# การตลาดคนชอบเที่ยวคาเฟ่ ร้านอิสระ 94.4% ในตลาดกาแฟไทย

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/cafe-hopping-marketing-thailand-coffee-market · เผยแพร่ 18 ตุลาคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

DBD ประเมินตลาดกาแฟไทยปี 2568 ที่ 65,000 ล้านบาท ร้านอิสระ 1-3 สาขาถือส่วนแบ่ง 94.4% นิติบุคคลธุรกิจกาแฟ 6,361 ราย ปี 2567 เปิดใหม่ 720 ราย เลิก 203 ราย

## Key Takeaways

- **รายงาน "จับกระแสกาแฟไทย" ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดือนมิถุนายน 2568 ระบุมูลค่าตลาดกาแฟไทย 65,000 ล้านบาท โต 8.33%** — ตัวเลขนี้มาจากนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยที่กล่าวเปิดงาน Thailand Coffee Fest 2025
- **ร้านอิสระที่เจ้าของบริหารเองหนึ่งถึงสามสาขามีส่วนแบ่ง 94.4% ของธุรกิจกาแฟทั่วประเทศ** — และร้านแบบตั้งเดี่ยว (Stand Alone) เป็นรูปแบบที่นิยมที่สุดในหกรูปแบบ
- **ถึง 30 มิถุนายน 2568 มีนิติบุคคลธุรกิจกาแฟที่ยังดำเนินกิจการ 6,361 ราย** — ปี 2567 จดทะเบียนใหม่ 720 ราย และเลิกกิจการ 203 ราย ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าตลาดร้านเครื่องดื่มปี 2569 จะโตราว 2%

กองข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกบทวิเคราะห์อุตสาหกรรมกาแฟประจำเดือนมิถุนายน 2568 ชื่อ "จับกระแสกาแฟไทย" รวมตัวเลขมูลค่าตลาด การนำเข้าส่งออก จำนวนนิติบุคคล การเปิดและเลิกกิจการ ไว้ในเอกสารชุดเดียว ข้อมูลส่วนที่มาจากทะเบียนของกรมเองนับเฉพาะนิติบุคคล ร้านที่เจ้าของจดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดาจึงไม่อยู่ในตัวเลขชุดนี้

คนที่ชอบตระเวนคาเฟ่เห็นร้านจากหน้าร้านจริง จากรูปในฟีด และจากหมุดแผนที่ ร้านที่อยู่รอดจึงต้องดูแลทั้งสองฝั่งพร้อมกัน ส่วนต่อไปนี้ไล่ตัวเลขใน[รายงานจับกระแสกาแฟไทยของ DBD](https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/fca162ab32d687dc015baa31.pdf) ทีละชุด แล้วต่อด้วยการประเมินตลาดร้านเครื่องดื่มของศูนย์วิจัยกสิกรไทย

## ตลาดกาแฟ 65,000 ล้านบาทในรายงานของ DBD

หน้าภาพรวมประเทศไทยในรายงานใส่มูลค่าตลาดกาแฟไทยไว้ที่ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อนหน้า และระบุที่มาว่าเป็นคำกล่าวเปิดงาน Thailand Coffee Fest 2025 ของนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย ไม่ใช่ตัวเลขที่กรมคำนวณจากงบการเงินเอง

หน้าเดียวกันแสดงการค้าระหว่างประเทศ ปี 2567 ไทยนำเข้ากาแฟ 5,697.51 ล้านบาท และส่งออก 2,101.99 ล้านบาท ส่วนห้าเดือนแรกของปี 2568 นำเข้าแล้ว 8,387.30 ล้านบาท สูงกว่าทั้งปี 2567 ขณะที่ส่งออก 2,411.88 ล้านบาท

### **ตลาดกาแฟไทยมีมูลค่าเท่าไร**

รายงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดือนมิถุนายน 2568 ใช้ตัวเลข 65,000 ล้านบาท โต 8.33% จากปีก่อน โดยอ้างคำกล่าวของนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยในงาน Thailand Coffee Fest 2025 ผู้ที่นำตัวเลขนี้ไปใช้ในแผนธุรกิจควรระบุทั้งชื่อรายงานของ DBD และแหล่งต้นทางที่รายงานอ้าง เพราะเป็นตัวเลขประมาณการของสมาคม ไม่ได้มาจากการสำรวจยอดขายของรัฐ

### ตัวเลขที่ไม่ได้ใช้

ชื่อบทความเดิมใช้มูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาทสำหรับตลาดร้านกาแฟ ซึ่งค้นไม่พบต้นทางที่ระบุปีและผู้คำนวณ จึงตัดออก ตัวเลขที่ใช้ในบทนี้ทุกชุดมาจากเอกสารที่เปิดดูได้ คือรายงานของ DBD และบทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย เมื่อตัวเลขสองชุดวัดคนละขอบเขต บทนี้ระบุไว้ทุกครั้งว่าแต่ละชุดนับอะไรและไม่ได้นับอะไร เพื่อให้ผู้อ่านไม่เอาไปบวกหรือเทียบกันตรง ๆ

## ร้านอิสระหกรูปแบบ

รายงานแบ่งธุรกิจร้านกาแฟเป็นสองประเภท คือแฟรนไชส์หรือเชนที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ กับร้านอิสระที่เจ้าของบริหารเองหนึ่งถึงสามสาขา กลุ่มหลังมีส่วนแบ่งทางการตลาด 94.4% ของธุรกิจกาแฟทั่วประเทศ รายงานไม่ได้ระบุว่าส่วนแบ่งนี้วัดจากจำนวนร้านหรือยอดขาย ร้านอิสระแยกได้หกรูปแบบ

1. **จักรยานขายกาแฟ** (Mobile Coffee Bike)
2. **รถขายกาแฟ** (Coffee Car หรือ Truck)
3. **บูธ ซุ้ม หรือแผงลอย**
4. **คีออสก์** (Kiosk)
5. **ร้านที่ฝังอยู่ในพื้นที่ของธุรกิจอื่น** (Fit In)
6. **ร้านตั้งเดี่ยว** (Stand Alone) ซึ่งรายงานระบุว่านิยมที่สุด

### **ร้านกาแฟอิสระต่างจากแฟรนไชส์อย่างไร**

รายงานของ DBD สรุปว่าแฟรนไชส์มีฐานลูกค้า สูตรเครื่องดื่ม และระบบหลังร้านให้ แต่ร้านปรับกลยุทธ์ สินค้า การตกแต่ง และวัตถุดิบเองไม่ได้ และมีข้อผูกมัดตามสัญญา ส่วนร้านอิสระปรับตัวได้ยืดหยุ่นกว่าและเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ แต่แข่งขันสูงมาก และอาจคืนทุนช้ากว่าถ้าไม่มีกลยุทธ์การตลาดที่ดี

### ร้านที่ขายประสบการณ์

ตัวอย่างร้านกาแฟพิเศษในรายงานมีสองแนว แนวแรกตั้งราคาแก้วละ 200-1,000 บาท มีสาขาน้อยในย่านใจกลางเมือง และสร้างชื่อจากการบอกต่อ แนวที่สองตั้งราคา 100-200 บาท มีโรงคั่วของตัวเอง เปิดเวิร์กช็อปสอนชงกาแฟ และออกแบบแต่ละสาขาให้ต่างกัน เพื่อดึงทั้งคนที่ตั้งใจมาชิมกาแฟและคนที่มาถ่ายรูป เกณฑ์ชนิดกาแฟคั่วที่ร้านใช้บอกลูกค้าอยู่ใน[Specialty Coffee เชียงใหม่ เกณฑ์กาแฟแท้ในประกาศฉบับที่ 197](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-specialty-coffee-value-chain-location)

## นิติบุคคลธุรกิจกาแฟ 6,361 ราย

DBD นับนิติบุคคลในธุรกิจกาแฟตามรหัสประเภทธุรกิจ (TSIC) สองกลุ่ม กลุ่มผลิตคือการคั่วและผลิตกาแฟ กับเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม กลุ่มขายคือร้านขายปลีกเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (รหัส 47222) และร้านบริการเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในร้าน เช่นคอฟฟี่ช็อป (รหัส 56302)

ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2568 มีนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 6,361 ราย เป็นกลุ่มผลิต 811 ราย กลุ่มขาย 5,550 ราย แยกตามขนาดเป็นธุรกิจขนาดเล็ก 6,105 ราย ขนาดกลาง 188 ราย และขนาดใหญ่ 68 ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจำกัด 4,986 ราย หรือ 78.39%

### **ร้านกาแฟนิติบุคคลอยู่ภาคไหนมากที่สุด**

กรุงเทพมหานครมีมากที่สุด 2,078 ราย หรือ 32.67% รองลงมาคือภาคกลาง 1,407 ราย หรือ 22.12% และภาคเหนือ 794 ราย หรือ 12.48% ตัวเลขนี้นับตามที่ตั้งสำนักงานที่จดทะเบียน ไม่ใช่ที่ตั้งของทุกสาขา ร้านที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่เปิดสาขาต่างจังหวัดจึงนับอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งหมด

### รายได้กับกำไรของทั้งกลุ่ม

รายได้รวมของนิติบุคคลธุรกิจกาแฟปีงบการเงิน 2567 อยู่ที่ 206,750.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.70% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 7,928.84 ล้านบาท ลดลง 8.69% รายงานอธิบายว่าอุตสาหกรรมนี้มีผู้ประกอบการจำนวนมาก การแข่งขันสูง และโปรโมชันที่แข่งกันแรงอาจกดรายได้ของผู้ประกอบการ รายได้ก้อนนี้รวมกลุ่มผลิตซึ่งมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ด้วย จึงนำไปเทียบกับมูลค่าตลาด 65,000 ล้านบาทตรง ๆ ไม่ได้

## เปิดใหม่ 720 ราย เลิก 203 ราย

ปี 2567 มีการจดทะเบียนนิติบุคคลธุรกิจกาแฟใหม่ 720 ราย เป็นกลุ่มผลิต 95 ราย กลุ่มขาย 625 ราย ทุกรายเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ทุนจดทะเบียนรวม 1,377.98 ล้านบาท ปีเดียวกันมีผู้เลิกกิจการ 203 ราย และช่วงห้าปี 2563-2567 เลิกกิจการสะสม 915 ราย

ครึ่งแรกของปี 2568 มีการจดทะเบียนใหม่ 415 ราย เพิ่มขึ้น 34 ราย หรือ 8.92% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 แต่ทุนจดทะเบียนรวมลดลง 33.72% เหลือ 577.21 ล้านบาท แปลว่าร้านที่เปิดใหม่ในครึ่งปีนั้นลงทุนเริ่มต้นต่อรายน้อยลง

415 รายของครึ่งปีแรกเป็นกลุ่มผลิต 43 ราย และกลุ่มขาย 372 ราย ทุนจดทะเบียนของกลุ่มขายรวม 499.96 ล้านบาท แยกตามรูปแบบนิติบุคคลเป็นบริษัทจำกัด 352 ราย และห้างหุ้นส่วน 63 ราย ส่วนการเลิกกิจการปี 2567 ทั้ง 203 รายมีทุนจดทะเบียนรวม 271.40 ล้านบาท ลดลง 22.61% จากปีก่อน รายที่เลิกในปีนั้นจึงมีทุนรวมน้อยกว่าปี 2566

รูปแบบนิติบุคคลของทั้ง 6,361 รายที่ยังดำเนินกิจการแยกเป็นบริษัทจำกัด 4,986 ราย ห้างหุ้นส่วน 1,371 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 4 ราย ร้านที่คิดจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจึงอยู่ในกลุ่มที่ส่วนใหญ่เลือกรูปแบบบริษัทจำกัด ซึ่งมีภาระยื่นงบการเงินทุกปี

### **ธุรกิจกาแฟเปิดใหม่และปิดตัวปีละกี่ราย**

ตามรายงานของ DBD ปี 2567 นิติบุคคลธุรกิจกาแฟเปิดใหม่ 720 ราย และเลิกกิจการ 203 ราย คิดเป็นเปิดใหม่ประมาณสามรายครึ่งต่อหนึ่งรายที่เลิก ห้าปี 2563-2567 เลิกกิจการรวม 915 ราย ตัวเลขทั้งหมดนับเฉพาะนิติบุคคล ร้านเล็กจำนวนมากที่จดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดาจึงไม่ปรากฏในสถิติชุดนี้

### ความหมายสำหรับคนจะเปิดร้าน

ตัวเลขเปิดใหม่ที่สูงกว่าเลิกกิจการหลายเท่าบอกว่าร้านใหม่ยังเข้ามาต่อเนื่อง และรายงานเตือนเองว่าโปรโมชันที่แข่งกันแรงกดรายได้ของผู้ประกอบการ ร้านที่เปิดใหม่ในย่านที่มีร้านอยู่แล้วต้องมีเหตุผลอื่นนอกจากราคาให้ลูกค้าเดินเข้าร้าน ร้านกาแฟเป็นสถานที่จำหน่ายอาหารตามกฎหมายสาธารณสุข ป้ายรับรองสุขาภิบาลที่ร้านขอได้อธิบายไว้ใน[การตลาดนักชิม ป้าย SAN ที่มาแทน Clean Food Good Taste](https://phygital.co.th/insights/foodie-marketing-thailand-restaurant-review-influencer)

## ร้านเครื่องดื่มในบทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อ 15 ตุลาคม 2568 คาดว่าตลาดร้านเครื่องดื่มทั้งปี 2568 จะมีมูลค่า 56,900 ล้านบาท โต 5.0% จากปี 2567 เหตุผลหลักคือราคาเฉลี่ยที่ขึ้นตามต้นทุน และร้านกลุ่มพรีเมียมที่เปิดใหม่ แต่ศูนย์วิจัยระบุว่าเป็นการเติบโตที่ไม่ทั่วถึง

สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยคาดว่ามูลค่าตลาดจะโตประมาณ 2% ชะลอลงท่ามกลางปัจจัยท้าทายเรื่องกำลังซื้อ การแข่งขัน ต้นทุน และเทรนด์การบริโภค รายละเอียดอยู่ใน[บทวิเคราะห์ธุรกิจร้านเครื่องดื่มของศูนย์วิจัยกสิกรไทย](https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/DrinkShop-CIS3615-FB-15-10-25.aspx)

### **ร้านเครื่องดื่มปี 2569 จะโตกี่เปอร์เซ็นต์**

บทวิเคราะห์เดือนตุลาคม 2568 ให้ตัวเลขไว้ราว 2% จากฐานปี 2568 ที่ประเมินไว้ 56,900 ล้านบาท ต่ำกว่าอัตรา 5.0% ของปี 2568 ตัวเลขนี้เป็นของร้านเครื่องดื่มทุกประเภท ไม่ได้แยกร้านกาแฟออกมา และคนละชุดกับมูลค่าตลาดกาแฟ 65,000 ล้านบาทของสมาคมที่รวมเมล็ดและอุปกรณ์ด้วย

### สองตัวเลขที่วัดคนละอย่าง

ตัวเลขของสมาคมกาแฟพิเศษไทยวัดตลาดกาแฟทั้งห่วงโซ่ ส่วนตัวเลขของศูนย์วิจัยกสิกรไทยวัดยอดขายหน้าร้านเครื่องดื่มทุกชนิด เอกสารนำเสนอที่ใส่สองตัวเลขนี้คู่กันควรบอกผู้อ่านว่าวัดคนละขอบเขต ร้านที่อยู่ในปั๊มน้ำมันกับร้านนอกปั๊มมีโครงสร้างต่างกันอีกชั้น [คาเฟ่อเมซอน ร้านนอกปั๊ม 2,301 สาขา กับร้านในปั๊ม 2,404 สาขา](https://phygital.co.th/insights/cafe-amazon-case-study-network-expansion-strategy) เป็นตัวอย่างเชนที่แยกสองแบบนี้ให้เห็นชัด

## ข้อมูลทางการที่คนจะเปิดคาเฟ่ค้นเองได้

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและศูนย์วิจัยของธนาคารเผยแพร่ข้อมูลที่คนจะเปิดร้านเปิดดูได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ห้าชุดนี้ตอบคำถามคนละข้อก่อนตัดสินใจเรื่องขนาดร้านและทำเล

1. **รายงานจับกระแสกาแฟไทยของ DBD** สำหรับภาพรวมตลาด การนำเข้าส่งออก และจำนวนนิติบุคคล
2. **ฐานข้อมูล DBD DataWarehouse+** ค้นนิติบุคคลตามรหัส 56302 หรือ 47222 รายจังหวัด พร้อมงบการเงินที่ยื่นแล้ว
3. **บทวิเคราะห์ร้านเครื่องดื่มของศูนย์วิจัยกสิกรไทย** สำหรับอัตราโตของยอดขายหน้าร้าน
4. **ข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องสถานที่จำหน่ายอาหาร** สำหรับค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขของพื้นที่ที่จะเปิด
5. **แนวทาง SAN ของกรมอนามัย** สำหรับสิ่งที่ต้องทำถ้าอยากได้ป้ายรับรองสุขาภิบาล

## สรุป

รายงานจับกระแสกาแฟไทยของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดือนมิถุนายน 2568 ใช้มูลค่าตลาดกาแฟ 65,000 ล้านบาทตามคำกล่าวของนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย และระบุว่าร้านอิสระหนึ่งถึงสามสาขามีส่วนแบ่ง 94.4% ถึง 30 มิถุนายน 2568 มีนิติบุคคลธุรกิจกาแฟ 6,361 ราย ปี 2567 เปิดใหม่ 720 ราย เลิก 203 ราย ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าร้านเครื่องดื่มปี 2569 โตราว 2% หลังปี 2568 มีมูลค่า 56,900 ล้านบาท ตัวเลขทุกชุดวัดคนละขอบเขต จึงต้องบอกที่มากำกับทุกครั้งที่ใช้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ร้านกาแฟต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไหม

ไม่ต้อง ร้านเปิดในนามบุคคลธรรมดาได้ ตัวเลข 6,361 รายในรายงานของ DBD จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร้านกาแฟทั้งหมด การเลือกรูปแบบขึ้นอยู่กับขนาดลงทุน จำนวนหุ้นส่วน และแผนขยายสาขา ซึ่งควรปรึกษาผู้ทำบัญชี

### คาเฟ่ที่ขายเบเกอรีด้วยจัดอยู่ในรหัสธุรกิจไหน

รายงานของ DBD นับร้านที่บริการเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เป็นหลักในร้านไว้ในรหัส 56302 ถ้ารายได้หลักมาจากอาหาร ร้านอาจจดอยู่ในรหัสกลุ่มร้านอาหาร ผู้จดทะเบียนเลือกรหัสตามกิจกรรมหลักของตัวเอง

### ส่วนแบ่ง 94.4% ของร้านอิสระหมายความว่าเชนมีส่วนแบ่งแค่ 5.6% ใช่ไหม

รายงานระบุตัวเลข 94.4% ของร้านอิสระไว้ แต่ไม่ได้บอกวิธีวัด ถ้าวัดจากจำนวนร้าน เชนที่มีหลายพันสาขาก็ยังเป็นส่วนน้อยของร้านทั้งประเทศได้ การอ่านว่าเป็นส่วนแบ่งยอดขายจึงเกินกว่าที่รายงานบอก

### นำเข้ากาแฟห้าเดือนแรกปี 2568 สูงกว่าทั้งปี 2567 แปลว่าอะไร

รายงานแสดงตัวเลขมูลค่านำเข้า 8,387.30 ล้านบาทในห้าเดือนแรก เทียบกับ 5,697.51 ล้านบาทของทั้งปี 2567 แต่ไม่ได้แยกว่ามาจากปริมาณหรือราคาเมล็ดที่เปลี่ยน ร้านที่ใช้เมล็ดนำเข้าควรติดตามราคาจากผู้ขายเมล็ดโดยตรง

### คนจะเปิดคาเฟ่ในเชียงใหม่ใช้ตัวเลขภาคเหนือ 794 รายได้ไหม

ใช้เป็นภาพกว้างได้ แต่ 794 รายนับรวมทุกจังหวัดในภาคเหนือและนับเฉพาะนิติบุคคล การประเมินคู่แข่งในย่านที่จะเปิดต้องเดินดูพื้นที่จริงและค้นร้านในแผนที่ประกอบกัน

### ร้านกาแฟต้องขอใบอนุญาตอะไรก่อนเปิด

ร้านที่ขายเครื่องดื่มและอาหารต้องมีใบอนุญาตจากท้องถิ่น (หรือหนังสือรับรองการแจ้ง) สำหรับสถานที่จำหน่ายอาหาร ตามข้อบัญญัติของแต่ละพื้นที่ ผังร้านและครัวที่ต้องทำตามกฎกระทรวงสุขลักษณะอยู่ใน[ออกแบบร้านอาหารและคาเฟ่ ผังครัวตามกฎกระทรวงสุขลักษณะ 2561](https://phygital.co.th/insights/cafe-restaurant-interior-design-agency)

## คาเฟ่ที่ลูกค้าจำได้คือร้านที่มีเหตุผลให้กลับมานั่งอีกรอบ ไม่ใช่ร้านที่ถ่ายรูปครั้งเดียวแล้วจบ

PHYGITAL AGENCY วางกิจกรรมในร้านให้ต่อกับรายชื่อลูกค้าออนไลน์ เพื่อให้คนที่มาครั้งแรกรู้ว่าจะกลับมาเมื่อไรและเพราะอะไร

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
