# ทำเลช้างคลาน เจริญเมือง หนองหอย เปิดที่พักตามเกณฑ์ 8 ห้อง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/chang-khlan-charoen-muang-nong-hoi-location · เผยแพร่ 13 ธันวาคม 2564 · อ่าน 16 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ที่พักไม่เกิน 8 ห้องและ 30 คนใช้วิธีแจ้งนายทะเบียนแทนใบอนุญาตโรงแรม ย่านช้างคลาน เจริญเมือง หนองหอยควรอ่านเกณฑ์นี้คู่กับตัวเลขผู้เข้าพักเชียงใหม่ปี 2568

## Key Takeaways

- **ที่พักที่มีห้องรวมกันไม่เกิน 8 ห้องและรับผู้พักได้ไม่เกิน 30 คน ใช้วิธีแจ้งนายทะเบียนแทนการขอใบอนุญาตโรงแรม** — ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 เกณฑ์เดิมคือไม่เกิน 4 ห้องและ 20 คน หนังสือรับแจ้งมีอายุ 5 ปี
- **ที่พักที่เกินเกณฑ์นี้และรับผู้พักชั่วคราวโดยคิดค่าตอบแทนต่ำกว่ารายเดือนเป็นโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547** — ต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 15 มาตรา 59 วางโทษสูงสุดไว้ที่จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท บวกค่าปรับรายวันอีกไม่เกิน 10,000 บาท
- **ปี 2568 สถานพักแรมในเชียงใหม่รับผู้เข้าพัก 8,316,537 คน เพิ่มขึ้น 5.2%** — ผู้เข้าพักชาวไทยเพิ่ม 11.59% ขณะที่ชาวต่างชาติลดลง 4.9% ผู้เข้าพักชาวจีนลดลง 31.4% และชาวเกาหลีเพิ่มขึ้น 50.23% จากตารางสถานพักแรมรายจังหวัดของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ

เจ้าของอาคารย่านช้างคลาน เจริญเมือง และหนองหอยที่คิดจะเปิดห้องพักให้เช่า มักไม่แน่ใจว่าห้องพักแบบที่คิดไว้เข้าข่ายโรงแรมตามกฎหมายหรือเปล่า ย่านช้างคลาน ถนนเจริญเมือง และหนองหอยอยู่ถัดจากคูเมืองเชียงใหม่ออกไปทางตะวันออกจนถึงตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำปิง ย่านนี้มีทั้งตลาดและถนนการค้าเดิม โรงแรม เกสต์เฮาส์ และห้องเช่า ธุรกิจที่พักจึงเป็นธุรกิจหลักประเภทหนึ่งที่เจ้าของอาคารในย่านนี้พิจารณา ทั้งการเปิดโรงแรมเต็มรูปแบบ การแบ่งห้องให้เช่ารายวัน และการให้เช่ารายเดือนแก่ผู้ที่พำนักระยะยาว

บทนี้ใช้ตัวบทพระราชบัญญัติโรงแรมกับกฎกระทรวงที่แก้ไขปี 2566 เพื่อแยกว่าที่พักแบบไหนต้องขอใบอนุญาต แบบไหนแจ้งได้ และแบบไหนไม่อยู่ใต้กฎหมายนี้ แล้วใช้สถิติผู้เข้าพักในสถานพักแรมของเชียงใหม่ทั้งปี 2568 เพื่อดูว่าลูกค้ากลุ่มใดเพิ่มหรือลด ฟิจิทัล เอเจนซี ตรวจสองเรื่องนี้ก่อนวางชื่อและช่องทางสื่อสารให้ธุรกิจที่พัก

## ช้างคลาน เจริญเมือง และหนองหอยเป็นย่านที่พักที่อยู่ติดแหล่งซื้อขาย

ย่านนี้มีที่พักตั้งอยู่ใกล้ตลาดและถนนการค้า ผู้เข้าพักจึงใช้จ่ายในย่านเดียวกับที่นอน ทั้งค่าอาหาร การซื้อสินค้า และค่าเดินทางระยะสั้น แต่สถิติทางการยังไม่มีตัวเลขแยกเฉพาะย่าน ตัวเลขที่ใกล้ที่สุดคือระดับจังหวัด

[สถิตินักท่องเที่ยวภายในประเทศ Q1-Q4 ปี 2568 ภาคเหนือ](https://www.mots.go.th/news/category/829) ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดทำ มีตารางสถานพักแรมของเชียงใหม่ทั้งปีดังนี้

| สถานพักแรม เชียงใหม่     | ปี 2568      | ปี 2567      | เปลี่ยนแปลง |
| -------------------------- | ------------ | ------------ | ----------- |
| จำนวนห้องพัก             | 39,373 ห้อง  | 39,089 ห้อง  | +0.73%      |
| อัตราการเข้าพัก         | 76.05%       | 74.66%       | +1.39 จุด   |
| ผู้เข้าพักรวม           | 8,316,537 คน | 7,905,633 คน | +5.2%       |
| ผู้เข้าพักชาวไทย       | 5,402,706 คน | 4,841,727 คน | +11.59%     |
| ผู้เข้าพักชาวต่างชาติ | 2,913,831 คน | 3,063,906 คน | \-4.9%      |

ห้องพักทั้งจังหวัดเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% ขณะที่ผู้เข้าพักเพิ่มขึ้น 5.2% อัตราการเข้าพักจึงสูงขึ้น ตัวเลขนี้บอกภาพรวมของจังหวัด ไม่ได้บอกว่าที่พักในช้างคลานหรือหนองหอยได้ส่วนแบ่งเท่าใด

### อัตราเข้าพักของทั้งจังหวัดบอกความต้องการห้องในช้างคลานได้หรือไม่

บอกได้เพียงทิศทาง ใช้แทนข้อมูลของย่านไม่ได้ ห้องพัก 39,373 ห้องกระจายอยู่ทั้งจังหวัด ตั้งแต่ตัวเมืองไปจนถึงอำเภอที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ผู้ที่จะเปิดที่พักในย่านนี้ควรเก็บข้อมูลเพิ่มจากที่พักที่มีอยู่แล้วในรัศมีเดินถึง เช่น ราคาห้องที่ประกาศในแต่ละช่วงเดือน และจำนวนวันที่ห้องว่างตามปฏิทินจองที่เปิดดูได้ แล้วเทียบกับอัตราการเข้าพักของจังหวัดว่าสูงกว่าหรือต่ำกว่า ถ้าต่ำกว่าต่อเนื่อง แปลว่าย่านนั้นมีห้องมากเกินความต้องการในช่วงนั้น

## ผู้เข้าพักในเชียงใหม่ปี 2568 เปลี่ยนสัญชาติไปจากปีก่อน

ผู้เข้าพักชาวต่างชาติในสถานพักแรมของเชียงใหม่ลดลงโดยรวม แต่แต่ละสัญชาติเปลี่ยนไปคนละทิศ ผู้เข้าพักชาวจีนลดลงมากที่สุด ส่วนผู้เข้าพักชาวเกาหลีและชาติตะวันตกหลายชาติเพิ่มขึ้น

ไฟล์เดียวกันแยกผู้เข้าพักในสถานพักแรมตามสัญชาติ สัญชาติที่มีผู้เข้าพักมากที่สุดในปี 2568 มีดังนี้

| สัญชาติ         | ผู้เข้าพักปี 2568 | ผู้เข้าพักปี 2567 | เปลี่ยนแปลง |
| --------------- | -------------------- | -------------------- | ----------- |
| จีน             | 699,942 คน           | 1,020,364 คน         | \-31.4%     |
| สหรัฐอเมริกา    | 279,900 คน           | 262,234 คน           | +6.74%      |
| สหราชอาณาจักร | 229,792 คน           | 212,264 คน           | +8.26%      |
| เกาหลีใต้       | 199,568 คน           | 132,841 คน           | +50.23%     |
| ฝรั่งเศส        | 164,546 คน           | 153,539 คน           | +7.17%      |
| เยอรมนี         | 159,281 คน           | 150,728 คน           | +5.67%      |
| ญี่ปุ่น         | 152,377 คน           | 160,344 คน           | \-4.97%     |

ผู้เข้าพักชาวจีนที่ลดลงราว 320,000 คน มากกว่าผลรวมที่เพิ่มขึ้นของสัญชาติอื่นในตาราง ภาพรวมของผู้เข้าพักชาวต่างชาติจึงลดลง แม้หลายสัญชาติจะเพิ่มขึ้น

### ที่พักที่พึ่งลูกค้าสัญชาติเดียวควรอ่านตารางนี้อย่างไร

ควรอ่านว่าลูกค้ากลุ่มเดียวเปลี่ยนได้มากภายในปีเดียว ผู้เข้าพักชาวจีนลดลงเกือบหนึ่งในสาม ขณะที่ชาวเกาหลีเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง ที่พักควรแยกยอดจองของตัวเองตามสัญชาติของผู้เข้าพัก ซึ่งมีอยู่แล้วในทะเบียนผู้พักที่กฎหมายกำหนดให้บันทึก แล้วเทียบทิศทางกับตารางของจังหวัด ถ้าสัดส่วนลูกค้าสัญชาติเดียวเกินครึ่งของยอดจอง ควรเริ่มสื่อสารกับกลุ่มที่กำลังเพิ่มขึ้นก่อนยอดจองของกลุ่มเดิมจะลดลง ภาษาและช่องทางที่ใช้กับลูกค้าชาวเกาหลีอธิบายไว้ใน[ทุนเกาหลีและครอบครัว Expat ที่พาลูกมาเรียน เงื่อนไขผู้ปกครอง](https://phygital.co.th/insights/korean-expat-investment-chiang-mai-business)

## ที่พักแบบไหนเป็นโรงแรมตามกฎหมาย

[พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547](https://infocenter.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER19/DRAWER019/GENERAL/DATA0000/00000039.PDF) มาตรา 4 นิยามโรงแรมว่าเป็นสถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นในทางธุรกิจ เพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน ที่พักที่เข้านิยามนี้ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา 15

มาตราเดียวกันยกเว้นที่พักสามกลุ่มไม่ให้เป็นโรงแรม

| ที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามมาตรา 4                          | เงื่อนไข                                                                    |
| --------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------- |
| (1) ที่พักของหน่วยงานรัฐ หรือเพื่อการกุศลหรือการศึกษา | ต้องไม่ใช่การหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน                     |
| (2) ที่พักที่คิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไปเท่านั้น   | ต้องจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักอาศัยรายเดือนขึ้นไปเท่านั้น |
| (3) ที่พักอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนด                        | ปัจจุบันคือที่พักไม่เกิน 8 ห้องและ 30 คนที่ได้รับหนังสือรับแจ้ง  |

ผู้ที่เปิดโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษตามมาตรา 59 คือจำคุกได้ถึงหนึ่งปี ปรับได้ถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งสองอย่าง และค่าปรับจะเดินต่อวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน ค่าปรับรายวันนี้ทำให้ต้นทุนของการเปิดก่อนแล้วค่อยขอใบอนุญาตสูงขึ้นทุกวันที่ล่าช้า

### อาคารที่ให้เช่าทั้งรายวันและรายเดือนนับเป็นโรงแรมหรือไม่

ข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (2) เขียนว่าต้องให้บริการโดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไป "เท่านั้น" อาคารที่เปิดให้เช่ารายวันด้วยจึงไม่เข้าข้อยกเว้นนี้ ถ้าจำนวนห้องเกินเกณฑ์ของกฎกระทรวง อาคารนั้นเข้านิยามโรงแรมและต้องมีใบอนุญาต เจ้าของอาคารที่ต้องการเปิดห้องบางส่วนให้เช่ารายวันจึงควรตัดสินใจก่อนว่าจะขอใบอนุญาต หรือจะคงไว้เฉพาะการเช่ารายเดือน แล้วเขียนเงื่อนไขนั้นในประกาศหาผู้เช่าให้ตรงกัน

### ผู้เช่ารายเดือนที่เป็นชาวต่างชาติต้องแจ้งที่พักหรือไม่

ต้องแจ้ง แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ไม่ใช่กฎหมายโรงแรม ห้องเช่ารายเดือนที่ไม่เป็นโรงแรมจึงยังมีหน้าที่นี้อยู่ ผู้มีหน้าที่แจ้งตามกฎหมายนั้นรวมทั้งเจ้าของห้องเช่าและผู้จัดการโรงแรม รายละเอียดอยู่ใน[ทุนญี่ปุ่น ตลาด Long-stay วัยเกษียณ เริ่มจากเงื่อนไขวีซ่า](https://phygital.co.th/insights/japanese-investment-long-stay-chiang-mai) เจ้าของอาคารที่มีทั้งห้องรายวันและห้องรายเดือนควรแยกแฟ้มหลักฐานการแจ้งของผู้เช่ารายเดือนออกจากทะเบียนผู้พักรายวัน เพราะทั้งสองชุดอยู่ใต้กฎหมายคนละฉบับและส่งให้หน่วยงานคนละแห่ง

## ที่พักไม่เกิน 8 ห้องและ 30 คนใช้วิธีแจ้งแทนใบอนุญาต

[กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566](https://download.asa.or.th/03media/04law/ha/mr66%2802%29.pdf) ลงราชกิจจานุเบกษา 30 สิงหาคม 2566 มีผลหลังจากนั้น 60 วัน ข้อ 1 ที่แก้ใหม่กำหนดว่าที่พักที่มีห้องพักในอาคารเดียวหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกินแปดห้อง และรองรับผู้พักรวมกันได้ไม่เกินสามสิบคน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและออกหนังสือรับแจ้งแล้ว ไม่เป็นโรงแรม

เกณฑ์เดิมในกฎกระทรวงปี 2551 คือห้องพักไม่เกิน 4 ห้องและผู้พักไม่เกิน 20 คน ตาม[สรุปของสมาคมสถาปนิกสยามฯ](https://asa.or.th/laws/news20230831/) ซึ่งระบุเหตุผลของการแก้ไขว่าอาคารที่ให้บริการที่พักในชุมชนหลายแห่งมีห้องเกิน 4 ห้อง ฉบับที่ 2 ยังเพิ่มขั้นตอนหลังการแจ้งไว้ดังนี้

| ขั้นตอนตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 | รายละเอียด                                                                                                               |
| ---------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| แจ้งนายทะเบียน                   | ทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ถ้าทำไม่ได้ ในจังหวัดอื่นนอกกรุงเทพมหานครให้แจ้งที่ที่ทำการปกครองอำเภอท้องที่ |
| เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่         | ถ้าเป็นไปตามเกณฑ์ ให้ออกหนังสือรับแจ้งภายใน 40 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง                                  |
| อายุหนังสือรับแจ้ง              | 5 ปีนับแต่วันแจ้ง                                                                                                     |
| เลิกให้บริการ                    | ผู้แจ้งต้องแจ้งนายทะเบียนทราบ                                                                                       |

### นับห้องพักรวมอย่างไรเมื่อเจ้าของมีหลายอาคาร

กฎกระทรวงเขียนว่านับห้องพัก "ในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกัน" เจ้าของที่แบ่งห้องให้เช่ารายวันในอาคารพาณิชย์สองคูหา คูหาละ 5 ห้อง จึงควรตรวจกับที่ทำการปกครองอำเภอก่อนว่าจะนับเป็นสถานที่พักเดียวที่มี 10 ห้องหรือไม่ เพราะถ้านับรวมจะเกินเกณฑ์ 8 ห้องทันที จำนวนผู้พักก็นับรวมเช่นกัน ห้องพักรวมแบบเตียงเดี่ยวที่รับได้หลายคนต่อห้องจึงอาจเกิน 30 คนก่อนจำนวนห้องจะถึง 8 ห้อง เจ้าของควรคำนวณทั้งสองตัวเลขก่อนยื่นแจ้ง

## โรงแรม 4 ประเภทกับหน้าที่ของผู้จัดการ

ที่พักที่เกินเกณฑ์การแจ้งต้องขอใบอนุญาตโรงแรม และต้องเลือกประเภทตามบริการที่มี กฎกระทรวงฉบับที่ 2 แบ่งโรงแรมเป็นสี่ประเภท ประเภทที่เลือกกำหนดว่าที่พักจะเปิดห้องอาหาร ห้องประชุม หรือสถานบริการได้หรือไม่

| ประเภท          | บริการที่มีได้                                                                           |
| --------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------- |
| โรงแรมประเภท 1 | เฉพาะห้องพัก และมีห้องพักไม่เกิน 50 ห้อง                                             |
| โรงแรมประเภท 2 | เฉพาะห้องพักเกิน 50 ห้อง หรือห้องพักกับห้องอาหารหรือสถานที่ประกอบอาหาร         |
| โรงแรมประเภท 3 | ห้องพัก ห้องอาหาร และสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ หรือห้องประชุมสัมมนา |
| โรงแรมประเภท 4 | ห้องพัก ห้องอาหาร สถานบริการ และห้องประชุมสัมมนา                                      |

ใบอนุญาตหนึ่งฉบับใช้กับโรงแรมที่ระบุชื่อไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น และมีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกตามมาตรา 19 การขอต่ออายุต้องยื่นก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามมาตรา 21

### ผู้จัดการโรงแรมมีหน้าที่เรื่องทะเบียนผู้พักอย่างไร

มาตรา 35 กำหนดให้ผู้จัดการบันทึกรายการของผู้พักลงในบัตรทะเบียนผู้พักทันทีที่เข้าพัก และบันทึกลงทะเบียนผู้พักให้เสร็จภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าผู้พักอายุต่ำกว่าสิบแปดปีและเข้าพักตามลำพัง ผู้จัดการหรือผู้แทนต้องลงลายมือชื่อกำกับ มาตรา 36 กำหนดให้ส่งสำเนาทะเบียนผู้พักรายวันให้นายทะเบียนทุกสัปดาห์ ผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 35 วรรคหนึ่งหรือวรรคสี่ หรือมาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับทางปกครองตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาทตามมาตรา 56 ที่พักที่ใช้ระบบจองออนไลน์จึงควรตรวจว่าระบบเก็บรายการครบตามแบบบัตรทะเบียนหรือไม่

## ชื่อที่พักต้องเป็นอักษรไทยก่อนอักษรต่างประเทศ

มาตรา 20 กำหนดให้ชื่อโรงแรมเป็นอักษรไทยที่มองเห็นได้ชัดเจน และจะมีอักษรต่างประเทศกำกับไว้ท้ายหรือใต้ชื่ออักษรไทยก็ได้ ชื่อต้องไม่ซ้ำหรือพ้องกับชื่อโรงแรมอื่นที่ได้รับอนุญาตไว้แล้ว เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมนั้น และต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย

ข้อนี้มีผลกับที่พักที่ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับผู้เข้าพักชาวต่างชาติ ชื่อที่ใช้ขอใบอนุญาตต้องมีรูปอักษรไทย และป้ายหน้าอาคารต้องวางอักษรไทยให้อ่านได้ชัด อักษรต่างประเทศเป็นส่วนกำกับที่อยู่ท้ายหรือใต้

### ที่พักควรใช้ชื่อเดียวกันในใบอนุญาต ป้าย และหน้าจองออนไลน์หรือไม่

ควรใช้ชื่อที่ตรงกัน มาตรา 20 กำกับชื่อโรงแรมที่ขออนุญาต ส่วนชื่อบนหน้าจองออนไลน์เป็นเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม เมื่อชื่อสามจุดนี้ไม่ตรงกัน ผู้เข้าพักที่จองออนไลน์อาจหาป้ายหน้าอาคารไม่พบ และเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบก็เทียบรายการได้ยาก วิธีที่ตรวจได้ง่ายคือทำรายการชื่อที่พักทุกจุดที่ปรากฏ ทั้งใบอนุญาต ป้าย เอกสารจอง บัญชีโซเชียล และหน้าแผนที่ แล้วแก้ให้เป็นรูปเดียวกัน โดยมีชื่ออักษรไทยตามใบอนุญาตเป็นหลักและชื่ออักษรต่างประเทศเป็นส่วนกำกับ

## ฟิจิทัล เอเจนซี วางชื่อและอัตลักษณ์ของที่พักอย่างไร

งานเริ่มจากตรวจว่าที่พักอยู่สถานะใดตามกฎหมาย คือโรงแรมที่มีใบอนุญาต ที่พักที่มีหนังสือรับแจ้ง หรือห้องเช่ารายเดือน เพราะสถานะนี้กำหนดว่าที่พักขายห้องรายวันได้หรือไม่ และชื่อที่ใช้สื่อสารต้องอิงเอกสารฉบับใด

จากนั้นออกแบบชื่อและป้ายให้มีทั้งอักษรไทยตามมาตรา 20 และอักษรต่างประเทศสำหรับผู้เข้าพักกลุ่มที่ที่พักต้องการ โดยวางลำดับให้อักษรไทยเป็นหลัก แล้วใช้ชุดเดียวกันในทุกจุดที่ผู้เข้าพักพบ เพื่อให้ชื่อที่ลูกค้าจำจากการจองตรงกับป้ายที่เห็นเมื่อมาถึง

### ที่พักที่ตั้งชื่อภาษาอังกฤษไปแล้วต้องเปลี่ยนชื่อหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องทิ้งชื่อเดิม มาตรา 20 เปิดให้มีอักษรต่างประเทศกำกับได้ งานที่ต้องทำคือเพิ่มรูปอักษรไทยของชื่อนั้นเป็นชื่อหลักในใบอนุญาตและบนป้าย เช่น ถอดเสียงชื่อเดิมเป็นอักษรไทย แล้ววางชื่อภาษาอังกฤษไว้ท้ายหรือใต้ ก่อนยื่นขอใบอนุญาตควรตรวจว่ารูปอักษรไทยที่เลือกไม่ซ้ำหรือพ้องกับโรงแรมอื่นที่ได้รับอนุญาตแล้ว และควรเตรียมชื่อสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งชื่อ

## ตรวจสถานะที่พักก่อนลงประกาศหาผู้เข้าพัก

งานแรกคือนับห้องพักและจำนวนผู้พักสูงสุดของทุกอาคารที่เปิดให้เช่ารายวันรวมกัน แล้วจัดที่พักเข้าหนึ่งในสามสถานะ คือห้องเช่ารายเดือนเท่านั้น ที่พักที่ต้องแจ้งตามเกณฑ์ 8 ห้องและ 30 คน หรือโรงแรมที่ต้องมีใบอนุญาต ประกาศหาผู้เข้าพักทุกช่องทางควรเขียนเงื่อนไขการเช่าให้ตรงกับสถานะนั้น

งานที่สองคือวางชื่อที่พักให้มีรูปอักษรไทยตามมาตรา 20 และใช้ชื่อเดียวกันในทุกจุด แล้วอ่านตารางผู้เข้าพักรายสัญชาติของจังหวัดทุกปีเพื่อเลือกภาษาที่จะสื่อสาร ทำเลที่อยู่ติดกันทางทิศตะวันตกของย่านนี้อธิบายไว้ใน[ทำเลคูเมือง ช้างม่อย กาดหลวง ถนนคนเดิน กับค่าซื้อของที่ระลึก](https://phygital.co.th/insights/old-city-moat-chang-moi-heritage-location) ส่วนย่านริมแม่น้ำปิงทางทิศเหนืออยู่ใน[ทำเลแก้วนวรัฐ เจริญประเทศ อ่านรุ่นเด็กวัยเรียนก่อนตั้งเป้า](https://phygital.co.th/insights/kaew-nawarat-charoen-prathet-education-hub-location) และเดือนที่ผู้มาเยือนน้อยที่สุดของจังหวัดอยู่ใน[ถอดรหัสเชียงใหม่เมืองปราบเซียน วางแผนจากเดือนที่รายได้ต่ำสุด](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-business-survival-strategy)

## สรุป

ที่พักในย่านช้างคลาน เจริญเมือง และหนองหอยที่มีห้องรวมไม่เกิน 8 ห้องและผู้พักไม่เกิน 30 คน ใช้วิธีแจ้งนายทะเบียนและรับหนังสือรับแจ้งอายุ 5 ปีตามกฎกระทรวงปี 2566 ส่วนที่พักที่เกินเกณฑ์และให้เช่าต่ำกว่ารายเดือนต้องมีใบอนุญาตโรงแรม และตั้งชื่อเป็นอักษรไทยตามมาตรา 20 ขณะที่ปี 2568 ผู้เข้าพักชาวไทยในเชียงใหม่เพิ่ม 11.59% และชาวต่างชาติลดลง 4.9% ที่พักจึงควรตรวจทั้งสถานะทางกฎหมายและกลุ่มลูกค้าก่อนลงประกาศ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เปิดห้องให้เช่ารายวันในบ้านตัวเอง 3 ห้องต้องทำอะไร

ถ้ารวมทุกอาคารแล้วมีห้องพักไม่เกิน 8 ห้องและรับผู้พักได้ไม่เกิน 30 คน ต้องแจ้งนายทะเบียนตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือที่ทำการปกครองอำเภอ แล้วรอเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่และออกหนังสือรับแจ้ง ที่พักจะไม่เป็นโรงแรมเมื่อได้หนังสือรับแจ้งแล้ว ไม่ใช่ตั้งแต่วันที่ยื่นแจ้ง

### คอนโดที่ปล่อยเช่ารายวันเข้าเกณฑ์ 8 ห้องหรือไม่

กฎกระทรวงนับห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกัน เจ้าของที่ปล่อยห้องชุดหลายห้องให้เช่ารายวันจึงควรนับทุกห้องรวมกันก่อนยื่นแจ้ง นอกจากกฎหมายโรงแรมแล้ว อาคารชุดยังมีข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดที่อาจห้ามการให้เช่ารายวัน เจ้าของควรขอสำเนาข้อบังคับจากนิติบุคคลก่อนลงประกาศ

### หนังสือรับแจ้งที่พักไม่เกิน 8 ห้องหมดอายุเมื่อไร

กฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 กำหนดให้หนังสือรับแจ้งมีอายุห้าปีนับแต่วันแจ้ง เจ้าของควรบันทึกวันครบกำหนดไว้ และตรวจกับที่ทำการปกครองอำเภอล่วงหน้าว่าต้องยื่นแจ้งใหม่ด้วยขั้นตอนใด

### ถ้าเพิ่มห้องจาก 8 เป็น 10 ห้องต้องทำอย่างไร

เมื่อห้องพักรวมเกินแปดห้อง ที่พักไม่เข้าข้อยกเว้นอีกต่อไป และต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมก่อนเปิดห้องที่เพิ่ม กฎกระทรวงยังกำหนดให้อาคารในเขตที่มีกฎหมายควบคุมอาคารใช้บังคับต้องมีหลักฐานว่าได้รับอนุญาตให้ใช้อาคารเป็นโรงแรม เจ้าของจึงควรตรวจเอกสารอาคารก่อนต่อเติม

### สถิติผู้เข้าพักรายสัญชาติแยกเฉพาะช้างคลานหรือหนองหอยหรือไม่

ไม่แยก ตัวเลขที่ใช้ในบทนี้เป็นระดับจังหวัดเชียงใหม่ ตัวเลขที่ใกล้ย่านที่สุดคือทะเบียนผู้พักของที่พักเอง ซึ่งมีสัญชาติของผู้พักทุกคนอยู่แล้ว ที่พักควรนำมาสรุปเป็นรายเดือนแล้วเทียบกับตารางของจังหวัดเพื่อดูว่ากลุ่มลูกค้าของตนเปลี่ยนไปทางเดียวกันหรือไม่

### ร้านอาหารชั้นล่างของที่พักทำให้ต้องขอใบอนุญาตประเภทอื่นหรือไม่

ถ้าที่พักเป็นโรงแรมและมีห้องอาหารหรือสถานที่ประกอบอาหารให้บริการ กฎกระทรวงจัดเป็นโรงแรมประเภท 2 ขึ้นไป ส่วนร้านอาหารยังต้องทำตามกฎหมายสาธารณสุขและข้อกำหนดของท้องถิ่นแยกต่างหาก เจ้าของควรยื่นคำขอที่เกี่ยวข้องพร้อมกันเพราะมาตรา 17 เปิดให้ยื่นคำขอตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมต่อนายทะเบียนในคราวเดียวกันได้

## ที่พักมีชื่อภาษาอังกฤษบนป้ายและหน้าจอง แต่ยังไม่มีชื่ออักษรไทยที่ใช้ขอใบอนุญาต

ให้ PHYGITAL AGENCY วางชื่อที่พักทั้งอักษรไทยและอักษรต่างประเทศให้ถูกลำดับ ออกแบบโลโก้และป้ายชุดเดียวกัน และจัดชื่อให้ตรงกันในทุกจุดที่ผู้เข้าพักพบ สำหรับโรงแรม เกสต์เฮาส์ และห้องเช่าในย่านช้างคลาน เจริญเมือง และหนองหอยของเชียงใหม่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
