# Referral Marketing ของ Coca-Cola ของที่ลูกค้าส่งต่อให้เพื่อน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/coca-cola-referral-marketing · เผยแพร่ 16 มกราคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เอกสารของ Coca-Cola เองเล่าคูปองแก้วฟรียุคแรก Share a Coke ที่เปลี่ยนโลโก้เป็นชื่อคน และคูปองส่งให้เพื่อนผ่านแอป ทุกกลไกให้ลูกค้าส่งของต่อ ไม่ได้ให้รางวัลคนแนะนำ

## Key Takeaways

- **สมุดประวัติ 125 ปีของ The Coca-Cola Company บันทึกว่าปี 2430 (ค.ศ. 1887) บริษัทเริ่มใช้คูปองโปรโมตเครื่องดื่ม** — หน้าประวัติยุค Asa Candler เล่าว่าเขาแจกคูปองแก้วฟรีหลายพันใบ ในช่วงที่ปีแรกขายได้เพียงวันละเก้าแก้ว
- **ข่าวประชาสัมพันธ์ปี 2557 ของ Share a Coke ในสหรัฐฯ มีทั้งชื่อคน 250 ชื่อบนขวด และคูปองที่ส่งให้เพื่อนผ่านแอป** — ลูกค้าได้ของที่ส่งต่อให้คนอื่นได้ทันที ไม่ได้ได้แต้มหรือส่วนลดสำหรับตัวเอง
- **เอกสารของบริษัทเองระบุปีเริ่ม Share a Coke ในออสเตรเลียไม่ตรงกัน** — ฉบับปี 2557 เขียนว่า 2012 ส่วนฉบับปี 2568 เขียนว่า 2011 และไม่มีฉบับไหนเปิดเผยตัวเลขยอดขาย

ร้านทำโค้ดแนะนำเพื่อน ลดร้อยละ 10 ทั้งคนแนะนำและคนถูกแนะนำ ประกาศในเพจและติดป้ายหน้าร้าน สามเดือนผ่านไปมีคนใช้ไม่กี่คน ลูกค้าประจำชอบร้านจริง แต่ไม่มีใครส่งโค้ดให้เพื่อน สิ่งที่บทนี้เก็บมาคือกลไกบอกต่อของ Coca-Cola ตามที่บริษัทบันทึกไว้เอง ตั้งแต่คูปองแก้วฟรีในยุคแรก ถึงขวดที่พิมพ์ชื่อคนแทนโลโก้ และคูปองที่ส่งให้เพื่อนผ่านแอป ทุกกลไกมีจุดร่วมข้อเดียว คือลูกค้าได้ของไปส่งต่อให้คนอื่น แล้วนำหลักนั้นมาเป็นคำถามสี่ข้อที่ร้านเล็กใช้ได้

ข้อเท็จจริงทุกข้อในบทนี้มาจากเอกสารที่ The Coca-Cola Company เผยแพร่เอง ได้แก่ หน้าประวัติ [The Birth of a Refreshing Idea](https://www.coca-colacompany.com/about-us/history/the-birth-of-a-refreshing-idea) และ [The Asa Candler Era](https://www.coca-colacompany.com/about-us/history/the-asa-candler-era) [สมุดประวัติฉบับครบรอบ 125 ปี](https://www.coca-colacompany.com/content/dam/corporate/us/en/about-us/history/coca-cola-a-short-history-125-years-booklet.pdf) [ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 10 มิถุนายน 2557](https://investors.coca-colacompany.com/news-events/press-releases/detail/682/coca-cola-celebrates-a-summer-of-sharing) และ[ข่าววันที่ 26 มีนาคม 2568](https://www.coca-colacompany.com/media-center/iconic-share-a-coke-is-back-for-a-new-generation) บทนี้เล่าตามเอกสารเหล่านั้น ไม่ได้ประเมินว่าบริษัททำถูกหรือผิด

## คูปองแก้วฟรีในปีแรก ๆ

หน้าประวัติของบริษัทเล่าว่าเครื่องดื่มนี้เริ่มขายที่ร้านขายยาในแอตแลนตาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2429 ในราคาแก้วละห้าเซนต์ สมุดประวัติ 125 ปีบันทึกว่าปีแรกขายได้เฉลี่ยวันละเก้าแก้ว และในปี 2430 บริษัทเริ่มใช้คูปองเพื่อโปรโมตเครื่องดื่มเป็นครั้งแรก

หน้าประวัติยุค Asa Candler ผู้ซื้อกิจการต่อจากผู้คิดค้นสูตร เล่าว่า Candler เชื่อในการโฆษณา และต่อยอดงานการตลาดเดิมด้วยการแจกคูปองสำหรับเครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้วหลายพันใบ หน้าเดียวกันบอกว่าในปี 2435 ยอดขายน้ำเชื่อมเพิ่มขึ้นเกือบสิบเท่า โดยให้เครดิตกับฝีมือด้านการค้าของ Candler

| ปี          | สิ่งที่บริษัทบันทึก                                     | แหล่ง                        |
| ----------- | ---------------------------------------------------------- | ---------------------------- |
| 2429        | เริ่มขายแก้วละห้าเซนต์ ปีแรกเฉลี่ยวันละเก้าแก้ว | หน้าประวัติ และสมุด 125 ปี |
| 2430        | ใช้คูปองโปรโมตเป็นครั้งแรก                            | สมุด 125 ปี                  |
| ยุค Candler | แจกคูปองแก้วฟรีหลายพันใบ                             | หน้าประวัติยุค Asa Candler |
| 2435        | ยอดขายน้ำเชื่อมเพิ่มเกือบสิบเท่า                    | หน้าประวัติยุค Asa Candler |

### คูปองแจกฟรีเกี่ยวกับการบอกต่ออย่างไร

คูปองแก้วฟรีทำให้คนที่ยังไม่เคยลองได้ลองโดยไม่ต้องเสี่ยงจ่ายเงิน และคูปองเป็นของที่ถือไปให้คนอื่นได้ ส่วนการบอกต่อเกิดตอนที่คนลองแล้วพาคนอื่นมาดื่มด้วย หน้าประวัติของบริษัทไม่ได้บอกว่าคนส่งคูปองต่อกันเองมากแค่ไหน และไม่ได้แยกว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากคูปองเท่าไร บทนี้จึงเล่าได้แค่ว่ากลไกแรกของบริษัทคือของฟรีที่จับต้องได้

## ชื่อบนขวดทำให้ลูกค้าซื้อให้คนอื่น

ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 10 มิถุนายน 2557 ประกาศว่า Share a Coke มาถึงสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก บริษัทเปลี่ยนโลโก้บนขวดบางขนาดเป็นชื่อคน และชวนให้คนหาชื่อของตัวเอง ครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ชื่อของคนที่อยากรู้จักให้มากขึ้น

1. **ขวด 20 ออนซ์** พิมพ์ชื่อคน 250 ชื่อที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นมิลเลนเนียล
2. **ขวด 1.25 และ 2 ลิตร** พิมพ์ชื่อกลุ่ม เช่น Family และ Friends
3. **กระป๋อง 12 ออนซ์** พิมพ์คำเรียกเล่น ๆ เช่น BFF, Bestie, Legend และ Buddy
4. **เว็บไซต์ของแคมเปญ** ให้คนทำขวดเสมือนที่มีชื่อ แล้วส่งให้เพื่อนผ่านโซเชียลมีเดีย และบอกว่าชื่อไหนมีขายในร้าน

### ทำไมต้องมีชื่อกลุ่มอย่าง Family และ Friends

เพราะขวดใหญ่มักเปิดดื่มหลายคน ชื่อกลุ่มทำให้ขวดใหญ่มีคนรับที่ชัดเจนเหมือนขวดเล็ก ส่วนคนที่ไม่เจอชื่อตัวเองบนชั้นวาง ยังซื้อขวดชื่อกลุ่มหรือคำเรียกเล่น ๆ ไปให้คนอื่นได้ เหตุผลข้อนี้เป็นการอ่านของบทนี้จากการดูว่าแต่ละขนาดพิมพ์อะไร ข่าวของบริษัทไม่ได้เขียนไว้

## คูปองที่ส่งให้เพื่อนได้ทันที

ข่าวประชาสัมพันธ์ปี 2557 ฉบับเดียวกันมีกลไกอีกสองอย่างที่ตรงกับคำว่าส่งต่อมากที่สุด

1. **ตู้กดเครื่องดื่ม Coca-Cola Freestyle** แฟนที่มีแอปของตู้ในมือถือ สแกนคิวอาร์โค้ดบนหน้าจอตู้ ทำตามขั้นตอน แล้วส่งคูปองเครื่องดื่มฟรีขนาด 20 ออนซ์ให้เพื่อนได้
2. **ทัวร์กว่า 500 จุดทั่วประเทศ** สำหรับคนที่หาชื่อของตัวเองในร้านไม่เจอ ให้ทำกระป๋องเล็กที่มีชื่อได้สองใบ ใบหนึ่งสำหรับตัวเอง อีกใบสำหรับ "คนพิเศษ"

บริษัทยังเชิญให้คนโพสต์เรื่องที่แบ่งเครื่องดื่มกันพร้อมแฮชแท็ก #ShareaCoke โดยมีโอกาสได้ขึ้นป้ายโฆษณาของบริษัท และสนับสนุนด้วยโฆษณาโทรทัศน์ชุดใหม่ช่วงเก้าสัปดาห์

แต้มสะสมก็มีอยู่ในรอบนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์บอกไว้ในประโยคเดียวว่าสมาชิกโปรแกรม My Coke Rewards มีวิธีสะสมแต้ม รับรางวัล และร่วม Share a Coke ได้ แต้มจึงเป็นส่วนเสริมของแคมเปญ ส่วนกลไกหลักที่ข่าวเล่าละเอียดคือชื่อบนขวด คูปองส่งให้เพื่อน และกระป๋องใบที่สอง ร้านที่มีระบบแต้มอยู่แล้วจึงไม่ต้องทิ้งระบบเดิม แค่เพิ่มของที่ส่งต่อได้เข้าไปในระบบเดียวกัน

### ของที่ส่งต่อได้ต่างจากโค้ดส่วนลดตรงไหน

โค้ดส่วนลดแบบแนะนำเพื่อนขอให้ลูกค้าไปขายของแทนร้าน ลูกค้าต้องเล่าว่าร้านดีอย่างไร และเพื่อนต้องจ่ายเงินก่อนจึงได้ประโยชน์ ส่วนคูปองแก้วฟรีหรือกระป๋องที่มีชื่อเพื่อน เป็นของขวัญที่ส่งถึงมือได้ทันที ลูกค้าได้เป็นคนให้ ไม่ได้เป็นคนขาย และเพื่อนไม่ต้องตัดสินใจซื้ออะไรก่อน

## Share a Coke รอบปี 2568

ข่าววันที่ 26 มีนาคม 2568 ประกาศว่า Share a Coke กลับมาอีกครั้ง โดยเล่าว่าออสเตรเลียเปิดตัวแคมเปญนี้ในปี 2011 ด้วยการเปลี่ยนโลโก้บนขวดและกระป๋องเป็นชื่อที่นิยม รอบนี้บริษัทเล็งกลุ่ม Gen Z และเปิดตัวแบบทยอยในกว่า 120 ประเทศ เริ่มวางขวดและกระป๋องที่มีชื่อตั้งแต่เดือนเมษายน

| กลไก                   | รอบสหรัฐฯ ปี 2557                                            | รอบทั่วโลกปี 2568                                                        |
| ---------------------- | ------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------- |
| ชื่อบนสินค้า         | ชื่อคน 250 ชื่อ ชื่อกลุ่ม และคำเรียกเล่น ๆ               | ชื่อบนขวดและกระป๋องในกว่า 120 ประเทศ                                  |
| ช่องทางดิจิทัล       | เว็บไซต์ทำขวดเสมือน ส่งผ่านโซเชียลมีเดีย              | แอปและคิวอาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ พาไปหน้ารวมที่เพิ่มชื่ออื่นได้ |
| ของที่ส่งให้เพื่อน | คูปองเครื่องดื่มฟรีผ่านแอปตู้กด และกระป๋องใบที่สอง | คลิปและมีมที่ทำเองผ่าน Share a Coke Memory Maker                     |
| จุดพบกันในโลกจริง | ทัวร์กว่า 500 จุด                                            | กิจกรรมที่ข่าวเรียกว่าประสบการณ์ในโลกจริง พร้อมโฆษณานอกบ้าน      |

### ทำไมกลับมาใช้ไอเดียเดิมหลังผ่านไปกว่าสิบปี

ข่าวของบริษัทให้เหตุผลว่า Gen Z มองหาความสัมพันธ์ที่จริงใจในโลกที่ดิจิทัลมากขึ้น การโต้ตอบออนไลน์ของคนรุ่นนี้อาจรู้สึกผ่านมาแล้วผ่านไป จึงอยากมีช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในโลกจริง ผู้บริหารฝ่ายครีเอทีฟระดับโลกของบริษัทเรียกรอบนี้ว่าไอเดียเดิมที่ขยายใหญ่ขึ้นในระดับโลก ข่าวไม่ได้ให้ตัวเลขของรอบก่อนเพื่อยืนยันว่าทำไมเลือกกลับมา

## เอกสารของบริษัทเองมีช่องว่าง

เอกสารทั้งหมดในบทนี้บริษัทเขียนเพื่อเล่าเรื่องของตัวเอง บทนี้ไม่ได้เปิดอ่านงานวิจัยอิสระหรือรายงานของสื่อที่ประเมินผลแคมเปญเหล่านี้ ก่อนหยิบไปใช้ควรรู้ขอบเขตห้าข้อ

1. **ปีเริ่มไม่ตรงกัน** ข่าวปี 2557 เขียนว่า Share a Coke เริ่มในออสเตรเลียปี 2012 ส่วนข่าวปี 2568 เขียนว่า 2011 บทนี้ไม่ได้หาเอกสารที่สามมาตัดสิน
2. **ไม่มีตัวเลขยอดขาย** ไม่มีเอกสารฉบับไหนบอกว่าแต่ละกลไกเพิ่มยอดขายหรือลูกค้าใหม่เท่าไร
3. **ตัวเลขคูปองที่สื่อชอบอ้างไม่อยู่ในเอกสารของบริษัท** หน้าประวัติเขียนเพียงว่า "หลายพันใบ" บทนี้จึงไม่ใช้ตัวเลขอื่น
4. **บริษัทใหญ่ งบใหญ่** Share a Coke ปี 2557 มีโฆษณาโทรทัศน์เก้าสัปดาห์และทัวร์กว่า 500 จุดหนุนหลัง ร้านเล็กทำตามได้แค่หลักคิด
5. **บริบทต่างประเทศ** ตัวอย่างอยู่ในสหรัฐฯ และออสเตรเลีย คนไทยมีชื่อเล่นหลากหลายกว่าชื่อจริงที่นิยม และให้ของขวัญกันในโอกาสต่างจากคนอเมริกัน

## คำถามสี่ข้อก่อนทำโปรแกรมบอกต่อ

ถอดจากกลไกทั้งสามยุคของ Coca-Cola แล้วปรับให้ร้านที่ไม่มีงบโฆษณาระดับประเทศใช้ได้

1. **ลูกค้าได้อะไรไปให้คนอื่น** ต้องเป็นของที่ส่งถึงมือได้ เช่น บัตรลองฟรี กล่องขนมที่เขียนชื่อผู้รับ หรือลิงก์รับของที่เปิดแล้วใช้ได้ทันที
2. **คนรับต้องจ่ายอะไรก่อนไหม** ถ้าต้องจ่ายก่อน โปรแกรมจะกลายเป็นโค้ดส่วนลดอีกแบบ
3. **ลูกค้าส่งได้ภายในกี่วินาที** กลไกของปี 2557 ให้สแกนคิวอาร์โค้ดที่ตู้แล้วส่งได้เลย ขั้นตอนยิ่งยาวยิ่งมีคนส่งน้อย
4. **ร้านรู้ได้อย่างไรว่าคนใหม่มาจากใคร** ใช้เลขของที่ส่งต่อแต่ละชิ้น หรือระบบสมาชิกที่ผูกคนส่งกับคนรับ

ถ้าการบอกต่อที่ต้องการเป็นการแนะนำระหว่างธุรกิจที่มีค่าตอบแทนเป็นเงิน กติกาทางกฎหมายต่างไปจากบทนี้ และอยู่ใน[Introducer Fee เขียนข้อตกลงค่าแนะนำธุรกิจก่อนแนะนำให้รู้จัก](https://phygital.co.th/insights/introducer-fee) ถ้าอยากเห็นเครือข่ายที่ส่งต่อลูกค้าให้กันเป็นระบบ อ่าน[BNI เครือข่าย Referral Marketing ในไทย 93 chapter 4,355 คน](https://phygital.co.th/insights/bni-referral-marketing-network-thailand-business-owner-guide) ส่วนการใช้รูปทรงหรือเสียงของสินค้าเป็นสิ่งที่คนจำได้ อยู่ใน[Sensory Storytelling เสียงและรูปทรงแบรนด์ที่จดทะเบียนได้](https://phygital.co.th/insights/sensory-storytelling) หน้าบริการที่เกี่ยวกับระบบสมาชิกคือ[บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน](https://phygital.co.th/solutions/website)

### ไม่มีแอป ร้านใช้อะไรส่งต่อแทน

ใช้บัตรกระดาษสองใบคู่กัน ใบหนึ่งลูกค้าเก็บไว้ อีกใบเขียนชื่อเพื่อนแล้วส่งให้ เมื่อเพื่อนนำบัตรมาใช้ พนักงานจดเลขบัตรไว้ วิธีนี้คล้ายกระป๋องสองใบของทัวร์ปี 2557 ที่ใบหนึ่งเป็นของตัวเองและอีกใบเป็นของคนพิเศษ เมื่อร้านมีบัญชี LINE OA หรือระบบสมาชิกแล้ว ค่อยย้ายบัตรกระดาษไปเป็นลิงก์ส่งต่อ

## สรุป

เอกสารของ The Coca-Cola Company เล่าว่าบริษัทเริ่มใช้คูปองในปี 2430 และ Asa Candler แจกคูปองแก้วฟรีหลายพันใบในยุคที่ปีแรกขายได้วันละเก้าแก้ว Share a Coke รอบสหรัฐฯ ปี 2557 พิมพ์ชื่อคน 250 ชื่อ ชื่อกลุ่ม และคำเรียกเล่น ๆ แทนโลโก้ ให้ส่งคูปองเครื่องดื่มฟรีให้เพื่อนผ่านแอปของตู้กด และให้ทำกระป๋องสองใบในทัวร์กว่า 500 จุด รอบปี 2568 ขยายไปกว่า 120 ประเทศ พร้อมคิวอาร์โค้ดและเครื่องมือทำคลิป กลไกทุกยุคให้ลูกค้ามีของไปให้คนอื่น เอกสารของบริษัทเองไม่เปิดเผยยอดขาย และระบุปีเริ่มในออสเตรเลียไม่ตรงกัน ร้านเล็กนำหลักคิดไปใช้ได้ด้วยคำถามสี่ข้อ เริ่มจากถามว่าลูกค้าจะได้อะไรไปให้คนอื่น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### โปรแกรมแนะนำเพื่อนควรให้รางวัลฝ่ายไหน ระหว่างคนแนะนำกับคนถูกแนะนำ

จากตัวอย่างในบทนี้ ของที่ทำให้เกิดการส่งต่อไปอยู่ในมือคนถูกแนะนำ เช่น เครื่องดื่มฟรีหรือกระป๋องที่มีชื่อ คนแนะนำได้เป็นคนให้ ร้านที่มีงบจำกัดควรลงของที่ดีที่สุดกับฝั่งคนถูกแนะนำก่อน

### ใช้ชื่อลูกค้าบนสินค้าต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลไหม

ถ้าร้านพิมพ์ชื่อตามที่ลูกค้าบอกให้ทำ ควรใช้ชื่อเพื่องานนั้นเท่านั้น และไม่นำไปใช้ต่อโดยไม่บอก ถ้าจะเก็บชื่อผู้รับไว้ทำการตลาดภายหลัง ให้ลูกค้ากดยอมรับเงื่อนไขเรื่องนี้แยกไว้ตาม PDPA ก่อนเก็บชื่อ

### สินค้าราคาสูงทำกลไกของขวัญให้เพื่อนได้ไหม

ได้ ถ้าเลือกของที่ต้นทุนต่ำแต่มีความหมาย เช่น ร้านสปาให้ลูกค้าส่งบัตรทดลองบริการหนึ่งครั้งให้เพื่อน หลักเดียวกับคูปองแก้วฟรีคือให้คนใหม่ได้ลองโดยไม่ต้องจ่ายก่อน

### วัดผลโปรแกรมบอกต่ออย่างไร

นับจำนวนของที่ถูกส่งออกไป จำนวนที่ถูกใช้จริง และจำนวนคนใหม่ที่กลับมาซื้อซ้ำ ตัวเลขชุดนี้บอกว่าปัญหาอยู่ที่คนไม่อยากส่ง หรือเพื่อนไม่อยากใช้ ซึ่งแก้คนละแบบ

### โพสต์ที่หวังให้คนแชร์แต่ไม่มีใครแชร์ ปัญหามักอยู่ตรงไหน

มักอยู่ที่คนแชร์ไม่ได้อะไรไปให้ใคร การแชร์โพสต์ขายของทำให้คนแชร์ดูเหมือนคนขาย ตัวอย่างขวดเสมือนที่มีชื่อเพื่อนในปี 2557 ให้คนแชร์ของที่ทำขึ้นเพื่อคนคนนั้นโดยเฉพาะ

### ร้านในไทยควรพิมพ์ชื่อเล่นหรือชื่อจริงของลูกค้าบนสินค้า

ชื่อเล่นใกล้ตัวกว่า แต่ซ้ำกันน้อยกว่าชื่อจริงที่นิยมในสหรัฐฯ การพิมพ์ชื่อล่วงหน้าเป็นชุดใหญ่จึงเสี่ยงเหลือสต๊อก ทางที่เหมาะกับร้านเล็กคือเขียนหรือพิมพ์ชื่อตามสั่งหน้าร้าน แบบเดียวกับจุดทำกระป๋องในทัวร์ปี 2557

### ต้องมีงบเท่าไรถึงเริ่มโปรแกรมบอกต่อได้

เริ่มได้ด้วยต้นทุนของของที่ส่งต่อ คำนวณจากจำนวนที่คาดว่าจะถูกใช้ ไม่ใช่จำนวนที่แจก และกำหนดเพดานไว้ก่อนเริ่ม เพื่อหยุดได้เมื่อถึงงบที่ตั้ง

## ของขวัญที่ส่งถึงมือเพื่อนได้ คือเหตุผลที่ลูกค้าจะบอกต่อ

ถ้าร้านมีโค้ดแนะนำเพื่อนอยู่แล้วแต่มีคนใช้น้อย PHYGITAL AGENCY ช่วยออกแบบของที่ลูกค้าส่งต่อได้ และผูกเข้ากับระบบสมาชิกที่ร้านใช้อยู่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
