital.co.th/insights/marketing-funnel-explained)

## สรุป

Contextual Marketing ฝั่งโฆษณาค้นหาใช้ข้อมูลของสถานการณ์การค้นหา ไม่ใช้ข้อมูลตัวบุคคล บัญชี Google Ads ให้ร้านตั้งได้สามอย่าง คือตารางเวลาที่เริ่มต้นเป็นตลอดวันและใช้ไม่ได้กับแคมเปญแอป ทำเลตั้งแต่ระดับประเทศถึงรัศมีไม่ต่ำกว่า 1 กิโลเมตร พร้อมตัวเลือก Presence หรือ Presence or interest และอุปกรณ์สามประเภท การปรับราคาเสนอตามอุปกรณ์ตั้งได้ลด 100% ถึงเพิ่ม 900% ทำเลและเวลาได้ลด 90% ถึงเพิ่ม 900% ค่าหลายประเภทคูณกัน ส่วน Smart Bidding ไม่ใช้ค่าปรับเหล่านี้ยกเว้นการปิดอุปกรณ์ แต่ยังแสดงตามตารางเวลา ร้านที่ตั้งจากเวลาทำงานและระยะเดินทางของลูกค้าจริง จะได้การตั้งค่าที่ตรวจกับยอดโทรและยอดจองได้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ตั้งตารางเวลาแล้ว ทำไมโฆษณายังไม่แสดงในช่วงที่เปิดไว้

ตารางเวลาเปิดสิทธิ์ให้โฆษณาแสดงเท่านั้น ถ้าช่วงนั้นไม่มีใครค้นหาคีย์เวิร์ดของร้าน โฆษณาก็ไม่แสดง สาเหตุอื่นที่ควรตรวจคืองบรายวันหมดก่อนถึงช่วงนั้น หรือรัศมีที่ตั้งไว้แคบจนไม่ผ่านเกณฑ์ของระบบ

### ปิดโฆษณาบนคอมพิวเตอร์ทั้งหมดได้หรือไม่

ได้ การปรับราคาเสนอตามอุปกรณ์เป็นประเภทเดียวที่ลดได้ถึง 100% ซึ่งหมายถึงหยุดแสดงบนอุปกรณ์นั้น และใช้ได้กับกลยุทธ์ Smart Bidding ด้วย ส่วนทำเลกับตารางเวลาลดได้สูงสุด 90%

### ร้านมีสองสาขาห่างกัน ควรตั้งรัศมีอย่างไร

ตั้งรัศมีแยกรอบแต่ละสาขาได้ แล้วปรับราคาเสนอของแต่ละพื้นที่ตามผลที่เห็นในรายงาน ถ้ารัศมีสองวงซ้อนกัน ระบบใช้ค่าปรับของพื้นที่ที่เจาะจงที่สุด จึงควรดูว่าพื้นที่ซ้อนนั้นอยากให้ใช้ค่าของสาขาไหน

### ต้องขอความยินยอมตาม PDPA ก่อนตั้งโฆษณาตามทำเลหรือไม่

การตั้งพื้นที่ในบัญชีโฆษณาเป็นการเลือกว่าโฆษณาจะแสดงที่ไหน ร้านไม่ได้รับข้อมูลตำแหน่งของผู้ใช้รายคน และ Google กำหนดเกณฑ์พื้นที่และจำนวนผู้ใช้ขั้นต่ำไว้แล้ว ร้านควรตรวจเรื่องความยินยอมเมื่อเก็บข้อมูลจากลูกค้าเองบนเว็บหรือแอปของร้าน

### ควรตั้งค่าปรับราคาเสนอสูงแค่ไหนในวันที่ขายดี

หน้าช่วยเหลือไม่ได้กำหนดตัวเลขที่เหมาะกับทุกร้าน ค่าที่ตั้งควรมาจากรายงานตามวันและชั่วโมงของบัญชีเอง ร้านที่ยังมีข้อมูลน้อยควรเริ่มจากค่าต่ำ แล้วดูต้นทุนต่อการโทรหรือการจองก่อนเพิ่ม

## โฆษณาควรหยุดพร้อมกับเวลาที่ร้านหยุดรับลูกค้า

ทีม PHYGITAL AGENCY ช่วยแปลเวลาทำงานของหน้าร้านและระยะเดินทางของลูกค้า เป็นตารางเวลา พื้นที่ และค่าปรับราคาเสนอของบัญชีโฆษณา แล้วตรวจผลกับยอดโทรและยอดจองของร้าน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
