# Chatbot สถานรับเลี้ยงเด็ก ผู้ปกครองยินยอมตาม PDPA มาตรา 20

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/chatbot-childcare-daycare-agency · เผยแพร่ 16 กันยายน 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กอายุไม่เกินสิบปี PDPA มาตรา 20 ให้ผู้ปกครองยินยอมแทน ระบบแชตส่งข่าว ภาพหมู่ และแจ้งเหตุฉุกเฉินได้แค่ไหน โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **PDPA มาตรา 20 ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้ให้ความยินยอมแทนเด็กอายุไม่เกินสิบปี** — และใช้หลักเดียวกันกับการถอนความยินยอม การแจ้งข้อมูล และการใช้สิทธิ์ของเด็ก
- **มาตรา 24(2) ยกเว้นการขอความยินยอมในกรณีที่ต้องป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ** — ข้อความแจ้งเหตุฉุกเฉินถึงผู้ปกครองจึงไม่ต้องรอให้ใครกดยินยอมก่อน
- **มาตรา 27 ห้ามใช้หรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม** — ภาพหมู่ที่มีหน้าเด็กคนอื่นในกลุ่มแชตผู้ปกครองจึงเป็นเรื่องที่ศูนย์ต้องตัดสินก่อนเปิดระบบ

ผู้ปกครองที่ฝากลูกไว้ตั้งแต่เช้าจนเย็นอยากเห็นว่าลูกกินข้าวหมดไหม นอนกลางวันได้หรือเปล่า และเล่นอะไรกับเพื่อน ครูมีเวลาตอบแชตไม่มาก ระบบตอบอัตโนมัติจึงดูเป็นทางออก แต่ข้อความที่ระบบส่งมีชื่อ ภาพ และอาการของเด็ก ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของคนที่ยังให้ความยินยอมเองไม่ได้ บทนี้ไล่ตามมาตราว่าใครต้องยินยอมแทนเด็ก ข้อความแบบไหนส่งได้โดยไม่ต้องรอความยินยอม และภาพหมู่ในกลุ่มแชตผู้ปกครองเสี่ยงตรงไหน เพื่อให้เจ้าของศูนย์เลือกได้ว่าจะให้ระบบส่งอะไรถึงใคร

ตัวบทที่อ้างในบทนี้มาจาก[ไฟล์พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบนเว็บไซต์ สคส.](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1%5FPersonal-Data-Protection-2562.pdf) อ่านมาตรา 19 20 24 และ 27 จากไฟล์นั้นเมื่อ 27 ก.ย. 2569 ส่วนขอบเขตงานระบบแชตมาจาก[หน้าบริการ Chatbot ของ PHYGITAL AGENCY](https://phygital.co.th/solutions/chatbot) บทนี้ไม่ได้อ่านกฎหมายว่าด้วยการขออนุญาตตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก จึงไม่พูดถึงเงื่อนไขใบอนุญาต และไม่ได้เป็นคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับศูนย์ใดศูนย์หนึ่ง

บทเดิมของหน้านี้บอกว่าผู้ปกครองกังวลมากกว่าลูกค้าธุรกิจทั่วไปโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง ฉบับนี้เปลี่ยนแกนมาเป็นตัวบทกฎหมาย เพราะคำถามที่ศูนย์ต้องตอบก่อนเปิดระบบคือส่งอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ส่งเร็วแค่ไหน

## มาตรา 20 กำหนดว่าใครยินยอมแทนเด็ก

มาตรา 20 แยกกรณีของผู้เยาว์ไว้สองระดับ ระดับแรกคือผู้เยาว์ทั่วไปที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถ้าเรื่องนั้นเกินกว่าที่กฎหมายแพ่งยอมให้เด็กตัดสินเองลำพัง ผู้ใช้อำนาจปกครองต้องยินยอมร่วมด้วย ระดับที่สองคือเด็กอายุไม่เกินสิบปี กรณีนี้ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นคนให้ความยินยอมแทนเด็กทั้งหมด เด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กเกือบทั้งหมดอยู่ในระดับที่สอง ผู้ที่กดยินยอมในระบบแชตจึงต้องเป็นผู้ปกครอง ไม่ใช่เด็ก

วรรคสุดท้ายของมาตราเดียวกันขยายหลักนี้ไปถึงเรื่องอื่นด้วย ได้แก่การถอนความยินยอม การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ การใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล และการร้องเรียน ผลในทางปฏิบัติมีสามข้อ

1. **ข้อความแจ้งวัตถุประสงค์ต้องเขียนให้ผู้ปกครองอ่าน** ไม่ใช่เขียนถึงเด็ก และต้องบอกว่าศูนย์จะเก็บภาพ ชื่อ และบันทึกประจำวันไปใช้ทำอะไร
2. **ปุ่มถอนความยินยอมต้องอยู่ในมือผู้ปกครอง** มาตรา 19 ยังกำหนดให้ถอนได้ง่ายเท่ากับตอนให้ ระบบที่ให้กดยินยอมในแชตแต่ต้องเดินมาเซ็นกระดาษเพื่อถอน ไม่ตรงกับหลักนี้
3. **คำขอดูหรือลบข้อมูลของเด็กมาจากผู้ปกครอง** ระบบควรส่งคำขอแบบนี้ไปถึงคนของศูนย์ที่มีอำนาจตัดสิน ไม่ปล่อยให้บอทตอบเอง

### ผู้ปกครองสองคนต้องยินยอมทั้งคู่หรือไม่

มาตรา 20 พูดถึงผู้ใช้อำนาจปกครองโดยไม่ได้บอกว่าต้องยินยอมกี่คน ศูนย์ที่มีผู้ปกครองสองคนติดต่ออยู่ในระบบ ควรบันทึกไว้ว่าใครเป็นคนให้ความยินยอม เมื่อไร และผ่านช่องทางไหน และส่งข้อความชุดเดียวกันให้อีกคนเห็นด้วย กรณีที่พ่อแม่แยกกันอยู่หรือมีคำสั่งศาลเรื่องอำนาจปกครอง เป็นเรื่องที่ศูนย์ควรถามนักกฎหมาย ระบบแชตตัดสินแทนไม่ได้

## ข่าว ภาพ และเหตุฉุกเฉิน ใช้เงื่อนไขทางกฎหมายต่างกัน

ข้อความที่สถานรับเลี้ยงเด็กส่งถึงผู้ปกครองในหนึ่งวันมีหลายชนิด และแต่ละชนิดใช้มาตราคนละตัว การรวมทุกอย่างไว้ใต้ความยินยอมฉบับเดียวตอนสมัครเรียนทำให้ศูนย์ตอบไม่ได้ว่าข้อความไหนส่งด้วยเหตุผลอะไร

1. **ประกาศทั้งห้อง** เช่นเมนูอาหารกลางวัน วันหยุด และกำหนดการกิจกรรม ข้อความแบบนี้ไม่มีข้อมูลของเด็กคนใดคนหนึ่ง ส่งเข้ากลุ่มหรือบรอดแคสต์ถึงผู้ปกครองที่เพิ่มเพื่อนไว้ได้
2. **บันทึกประจำวันรายคน** เช่นเวลานอน ปริมาณอาหาร และอารมณ์ของเด็ก เป็นข้อมูลของเด็กคนเดียว ควรส่งถึงผู้ปกครองของเด็กคนนั้นเท่านั้น ตามจุดประสงค์ที่ศูนย์บอกผู้ปกครองไว้ตั้งแต่วันสมัคร
3. **ภาพรายคนและภาพหมู่** ภาพที่เห็นหน้าเด็กเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กทุกคนในภาพ ภาพหมู่จึงเกี่ยวกับผู้ปกครองหลายครอบครัวพร้อมกัน
4. **แจ้งเหตุฉุกเฉิน** เช่นเด็กหกล้มหรือมีไข้สูง มาตรา 24(2) ให้เก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมเมื่อเป็นการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และมาตรา 27 ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลที่เก็บด้วยข้อยกเว้นนี้ได้

ข้อ 4 มีเงื่อนไขตามมาด้วย มาตรา 27 วรรคสามให้ศูนย์ที่ส่งข้อมูลออกไปด้วยข้อยกเว้นนี้เก็บประวัติการส่งไว้ในรายการบันทึกที่มาตรา 39 กำหนด ข้อความแจ้งเหตุที่ส่งผ่านระบบแชตจึงควรมีบันทึกย้อนหลังได้ว่าส่งเมื่อไร ถึงใคร และส่งเพราะเหตุอะไร

### อาการแพ้อาหารและยาประจำตัวของเด็กเก็บในระบบแชตได้หรือไม่

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ซึ่งมีเงื่อนไขเข้มกว่ามาตราที่ใช้ในบทนี้ บทนี้ไม่ลงรายละเอียดเรื่องนี้ วิธีคิดเรื่องผู้รับผิดชอบข้อมูลสุขภาพเมื่อมีผู้รับจ้างวางระบบแชตอยู่ใน[Chatbot คลินิกกับ PDPA มาตรา 26 ใครรับผิดชอบข้อมูลสุขภาพ](https://phygital.co.th/insights/chatbot-clinic-pdpa-health-data-agency) ในทางปฏิบัติ ศูนย์ควรเก็บรายการแพ้อาหารไว้ในระบบที่ครูใช้งานจริง และให้บอทตอบคำถามเรื่องสุขภาพด้วยการส่งต่อให้ครูเท่านั้น

## กลุ่มแชตผู้ปกครองทั้งห้องกับมาตรา 27

สถานรับเลี้ยงเด็กจำนวนมากใช้กลุ่มแชตรวมผู้ปกครองทั้งห้องเป็นช่องทางหลัก ครูถ่ายภาพกิจกรรมแล้วส่งเข้ากลุ่มครั้งเดียว ผู้ปกครองทุกคนเห็นพร้อมกัน วิธีนี้เร็ว แต่ภาพหมู่ภาพเดียวเปิดเผยหน้าเด็กหลายคนให้ผู้ปกครองของเด็กคนอื่นเห็น

วรรคแรกของมาตรา 27 ไม่ให้ศูนย์นำข้อมูลของเด็กไปใช้หรือให้ผู้อื่นเห็นถ้าผู้ปกครองไม่ได้ยินยอม ยกเว้นข้อมูลที่เก็บมาโดยได้รับยกเว้นตามมาตรา 24 หรือ 26 ภาพกิจกรรมประจำวันไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน ศูนย์จึงต้องอาศัยความยินยอมของผู้ปกครองทุกครอบครัวที่ลูกอยู่ในภาพ วรรคสองห้ามคนที่ได้ภาพไปนำไปใช้หรือส่งต่อนอกวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ แต่ศูนย์ควบคุมไม่ได้ว่าผู้ปกครองในกลุ่มจะบันทึกภาพไปโพสต์ต่อหรือไม่

ศูนย์ที่ยังอยากส่งภาพกิจกรรมทุกวันมีทางเลือกที่ลดความเสี่ยงได้

1. ถ่ายภาพรายคนแล้วส่งถึงผู้ปกครองแต่ละครอบครัวในแชตส่วนตัว แทนการส่งภาพหมู่เข้ากลุ่ม
2. ใช้ภาพหมู่ที่ถ่ายจากด้านหลังหรือเห็นแต่มือและผลงาน เมื่อจำเป็นต้องส่งเข้ากลุ่ม
3. แยกช่องความยินยอมเรื่องภาพหมู่ออกจากความยินยอมตอนสมัคร เพื่อให้ผู้ปกครองที่ไม่ต้องการเลือกได้โดยไม่กระทบการรับเลี้ยง ซึ่งตรงกับมาตรา 19 ที่ห้ามผูกความยินยอมที่ไม่จำเป็นไว้กับการให้บริการ

เด็กที่ผู้ปกครองไม่ยินยอมเรื่องภาพหมู่ยังร่วมกิจกรรมได้ตามปกติ ครูเพียงต้องรู้ว่าเด็กคนไหนต้องอยู่นอกกรอบภาพ ระบบแชตช่วยได้ด้วยการแสดงรายชื่อเด็กกลุ่มนี้ให้ครูเห็นก่อนกดส่งภาพ

## ข้อความแต่ละแบบควรให้ใครตอบ

ระบบแชตที่ดีของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ได้ตอบทุกคำถามเอง ตารางด้านล่างแบ่งงานระหว่างระบบกับครู โดยอิงเงื่อนไขกฎหมายในหัวข้อก่อนหน้า

| ข้อความ                              | ส่งถึงใคร                 | เงื่อนไขที่ใช้                               | ใครตอบ                                       |
| ------------------------------------ | --------------------------- | ---------------------------------------------- | --------------------------------------------- |
| เมนูอาหาร วันหยุด กำหนดการ         | ผู้ปกครองทั้งห้อง        | ไม่มีข้อมูลเด็กรายคน                       | ระบบตอบได้                                  |
| บันทึกการกินและการนอน           | ผู้ปกครองของเด็กคนนั้น | ความยินยอมตามมาตรา 20                       | ระบบส่งตามที่ครูกรอก                     |
| ภาพรายคน                           | ผู้ปกครองของเด็กคนนั้น | ความยินยอมตามมาตรา 20                       | ครูเลือกภาพ ระบบส่ง                        |
| ภาพหมู่                             | ผู้ปกครองหลายครอบครัว    | ความยินยอมของทุกครอบครัวในภาพ (มาตรา 27) | ครูตรวจรายชื่อก่อนส่ง                    |
| แจ้งเด็กบาดเจ็บหรือป่วย         | ผู้ปกครองของเด็กคนนั้น | มาตรา 24(2) และบันทึกตามมาตรา 27 วรรคสาม   | ครูหรือผู้บริหารโทรแจ้ง แล้วระบบบันทึก |
| ขอถอนความยินยอมหรือขอลบข้อมูล | ศูนย์                       | มาตรา 19 และ 20                                | ส่งต่อผู้บริหาร                            |

แถวแจ้งเหตุบาดเจ็บตั้งใจให้คนโทรก่อน ข้อความจากระบบตามมาทีหลังเพื่อเป็นบันทึก ผู้ปกครองที่ได้รับข่าวว่าลูกล้มหัวแตกจากข้อความอัตโนมัติจะมีคำถามต่อทันที และคำถามเหล่านั้นต้องมีครูที่อยู่กับเด็กเป็นคนตอบ

### ผู้ปกครองต้องรู้หรือไม่ว่ากำลังคุยกับระบบ

หน้าบริการ Chatbot ของ PHYGITAL AGENCY ระบุว่าทีมไม่ทำบอทที่ปิดบังตัวเองจนผู้ใช้เข้าใจว่ากำลังคุยกับคน สำหรับสถานรับเลี้ยงเด็ก ข้อนี้สำคัญกว่าธุรกิจขายของ เพราะผู้ปกครองตัดสินใจเรื่องลูกจากคำตอบที่ได้ ข้อความต้อนรับควรบอกตรง ๆ ว่าคำตอบมาจากระบบ และมีปุ่มขอคุยกับครูอยู่ในเมนูหลักตลอดเวลา

## ระบบแชทที่ PHYGITAL AGENCY วางให้สถานรับเลี้ยงเด็ก และเรื่องที่ศูนย์ต้องตัดสินเอง

งานที่ทีมทำได้ตามหน้าบริการ ได้แก่การออกแบบโฟลว์คำถามคำตอบ เมนูและปุ่มตอบเร็วบน LINE OA การแท็กผู้ปกครองตามห้องเรียนเพื่อแยกประกาศทั้งห้องออกจากข้อความรายคน และการส่งต่อให้คนของศูนย์ทันทีเมื่อระบบตอบไม่ได้หรือผู้ปกครองขอคุยกับครู เรื่องที่ทีมไม่รับทำตามหน้าบริการเดียวกันมีสองเรื่อง คือการบรอดแคสต์ถึงผู้ที่ไม่ได้ให้ความยินยอม และบอทที่ปิดบังว่าไม่ใช่คน

เรื่องที่ศูนย์ต้องตัดสินเอง เพราะศูนย์เป็นผู้ควบคุมข้อมูลของเด็ก

1. ข้อความขอความยินยอมและวัตถุประสงค์ที่แจ้งผู้ปกครอง ควรให้นักกฎหมายของศูนย์ตรวจก่อนใช้
2. ใครในศูนย์มีสิทธิ์ส่งภาพ และใครเป็นคนตัดสินคำขอถอนความยินยอม
3. ระยะเวลาที่เก็บภาพและบันทึกประจำวันหลังเด็กย้ายออก
4. ขั้นตอนแจ้งเหตุบาดเจ็บ ใครโทร ใครบันทึก และบันทึกไว้ที่ไหน

สถานศึกษาที่มีระบบรับสมัครนักเรียนอยู่แล้วและต้องการให้แชตตอบคำถามช่วงเปิดรับ ดูแนวทางได้ใน[Chatbot AI โรงเรียนและสถาบันกวดวิชา ตอบตามประกาศรับสมัคร](https://phygital.co.th/insights/chatbot-school-tutoring-enrollment-agency) บท[รับเซ็ตระบบ Chatbot AI กับหน้าต่างเวลาที่แพลตฟอร์มกำหนด](https://phygital.co.th/insights/ai-chatbot-setup-agency) อธิบายเรื่องเวลาตอบกลับที่แพลตฟอร์มแชตกำหนดไว้ ซึ่งศูนย์ควรรู้ก่อนตั้งเวลาทำงานของครูที่รับเรื่องต่อจากระบบ

## สี่เรื่องที่ควรตกลงกับผู้ปกครองก่อนเปิดระบบ

1. **ผู้ปกครองคนไหนเป็นผู้ให้ความยินยอม** และจะให้ผู้ปกครองอีกคนเห็นข้อความใดบ้าง
2. **ภาพหมู่จะส่งหรือไม่ และส่งแบบไหน** โดยแยกช่องความยินยอมไว้ต่างหากจากใบสมัคร
3. **ข่าวบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจะมาถึงทางไหนก่อน** โทรศัพท์จากครู แล้วตามด้วยบันทึกในแชต
4. **ถอนความยินยอมหรือขอลบข้อมูลได้ที่ไหน** และศูนย์จะตอบภายในกี่วัน

ผู้ปกครองที่ได้ตกลงสี่เรื่องนี้ตั้งแต่วันสมัคร จะรู้ว่าข้อความจากระบบคืออะไรและข้อความจากครูคืออะไร และเมื่อมีคำถามว่าภาพลูกไปถึงใครบ้าง ศูนย์ก็ตอบได้จากสิ่งที่ตกลงกันไว้

## สรุป

เด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กอายุไม่เกินสิบปี มาตรา 20 จึงให้ผู้ปกครองเป็นผู้ยินยอม ถอนความยินยอม และใช้สิทธิ์แทนเด็ก มาตรา 24(2) ให้ส่งข่าวเหตุฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องรอความยินยอม แต่มาตรา 27 วรรคสามกำหนดให้บันทึกการเปิดเผยนั้นไว้ ภาพหมู่ในกลุ่มแชตผู้ปกครองต้องอาศัยความยินยอมของทุกครอบครัวในภาพ ระบบแชตที่ดีแยกประกาศทั้งห้องออกจากข้อความรายคน บอกผู้ปกครองว่ากำลังคุยกับระบบ และส่งเรื่องสุขภาพ การร้องเรียน และคำขอเรื่องข้อมูลให้ครูหรือผู้บริหารตัดสิน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เด็กอายุ 11 ปีในโครงการรับเลี้ยงหลังเลิกเรียนต้องขอความยินยอมจากใคร

เด็กวัยนี้เข้าอนุมาตรา (1) ไม่ใช่ (2) ความต่างคือเด็กเองก็มีส่วนในการยินยอมได้ แต่เรื่องที่เด็กตัดสินลำพังไม่ได้ยังต้องมีผู้ปกครองยินยอมคู่กัน ศูนย์ที่รับเด็กโตหลังเลิกเรียนจึงควรให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองเห็นข้อความเรื่องภาพ และเก็บความยินยอมของผู้ปกครองไว้เป็นหลัก

### ผู้ปกครองกดยินยอมผ่านแชตได้หรือไม่ ต้องเซ็นกระดาษด้วยไหม

มาตรา 19 รับทั้งความยินยอมบนกระดาษและความยินยอมที่ให้ทางออนไลน์ ข้อสำคัญคือศูนย์ต้องวางคำขอไว้เป็นส่วนของมันเอง บอกว่าจะเอาข้อมูลไปทำอะไร และเขียนให้ผู้ปกครองอ่านเข้าใจในครั้งเดียว ปุ่มกดยินยอมที่ซ่อนอยู่ในข้อความยาวเรื่องกฎระเบียบของศูนย์ไม่ตรงกับเงื่อนไขนี้

### ผู้ปกครองถอนความยินยอมเรื่องภาพแล้ว ภาพที่ส่งไปก่อนหน้าต้องลบหรือไม่

มาตรา 19 ระบุว่าการถอนความยินยอมไม่กระทบการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยที่ทำไปแล้วโดยชอบ ภาพที่ส่งก่อนถอนจึงไม่ได้ผิดย้อนหลัง แต่หลังถอนแล้วศูนย์ต้องหยุดส่งภาพใหม่ และต้องแจ้งผู้ปกครองว่าการถอนมีผลอะไร เช่นจะไม่ได้รับภาพกิจกรรมรายวันอีก

### โพสต์ภาพกิจกรรมของเด็กบนเพจของศูนย์เพื่อโปรโมตใช้ความยินยอมเดียวกันได้หรือไม่

ไม่ควรใช้ร่วมกัน การโปรโมตศูนย์มีจุดประสงค์ต่างจากการส่งข่าวให้พ่อแม่ และเข้าข่ายการตลาดที่ใช้ภาพเด็ก ข้อควรระวังเรื่องนี้อยู่ใน[การตลาดสำหรับเด็ก โฆษณาบน YouTube Kids และอายุผู้แสดงตาม อย.](https://phygital.co.th/insights/marketing-to-children-thailand-legal)

### ระบบแชตช่วยเรื่องผู้ปกครองที่ถามซ้ำทุกวันได้แค่ไหน

คำถามที่ไม่มีข้อมูลของเด็กรายคน เช่นเวลาเปิดปิด วันหยุด และสิ่งของที่ต้องเตรียม ระบบตอบได้ทั้งหมด คำถามเรื่องลูกของผู้ปกครองคนนั้นระบบตอบได้เท่าที่ครูบันทึกไว้ ส่วนคำถามเรื่องสุขภาพ พฤติกรรม หรือการร้องเรียน ควรส่งต่อให้ครู

### ร้านขายของใช้เด็กที่ตอบแชตพ่อแม่ทุกวันต้องระวังเรื่องเดียวกันไหม

ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บภาพหรือบันทึกประจำวันของเด็ก ข้อจำกัดที่ร้านต้องดูมาจากกฎหมายของสินค้าแต่ละประเภทมากกว่า ตัวอย่างเช่นร้านที่ขายนมผงต้องดูข้อห้ามเรื่องโปรโมชันใน[พ.ร.บ.นมผงกับร้านแม่และเด็ก โปรโมชันแบบไหนทำไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/thailand-mother-baby-products-business-guide)

## ภาพหมู่ภาพเดียวในกลุ่มผู้ปกครองมีหน้าเด็กของหลายครอบครัว

ทีม PHYGITAL AGENCY ช่วยจัดระบบแชตของศูนย์ให้แยกข้อความทั้งห้องออกจากข้อความรายคน พร้อมจุดส่งต่อให้ครูตอบเรื่องที่ระบบไม่ควรตอบเอง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
