# Specialty Coffee เชียงใหม่ เกณฑ์กาแฟแท้ในประกาศฉบับที่ 197

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-specialty-coffee-value-chain-location · เผยแพร่ 26 มีนาคม 2565 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 197) แบ่งกาแฟคั่ว 6 ชนิด กาแฟแท้ต้องมีกาเฟอีนอย่างน้อย 1% ส่วนเชียงใหม่มีครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟ 3,820 ครัวเรือนในปีเพาะปลูก 2567/68

## Key Takeaways

- **ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 197) พ.ศ. 2543 เรื่อง กาแฟ กำหนดให้กาแฟที่คั่วแล้วเป็นอาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน และแบ่งเป็น 6 ชนิด** — กาแฟแท้ต้องมีกาเฟอีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 เถ้าทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 6 และน้ำตาลไม่เกินร้อยละ 1.5 ของน้ำหนัก
- **กาแฟพร้อมดื่มชนิดเหลวที่บรรจุในภาชนะปิดสนิทมีกาเฟอีนได้ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร** — และฉลากต้องแสดงข้อความ "มีกาเฟอีน … มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร" ด้วยตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตรในกรอบพื้นสีขาว
- **เชียงใหม่มีครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟ 3,820 ครัวเรือนในปีเพาะปลูก 2567/68 เพิ่มขึ้น 9.1% จากปี 2562/63** — ขณะที่ทั้งประเทศลดลง 15.9% เหลือ 25,028 ครัวเรือน ตามข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

โรงคั่วในเชียงใหม่ที่ใช้คำว่า Specialty Coffee เป็นจุดขาย อาจไม่รู้ว่าเมล็ดคั่วที่บรรจุขายมีเกณฑ์ตามกฎหมายอาหารกำกับอยู่ คำว่า Specialty Coffee ไม่มีนิยามอยู่ในกฎหมายอาหารของไทย แต่เมล็ดกาแฟคั่วทุกถุงที่โรงคั่วในเชียงใหม่บรรจุขาย อยู่ใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับเดียวกับกาแฟผงในห้างสรรพสินค้า ประกาศฉบับนี้บอกว่ากาแฟชนิดใดเรียกว่ากาแฟแท้ได้ ต้องมีกาเฟอีนเท่าไร และฉลากของกาแฟพร้อมดื่มต้องเขียนอะไร

บทนี้อ่าน[ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 197) พ.ศ. 2543 เรื่อง กาแฟ ฉบับรวมแก้ไข](https://exfood.fda.moph.go.th/law/data/complilation/Compi%5F197.pdf) ที่ อย. เผยแพร่ ทีละข้อ แล้วใช้ตัวเลขครัวเรือนผู้ปลูกและผลผลิตกาแฟรายจังหวัดของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรบอกว่าต้นน้ำของกาแฟเชียงใหม่ใหญ่แค่ไหน

## ประกาศฉบับที่ 197 แบ่งกาแฟคั่วเป็น 6 ชนิด

ข้อ 2 ของประกาศให้กาแฟที่คั่วแล้วเป็นอาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน และข้อ 3 แบ่งเป็น 6 ชนิด

| ชนิดตามข้อ 3                          | นิยามในประกาศ                                                                                        |
| --------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------ |
| (1) กาแฟแท้                            | ผลที่แก่จัดของต้นกาแฟสกุลคอฟเฟีย เอาเมล็ดออก คั่วจนได้ที่ และอาจบด                       |
| (2) กาแฟผสม                            | กาแฟแท้ที่มีสิ่งอื่นซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผสมอยู่                                    |
| (3) กาแฟที่สกัดกาเฟอีนออก           | กาแฟแท้ที่สกัดกาเฟอีนออก                                                                          |
| (4) กาแฟสำเร็จรูป                      | เมล็ดคั่วที่ไม่ผสมสิ่งอื่น สกัดด้วยน้ำเท่านั้น แล้วระเหยน้ำจนแห้ง ละลายน้ำได้หมดทันที |
| (5) กาแฟสำเร็จรูปผสม                  | กาแฟสำเร็จรูปที่มีสิ่งอื่นซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผสมอยู่                              |
| (6) กาแฟสำเร็จรูปที่สกัดกาเฟอีนออก | กาแฟสำเร็จรูปที่สกัดกาเฟอีนออก                                                                    |

วรรคสองของข้อ 3 เพิ่มว่า ถ้านำกาแฟทั้ง 6 ชนิดไปปรุงแต่งรสแบบพร้อมบริโภคและบรรจุในภาชนะปิดสนิท ไม่ว่าเป็นชนิดเหลวหรือแห้ง ให้ถือเป็นกาแฟที่ต้องปฏิบัติตามประกาศนี้ด้วย

### กาแฟคั่วที่มีวัตถุดิบอื่นผสมอยู่นับเป็นชนิดใด

ถ้าสินค้ามีวัตถุดิบอื่นเป็นส่วนผสม เช่น ธัญพืชหรือเครื่องเทศ ประกาศนับเป็นกาแฟผสมตามข้อ 3 (2) ข้อ 5 กำหนดให้กาแฟผสมมีกาแฟไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนักเมื่อแห้ง และมีคุณภาพตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเห็นชอบ ส่วนกาแฟแท้ตามข้อ 4 (5) ห้ามผสมวัตถุอื่น ยกเว้นวัตถุที่ไม่เป็นอันตรายซึ่งใช้เพื่อการคั่วและแต่งกลิ่น โรงคั่วที่ใช้สารแต่งกลิ่นและไม่แน่ใจว่าสินค้าอยู่ชนิดใด ควรให้ อย. หรือ สสจ. ช่วยดูสูตรก่อนสั่งพิมพ์ถุง

## เกณฑ์คุณภาพของกาแฟแต่ละชนิด

ข้อ 4 ถึงข้อ 9 กำหนดตัวเลขของแต่ละชนิด ตัวเลขทุกตัวคิดเป็นร้อยละของน้ำหนัก

| ชนิด                                        | กาเฟอีน           | เกณฑ์อื่นที่มีตัวเลข                                                                                                 |
| ------------------------------------------- | ----------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ |
| กาแฟแท้ (ข้อ 4)                            | ไม่น้อยกว่า 1   | เถ้าทั้งหมดไม่เกิน 6 และเถ้าต้องละลายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 75 · น้ำตาลคำนวณเป็นน้ำตาลอินเวิร์ตไม่เกิน 1.5 |
| กาแฟผสม (ข้อ 5)                            | ไม่ได้กำหนด     | กาแฟไม่น้อยกว่า 20 ของน้ำหนักเมื่อแห้ง                                                                            |
| กาแฟที่สกัดกาเฟอีนออก (ข้อ 6)           | ไม่เกิน 0.1      | –                                                                                                                        |
| กาแฟสำเร็จรูป (ข้อ 7)                      | ไม่น้อยกว่า 2.5 | ความชื้นไม่เกิน 5 · เถ้าไม่น้อยกว่า 5 ของน้ำหนักเมื่อแห้ง                                                       |
| กาแฟสำเร็จรูปผสม (ข้อ 8)                  | ไม่น้อยกว่า 1.5 | ความชื้นไม่เกิน 5                                                                                                      |
| กาแฟสำเร็จรูปที่สกัดกาเฟอีนออก (ข้อ 9) | ไม่เกิน 0.3      | ความชื้นไม่เกิน 5                                                                                                      |

กาแฟแท้ยังต้องมีกลิ่นและรสของกาแฟแท้ตามข้อ 4 (1) ส่วนข้อที่ว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารของกาแฟแท้ กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม และกาแฟพร้อมดื่ม เชิงอรรถของฉบับรวมระบุว่าถูกยกเลิกโดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 417) พ.ศ. 2563 ซึ่งใช้ข้อความใหม่แทนแล้ว

### กาแฟ decaf ต้องเหลือกาเฟอีนไม่เกินเท่าไร

เมล็ดคั่วหรือกาแฟบดที่สกัดกาเฟอีนออกต้องมีกาเฟอีนไม่เกินร้อยละ 0.1 ของน้ำหนักตามข้อ 6 ส่วนกาแฟสำเร็จรูปที่สกัดกาเฟอีนออกมีเพดานร้อยละ 0.3 ตามข้อ 9 โรงคั่วที่ขายเมล็ด decaf ควรเก็บผลวิเคราะห์ปริมาณกาเฟอีนของแต่ละล็อตไว้ เพราะตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ของชนิดสินค้าที่ระบุบนถุง

## กาแฟพร้อมดื่มในภาชนะปิดสนิทมีเพดานกาเฟอีน

ข้อ 10 ใช้กับกาแฟพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท เช่น กาแฟขวดหรือกาแฟกระป๋อง เกณฑ์มีทั้งด้านกาเฟอีนและด้านจุลินทรีย์

| ข้อ 10                 | เกณฑ์                                                                                                                            |
| ---------------------- | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| (2) กาเฟอีน            | ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และต้องมาจากกาแฟที่ใช้เป็นวัตถุดิบเท่านั้น                                     |
| (3) โคลิฟอร์ม        | น้อยกว่า 2.2 ต่อ 100 มิลลิลิตร (วิธี MPN)                                                                                       |
| (4) อี.โคไล            | ตรวจไม่พบ                                                                                                                      |
| (7) ยีสต์และเชื้อรา | น้อยกว่า 1 ต่อมิลลิลิตรถ้าผ่านกรรมวิธีสเตอริไลส์หรือยูเอชที · น้อยกว่า 100 ต่อมิลลิลิตรถ้าผ่านกรรมวิธีอื่น |

ข้อ 11 ใช้กับกาแฟปรุงสำเร็จชนิดแห้ง กำหนดความชื้นไม่เกินร้อยละ 6 และยีสต์กับเชื้อราน้อยกว่า 100 ต่อกาแฟ 1 กรัม

### ฉลากของกาแฟพร้อมดื่มต้องแสดงอะไรเรื่องกาเฟอีน

ข้อ 14 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 276) พ.ศ. 2546 กำหนดให้ฉลากของกาแฟพร้อมบริโภคชนิดเหลวแสดงข้อความ "มีกาเฟอีน … มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร" โดยเติมปริมาณกาเฟอีนลงในช่องว่าง ใช้ตัวอักษรสีเข้มเส้นทึบ สูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร อ่านได้ชัดเจน อยู่ในกรอบพื้นสีขาว และวางไว้บริเวณเดียวกับชื่ออาหารหรือเครื่องหมายการค้า ฉลากส่วนอื่นให้ปฏิบัติตามประกาศว่าด้วยเรื่องฉลาก

## ครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟเชียงใหม่ 3,820 ครัวเรือน

[ข้อมูลครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟรายจังหวัด](https://data.go.th/dataset/coffee%5Fhousehold) ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีตัวเลขตั้งแต่ปีเพาะปลูก 2545/46 ถึง 2567/68 ตารางนี้เลือกจังหวัดที่มีครัวเรือนผู้ปลูกมากที่สุดในปีล่าสุด

| จังหวัด         | 2557/58    | 2562/63    | 2567/68    |
| --------------- | ---------- | ---------- | ---------- |
| ชุมพร           | 10,769     | 9,361      | 3,942      |
| เชียงราย        | 2,598      | 3,147      | 3,921      |
| เชียงใหม่       | 3,314      | 3,502      | 3,820      |
| แม่ฮ่องสอน      | 916        | 1,604      | 2,763      |
| น่าน            | 876        | 1,558      | 1,630      |
| ระนอง           | 4,168      | 3,554      | 1,189      |
| **ทั้งประเทศ** | **25,829** | **29,761** | **25,028** |

ในปี 2567/68 เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และน่าน มีครัวเรือนผู้ปลูกรวมกัน 12,134 ครัวเรือน หรือ 48.5% ของทั้งประเทศ ขณะที่ชุมพรลดลงจาก 9,361 เหลือ 3,942 ครัวเรือนในห้าปี แม่ฮ่องสอนเพิ่มเร็วที่สุดในกลุ่มนี้ จาก 1,604 เป็น 2,763 ครัวเรือน หรือ 72.3%

ย้อนไปตั้งแต่ต้นไฟล์ เชียงใหม่มีครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟ 1,742 ครัวเรือนในปีเพาะปลูก 2545/46 และเพิ่มเป็น 3,820 ครัวเรือนในปี 2567/68 หรือ 2.2 เท่า ตัวเลขลดลงบางปี เช่น ปี 2547/48 ที่ลดจาก 2,330 เหลือ 1,398 ครัวเรือน และไฟล์บันทึกตัวเลขเท่ากันสี่ปีติดกันที่ 3,502 ครัวเรือน ตั้งแต่ปี 2559/60 ถึง 2562/63 คอลัมน์วันที่ของข้อมูลแต่ละแถวต่างกัน แถวล่าสุดของเชียงใหม่ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569

### ผลผลิตกาแฟของเชียงใหม่มีเท่าไร

[ผลผลิตกาแฟแยกตามจังหวัด ปี 2562](https://data.go.th/dataset/coffee62) ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นไฟล์ผลผลิตรายจังหวัดที่บทนี้หาได้บน data.go.th ปีนั้นเชียงใหม่มีผลผลิต 2,923 ตัน หรือ 9.97% ของทั้งประเทศ จากเนื้อที่เก็บเกี่ยว 21,028 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ 139.01 กิโลกรัม สูงที่สุดใน 22 จังหวัดของไฟล์ ชุมพรมีผลผลิตมากที่สุด 12,448 ตัน และเชียงรายเป็นอันดับสาม 4,820 ตัน ไฟล์ไม่ได้แยกพันธุ์อาราบิกากับโรบัสตา และไม่ได้บอกว่าผลผลิตนับเป็นเมล็ดชนิดใด

## ฟิจิทัล เอเจนซี ช่วยโรงคั่วกาแฟสื่อสารคุณภาพอย่างไร

ฟิจิทัลแยกข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ของโรงคั่วเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือข้อมูลที่ประกาศกำหนด เช่น ชนิดของกาแฟตามข้อ 3 และข้อความเรื่องกาเฟอีนของกาแฟพร้อมดื่ม ชั้นที่สองคือข้อมูลที่โรงคั่วเลือกเล่าเอง เช่น ดอยที่ปลูก ปีเพาะปลูก และระดับการคั่ว สองชั้นนี้ควรแยกตำแหน่งบนถุงให้ชัด

หน้าเว็บและโซเชียลมีเดียใช้โครงเดียวกัน ข้อมูลต้นทางที่ตรวจสอบได้ เช่น จังหวัดที่ปลูกหรือกลุ่มเกษตรกรที่รับซื้อ ช่วยให้ลูกค้าเห็นความต่างของเมล็ดจากเชียงใหม่ โดยไม่ต้องใช้คำเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น

### โรงคั่วต้องดูประกาศฉบับอื่นเพิ่มอีกหรือไม่

ต้องดู ข้อ 12 ให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ากาแฟเพื่อจำหน่ายปฏิบัติตามประกาศว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร ข้อ 13 ให้ภาชนะบรรจุเป็นไปตามประกาศว่าด้วยภาชนะบรรจุ และข้อ 14 ให้ฉลากเป็นไปตามประกาศว่าด้วยฉลาก ประกาศฉบับที่ 197 จึงเป็นเพียงชิ้นหนึ่งของกฎหมายที่โรงคั่วต้องตรวจ

## ตัวเลขกาเฟอีนบนฉลากขวดกาแฟพร้อมดื่ม

โรงคั่วและร้านกาแฟในเชียงใหม่ที่ต่อยอดจากเมล็ดคั่วไปเป็นกาแฟสกัดเย็นหรือกาแฟขวด จะเข้าเกณฑ์ข้อ 10 และข้อ 14 ทันทีที่บรรจุในภาชนะปิดสนิทเพื่อขาย ตัวเลขกาเฟอีนที่พิมพ์บนฉลากควรมาจากผลวิเคราะห์จริงของสินค้า และปริมาณกาเฟอีนต้องไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร

การส่งตัวอย่างวิเคราะห์ทุกครั้งที่เปลี่ยนสูตรหรือเปลี่ยนเมล็ด ทำให้ตัวเลขบนฉลากตรงกับของในขวด และเป็นข้อมูลที่ร้านนำไปตอบลูกค้าที่ถามเรื่องกาเฟอีนได้ทันที

เมล็ดคั่วที่ขายเป็นถุงใช้หลักเดียวกัน ถุงที่พิมพ์คำว่ากาแฟแท้ต้องผ่านเกณฑ์ข้อ 4 ทั้งกาเฟอีน เถ้า และน้ำตาล โรงคั่วที่ส่งเมล็ดคั่ววิเคราะห์ตามรอบที่กำหนดเอง เช่น ทุกครั้งที่เปลี่ยนแหล่งเมล็ด จะมีเอกสารยืนยันคุณภาพไว้ตอบลูกค้าและคู่ค้าที่ขอดู

## สรุป

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 197) พ.ศ. 2543 แบ่งกาแฟคั่วเป็น 6 ชนิด กาแฟแท้ต้องมีกาเฟอีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 เถ้าไม่เกินร้อยละ 6 และน้ำตาลไม่เกินร้อยละ 1.5 กาแฟผสมต้องมีกาแฟไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 กาแฟพร้อมดื่มในภาชนะปิดสนิทมีกาเฟอีนได้ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตรและต้องแสดงตัวเลขบนฉลาก ต้นน้ำของกาแฟเชียงใหม่มีครัวเรือนผู้ปลูก 3,820 ครัวเรือนในปี 2567/68 และผลผลิตต่อไร่ปี 2562 สูงที่สุดในไฟล์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ประกาศฉบับที่ 197 ถูกแก้ไขมาแล้วกี่ครั้ง

ฉบับรวมที่ อย. เผยแพร่มีเชิงอรรถระบุการแก้ไขโดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 276) พ.ศ. 2546 เรื่อง กาแฟ (ฉบับที่ 2) ประกาศฉบับที่ 415 และ 417 พ.ศ. 2563 และประกาศเรื่อง กาแฟ (ฉบับที่ 3) ผู้ที่จะอ้างข้อใดควรเปิดฉบับรวมล่าสุดทุกครั้ง

### กฎหมายไทยมีนิยามคำว่า Specialty Coffee หรือไม่

ประกาศฉบับที่ 197 ไม่มีคำนี้ ประกาศแบ่งกาแฟตามชนิดและกระบวนการผลิต 6 ชนิด ส่วนเกณฑ์ที่ร้านและโรงคั่วใช้เรียกเมล็ดของตัวเองว่า Specialty ไม่ได้มาจากประกาศฉบับนี้

### ร้านกาแฟที่ชงขายเป็นแก้วต้องทำตามประกาศนี้หรือไม่

ประกาศเขียนถึงกาแฟที่คั่วแล้ว กาแฟพร้อมบริโภคที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท และผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเพื่อจำหน่าย ไม่ได้เขียนถึงการชงขายหน้าร้านเป็นแก้วโดยตรง ร้านที่เริ่มบรรจุกาแฟขายเป็นขวดหรือถุง ควรโทรถาม สสจ.เชียงใหม่ ว่าสินค้าของร้านต้องขอเลขสารบบอาหารหรือไม่

### กาแฟผงสำเร็จรูปแบบซองที่มีครีมเทียมและน้ำตาลอยู่ชนิดใด

เข้าชนิดกาแฟสำเร็จรูปผสมตามข้อ 3 (5) เพราะเป็นกาแฟสำเร็จรูปที่มีสิ่งอื่นผสมอยู่ ข้อ 8 กำหนดให้มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 5 และกาเฟอีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.5 ของน้ำหนัก ส่วนกาแฟสำเร็จรูปที่ไม่ผสมสิ่งอื่นต้องมีกาเฟอีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.5 ตามข้อ 7

### ผลผลิตกาแฟปี 2562 ในบทนี้แยกอาราบิกากับโรบัสตาหรือไม่

ไม่แยก ไฟล์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรวมกาแฟทุกพันธุ์ไว้ในตัวเลขเดียวต่อจังหวัด และเป็นข้อมูลปี 2562 ผู้ที่ต้องการตัวเลขรายพันธุ์หรือปีล่าสุดควรสอบถามสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่

### เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรวมกลุ่มจดทะเบียนได้อย่างไร

กลุ่มเกษตรกรที่ต้องการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนดูขั้นตอนและเงื่อนไขได้ใน[ทำเลสันกำแพงสายใหม่ กลุ่มงานฝีมือจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน](https://phygital.co.th/insights/san-kamphaeng-airport-bo-sang-maiiam-art-route-location) ส่วนกาแฟที่จะใช้คำว่าอินทรีย์บนฉลากมีเงื่อนไขของตัวเอง อ่านได้ใน[ทำเลสันทราย-แม่โจ้ คำว่าออร์แกนิกบนฉลากต้องมีใบรับรอง](https://phygital.co.th/insights/san-sai-mae-jo-university-community-mall-location)

### ร้านกาแฟในย่านนิมมานเหมินท์ควรดูอะไรในสัญญาเช่า

ประกาศฉบับที่ 197 ไม่เกี่ยวกับสัญญาเช่า เงื่อนไขที่ร้านควรอ่านก่อนเลือกคูหาอยู่ใน[ทำเลนิมมานฯ ศิริมังคลาจารย์ สุเทพ อ่านสัญญาเช่าก่อนเลือกคูหา](https://phygital.co.th/insights/nimman-sirimangkalajarn-suthep-business-location)

## ชนิดกาแฟที่พิมพ์บนถุงต้องตรงกับเกณฑ์ในประกาศฉบับที่ 197 และข้อมูลต้นทางของเมล็ดคือสิ่งที่ทำให้กาแฟเชียงใหม่ต่างจากกาแฟถุงอื่นบนชั้น

ให้ PHYGITAL AGENCY จัดข้อมูลตามประกาศและข้อมูลต้นทางของเมล็ดลงบนถุงและฉลาก ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่อ่านง่าย และเล่าเรื่องดอยที่ปลูกผ่านหน้าเว็บและโซเชียลมีเดีย สำหรับโรงคั่ว ร้านกาแฟที่ขายเมล็ดหรือกาแฟขวด และกลุ่มผู้ปลูกกาแฟในเชียงใหม่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
