# ความรู้บริหารจัดการ 9 หมวดที่ CEO ต้องรู้ ผลิตภาพขึ้น 17%

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/ceo-business-management-knowledge-guide · เผยแพร่ 26 มีนาคม 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

แผนที่ความรู้บริหารจัดการ 9 หมวดสำหรับ CEO ตั้งแต่โครงสร้างองค์กรถึงการส่งไม้ต่อ พร้อมงานทดลองในโรงงานอินเดียที่พบว่าการบริหารแบบใหม่ทำให้ผลิตภาพขึ้น 17%

## Key Takeaways

- **ความรู้บริหารจัดการระดับผู้บริหารในหมวดนี้แบ่งเป็น 9 หมวด** — ได้แก่ โครงสร้างองค์กร บัญชี การเงินธุรกิจ ภาวะผู้นำและการบริหารคน เครือข่ายธุรกิจ การร่วมมือระหว่างแบรนด์ การซื้อขายกิจการ การตั้งบริษัทลูก และธรรมาภิบาลกับการส่งไม้ต่อ
- **Bloom และคณะให้คำปรึกษาด้านการบริหารฟรีแก่โรงงานสิ่งทอขนาดใหญ่ในอินเดียที่สุ่มเลือก แล้วพบว่าผลิตภาพเพิ่มขึ้น 17% ในปีแรก** — ผู้วิจัยพบว่าอุปสรรคหลักที่ทำให้โรงงานไม่ปรับเองคือไม่รู้ว่ามีวิธีเหล่านี้อยู่
- **ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มปิดช่องว่างเดียวกันได้จากเรื่องที่ค้างการตัดสินใจนานที่สุด** — เลือกหมวดที่ตรงกับเรื่องนั้น อ่านเฉพาะหมวดนั้น แล้วกลับไปตัดสินให้จบภายในสองสัปดาห์

หมวด CEO Knowledge ของฟิจิทัลแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกอ่านความเชื่อและกรอบบุคลิกที่คนไทยใช้คุยเรื่องผู้บริหาร อีกส่วนว่าด้วยเครื่องมือบริหารที่ผู้บริหารใช้ตัดสินใจทุกเดือน บทนี้เป็นแผนที่ของส่วนที่สอง บอกว่ามีเก้าหมวดอะไร แต่ละหมวดตอบคำถามใด และควรเปิดหมวดไหนก่อนเมื่อธุรกิจเจออาการแบบหนึ่ง

คำถามที่ควรตอบก่อนเปิดอ่านคือความรู้เรื่องการบริหารมีผลกับตัวเลขของกิจการจริงหรือไม่ นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่งทดลองเรื่องนี้กับโรงงานจริงโดยสุ่มว่าโรงงานไหนได้คำปรึกษา ผลที่ได้เป็นตัวเลขที่วัดได้ และเหตุผลที่โรงงานไม่ปรับตัวเองตั้งแต่แรกก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากเจอ

## ความรู้บริหารจัดการ 9 หมวดมีอะไรบ้าง

เก้าหมวดเรียงตามลำดับที่ธุรกิจมักเจอ สี่หมวดแรกเป็นงานภายในที่ผู้บริหารเจอตั้งแต่มีพนักงานไม่กี่คน ห้าหมวดหลังมาถึงเมื่อกิจการเริ่มทำงานกับคนนอกองค์กร เช่น พันธมิตร ผู้ซื้อกิจการ และคณะกรรมการ

| หมวด                                 | คำถามที่หมวดนี้ตอบ                                            | บทในชุด     |
| ------------------------------------ | ----------------------------------------------------------------- | ------------- |
| 1\. โครงสร้างองค์กร                 | ใครรายงานใคร และงานถูกแบ่งอย่างไร                           | 820-824       |
| 2\. บัญชี                            | ตัวเลขในงบที่ได้รับทุกเดือนบอกอะไร                       | 825-828       |
| 3\. การเงินธุรกิจ                  | เงินสดพอถึงเมื่อไร และหาทุนเพิ่มจากทางไหน                | 829-833       |
| 4\. ภาวะผู้นำและการบริหารคน     | รับคน ประเมินคน และตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยงอย่างไร       | 834-839 · 854 |
| 5\. เครือข่ายธุรกิจ                | สร้างและรักษาความสัมพันธ์นอกองค์กรอย่างไร                  | 840-841       |
| 6\. การร่วมมือระหว่างแบรนด์      | เลือกพันธมิตรแบบไหน และเสี่ยงตรงไหน                         | 842-843       |
| 7\. การซื้อขายกิจการ              | ดีลแต่ละแบบต่างกันอย่างไร ต้องตรวจอะไรก่อนเซ็น           | 844-846       |
| 8\. การตั้งบริษัทลูก              | สายธุรกิจใดควรจดเป็นนิติบุคคลแยก                           | 847-848       |
| 9\. ธรรมาภิบาลและการส่งไม้ต่อ | ส่งต่อกิจการ ทำงานกับบอร์ด สื่อสารกับผู้ลงทุน รับมือวิกฤต | 849-852       |

ความลึกที่ตั้งไว้ทุกหมวดเท่ากัน คือระดับที่ผู้บริหารคุยกับผู้เชี่ยวชาญรู้เรื่อง อ่านงบแล้วรู้ว่าต้องถามนักบัญชีต่ออะไร ฟังข้อเสนอซื้อกิจการแล้วรู้ว่าต้องให้ทนายตรวจตรงไหน เนื้อหาชุดนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ผู้บริหารทำงานของผู้เชี่ยวชาญแทน

### **หมวดไหนใช้ตอบคำถามเรื่องเงินสดไม่พอ**

หมวดการเงินธุรกิจเป็นหมวดหลัก เพราะว่าด้วยการบริหารกระแสเงินสด ตัวชี้วัดการเงินรายเดือน และทางเลือกในการหาทุน หมวดบัญชีเป็นหมวดคู่กันที่ขาดไม่ได้ เพราะกำไรในงบกำไรขาดทุนกับเงินในบัญชีธนาคารเป็นคนละตัวเลข กิจการที่มีกำไรบนกระดาษแต่เงินสดขาดมืออธิบายได้ด้วยงบกระแสเงินสด ผู้บริหารที่เจออาการนี้ควรอ่านสองหมวดพร้อมกัน เริ่มจากการอ่านงบดุลก่อนเรื่องอื่น

## งานทดลองที่วัดว่าการบริหารมีผลกับกิจการจริง

คำถามว่าการบริหารที่ดีทำให้กิจการดีขึ้นจริงหรือไม่ วัดยาก เพราะบริษัทที่บริหารดีมักมีข้อได้เปรียบอื่นอยู่แล้ว [Nicholas Bloom, Benn Eifert, Aprajit Mahajan, David McKenzie และ John Roberts](https://doi.org/10.1093/qje/qjs044) แก้ปัญหานี้ด้วยการทดลองภาคสนาม ตีพิมพ์ใน Quarterly Journal of Economics ปีที่ 128 ฉบับที่ 1 ปี 2013 (พ.ศ. 2556) ในชื่อ "Does Management Matter? Evidence from India"

ผู้วิจัยเลือกโรงงานสิ่งทอขนาดใหญ่ในอินเดีย แล้วสุ่มว่าโรงงานใดได้รับคำปรึกษาด้านวิธีบริหารฟรี โรงงานที่เหลือเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ วิธีสุ่มแบบนี้ทำให้ความต่างของผลลัพธ์มาจากคำปรึกษา ไม่ใช่จากความต่างที่มีอยู่ก่อนแล้ว

| สิ่งที่บทคัดย่อรายงาน                                    | ผล                                                 |
| ----------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------- |
| ผลิตภาพในปีแรก                                          | เพิ่ม 17%                                          |
| ที่มาของผลิตภาพที่เพิ่ม                                | คุณภาพดีขึ้น ประสิทธิภาพดีขึ้น สต๊อกลดลง     |
| ภายในสามปี                                                | โรงงานที่ได้คำปรึกษาเปิดโรงงานผลิตเพิ่ม    |
| สาเหตุที่ไม่ปรับเองมาก่อน                             | อุปสรรคด้านข้อมูลเป็นปัจจัยหลัก               |
| สาเหตุที่การแข่งขันไม่คัดโรงงานที่บริหารไม่ดีออก | การขยายกิจการถูกจำกัดด้วยเวลาของผู้บริหาร |

### **ทำไมโรงงานไม่ปรับวิธีบริหารเองตั้งแต่แรก**

ผู้วิจัยสรุปจากผลการทดลองว่าอุปสรรคหลักคือข้อมูล ข้อมูลเรื่องวิธีบริหารที่ทำกำไรได้ยังไปไม่ถึงเจ้าของโรงงาน ผลข้อนี้ตรงกับเหตุผลที่หมวดความรู้ผู้บริหารถูกแบ่งเป็นแผนที่ ผู้บริหารจะหยิบเครื่องมือใดมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อรู้ก่อนว่าเครื่องมือนั้นมีอยู่ ส่วนการเลือกว่าจะใช้หรือไม่เป็นขั้นที่ตามมาทีหลัง

## ธุรกิจขนาดเล็กหยิบอะไรจากงานทดลองนี้ได้

งานของ Bloom และคณะทดลองกับโรงงานขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเดียว ในประเทศเดียว ตัวเลข 17% จึงยกไปใช้กับร้านอาหารหรือบริษัทบริการในไทยตรง ๆ ไม่ได้ สิ่งที่ยกไปใช้ได้คือกลไก สองข้อที่งานนี้พบ ได้แก่ ความไม่รู้ว่ามีวิธีบริหารที่ดีกว่า และเวลาที่จำกัดของผู้บริหาร เป็นข้อจำกัดที่ธุรกิจขนาดเล็กเจอเช่นกัน โดยเฉพาะกิจการที่เจ้าของคนเดียวถือทั้งการขาย การเงิน และการดูแลทีมไว้เอง

ข้อที่ธุรกิจขนาดเล็กทำได้ทันทีคือลดต้นทุนของการรู้ ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องเรียนครบทุกเรื่องก่อน แต่ควรรู้ว่าเรื่องไหนมีวิธีจัดการที่คนอื่นใช้ได้ผลแล้ว เพื่อไม่ต้องคิดวิธีใหม่เองทุกครั้งที่เจอปัญหา

### **ตัวเลข 17% ใช้ประเมินค่าจ้างที่ปรึกษาได้ไหม**

ไม่ควรใช้ ตัวเลขนี้มาจากคำปรึกษาที่ออกแบบเพื่อการทดลอง ในโรงงานที่ใหญ่กว่าธุรกิจขนาดเล็กทั่วไปมาก และเป็นค่าที่วัดในปีแรกเท่านั้น ธุรกิจที่จะจ้างที่ปรึกษาควรกำหนดตัวเลขที่จะใช้วัดผลตั้งแต่วันแรก เช่น ของเสียต่อล็อต ระยะเวลาส่งมอบ หรือสต๊อกคงค้าง แล้ววัดก่อนและหลังด้วยวิธีเดียวกัน

## เลือกหมวดจากอาการที่ธุรกิจกำลังเจอ

ผู้บริหารที่มีเวลาจำกัดได้ผลเร็วกว่าเมื่อจับคู่อาการกับหมวด แทนการไล่อ่านตามเลขบท ตารางด้านล่างรวมอาการที่พบบ่อยกับหมวดที่ควรเปิดก่อน

| อาการ                                                              | หมวดที่ควรเปิดก่อน           |
| ------------------------------------------------------------------ | -------------------------------- |
| ยอดขายดีแต่เงินตึงปลายเดือน                                 | บัญชี และการเงินธุรกิจ        |
| ทุกเรื่องต้องรอเจ้าของอนุมัติ                                 | โครงสร้างองค์กร                 |
| ทีมโตเกินสิบคนแล้วคุณภาพงานไม่สม่ำเสมอ                    | ภาวะผู้นำและการบริหารคน     |
| มีคนชวนร่วมทุนหรือเสนอซื้อกิจการ                           | การซื้อขายกิจการ              |
| สินค้าสายใหม่โตจนเริ่มมีคู่ค้าและความเสี่ยงของตัวเอง | การตั้งบริษัทลูก              |
| เริ่มคิดถึงวันที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง               | ธรรมาภิบาลและการส่งไม้ต่อ |

อาการกลุ่มแรกมักมาจากงานภายใน จึงชี้ไปที่สี่หมวดแรก อาการกลุ่มหลังมาพร้อมคนนอกที่มีผลประโยชน์ต่างกัน เช่น ผู้ซื้อกิจการหรือทายาท จึงต้องการความรู้ด้านกฎหมายและภาษีประกอบ ผู้บริหารควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ

### **ผู้บริหารมือใหม่กับผู้บริหารที่มีประสบการณ์ใช้ชุดนี้ต่างกันอย่างไร**

ต่างกันที่ความกว้างกับความลึก ผู้บริหารมือใหม่ได้ประโยชน์จากการอ่านกว้างให้รู้ว่ามีเรื่องอะไรรออยู่ข้างหน้า จะได้ไม่เจอเรื่องสำคัญครั้งแรกในวันที่ต้องตัดสินใจทันที ผู้บริหารที่ผ่านงานมาแล้วมักหยิบเฉพาะหมวดที่ตรงกับดีลหรือปัญหาตรงหน้า แล้วใช้เป็นรายการคำถามก่อนเข้าประชุมกับนักบัญชี ทนาย หรือธนาคาร

## วัดผลว่าความรู้ถูกใช้จริง

ตัวชี้วัดที่ใช้ได้กับทุกหมวดคือจำนวนวันที่เรื่องหนึ่งใช้ตั้งแต่ถูกยกขึ้นมาคุยจนมีข้อสรุป ตัวเลขนี้เก็บได้จากบันทึกการประชุมที่มีอยู่แล้ว ถ้าความรู้ที่เพิ่มเข้ามาช่วยจริง จำนวนวันควรลดลง ตัวชี้วัดรองคือจำนวนคำถามที่ผู้บริหารถามผู้เชี่ยวชาญได้เองโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเปิดประเด็น

ตัวชี้วัดสองตัวนี้ต่างจากการนับว่าอ่านไปกี่บท การอ่านครบทุกบทแต่เรื่องค้างยังค้างเท่าเดิม แปลว่าความรู้ยังไม่ถูกหยิบมาใช้กับงานจริง

### **อ่านจบแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ขาดอะไร**

ส่วนใหญ่ขาดข้อมูลของธุรกิจตัวเอง กรอบการตัดสินใจทุกแบบต้องการตัวเลขจริงมาใส่ เช่น ต้นทุนต่อหน่วย อัตราการซื้อซ้ำ หรือกำไรแยกรายสินค้า เมื่อรู้ว่าติดที่ข้อมูลตัวไหน ขั้นถัดไปคือกำหนดว่าใครเก็บข้อมูลนั้นและส่งภายในวันไหน แล้วนัดตัดสินใจอีกครั้งพร้อมวันที่ชัดเจน เรื่องที่ค้างจะกลายเป็นงานที่มีเจ้าของแทน

## เริ่มจากการตัดสินใจที่ค้างนานที่สุด

งานทดลองของ Bloom และคณะชี้ว่าเวลาของผู้บริหารเป็นข้อจำกัดของการขยายกิจการ ลำดับที่ใช้เวลาน้อยที่สุดจึงเริ่มจากเรื่องที่ค้างอยู่แล้ว แล้วค่อยเปิดหมวดที่ตอบเรื่องนั้น

1. **เปิดบันทึกการประชุมย้อนหลังสามเดือน** เขียนรายการเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
2. **เขียนต่อท้ายแต่ละเรื่องว่าติดตรงไหน** เช่น ยังไม่รู้ตัวเลข ยังไม่รู้ว่าใครควรตัดสิน หรือยังไม่รู้ว่ากฎหมายว่าอย่างไร
3. **จับคู่คำตอบกับหมวด** ตัวเลขชี้ไปที่บัญชีและการเงิน ผู้ตัดสินชี้ไปที่โครงสร้างองค์กร กฎหมายชี้ไปที่หมวดภาวะผู้นำซึ่งมีบทกฎหมายธุรกิจพื้นฐาน
4. **อ่านเฉพาะหมวดของเรื่องแรก** แล้วนัดตัดสินเรื่องนั้นภายในสองสัปดาห์
5. **ทำซ้ำทีละเรื่อง** ภายในหนึ่งไตรมาสจะได้ทั้งเรื่องที่ปิดได้และความรู้ที่ติดตัว

หมวดแรกของชุดเริ่มที่[โครงสร้างองค์กรคืออะไร ทำไมงานออกมาหน้าตาเหมือนผังองค์กร](https://phygital.co.th/insights/organizational-structure-guide-for-ceo) หมวดบัญชีเริ่มที่[อ่านงบดุลแบบผู้บริหาร เส้น 12 เดือนที่แบ่งหนี้สั้นกับหนี้ยาว](https://phygital.co.th/insights/how-to-read-balance-sheet-for-ceo) หมวดภาวะผู้นำเริ่มที่[สไตล์ผู้นำแต่ละช่วงธุรกิจ ความสำเร็จที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยน](https://phygital.co.th/insights/leadership-style-by-business-stage) หมวดเครือข่ายธุรกิจเริ่มที่[ทักษะ Networking ระดับผู้บริหาร สร้างเครือข่ายธุรกิจอย่างไรให้ใช้งานได้จริง](https://phygital.co.th/insights/executive-networking-skills) หมวดซื้อขายกิจการเริ่มที่[ซื้อหุ้นหรือซื้อทรัพย์สิน ผลขาดทุนสะสมของผู้ขายตามมาด้วยไหม](https://phygital.co.th/insights/ma-deal-structure-basics) และหมวดส่งไม้ต่อเริ่มที่[แผนสืบทอดธุรกิจครอบครัว บทเรียนจากการเปลี่ยน CEO 5,334 ครั้ง](https://phygital.co.th/insights/succession-planning-family-business) ส่วนอีกครึ่งของหมวด CEO Knowledge ที่ว่าด้วยความเชื่อ อ่านได้จาก[สายมูฉบับผู้บริหาร หกแกนความเชื่อ กับปีมะโรงที่เด็กเกิดเพิ่ม](https://phygital.co.th/insights/saimu-executive-mbti-fengshui-zodiac-birthday) และหน้ารวมทั้งสองส่วนอยู่ที่[ทุกเรื่องที่ CEO ต้องรู้ ทำไมคำบรรยายบุคลิกจึงตรงกับทุกคน](https://phygital.co.th/insights/ceo-knowledge-hub-mbti-fengshui-business-management)

## สรุป

ความรู้บริหารจัดการในหมวด CEO Knowledge แบ่งเป็นเก้าหมวด ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร บัญชี และการเงิน ไปจนถึงการซื้อขายกิจการและการส่งไม้ต่อ แต่ละหมวดลึกพอให้คุยกับผู้เชี่ยวชาญรู้เรื่อง งานทดลองของ Bloom และคณะในโรงงานสิ่งทออินเดียพบว่าคำปรึกษาด้านการบริหารทำให้ผลิตภาพขึ้น 17% ในปีแรก และอุปสรรคหลักคือโรงงานไม่รู้ว่ามีวิธีนั้นอยู่ ธุรกิจขนาดเล็กใช้บทเรียนนี้ได้ด้วยการเลือกเรื่องที่ค้างนานที่สุด อ่านหมวดที่ตรงกับเรื่องนั้น แล้วตัดสินให้จบภายในสองสัปดาห์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ผู้บริหารที่ไม่ได้จบบริหารธุรกิจต้องเรียนครบทุกหมวดไหม

ไม่ต้องครบพร้อมกัน แต่ควรรู้ว่ามีหมวดอะไรบ้าง เรื่องที่อันตรายที่สุดคือเรื่องที่เจ้าของยังไม่รู้ว่ามีอยู่ จึงไม่เคยตั้งคำถามกับมัน อ่านแผนที่ภาพรวมหนึ่งรอบ แล้วลงลึกเฉพาะหมวดที่ตรงกับสถานการณ์ตอนนั้น

### ธุรกิจเจ้าของคนเดียวที่ยังไม่มีพนักงานได้ประโยชน์จากชุดนี้ไหม

ได้ในบางหมวด บัญชี การเงิน และกฎหมายธุรกิจพื้นฐานใช้ได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการ หมวดโครงสร้างองค์กรและการบริหารคนมีประโยชน์เต็มที่เมื่อเริ่มจ้างคนแรก การอ่านไว้ก่อนช่วยให้วางระบบรับคนแรกได้รอบคอบขึ้น

### ความรู้เหล่านี้หาอ่านฟรีได้ทั่วไป ทำไมต้องอ่านเป็นชุด

สิ่งที่หายากคือลำดับและขอบเขต เนื้อหาแยกชิ้นมักเขียนจากมุมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงลงลึกเกินที่ผู้บริหารต้องใช้ในบางเรื่อง และข้ามบางเรื่องที่ผู้บริหารต้องรู้ การจัดเป็นชุดที่ความลึกเท่ากันช่วยให้เห็นภาพรวมในเวลาจำกัด

### ควรจ้างที่ปรึกษาแทนการอ่านเองไหม

สองอย่างทำคนละหน้าที่ ที่ปรึกษาให้ความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องและรับผิดชอบงานที่ต้องมีใบอนุญาต ความรู้ของผู้บริหารเองใช้ตรวจว่าคำแนะนำที่ได้ตรงกับเป้าหมายของธุรกิจหรือไม่ ผู้บริหารที่รู้พื้นฐานมักถามที่ปรึกษาได้ตรงจุดกว่า

### ความรู้บริหารจัดการกับเนื้อหาสายมูในหมวดเดียวกันเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ใช้คู่กันได้ เนื้อหาสายมูใช้กรอบความเชื่อเป็นจุดตั้งคำถามเรื่องสไตล์การทำงาน ส่วนเก้าหมวดนี้ให้เครื่องมือเชิงระบบสำหรับตัดสินใจด้วยข้อมูล ทั้งสองส่วนไม่ได้ทำหน้าที่ทำนายผลของธุรกิจ

### อ่านชุดนี้แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล

ขึ้นกับว่านำไปใช้กับเรื่องที่ค้างอยู่หรือไม่ ผู้บริหารที่เลือกหนึ่งเรื่องแล้วตัดสินให้จบภายในสองสัปดาห์จะเห็นผลเป็นเรื่องที่ปิดได้ ส่วนการอ่านโดยไม่ผูกกับเรื่องจริงมักไม่เปลี่ยนตัวเลขใดของกิจการ

## เรื่องที่ค้างการตัดสินใจนานที่สุดของธุรกิจคุณ ค้างเพราะขาดข้อมูลหรือขาดคนชี้ทาง

ทีม PHYGITAL AGENCY นั่งดูเรื่องที่ค้างกับเจ้าของกิจการ ตั้งตัวชี้วัดก่อนลงมือ แล้ววัดว่าวิธีใหม่ขยับตัวเลขได้จริงหรือไม่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
