# Chatbot ร้านอาหาร ลิงก์จองโต๊ะบน Google ต้องจองได้จริง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/chatbot-restaurant-pos-queue-agency · เผยแพร่ 22 สิงหาคม 2567 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

นโยบายลิงก์ธุรกิจของ Google Business Profile ห้ามใช้ลิงก์แอปแชทเป็นปุ่มจองหรือสั่งอาหาร ร้านที่วางบอทรับจองโต๊ะต้องมีหน้าเว็บที่จองได้จริงและ Google เปิดตรวจได้

## Key Takeaways

- **นโยบายลิงก์ธุรกิจของ Google ห้ามใช้ลิงก์แอปแชทเป็นปุ่มจองหรือปุ่มสั่งอาหาร** — รายการที่ห้ามมีลิงก์โซเชียลมีเดีย ลิงก์แอปรับส่งข้อความ ลิงก์ร้านค้าแอป และลิงก์ย่อ ร้านที่รับจองผ่านบอทในแชทจึงต้องมีหน้าเว็บที่จองได้จริงอีกหน้า
- **ลิงก์ในโปรไฟล์ต้องเปิดได้โดยเครื่องตรวจของ Google** — หน้าที่ต้องล็อกอินก่อน มี CAPTCHA บล็อกบอท หรือบล็อกตามประเทศ เข้าข่ายถูกถอดลิงก์ และ Google ตรวจได้สูงสุดวันละครั้ง
- **ปุ่มเข้าคิวรอโต๊ะ (Join waitlist) ใช้ได้เฉพาะร้านอาหาร และต้องสมัครผ่านผู้ให้บริการ Reserve with Google** — ร้านเพิ่มปุ่มนี้เองจากลิงก์ของตัวเองไม่ได้

ลูกค้าค้นชื่อร้านบน Google Maps แล้วกดปุ่มจองโต๊ะ แต่ไปเจอหน้าที่ต้องล็อกอิน หรือหน้าแชทที่ต้องพิมพ์ถามเองว่ายังมีโต๊ะไหม ลูกค้าคนนั้นอาจกดย้อนกลับไปดูร้านถัดไปแทน เจ้าของร้านที่วางบอทรับจองในแชทไว้แล้วจึงมักอยากเอาลิงก์ของบอทไปใส่เป็นปุ่มจองบนโปรไฟล์ร้าน ก่อนทำแบบนั้น ร้านควรรู้ว่านโยบายลิงก์ธุรกิจของ Google Business Profile รับลิงก์แบบไหน ถอดลิงก์แบบไหน และหน้าเว็บที่ปุ่มพาไปต้องมีคุณสมบัติอะไร คนที่กดจาก Google จึงจะจองโต๊ะได้จริง ทั้งสามเรื่องอยู่ในหัวข้อด้านล่าง

แหล่งหลักคือ[นโยบายและแนวทางลิงก์ธุรกิจของ Google Business Profile](https://support.google.com/business/answer/13769188?hl=en) ประกอบกับหน้า[จัดการลิงก์ธุรกิจ](https://support.google.com/business/answer/6218037?hl=en) [จัดการตัวเลือกสั่งอาหารออนไลน์](https://support.google.com/business/answer/10842217?hl=en) และ[ตั้งค่าการจองผ่านผู้ให้บริการ](https://support.google.com/business/answer/7475773?hl=en) ทุกหน้าเป็นภาษาอังกฤษ ตรวจล่าสุด 27 กันยายน 2569 ระบบ POS และระบบคิวของร้านเป็นงานของผู้ให้บริการที่ร้านเลือกใช้ ผู้เขียนคือบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) ไม่ได้รับเชื่อมระบบเหล่านั้น งานที่ทำคือดูแลโปรไฟล์ธุรกิจบน Google Maps และวางบอทบนแชท

## ปุ่มจองและปุ่มสั่งอาหารบนโปรไฟล์ร้านมาจากไหน

หน้าจัดการลิงก์ธุรกิจบอกว่าลิงก์บนโปรไฟล์มาจากสองทาง

1. **ลิงก์ที่ร้านเพิ่มเอง** เพิ่มได้จากหน้าแก้ไขโปรไฟล์บน Google Search หรือ Google Maps ในหมวดการจอง การสั่งอาหาร หรือการรับและส่ง และตั้งลิงก์หนึ่งเป็น "Business preferred" ได้ ลิงก์ประเภทนี้เพิ่มผ่าน API หรืออัปโหลดสเปรดชีตไม่ได้
2. **ลิงก์จากผู้ให้บริการภายนอก** ผู้ให้บริการที่แจ้งว่ามีความสัมพันธ์กับร้านใส่ลิงก์ให้เองโดยอัตโนมัติ ร้านขอให้ถอดได้ และผู้ให้บริการต้องถอดภายในห้าวัน หน้าเรื่องการสั่งอาหารเขียนว่าห้าวันทำการ

ร้านจะเพิ่มลิงก์ได้ต่อเมื่อยืนยันธุรกิจแล้ว และแต่ละประเภทรายการมีลิงก์ได้สูงสุด 20 ลิงก์ ถ้าร้านปิดสวิตช์ "Accept orders on your profile" ตัวเลือกสั่งอาหารทั้งของร้านและของผู้ให้บริการจะถูกซ่อนทั้งหมด

### ร้านที่ขายผ่านแอปเดลิเวอรีหลายเจ้า เลือกเจ้าหลักได้ไหม

ได้ หน้าจัดการตัวเลือกสั่งอาหารออนไลน์ให้ร้านตั้งผู้ให้บริการหรือลิงก์หนึ่งเป็นตัวเลือกหลัก แยกกันระหว่างการรับเองที่ร้านกับการจัดส่ง ถ้าผู้ให้บริการรายนั้นไม่มีบริการแบบใด ร้านก็เปิดตัวเลือกหลักของแบบนั้นไม่ได้ ในบางประเทศ ตัวเลือกสั่งอาหารอยู่ใต้ปุ่ม "Order online" ส่วนบางประเทศแยกลิงก์ "Place an order" ออกมาแสดงต่างหาก หน้าตาบนโปรไฟล์ของร้านในไทยจึงต้องดูจากโปรไฟล์จริง

ร้านที่มีทั้งหน้าสั่งอาหารของตัวเองและแอปเดลิเวอรี ควรตัดสินก่อนว่าอยากให้ลูกค้าจาก Google ไปช่องไหน เพราะค่าธรรมเนียมและข้อมูลลูกค้าที่ร้านได้กลับมาต่างกันตามช่อง

### ร้านหลายสาขาใช้ลิงก์เดียวกันทุกสาขาได้ไหม

ไม่ได้ นโยบายกำหนดว่าลิงก์ต้องพาไปหน้าเฉพาะของธุรกิจ และธุรกิจหลายสาขาต้องใช้ลิงก์ที่ไปหน้าของสาขานั้น ห้ามใช้หน้ารวมหรือหน้าของสาขาอื่น ร้านสามสาขาจึงต้องมีหน้าจองแยกสามหน้า หรือหน้าเดียวที่ส่งค่าสาขามาให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกซ้ำ

## ลิงก์แบบไหนที่ Google ไม่รับ

หลักข้อแรกของนโยบายคือ ลิงก์ต้องให้ลูกค้าทำรายการตามชื่อปุ่มได้จริง ลิงก์ "order" ต้องสั่งอาหารได้ ลิงก์จองต้องจองได้ แล้วนโยบายระบุรายการที่ห้ามใช้เป็นลิงก์ธุรกิจไว้สี่แบบ

1. **เว็บไซต์โซเชียลมีเดีย** เช่น หน้าเพจของร้าน
2. **ลิงก์แอปรับส่งข้อความ** ลิงก์ที่เปิดห้องแชทกับร้าน
3. **ลิงก์ร้านค้าแอป** ลิงก์ให้ไปโหลดแอป
4. **ลิงก์ย่อ** ลิงก์ที่ผ่านบริการย่อ URL

ข้อ 2 ตรงกับสิ่งที่ร้านที่มีบอทอยากทำที่สุด คือเอาลิงก์เพิ่มเพื่อนหรือลิงก์เปิดแชทไปใส่เป็นปุ่มจอง นโยบายไม่รับลิงก์แบบนี้ บอทในแชทยังมีประโยชน์กับลูกค้าที่ทักเข้ามาเอง แต่ปุ่มบน Google ต้องชี้ไปหน้าเว็บที่จองได้

นโยบายยังจำกัดเรื่องโดเมน หนึ่งโดเมนมีลิงก์ได้หนึ่งลิงก์ต่อร้าน ถ้าผู้ให้บริการภายนอกใส่ลิงก์โดเมนเดียวกันไว้แล้ว ลิงก์ที่ร้านเพิ่มทีหลังจะไม่ถูกรับ

### ลิงก์ที่ใส่แล้วขึ้นว่ารูปแบบผิด เกิดจากอะไร

หน้านโยบายยกสาเหตุไว้สามแบบ ได้แก่ ลิงก์มีเว้นวรรคหรือสัญลักษณ์ ลิงก์มีเครื่องหมายแบ็กสแลช และลิงก์มีโปรโตคอลผิด เช่น http:// ซ้ำสองครั้ง วิธีแก้คือคัดลอกลิงก์ใหม่จากแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ แล้วลบส่วนที่เกินออก

## เครื่องตรวจของ Google ต้องเปิดหน้าของร้านได้

Google ตรวจลิงก์ธุรกิจสูงสุดวันละครั้ง ทั้งด้วยระบบอัตโนมัติและการตรวจโดยคน ลิงก์ที่เครื่องตรวจเปิดไม่ได้อาจถูกถอด นโยบายเรื่องการเปิดหน้าได้ของเครื่องตรวจแยกเป็นเงื่อนไขชัดเจน

| เงื่อนไข                                                    | ตัวอย่างที่ผิดเงื่อนไข                                       |
| ----------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------- |
| ไม่บล็อกเครื่องตรวจชื่อ Google-BusinessLinkVerification | ระบบกันบอทของเว็บจองปฏิเสธผู้ใช้ที่ไม่ใช่เบราว์เซอร์ |
| ไม่จำกัดอัตราการเข้าจนเครื่องตรวจเข้าไม่ได้       | ตั้งค่าไฟร์วอลล์ให้บล็อกการเข้าถี่                       |
| ไม่ต้องใช้ CAPTCHA ไม่ต้องล็อกอิน                       | หน้าจองที่ต้องล็อกอินบัญชีแอปแชทก่อนเห็นฟอร์ม         |
| ไม่บล็อก IP ไม่แสดงเนื้อหาต่างกันระหว่างบอทกับคน   | เว็บที่ส่งหน้าเปล่าให้เครื่องตรวจ                        |
| ต้องได้สถานะ 200 และโหลดครบทั้งรูป CSS และ JavaScript | หน้าจองที่ตอบ 500 หรือ 503 ในช่วงคนเข้าเยอะ              |
| ไม่บล็อกตามประเทศหรือด้วยผู้ให้บริการ DNS           | เว็บที่เปิดให้เฉพาะผู้ใช้ในไทย                          |

นโยบายเขียนไว้ด้วยว่าเครื่องตรวจชุดนี้ไม่ทำตาม robots.txt การปิดหน้าจองจาก robots.txt จึงไม่ได้ช่วยซ่อนหน้าจากการตรวจ และไม่ได้ทำให้ลิงก์ผ่าน

### หน้าจองที่เปิดในแอปแชทใช้เป็นลิงก์บน Google ได้ไหม

ขึ้นกับว่าหน้านั้นต้องล็อกอินก่อนหรือไม่ ถ้าหน้าจองเปิดได้เฉพาะคนที่ล็อกอินบัญชีแอปแชท เครื่องตรวจของ Google จะเจอหน้าล็อกอินแทนฟอร์มจอง ซึ่งผิดเงื่อนไขข้อ "ไม่ต้องล็อกอิน" หน้าจองที่ใช้กับ Google ควรเป็นหน้าเว็บที่เปิดจากเบราว์เซอร์ทั่วไปได้ แล้วค่อยให้ลูกค้าเลือกยืนยันผ่านแชทภายหลังถ้าต้องการ

## ปุ่มเข้าคิวรอโต๊ะกับผู้ให้บริการ

หน้าตั้งค่าการจองผ่านผู้ให้บริการระบุว่าฟีเจอร์รายการรอ (waitlist) ใช้ได้เฉพาะธุรกิจร้านอาหาร และร้านต้องสมัครกับผู้ให้บริการภายนอกที่ร่วมโครงการ Reserve with Google เมื่อตั้งแล้ว ลูกค้าจะเห็นปุ่ม "Join waitlist" บนโปรไฟล์ร้าน กดแล้วเลือกจำนวนคน ใส่เบอร์โทร และดูได้ว่ามีกี่กลุ่มรออยู่ก่อนและต้องรอนานเท่าไร เบอร์ที่ลูกค้าใส่คือช่องทางหลักที่ร้านใช้ติดต่อกลับ

ข้อที่ร้านควรรู้ก่อนเลือกทางนี้มีสามข้อ

1. **ผู้ให้บริการอาจเก็บค่าบริการ** หน้าเอกสารเตือนไว้ให้ถามผู้ให้บริการเอง
2. **ถอดปุ่มต้องไปถอดที่ผู้ให้บริการ** ร้านลบปุ่ม "Join waitlist" จากโปรไฟล์โดยตรงไม่ได้
3. **ลิงก์ที่ร้านเพิ่มเองไม่มีข้อมูลผลการจอง** ข้อมูลผลการจองดูได้เฉพาะการจองผ่าน Reserve with Google

### ผู้ให้บริการที่สมัครใหม่ขึ้นบนโปรไฟล์เมื่อไร

เอกสารระบุว่าผู้ให้บริการการจองจะแสดงบนโปรไฟล์ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังสมัคร ร้านที่จะเปิดใช้ระบบคิวออนไลน์ช่วงเทศกาลจึงควรสมัครล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

## นโยบายลิงก์ยังไม่ตอบทุกคำถามของร้าน

หน้าช่วยเหลือของ Google Business Profile ตอบเรื่องลิงก์ไว้ชัด แต่ยังเว้นอีกห้าเรื่องที่ร้านต้องหาคำตอบเอง

1. **ความพร้อมในประเทศไทย** นโยบายบอกว่าบางประเทศใช้ลิงก์บางประเภทไม่ได้ แต่ไม่ได้ให้รายการประเทศ ร้านต้องดูจากหน้าแก้ไขโปรไฟล์ของตัวเอง
2. **รายชื่อผู้ให้บริการ Reserve with Google ในไทย** เอกสารให้ไปหาจากหน้า Reserve with Google บทนี้ไม่ได้ตรวจรายชื่อ
3. **การเชื่อมระบบ POS หรือระบบคิว** เป็นเรื่องระหว่างร้านกับผู้ให้บริการระบบนั้น นโยบายของ Google ไม่ได้กำหนด
4. **ช่วงเวลาที่ตรวจ** นโยบายบอกแค่ว่าตรวจสูงสุดวันละครั้ง ไม่ได้บอกว่าลิงก์ที่ผิดจะถูกถอดหลังตรวจเจอเร็วแค่ไหน
5. **ลิงก์ที่ไม่ได้ทดสอบจริง** บทนี้ไม่ได้ทดลองใส่ลิงก์แชทของแอปใดแอปหนึ่งในโปรไฟล์ร้าน ข้อสรุปมาจากถ้อยคำของนโยบาย

## ทดสอบลิงก์ก่อนส่งให้ Google

เปิดลิงก์จองของร้านในหน้าต่างส่วนตัวของเบราว์เซอร์ที่ไม่ได้ล็อกอินบัญชีใด แล้วลองจองโต๊ะหนึ่งโต๊ะจนถึงขั้นยืนยัน ถ้าทำได้ครบ ลิงก์นั้นผ่านเงื่อนไขข้อแรกของนโยบาย คือทำรายการได้จริง ส่วนเงื่อนไขที่เหลือเช็กได้อีกหกข้อ

1. **ลิงก์ไม่ใช่ลิงก์แชท โซเชียล ร้านค้าแอป หรือลิงก์ย่อ**
2. **ลิงก์พาไปหน้าของสาขานั้น** ไม่ใช่หน้ารวมทุกสาขา
3. **หน้าไม่ต้องล็อกอินและไม่มี CAPTCHA** ทั้งตอนเปิดและก่อนเห็นฟอร์ม
4. **ระบบกันบอทยกเว้นเครื่องตรวจของ Google** ผู้ดูแลเว็บเช็กจากบันทึกการเข้าใช้
5. **หน้าเปิดได้จากนอกประเทศ** ไม่บล็อกตามประเทศ
6. **โดเมนไม่ซ้ำกับลิงก์ของผู้ให้บริการที่มีอยู่แล้ว**

กฎของ Google ที่ทำให้หมุดร้านถูกระงับ เช่น การใส่คำเกินจริงในชื่อร้าน อยู่ใน[ปักหมุด Google Maps และ Local SEO กฎที่ทำให้หมุดถูกระงับ](https://phygital.co.th/insights/google-maps-local-seo-agency) ส่วนร้านที่ขายผ่านแอปเดลิเวอรีด้วย วิธีคิดค่าโฆษณาในแอปอยู่ใน[โฆษณาร้านอาหารบน Grab Food และ LINE MAN คิดเงินต่ออะไร](https://phygital.co.th/insights/restaurant-advertising-grab-food-line-man-agency) ภาพรวมการเชื่อมหน้าร้านกับเดลิเวอรีอ่านได้ที่[Phygital สำหรับร้านอาหาร และเดลิเวอรี่ เสิร์ฟถึงหน้าบ้าน](https://phygital.co.th/insights/phygital-for-restaurant-and-food-delivery) ขอบเขตงานดูแลโปรไฟล์ดูได้ที่หน้า[บริการ Map Marketing](https://phygital.co.th/solutions/map-marketing)

### ร้านเล็กที่มีคนดูแลคนเดียว ควรทดสอบอะไรก่อน

ทดสอบปุ่มที่ลูกค้ากดมากที่สุดก่อน ร้านที่ขายหน้าร้านเป็นหลักมักได้ประโยชน์จากปุ่มจองโต๊ะ ส่วนร้านที่ขายเดลิเวอรีเป็นหลักควรดูปุ่มสั่งอาหารก่อน แล้วเช็กว่าตัวเลือกหลักที่ตั้งไว้เป็นช่องที่ร้านต้องการจริง

### ใครควรเป็นคนทดสอบลิงก์ทุกเดือน

ผู้จัดการร้านหรือคนที่ดูแลโปรไฟล์บน Google เพราะลิงก์ของผู้ให้บริการภายนอกขึ้นมาเองได้โดยร้านไม่ได้เพิ่ม และระบบจองของผู้ให้บริการเปลี่ยนหน้าได้โดยไม่แจ้งร้าน การเปิดดูทุกปุ่มเดือนละครั้งช่วยจับลิงก์ที่เสียก่อนลูกค้าเจอ

## สรุป

ปุ่มจองและปุ่มสั่งอาหารบนโปรไฟล์ร้านใน Google ต้องพาลูกค้าไปทำรายการได้จริง นโยบายลิงก์ธุรกิจห้ามใช้ลิงก์โซเชียล ลิงก์แอปแชท ลิงก์ร้านค้าแอป และลิงก์ย่อ ลิงก์ต้องไปหน้าของสาขานั้น เครื่องตรวจชื่อ Google-BusinessLinkVerification ต้องเปิดได้โดยไม่ต้องล็อกอินหรือผ่าน CAPTCHA และได้สถานะ 200 ร้านมีลิงก์ได้สูงสุด 20 ลิงก์ต่อประเภทและหนึ่งลิงก์ต่อโดเมน ส่วนปุ่มเข้าคิวรอโต๊ะใช้ได้เฉพาะร้านอาหารที่สมัครผ่านผู้ให้บริการ Reserve with Google บอทในแชทยังตอบลูกค้าที่ทักมาเองได้ แต่ลูกค้าที่มาจากแผนที่ต้องมีหน้าเว็บที่จองได้รออยู่

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ถ้าไม่ใส่ลิงก์แชทเป็นปุ่มจอง ลูกค้ายังทักแชทมาจองได้อยู่ไหม

ได้ นโยบายนี้คุมเฉพาะลิงก์ที่อยู่ในปุ่มจองและปุ่มสั่งอาหาร ร้านยังแสดงช่องทางแชทไว้ในส่วนอื่นของโปรไฟล์ หรือบนหน้าเว็บที่ปุ่มจองพาไปได้

### ถ้าผู้ให้บริการเดลิเวอรีใส่ลิงก์สั่งอาหารของร้านให้เอง ร้านต้องทำอะไรไหม

ร้านเลือกได้ว่าจะคงไว้ ตั้งเป็นตัวเลือกหลักสำหรับรับเองหรือจัดส่ง หรือขอให้ถอด ผู้ให้บริการต้องถอดตามคำขอภายในห้าวันทำการ ถ้าไม่ถอด ร้านรายงานการละเมิดได้

### ใช้ลิงก์ย่อเพื่อดูว่ามีคนกดจาก Google กี่ครั้งได้ไหม

ไม่ได้ ลิงก์ย่ออยู่ในรายการที่นโยบายห้าม ร้านที่อยากนับจำนวนคลิกควรใส่พารามิเตอร์ติดตามต่อท้ายลิงก์ของหน้าเว็บตัวเองแทน

### หน้าจองของร้านใช้ระบบกันบอทกันสแปม ต้องปิดไหม

ต้องให้เครื่องตรวจชื่อ Google-BusinessLinkVerification ผ่านได้ นโยบายระบุว่าห้ามบล็อกเครื่องตรวจตัวนี้ ห้ามใช้ CAPTCHA กับมัน และห้ามจำกัดอัตราจนเครื่องตรวจเข้าไม่ได้ ผู้ดูแลเว็บตั้งข้อยกเว้นให้เครื่องตรวจตัวนี้ได้โดยไม่ต้องปิดระบบกันบอททั้งหมด

### เพิ่มลิงก์จองไม่ได้เพราะระบบบอกว่าครบแล้ว ต้องทำอย่างไร

นโยบายให้แต่ละประเภทรายการมีลิงก์ได้สูงสุด 20 ลิงก์ ถ้าครบแล้วต้องลบลิงก์เดิมออกก่อน ร้านควรเปิดดูรายการทั้งหมดในหมวดนั้น ลิงก์ที่ไม่ได้ใช้แล้วหรือพาไปหน้าที่ปิดไปแล้วควรเป็นกลุ่มแรกที่ถอด แล้วตั้งลิงก์ที่ร้านต้องการให้ลูกค้าใช้เป็น "Business preferred"

### ร้านที่ไม่มีเว็บไซต์เลยควรเริ่มตรงไหน

ขั้นแรกคือทำหน้าจองหรือหน้าสั่งอาหารหนึ่งหน้าที่เปิดได้โดยไม่ต้องล็อกอิน ใช้ระบบของผู้ให้บริการจองที่ร้านเลือกก็ได้ ขอให้ลิงก์พาไปหน้าของสาขานั้นและจองได้จริง

## เปิดลิงก์จองของร้านในหน้าต่างที่ไม่ได้ล็อกอินดูสักครั้ง

ร้านที่ส่งรายการลิงก์บนโปรไฟล์มาให้ ฟิจิทัล ตรวจ จะได้รายงานว่าปุ่มไหนมาจากใคร ปุ่มไหนผิดนโยบาย และหน้าจองหน้าไหนที่ต้องแก้ก่อนลูกค้าจากแผนที่กดเข้าไป

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
