# Childfree ในไทย ผลสำรวจ UNFPA แยกไม่อยากมีลูกกับมีไม่ได้

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/childfree-marketing-thailand-birth-rate · เผยแพร่ 7 ตุลาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ผู้ตอบชาวไทยในแบบสำรวจของ UNFPA ที่อยากมีลูกศูนย์คนมีร้อยละ 6 แต่คนอายุ 50 ขึ้นไปร้อยละ 38 มีลูกน้อยกว่าที่อยาก แคมเปญที่เหมาทั้งสองกลุ่มรวมกันพลาดทั้งคู่

## Key Takeaways

- **ผู้ตอบชาวไทยที่ระบุว่าจำนวนลูกในอุดมคติเท่ากับศูนย์มีร้อยละ 6 ทั้งฝั่งชายและฝั่งหญิง** — ตามรูปที่ 8 ในรายงาน State of World Population 2025 ของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ
- **ผู้ตอบชาวไทยอายุ 50 ปีขึ้นไปร้อยละ 38 มีลูกน้อยกว่าจำนวนที่ตัวเองเคยอยากมี** — และเหตุที่คนไทยเลือกตอบมากที่สุดคือข้อจำกัดทางการเงินร้อยละ 51 กับงานไม่มั่นคงร้อยละ 33
- **อัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยปี 2568 อยู่ที่ 1.2 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน** — ตามตารางตัวชี้วัดประชากรท้ายรายงานเดียวกัน ลูกค้าที่ไม่มีบุตรจึงเป็นกลุ่มที่ธุรกิจต้องวางแผนรองรับตั้งแต่วันนี้

คนไทยวัยผู้ใหญ่ 1,076 คนตอบแบบสำรวจชุดเดียวกับคนในอีกสิบสามประเทศเมื่อปลายปี 2567 คำตอบของพวกเขาแยกคนที่ไม่มีลูกออกเป็นอย่างน้อยสองกลุ่มที่ต้องการสิ่งต่างกัน กลุ่มหนึ่งตอบว่าจำนวนลูกในอุดมคติเท่ากับศูนย์ อีกกลุ่มอยากมีลูกแต่มีได้น้อยกว่าที่อยากหรือยังมีไม่ได้ เพราะเงิน งาน สุขภาพ หรือยังไม่มีคู่ แคมเปญที่ใช้คำว่า Childfree กับทุกคนที่ไม่มีบุตร ยิงข้อความเรื่องอิสรภาพไปถึงคนที่กำลังรักษาภาวะมีบุตรยากได้ในโฆษณาชิ้นเดียวกัน หัวข้อถัดไปอ่านตัวเลขของผู้ตอบชาวไทยทีละรูป แล้วดูว่าแบบฟอร์ม แพ็กเกจ และกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจควรปรับตรงไหน

## แบบสำรวจของ UNFPA ถามคนไทยว่าอะไร

[รายงาน State of World Population 2025 ชื่อ The Real Fertility Crisis](https://www.unfpa.org/sites/default/files/pub-pdf/swp25-layout-en-v250609-web.pdf) ของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ หรือ UNFPA ใช้แบบสำรวจที่ YouGov ทำให้ใน 14 ประเทศ เก็บข้อมูลระหว่าง 15 พฤศจิกายนถึง 5 ธันวาคม 2567 กลุ่มเป้าหมายเป็นชายและหญิงอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมผู้ตอบ 14,256 คน ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อพร้อมเกาหลีใต้ อิตาลี ฮังการี เยอรมนี สวีเดน บราซิล เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อินเดีย อินโดนีเซีย โมร็อกโก แอฟริกาใต้ และไนจีเรีย

คำถามหลักมีสามชุด ชุดแรกถามจำนวนลูกในอุดมคติ คนที่ยังไม่มีลูกตอบว่าถ้าเลือกได้อยากมีกี่คน ส่วนคนที่มีลูกแล้วตอบว่าถ้าย้อนกลับไปก่อนมีลูกจะเลือกกี่คน ชุดที่สองเทียบจำนวนในอุดมคติกับจำนวนที่คาดว่าจะมีหรือมีแล้ว ชุดที่สามถามว่าปัจจัยใดทำให้มีหรือจะมีลูกน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้

### **ตัวอย่างชาวไทยเป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศหรือไม่**

ภาคผนวกของรายงานเขียนข้อจำกัดไว้ชัด ตัวอย่างของไทย อินโดนีเซีย โมร็อกโก และไนจีเรียเป็นตัวแทนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแทนประชากรทั้งประเทศ ขนาดตัวอย่างไทยมี 1,076 คน ธุรกิจที่เอาตัวเลขชุดนี้ไปใช้ในแผนการตลาดจึงควรระบุว่าหมายถึงคนไทยที่ออนไลน์ ซึ่งตรงกับกลุ่มที่เห็นโฆษณาดิจิทัลอยู่แล้ว

## คนไทยที่อยากมีลูกศูนย์คน

รูปที่ 8 ของรายงานแยกคำตอบเรื่องจำนวนลูกในอุดมคติตามเพศ ผู้ตอบชาวไทยที่เลือกศูนย์คนมีร้อยละ 6 เท่ากันทั้งชายและหญิง คำตอบที่พบบ่อยที่สุดคือสองคน ชายร้อยละ 39 หญิงร้อยละ 33 รองลงมาคือหนึ่งคน ชายร้อยละ 16 หญิงร้อยละ 18 สามคนมีร้อยละ 8 และ 7 ส่วนสี่คนขึ้นไปร้อยละ 3 ทั้งสองเพศ

ตัวเลขร้อยละ 6 ต่ำกว่าหลายประเทศในแบบสำรวจเดียวกัน ผู้ตอบในเยอรมนีเลือกศูนย์คนร้อยละ 18 ทั้งสองเพศ และในสวีเดนชายร้อยละ 15 หญิงร้อยละ 11 ธุรกิจที่ตั้งสมมติฐานว่าคนไม่มีลูกส่วนใหญ่เลือกเช่นนั้นเอง ควรเทียบสมมติฐานนั้นกับตัวเลขชุดนี้ก่อนวางแคมเปญ

### **คนที่ตอบว่าไม่รู้หรือไม่ขอตอบมีมากแค่ไหน**

เมื่อรวมห้าช่องคำตอบของแต่ละเพศ ส่วนที่เหลือคือผู้ที่ตอบว่าไม่รู้หรือไม่ขอตอบ คำนวณได้ราวร้อยละ 28 ในผู้ตอบชาย และร้อยละ 33 ในผู้ตอบหญิง กลุ่มนี้ใหญ่กว่ากลุ่มที่เลือกศูนย์คนหลายเท่า ธุรกิจที่อยากเข้าใจลูกค้าที่ไม่มีบุตรจึงควรระวังการสรุปแทนคนที่ยังไม่ตัดสินใจ

### **ประเทศที่อัตราเจริญพันธุ์ต่ำกว่าไทยตอบต่างไปอย่างไร**

เกาหลีใต้มีอัตราเจริญพันธุ์รวมต่ำที่สุดในสิบสี่ประเทศ ตารางท้ายรายงานระบุไว้ที่ 0.8 ในปี 2568 ต่ำกว่าไทยที่ 1.2 แต่ผู้ตอบชาวเกาหลีที่เลือกจำนวนลูกในอุดมคติเท่ากับศูนย์มีเพียงร้อยละ 6 ในฝั่งชายและร้อยละ 9 ในฝั่งหญิง ใกล้กับไทย ขณะที่ผู้ตอบอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีลูกน้อยกว่าที่อยากมีร้อยละ 37 แทบเท่ากับไทยที่ร้อยละ 38 ประเทศที่มีเด็กเกิดน้อยที่สุดจึงยังมีคนที่อยากมีลูกอยู่มาก ธุรกิจไทยที่ดูตัวเลขอัตราเจริญพันธุ์แล้วสรุปว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่อยากมีลูก ใช้ตัวเลขผิดชุด อัตราเจริญพันธุ์บอกจำนวนเด็กที่เกิดจริง ส่วนความตั้งใจของคนต้องดูจากคำถามอีกชุด

## เหตุที่ทำให้มีลูกน้อยกว่าที่อยาก

รูปที่ 2 ถามว่าในสถานการณ์ส่วนตัว ปัจจัยใดทำให้มีหรือน่าจะทำให้มีลูกน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ ผู้ตอบเลือกได้หลายข้อจากสิบสี่ปัจจัย และหมายเหตุใต้รูประบุว่าไม่ได้ถามคำถามนี้กับผู้ที่ตอบว่าจำนวนลูกในอุดมคติเท่ากับศูนย์ ตัวเลขชุดนี้จึงมาจากคนที่อยากมีลูกทั้งหมด คำตอบของผู้ตอบชาวไทยเรียงจากมากไปน้อยได้ดังนี้ ข้อจำกัดทางการเงินร้อยละ 51 งานไม่มั่นคงหรือว่างงานร้อยละ 33 ยังไม่มีคู่ที่เหมาะสมร้อยละ 25 ความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองและสังคมร้อยละ 23 ข้อจำกัดเรื่องที่อยู่อาศัยร้อยละ 21 ภาวะมีบุตรยากร้อยละ 19 ความกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศร้อยละ 18 และขาดบริการดูแลเด็กที่เพียงพอร้อยละ 17 เท่ากับปัญหาสุขภาพทั่วไป

สัดส่วนผู้ตอบชาวไทยที่เลือกงานไม่มั่นคงร้อยละ 33 สูงที่สุดในสิบสี่ประเทศเท่ากับแอฟริกาใต้ และภาวะมีบุตรยากร้อยละ 19 ก็สูงที่สุดในตารางเดียวกัน ส่วนคำตอบที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนใจของตัวเอง คือตัดสินใจว่าอยากมีลูกน้อยลงเอง มีร้อยละ 12

### **ผู้ตอบชาวไทยต่างจากค่าเฉลี่ยของสิบสี่ประเทศตรงไหน**

รายงานให้ค่าเฉลี่ยของทุกประเทศไว้ท้ายตาราง ทำให้เทียบได้ทีละปัจจัย ข้อจำกัดทางการเงินของผู้ตอบชาวไทยร้อยละ 51 สูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 39 งานไม่มั่นคงร้อยละ 33 สูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 21 ส่วนสามปัจจัยที่ห่างจากค่าเฉลี่ยมากที่สุดเมื่อคิดเป็นสัดส่วน คือยังไม่มีคู่ที่เหมาะสมร้อยละ 25 เทียบกับร้อยละ 14 ความกังวลเรื่องการเมืองและสังคมร้อยละ 23 เทียบกับร้อยละ 14 และความกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศร้อยละ 18 เทียบกับร้อยละ 9 ในทางกลับกัน สัดส่วนผู้ตอบที่ระบุว่าคู่อยากมีลูกน้อยกว่าตัวเองมีร้อยละ 9 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 13

สำหรับธุรกิจ ตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยชี้ว่าเรื่องไหนอยู่ในใจลูกค้าชาวไทยมากเป็นพิเศษ ธุรกิจการเงินและประกันที่พูดเรื่องความมั่นคงของรายได้ หรือธุรกิจที่พักที่พูดเรื่องค่าเช่า กำลังพูดเรื่องที่ผู้ตอบชาวไทยเลือกเองว่าเป็นอุปสรรค ส่วนแคมเปญที่เล่นมุกเรื่องการหาคู่ ต้องระวังว่าลูกค้าหนึ่งในสี่ของกลุ่มนี้ระบุว่าการไม่มีคู่ที่เหมาะสมทำให้มีลูกได้น้อยกว่าที่อยาก

### **ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรกับธุรกิจ**

บอกว่าเหตุที่ผู้ตอบชาวไทยเลือกมากที่สุดเป็นเงื่อนไขภายนอก ทั้งเงิน งาน และสุขภาพ มีเพียงร้อยละ 12 ที่ระบุว่าเปลี่ยนใจเอง ข้อความโฆษณาที่ฉลองการไม่มีลูกว่าเป็นอิสรภาพ อาจถูกใจคนที่เลือกเอง ขณะที่คนที่มีลูกไม่ได้เพราะเงินหรือภาวะมีบุตรยากก็เห็นข้อความเดียวกันในฟีด ข้อความที่พูดถึงสิ่งที่ลูกค้าทำได้ เช่น เวลาว่างของคู่ การเดินทาง หรือการดูแลพ่อแม่ ใช้ได้กับทั้งสองกลุ่มโดยไม่ต้องเดาเหตุผลของใคร

## ระยะห่างระหว่างจำนวนลูกที่อยากมีกับที่มีจริง

รูปที่ 4 แยกผู้ตอบเป็นสองช่วงวัย ผู้ตอบชาวไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งรายงานถือว่าช่วงวัยเจริญพันธุ์น่าจะผ่านไปแล้ว มีลูกน้อยกว่าที่เคยอยากร้อยละ 38 มีตามที่อยากร้อยละ 35 มีมากกว่าที่อยากร้อยละ 6 และไม่รู้หรือไม่ขอตอบร้อยละ 21 ส่วนผู้ตอบที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ร้อยละ 34 คาดว่าจะมีได้ตามที่อยาก ร้อยละ 7 คาดว่าจะมีน้อยกว่า ร้อยละ 5 คาดว่าจะมีมากกว่า และร้อยละ 54 ยังไม่รู้

ร้อยละ 38 ของผู้ตอบอายุ 50 ปีขึ้นไป สูงกว่าร้อยละ 6 ของผู้ตอบทุกวัยที่เลือกศูนย์คนหลายเท่า แม้ฐานของสองตัวเลขจะต่างกัน กลุ่มที่มีลูกน้อยกว่าที่อยากรวมทั้งคนที่มีลูกหนึ่งคนแต่อยากมีสองคน และคนที่ไม่มีลูกเลยทั้งที่อยากมี ลูกค้าวัยนี้บางส่วนจึงเป็นลูกค้าของบริการสำหรับคนไม่มีบุตรที่ไม่เคยเลือกคำว่า Childfree ให้ตัวเอง สำหรับลูกค้าสูงวัยที่ไม่มีคู่และไม่มีลูก เรื่องเอกสารและผู้ดูแลอยู่ใน[การตลาดคนโสดสูงวัย สัญญาจ้างคนดูแลที่บ้านและหนังสือแสดงเจตนา](https://phygital.co.th/insights/senior-single-marketing-self-care-planning)

### **อัตราเจริญพันธุ์ 1.2 หมายความว่าอะไรกับลูกค้าในอนาคต**

ตารางตัวชี้วัดประชากรท้ายรายงานระบุอัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยปี 2568 ไว้ที่ 1.2 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากร 2.1 ที่รายงานใช้เป็นเกณฑ์ ครัวเรือนที่ไม่มีเด็กจะเป็นลูกค้าสัดส่วนสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้า ธุรกิจที่ออกแพ็กเกจครอบครัวแบบพ่อแม่ลูกเป็นค่าเริ่มต้นเพียงแบบเดียว จะเหลือแพ็กเกจที่ไม่มีใครในบ้านนั้นใช้ได้ครบ ผู้ที่ต้องการยอดเกิดรายปีของไทยตามทะเบียนราษฎรเปิดดูได้ที่[Gen Alpha ไทย เด็กเกิดใหม่ลดลงเกือบครึ่งใน 12 ปี](https://phygital.co.th/insights/gen-alpha-thailand-family-purchase-influence) ส่วนคู่ที่มีรายได้สองทางและตัดสินใจซื้อร่วมกันแยกไว้ใน[การตลาดคนมีคู่ DINK ซื้อร่วมกัน กู้บ้านร่วมหลังสมรสเท่าเทียม](https://phygital.co.th/insights/couple-marketing-dink-joint-purchase-decision)

## คำในแบบฟอร์มสมาชิกที่เปลี่ยนได้ทันที

ทีมการตลาดที่ดูแลแบบฟอร์มสมัครสมาชิกและหน้าแพ็กเกจ แก้คำที่สมมติว่าลูกค้ามีลูกได้ภายในวันเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบ รายการด้านล่างรวบรวมจุดที่พบบ่อยในแบบฟอร์มของธุรกิจบริการ พร้อมคำที่ใช้แทน

| คำหรือช่องเดิม                                                 | ผลกับลูกค้าที่ไม่มีบุตร                                           | ใช้แทนด้วย                                              |
| ----------------------------------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------- |
| ช่องบังคับ "จำนวนบุตร"                                          | ลูกค้าต้องตอบเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับบริการ              | ทำเป็นช่องไม่บังคับ หรือตัดออกถ้าไม่ได้ใช้จริง |
| แพ็กเกจ "ครอบครัว" ที่หมายถึงพ่อแม่และลูกเท่านั้น         | คู่ที่ไม่มีลูกหรือพี่น้องที่อยู่ด้วยกันใช้ไม่ได้          | แพ็กเกจตามจำนวนคนในบ้าน โดยไม่ระบุความสัมพันธ์  |
| ช่อง "ญาติผู้ติดต่อ" ที่มีตัวเลือกแค่ พ่อ แม่ คู่สมรส บุตร | ลูกค้าที่ไม่มีบุตรต้องเลือกตัวเลือกที่ไม่ตรง                 | ให้เลือก "เพื่อน" หรือพิมพ์ความสัมพันธ์เอง           |
| ข้อความต้อนรับ "สำหรับคุณและลูกน้อย"                         | ลูกค้าที่ยังมีลูกไม่ได้เห็นข้อความนี้ทุกครั้งที่เข้าระบบ | ข้อความต้อนรับที่ไม่อ้างถึงสมาชิกในบ้าน           |
| คำถามวันเกิดบุตรเพื่อส่งโปรโมชัน                            | โปรโมชันที่ไม่เกี่ยวกับลูกค้าถูกส่งซ้ำทุกปี                  | ให้ลูกค้าเลือกหัวข้อโปรโมชันที่อยากรับเอง         |

### **ช่องบังคับกรอกเกี่ยวกับกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร**

ช่องที่บังคับกรอกเป็นจุดที่ลูกค้าต้องตอบก่อนจึงสมัครได้ ช่องจำนวนบุตรที่บังคับกรอกทั้งที่บริการไม่ได้ใช้ข้อมูลนี้ ยังขัดกับหลักเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นของ PDPA อีกชั้นหนึ่ง เมื่อแก้ช่องบังคับแล้ว ค่อยไล่ข้อความต้อนรับและชื่อแพ็กเกจ ซึ่งแก้ได้ในหน้าจัดการเนื้อหาโดยไม่ต้องให้นักพัฒนาแตะระบบ

## สรุป

แบบสำรวจที่ YouGov ทำให้ UNFPA ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2567 พบผู้ตอบชาวไทยที่อยากมีลูกศูนย์คนเพียงร้อยละ 6 ทั้งชายและหญิง ขณะที่ผู้ตอบอายุ 50 ปีขึ้นไปร้อยละ 38 มีลูกน้อยกว่าที่เคยอยาก เหตุที่ผู้ตอบชาวไทยเลือกมากที่สุดคือข้อจำกัดทางการเงินร้อยละ 51 งานไม่มั่นคงร้อยละ 33 และยังไม่มีคู่ที่เหมาะสมร้อยละ 25 ตัวอย่างไทยเป็นตัวแทนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น และอัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยปี 2568 อยู่ที่ 1.2 ลูกค้าที่ไม่มีบุตรจึงประกอบด้วยคนที่เลือกเองและคนที่ยังมีไม่ได้ ธุรกิจที่อยากรองรับลูกค้ากลุ่มนี้เริ่มได้จากแบบฟอร์มสมาชิก ตัดช่องบังคับที่ไม่จำเป็น ตั้งแพ็กเกจตามจำนวนคนในบ้าน และเลือกข้อความโฆษณาที่พูดถึงสิ่งที่ลูกค้าทำ แทนการเดาว่าลูกค้ามีลูกหรือไม่

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### คนไทยที่ไม่อยากมีลูกเลยมีกี่เปอร์เซ็นต์

ในแบบสำรวจของ UNFPA ที่ YouGov เก็บข้อมูลปลายปี 2567 ผู้ตอบชาวไทยที่ระบุจำนวนลูกในอุดมคติเท่ากับศูนย์มีร้อยละ 6 ทั้งชายและหญิง ตัวอย่างไทยเป็นตัวแทนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น

### Childfree กับ Childless ต่างกันอย่างไร

Childfree ใช้กับคนที่เลือกไม่มีลูกเอง ส่วน Childless ใช้กว้างกว่า รวมคนที่อยากมีแต่ยังมีไม่ได้ด้วย รายงานของ UNFPA ชี้ว่าเหตุผลของการไม่มีลูกซับซ้อนกว่าความไม่ชอบเด็ก และบางส่วนมาจากเงื่อนไขที่คนนั้นไม่ได้เลือก

### เหตุผลที่คนไทยมีลูกน้อยกว่าที่อยากมากที่สุดคืออะไร

ข้อจำกัดทางการเงิน ผู้ตอบชาวไทยเลือกข้อนี้ร้อยละ 51 ตามด้วยงานไม่มั่นคงหรือว่างงานร้อยละ 33 และยังไม่มีคู่ที่เหมาะสมร้อยละ 25

### อัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยตอนนี้เท่าไร

1.2 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในปี 2568 ตามตารางตัวชี้วัดประชากรท้ายรายงาน State of World Population 2025

### ข้อความโฆษณาแบบไหนใช้ได้ทั้งกับคนที่เลือกไม่มีลูกและคนที่ยังมีไม่ได้

ข้อความที่เล่าสิ่งที่ลูกค้าได้จากสินค้าโดยไม่อ้างถึงเหตุผลที่ไม่มีลูก เช่น โรงแรมที่ขายห้องพักสองคนในวันธรรมดา หรือประกันที่พูดถึงการดูแลตัวเองยามเกษียณ ข้อความแบบนี้ไม่บังคับให้ลูกค้าต้องนึกถึงเหตุผลส่วนตัวทุกครั้งที่เห็นโฆษณา

### ผลสำรวจของ UNFPA ใช้แทนสถิติทางการของไทยได้หรือไม่

ใช้แทนไม่ได้ ตัวอย่างไทยในแบบสำรวจนี้เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 1,076 คน เหมาะกับการดูทัศนคติและเหตุผล ส่วนจำนวนเด็กเกิดและจำนวนครัวเรือนต้องใช้ทะเบียนราษฎรหรือตัวเลขที่ สสช. เผยแพร่

### ธุรกิจควรเลิกทำแพ็กเกจครอบครัวหรือไม่

ไม่จำเป็น แพ็กเกจครอบครัวยังตอบลูกค้าที่มีลูกได้ตามเดิม สิ่งที่ควรเพิ่มคือแพ็กเกจที่ไม่สมมติว่าลูกค้ามีเด็กในบ้าน เช่น แพ็กเกจสำหรับสองคน หรือสำหรับผู้ใหญ่ที่อยู่กับพ่อแม่สูงวัย

## แบบฟอร์มสมัครสมาชิกของธุรกิจคุณมีช่องบังคับที่ลูกค้าไม่มีบุตรต้องตอบกี่ช่อง?

ทีม PHYGITAL AGENCY ไล่แบบฟอร์มและหน้าแพ็กเกจทุกหน้าเพื่อหาคำที่สมมติว่าลูกค้ามีลูก ตั้งกลุ่มเป้าหมายในแคมเปญตามสิ่งที่ลูกค้าทำ และเขียนข้อความโฆษณาที่ใช้ได้กับลูกค้าทุกกลุ่มโดยไม่ตัดสินใคร

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
