# Clean Air Economy เชียงใหม่ จุดความร้อน 4,709 จุดในปี 2568

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-pm25-crisis-clean-air-economy-location · เผยแพร่ 7 พฤษภาคม 2565 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ไฟล์จุดความร้อนของเชียงใหม่ปี 2568 นับได้ 4,709 จุด เกิดในเดือนมีนาคม 3,166 จุด และ 95.2% อยู่ในป่าอนุรักษ์กับป่าสงวน ห้าอำเภอรอบนอกรวมกัน 68.8%

## Key Takeaways

- **ไฟล์จุดความร้อนของจังหวัดซึ่งใช้ข้อมูลจาก GISTDA นับได้ 4,709 จุดระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 22 พฤษภาคม 2568** — เดือนมีนาคมเดือนเดียวมี 3,166 จุด หรือ 67.2% ของทั้งช่วง
- **จุดความร้อน 4,481 จุด (95.2%) อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบประเภทป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ** — ส่วนพื้นที่ชุมชนมี 59 จุด และพื้นที่เกษตรมี 20 จุด
- **อมก๋อย ฮอด ดอยเต่า เชียงดาว และแม่แจ่ม รวมกัน 3,239 จุด (68.8%)** — ขณะที่หกอำเภอรอบเมือง คือ สารภี แม่ริม หางดง สันกำแพง สันทราย และอำเภอเมือง มีเพียง 123 จุด

ธุรกิจที่ขายที่พัก ทัวร์ และกิจกรรมกลางแจ้งในเชียงใหม่ต้องวางแผนรอบฤดูฝุ่นควันทุกปี ส่วนธุรกิจที่ขายสินค้าและบริการด้านอากาศสะอาดก็ต้องรู้ว่าช่วงไหนลูกค้าต้องการมากที่สุด ไฟล์จุดความร้อนรายจุดของจังหวัดบอกได้ว่าไฟเกิดเดือนไหน อำเภอไหน และบนพื้นที่ประเภทใด ข้อมูลชุดนี้จึงใช้วางปฏิทินงานได้ละเอียดกว่าการจำจากประสบการณ์ของปีที่แล้ว

## ไฟล์จุดความร้อนของจังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลจุดความร้อนของเชียงใหม่ในระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐมีสองชุด ผู้เผยแพร่คือสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ชุดแรกคือ [Hotspot2568](https://data.go.th/dataset/hotspot2568) ซึ่งคำอธิบายระบุว่าเป็นจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ช่วง 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568 เรียงตามวันที่เกิด และใช้ข้อมูลจาก GISTDA ชุดที่สองคือ [Hotspot2569](https://data.go.th/dataset/hotspot2569) ครอบคลุม 1 มกราคม ถึง 10 มีนาคม 2569

| รายการ                                | ไฟล์ปี 2568            | ไฟล์ปี 2569                      |
| ------------------------------------- | ----------------------- | --------------------------------- |
| จำนวนแถว (จุดความร้อน)             | 4,709                   | 727                               |
| ช่วงวันที่ตามคำอธิบายชุดข้อมูล | 1 ม.ค. ถึง 31 พ.ค. 2568 | 1 ม.ค. ถึง 10 มี.ค. 2569          |
| วันที่ล่าสุดที่พบในไฟล์         | 22 พ.ค. 2568            | 10 มี.ค. 2569 (อ่านจากรหัสจุด) |
| จำนวนอำเภอที่มีจุดความร้อน      | 24 จาก 25 อำเภอ         | 22 จาก 25 อำเภอ                   |

แต่ละแถวบอกวันที่ ตำบล อำเภอ ประเภทพื้นที่รับผิดชอบ การใช้ที่ดิน พิกัด และหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดพร้อมระยะห่าง ไฟล์ไม่มีค่าฝุ่น PM2.5 จึงบอกได้ว่าไฟเกิดที่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าอากาศในแต่ละอำเภอเป็นอย่างไร

### ทำไมไฟล์ปี 2568 จบที่ 22 พฤษภาคม ทั้งที่คำอธิบายเขียนถึง 31 พฤษภาคม

วันที่ล่าสุดในไฟล์คือ 22 พฤษภาคม 2568 ไฟล์ไม่ได้บอกเหตุผล อาจเป็นเพราะไม่มีจุดความร้อนหลังวันนั้น หรือเพราะเก็บข้อมูลไม่ครบ บทนี้จึงเรียกช่วงของไฟล์ว่า 1 มกราคมถึง 22 พฤษภาคม ตามวันที่ที่มีอยู่จริง และมีหนึ่งแถวที่เขียนวันที่เป็นข้อความ 18 เมษายน 2025 ซึ่งนับรวมไว้ในเดือนเมษายนแล้ว

## มีนาคมเป็นเดือนที่มีจุดความร้อนมากที่สุด

เมื่อนับตามคอลัมน์วันที่ของไฟล์ปี 2568 จุดความร้อนเพิ่มจากหลักสิบในเดือนมกราคมเป็นหลักพันในเดือนมีนาคม แล้วลดลงในเดือนเมษายนและพฤษภาคม

| เดือน (ปี 2568)          | จุดความร้อน | สัดส่วน |
| ------------------------ | ------------- | ------- |
| มกราคม                   | 46            | 1.0%    |
| กุมภาพันธ์               | 455           | 9.7%    |
| มีนาคม                   | 3,166         | 67.2%   |
| เมษายน                   | 873           | 18.5%   |
| พฤษภาคม (ถึงวันที่ 22) | 169           | 3.6%    |
| รวม                      | 4,709         | 100%    |

วันที่มีจุดความร้อนมากที่สุดคือ 26 มีนาคม 2568 จำนวน 313 จุด รองลงมาคือ 30 มีนาคม 302 จุด และ 27 มีนาคม 266 จุด ห้าวันที่มีจุดความร้อนมากที่สุดของปีอยู่ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมทั้งหมด

### ธุรกิจควรนับเดือนไหนเป็นช่วงเสี่ยง

ในไฟล์ปี 2568 เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนรวมกันมี 4,494 จุด หรือ 95.4% ของทั้งช่วง ธุรกิจที่ต้องวางแผนงานกลางแจ้งจึงควรนับสามเดือนนี้เป็นช่วงเสี่ยง และให้น้ำหนักกับครึ่งหลังของเดือนมีนาคมมากที่สุด ตัวเลขนี้มาจากปีเดียว ปีอื่นอาจเลื่อนไปก่อนหรือหลังได้

## จุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ประเภทใด

ไฟล์แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองแบบ แบบแรกคือพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งบอกว่าที่ดินจุดนั้นอยู่ในความดูแลประเภทใด แบบที่สองคือการใช้ที่ดิน ซึ่งบอกว่าบนพื้นที่นั้นเป็นป่า ไร่ หรือนา

| พื้นที่รับผิดชอบ | ปี 2568 | สัดส่วน |
| ------------------- | ------- | ------- |
| ป่าอนุรักษ์        | 2,534   | 53.8%   |
| ป่าสงวนแห่งชาติ  | 1,947   | 41.3%   |
| เขต สปก.            | 143     | 3.0%    |
| ชุมชนและอื่น ๆ    | 59      | 1.3%    |
| พื้นที่เกษตร       | 20      | 0.4%    |
| พื้นที่ริมทางหลวง | 6       | 0.1%    |

ด้านการใช้ที่ดิน พื้นที่ป่ามี 4,241 จุด (90.1%) ข้าวโพดและไร่หมุนเวียนมี 265 จุด เกษตรอื่น ๆ 110 จุด อื่น ๆ 72 จุด และนาข้าว 21 จุด ตัวเลขสองตารางนี้นับจากคนละคอลัมน์ จึงรวมกันไม่ได้

### ไร่ข้าวโพดและนาข้าวมีจุดความร้อนมากแค่ไหน

ในปี 2568 พื้นที่ข้าวโพดและไร่หมุนเวียนมี 265 จุด หรือ 5.6% ของทั้งจังหวัด ส่วนนาข้าวมี 21 จุด ไฟล์ปี 2569 ถึงวันที่ 10 มีนาคมให้ภาพใกล้เคียงกัน คือพื้นที่ป่า 658 จุด (90.5%) ข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 36 จุด และนาข้าว 5 จุด ทั้งสองปีจุดความร้อนส่วนใหญ่จึงอยู่บนพื้นที่ป่า ไม่ใช่พื้นที่เพาะปลูก

### จุดความร้อนอยู่ใกล้หมู่บ้านแค่ไหน

ไฟล์ระบุหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดของทุกจุดพร้อมระยะห่างเป็นกิโลเมตร ในปี 2568 มี 246 จุด (5.2%) ที่อยู่ห่างหมู่บ้านไม่ถึง 1 กิโลเมตร และค่ากลางของระยะห่างทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3.4 กิโลเมตร จุดความร้อนส่วนใหญ่จึงอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปหลายกิโลเมตร

## อำเภอที่มีจุดความร้อนมากและน้อย

ในปี 2568 เชียงใหม่มีจุดความร้อน 24 อำเภอ อำเภอเมืองเชียงใหม่เป็นอำเภอเดียวที่ไม่มีจุดความร้อนในไฟล์ ห้าอำเภอแรกมีจุดความร้อนรวมกันเกินสองในสามของทั้งจังหวัด

| อำเภอ      | ปี 2568 | พื้นที่รับผิดชอบที่มีจุดมากที่สุด |
| ---------- | ------- | ----------------------------------------- |
| อมก๋อย     | 976     | ป่าสงวนแห่งชาติ 572                    |
| ฮอด        | 786     | ป่าอนุรักษ์ 554                          |
| ดอยเต่า    | 551     | ป่าอนุรักษ์ 303                          |
| เชียงดาว   | 526     | ป่าอนุรักษ์ 413                          |
| แม่แจ่ม    | 400     | ป่าสงวนแห่งชาติ 223                    |
| พร้าว      | 306     |                                           |
| แม่แตง     | 247     |                                           |
| ไชยปราการ | 206     |                                           |
| จอมทอง     | 201     |                                           |

แม่แจ่มเป็นอำเภอที่มีจุดความร้อนในเขต สปก. มากที่สุด 100 จุด คิดเป็น 69.9% ของจุดในเขต สปก. ทั้งจังหวัด ส่วนอำเภออื่นในห้าอันดับแรกมีจุดความร้อนในเขต สปก. ไม่เกิน 2 จุด

### หกอำเภอรอบเมืองมีจุดความร้อนเท่าไร

หกอำเภอที่แผนเมืองอัจฉริยะของจังหวัดใช้เป็นพื้นที่นำร่อง มีจุดความร้อนในปี 2568 รวมกัน 123 จุด หรือ 2.6% ของทั้งจังหวัด แยกเป็นสันทราย 92 สันกำแพง 23 หางดง 6 แม่ริม 1 สารภี 1 และอำเภอเมืองเชียงใหม่ 0 จุด ไฟที่เกิดใกล้ร้านและที่พักในเมืองจึงมีน้อย แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าอากาศในเมืองดีกว่ารอบนอก

### ตำบลไหนมีจุดความร้อนมากที่สุด

เมื่อนับจากคอลัมน์ตำบลของ[ไฟล์ปี 2568](https://data.go.th/dataset/hotspot2568) จุดความร้อนกระจายอยู่ใน 113 ตำบล สิบตำบลแรกรวมกัน 2,194 จุด หรือ 46.6% ของทั้งจังหวัด ห้าตำบลที่มีมากที่สุดคือ ยางเปียง (อมก๋อย) 349 จุด มืดกา (ดอยเต่า) 274 จุด บ่อหลวง (ฮอด) 267 จุด ปิงโค้ง (เชียงดาว) 254 จุด และบ้านตาล (ฮอด) 215 จุด

ภายในอำเภอเดียวกันตัวเลขต่างกันมาก ตำบลฮอดมีเพียง 1 จุด ขณะที่บ่อหลวงในอำเภอเดียวกันมี 267 จุด ส่วนดอยเต่ามีบ้านแอ่นกับบงตันตำบลละ 1 จุด เทียบกับมืดกา 274 จุด ที่พักที่ตั้งอยู่ในตำบลจุดน้อยจึงอธิบายพื้นที่ของตัวเองด้วยตัวเลขระดับตำบลได้ แทนการถูกเหมารวมกับยอดของทั้งอำเภอ

ไฟล์มีคอลัมน์ตำบลสองชุด ชุดแรกคือตำบลที่จุดความร้อนตั้งอยู่ ชุดที่สองคือตำบลของหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ในปี 2568 มี 1,195 แถวที่สองคอลัมน์นี้เป็นคนละตำบล ตัวเลขข้างต้นนับจากชุดแรก ใครนับจากชุดที่สองจะได้ยอดรายตำบลไม่ตรงกับบทนี้

## ปี 2569 ถึงวันที่ 10 มีนาคม เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

ไฟล์ปี 2569 มีข้อมูลเพียง 1 มกราคมถึง 10 มีนาคม จึงเทียบกับปี 2568 ได้เฉพาะช่วงวันเดียวกัน ในช่วงนั้นปี 2568 มี 880 จุด ส่วนปี 2569 มี 727 จุด น้อยกว่า 17.4%

| อำเภอ    | 1 ม.ค. ถึง 10 มี.ค. 2568 | 1 ม.ค. ถึง 10 มี.ค. 2569 |
| -------- | ------------------------ | ------------------------ |
| ดอยเต่า  | 290                      | 365                      |
| อมก๋อย   | 206                      | 114                      |
| ฮอด      | 161                      | 55                       |
| แม่แจ่ม  | 69                       | 42                       |
| เชียงดาว | 45                       | 18                       |
| จอมทอง   | 36                       | 25                       |
| แม่ออน  | 4                        | 35                       |

ดอยเต่าและแม่ออนเป็นสองอำเภอในตารางที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น ส่วนอำเภออื่นลดลง ช่วงนี้ยังไม่ถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงที่มีจุดความร้อนมากที่สุดในปี 2568 ตัวเลขถึงวันที่ 10 มีนาคมจึงยังบอกไม่ได้ว่าทั้งฤดูของปี 2569 จะน้อยกว่าปีก่อนหรือไม่

### ไฟล์ปี 2569 มีข้อผิดพลาดอะไรที่ผู้ใช้ต้องรู้

คอลัมน์หมายเหตุระบุว่า 12 แถวเป็น False Alarm หรือจุดที่ตรวจแล้วไม่ใช่ไฟ ตัวเลข 727 จุดในบทนี้ยังนับแถวเหล่านี้รวมไว้ ถ้าตัดออกจะเหลือ 715 จุด และคอลัมน์วันที่มี 94 แถวที่ปีพิมพ์ผิดเป็น 1969 หรือ 2569 บทนี้จึงอ่านวันที่ของแถวเหล่านั้นจากรหัสจุดความร้อนแทน

## ฟิจิทัล เอเจนซี ช่วยธุรกิจรอบนอกเมืองวางแผนฤดูฝุ่นอย่างไร

ตารางรายเดือนและรายอำเภอในบทนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทีมของฟิจิทัลใช้กับลูกค้าที่มีที่พักหรือกิจกรรมนอกเมือง ทีมจะดูตำบลของลูกค้าในไฟล์จุดความร้อน เทียบจำนวนจุดรอบที่ตั้งกับทั้งอำเภอ แล้วแบ่งปีออกเป็นช่วงขายเต็มที่ ช่วงลดงบ และช่วงที่ควรสื่อสารกับแขกที่จองไว้แล้ว

งานที่ต้องเตรียมก่อนเดือนกุมภาพันธ์ ได้แก่ เงื่อนไขการเลื่อนวันเข้าพัก ข้อความแจ้งแขกเรื่องสภาพอากาศ และกิจกรรมในร่มที่ขายแทนกิจกรรมกลางแจ้งได้ เมื่อเตรียมไว้ก่อน ธุรกิจจะไม่ต้องคิดข้อความใหม่ในวันที่มีจุดความร้อนหลายร้อยจุด

### ที่พักในอำเภอที่มีจุดความร้อนมากควรเริ่มจากอะไร

เริ่มจากดูตำบลของตัวเองในไฟล์ แม้อำเภอจะมีจุดความร้อนหลายร้อยจุด แต่บางตำบลอาจมีน้อยกว่าตำบลอื่นมาก แล้วนำตัวเลขรายเดือนของตำบลไปกำหนดช่วงลดราคาและช่วงขายแพ็กเกจ แทนการใช้ช่วงเดียวกันทั้งจังหวัด

## ธุรกิจที่รู้ว่าเดือนไหนเสี่ยงจะวางแผนขายได้ก่อน

ไฟล์ของจังหวัดแสดงว่าจุดความร้อนในปี 2568 กระจุกอยู่ในเดือนมีนาคมและในห้าอำเภอรอบนอก ธุรกิจในอำเภอเหล่านี้รู้ช่วงที่ต้องเตรียมตัวได้ตั้งแต่ต้นปี และมีเวลาปรับราคา ปรับกิจกรรม และแจ้งแขกล่วงหน้า

ธุรกิจที่อยู่ในอำเภอที่มีจุดความร้อนน้อยก็ได้ประโยชน์จากตัวเลขเดียวกัน เพราะใช้แสดงให้ลูกค้าเห็นได้ว่าพื้นที่ของตนต่างจากภาพรวมของจังหวัด โดยไม่ต้องอ้างเรื่องอากาศที่ไม่มีข้อมูลรองรับ

## สรุป

จุดความร้อนในไฟล์ของจังหวัดซึ่งอ้างข้อมูล GISTDA มี 4,709 จุดระหว่าง 1 มกราคมถึง 22 พฤษภาคม 2568 เดือนมีนาคมมี 3,166 จุด และวันที่มีจุดมากที่สุดคือ 26 มีนาคม 313 จุด จุดความร้อน 95.2% อยู่ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ อมก๋อย ฮอด ดอยเต่า เชียงดาว และแม่แจ่ม รวมกัน 3,239 จุด ส่วนหกอำเภอรอบเมืองรวมกัน 123 จุด ช่วง 1 มกราคมถึง 10 มีนาคม 2569 มี 727 จุด น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 880 จุด แต่ดอยเต่าเพิ่มจาก 290 เป็น 365 จุด ไฟล์ไม่มีค่าฝุ่น จึงต้องอ่านคู่กับค่ามาตรฐาน PM2.5 เมื่อตัดสินใจเรื่องกิจกรรมกลางแจ้ง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### จุดความร้อนหนึ่งจุดเท่ากับไฟไหม้หนึ่งครั้งหรือไม่

ไม่จำเป็น ไฟล์ไม่ได้ให้นิยามไว้ และไฟล์ปี 2569 มีแถวที่หมายเหตุว่าเป็น False Alarm 12 แถว บางจุดจึงตรวจแล้วไม่ใช่ไฟ จำนวนจุดจึงเหมาะกับการเทียบเดือนหรือเทียบอำเภอมากกว่าการนับจำนวนครั้งที่เกิดไฟ

### ตัวเลขนี้บอกค่าฝุ่นในอำเภอเมืองเชียงใหม่ได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะไฟล์ไม่มีค่าฝุ่น และควันเดินทางข้ามอำเภอได้ ค่าฝุ่นที่ธุรกิจใช้ตัดสินใจเรื่องพนักงานและกิจกรรมกลางแจ้งอยู่ใน[วิกฤต PM 2.5 เชียงใหม่ กับการปรับตัวธุรกิจตามค่ามาตรฐาน 37.5](https://phygital.co.th/insights/pm25-crisis-business-adaptation-responsibility)

### พระราชบัญญัติอากาศสะอาดมีผลใช้บังคับแล้วหรือยัง

บทนี้ไม่ได้ตรวจสถานะของร่างกฎหมายฉบับนี้ในราชกิจจานุเบกษา ผู้ที่ต้องการวางแผนตามกฎหมายควรตรวจจากราชกิจจานุเบกษาโดยตรง เพราะร่างกฎหมายที่ผ่านบางขั้นในรัฐสภาแล้วยังไม่มีผลจนกว่าจะประกาศ

### ที่พักริมทะเลสาบดอยเต่าควรดูข้อมูลอะไรเพิ่ม

ดอยเต่าเป็นอำเภอเดียวในห้าอันดับแรกที่จุดความร้อนช่วงต้นปี 2569 มากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่พักริมทะเลสาบควรดูปริมาณน้ำในเขื่อนประกอบด้วย ข้อมูลน้ำรายวันอยู่ใน[ทำเลดอยเต่า-ฮอด วางฤดูแพพักจากปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพล](https://phygital.co.th/insights/doi-tao-hot-mae-ping-lake-eco-tourism-location)

### ทัวร์ขึ้นดอยอินทนนท์ช่วงมีนาคมได้รับผลแค่ไหน

จอมทองมีจุดความร้อน 201 จุดในปี 2568 น้อยกว่าห้าอำเภอแรกหลายเท่า แต่ไฟล์ไม่ได้บอกว่าผู้มาเที่ยวลดลงหรือไม่ จำนวนผู้ขึ้นดอยรายเดือนอยู่ใน[ทำเลจอมทอง-อินทนนท์ ขายตามฤดูที่คนขึ้นดอยต่างกัน 7 เท่า](https://phygital.co.th/insights/chom-thong-doi-inthanon-pilgrimage-tourism-location)

### ที่พักที่ตั้งในเขตป่าสงวนต้องรู้อะไรเพิ่ม

จุดความร้อน 1,947 จุดในปี 2568 อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ เจ้าของที่พักที่ตั้งใกล้หรืออยู่ในเขตป่าสงวนควรตรวจสิทธิในที่ดินก่อนลงทุนเพิ่ม เงื่อนไขการใช้ที่ดินในป่าสงวนอยู่ใน[ทำเลสะเมิง-กัลยาณิวัฒนา ที่ดินในป่าสงวนทำที่พักได้เมื่อไร](https://phygital.co.th/insights/samoeng-kalayaniwattana-strawberry-pine-forest-location)

### ผู้จัดงานวิ่งเทรลหรือปั่นจักรยานบนดอยควรเลือกเดือนไหน

ในไฟล์ปี 2568 เดือนมกราคมมีจุดความร้อนน้อยที่สุด 46 จุด ส่วนเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มเป็น 455 จุด ไฟล์ไม่มีข้อมูลเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม จึงบอกไม่ได้ว่าครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร ผู้จัดงานที่ต้องการจัดช่วงต้นปีควรเลือกเดือนมกราคม และดูตัวเลขของอำเภอที่เส้นทางผ่านประกอบด้วย

### ธุรกิจขายเครื่องฟอกอากาศใช้ตัวเลขนี้ได้อย่างไร

ใช้กำหนดช่วงเวลาได้ ในปี 2568 จุดความร้อนเริ่มเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์และมากที่สุดปลายเดือนมีนาคม แต่ไฟล์ไม่ได้บอกยอดขายหรือความต้องการของลูกค้า ธุรกิจจึงควรนำตัวเลขนี้ไปเทียบกับยอดขายรายเดือนของตัวเอง

## ถ้าที่พักหรือทัวร์ของคุณอยู่ในอำเภอที่มีจุดความร้อนหลายร้อยจุด ปฏิทินขายควรเริ่มจากเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ใช่วันที่ข่าวฝุ่นขึ้น

ให้ PHYGITAL AGENCY อ่านตัวเลขจุดความร้อนในตำบลของคุณ วางงบโฆษณารายเดือน และเตรียมข้อความถึงแขกก่อนฤดูฝุ่น สำหรับที่พัก รีสอร์ต ผู้ประกอบการทัวร์ และผู้จัดงานกลางแจ้งในเชียงใหม่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
