# Brand Safety คืออะไร ตั้งตัวกรองเนื้อหาบน Meta และ TikTok

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/brand-safety-explained · เผยแพร่ 2 มิถุนายน 2568 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Brand Safety บน Meta และ TikTok ใช้ตัวกรองคลังเนื้อหาสามระดับ Meta ตั้ง Expanded ไว้ให้ก่อน และทั้งสองแพลตฟอร์มเขียนว่าตัวกรองไม่ได้รับประกันผล

## Key Takeaways

- **Meta และ TikTok ให้แบรนด์เลือกตัวกรองคลังเนื้อหาได้สามระดับ ระดับที่แคบที่สุดตัดเนื้อหาอ่อนไหวออกมากที่สุด** — Meta เขียนไว้ว่าระดับกลางและระดับแคบลดการเข้าถึงและอาจทำให้ค่าโฆษณาสูงขึ้น ส่วนบัญชีใหม่ของ Meta ถูกตั้งไว้ที่ระดับกว้างสุดเป็นค่าตั้งต้น
- **ทั้งสองแพลตฟอร์มเขียนชัดว่าตัวกรองไม่รับประกันว่าโฆษณาจะไม่ไปอยู่ข้างเนื้อหาที่แบรนด์ไม่ต้องการ** — แบรนด์จึงต้องเปิดรายงานตำแหน่งที่โฆษณาแสดงหลังยิงแคมเปญ แล้วเพิ่มรายการบล็อกผู้เผยแพร่เอง
- **สมาคมผู้ลงโฆษณาโลก (WFA) ยุติ GARM เมื่อ 9 สิงหาคม 2567** — กรอบ Brand Safety Floor ที่แพลตฟอร์มยังอ้างอิงจึงไม่มีองค์กรกลางดูแลต่อ แบรนด์ต้องเขียนเกณฑ์ความเหมาะสมของตัวเองไว้เป็นเอกสาร

โฆษณาของร้านไปโผล่ก่อนคลิปข่าวอาชญากรรม ลูกค้าแคปหน้าจอส่งมาในแชตพร้อมถามว่าร้านสนับสนุนเนื้อหาแบบนี้หรือ เจ้าของร้านเปิด Ads Manager แล้วไม่รู้ว่าต้องแก้ตรงไหน เพราะไม่เคยเลือกตำแหน่งแสดงผลเองเลย หัวข้อต่อไปไล่ตั้งแต่ความหมายของ Brand Safety ตัวกรองที่ Meta และ TikTok เปิดให้ตั้ง รายการบล็อกที่ใช้ได้กับบางตำแหน่ง ไปจนถึงรายงานที่บอกว่าโฆษณาไปแสดงที่ไหนมาแล้ว

การตั้งค่าทั้งหมดยกจากหน้าช่วยเหลือของ Meta และ TikTok ฉบับที่ขึ้นอยู่ปลายเดือนกันยายน 2569 ได้แก่[หน้าเกี่ยวกับตัวกรองคลังเนื้อหาของ Meta](https://www.facebook.com/business/help/3001448133206080) [หน้าตัวกรองคลังเนื้อหาของ TikTok](https://ads.tiktok.com/help/article/tiktok-inventory-filter) และ[หน้าการตัดหมวดเนื้อหาของ TikTok](https://ads.tiktok.com/help/article/about-category-exclusion) ส่วนประวัติของกรอบมาตรฐานกลางมาจาก[ประกาศยุติ GARM ของ WFA](https://wfanet.org/knowledge/item/2024/08/09/wfa-discontinues-garm)

## ความปลอดภัยกับความเหมาะสมของตำแหน่งโฆษณา

Brand Safety คือการกันไม่ให้โฆษณาไปแสดงข้างหรือในเนื้อหาที่ไม่ควรมีโฆษณาของใครเลย เช่น การก่อการร้าย ภาพโป๊เปลือยทั้งตัว ความรุนแรงเกินเหตุ หรือข้อมูลเท็จที่ผู้ตรวจข้อเท็จจริงภายนอกยืนยันแล้ว แพลตฟอร์มตัดเนื้อหากลุ่มนี้ออกให้ทุกบัญชีโดยไม่ต้องตั้งค่า หน้าช่วยเหลือของ Meta เรียกเนื้อหากลุ่มนี้ว่าเนื้อหาที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานชุมชน

Brand Suitability คือขั้นถัดไป เป็นการเลือกว่าเนื้อหาที่ถูกกฎของแพลตฟอร์มแล้ว แบบไหนเข้ากับแบรนด์ของเรา ร้านขายของเล่นเด็กกับร้านขายอุปกรณ์มวยไทยตอบคำถามนี้ไม่เหมือนกัน คลิปชกมวยเป็นเนื้อหาที่ถูกกฎ แต่ร้านของเล่นอาจไม่อยากให้โฆษณาไปอยู่ข้างคลิปนั้น ขณะที่ร้านอุปกรณ์มวยอยากอยู่ตรงนั้นที่สุด ตัวกรองทั้งหมดในบทนี้ทำงานในชั้นความเหมาะสม

### กรอบมาตรฐานกลางที่ไม่มีคนดูแลแล้ว

คำว่า Brand Safety Floor และกรอบความเหมาะสมที่แพลตฟอร์มอ้างถึงมาจาก Global Alliance for Responsible Media หรือ GARM ซึ่ง WFA ตั้งขึ้นในปี 2562 หลังเหตุกราดยิงมัสยิดที่ไครสต์เชิร์ช นิวซีแลนด์ ซึ่งผู้ก่อเหตุถ่ายทอดสดผ่าน Facebook ประกาศของ WFA ระบุว่าเครื่องมือของ GARM ช่วยลดสัดส่วนโฆษณาที่ไปสนับสนุนเนื้อหาอันตรายหรือผิดกฎหมายจาก 6.1% ในปี 2563 เหลือ 1.7% ในปี 2566

WFA ประกาศยุติ GARM เมื่อ 9 สิงหาคม 2567 โดยให้เหตุผลว่าข้อกล่าวหาที่ตีความวัตถุประสงค์ของ GARM ผิดไปทำให้องค์กรขนาดเล็กที่ไม่แสวงกำไรนี้เสียทรัพยากรและเงินทุนจนไปต่อไม่ได้ หน้าช่วยเหลือของ Meta ยังเขียนว่านโยบายของตนสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรื่อง Brand Safety Floor และกรอบความเหมาะสม และ TikTok ก็ยังเขียนว่าพาร์ตเนอร์ตรวจสอบของตนรายงานผลตามกรอบของ GARM ผลในทางปฏิบัติคือกรอบยังถูกใช้อยู่ แต่ไม่มีองค์กรกลางปรับปรุงมันแล้ว แบรนด์ที่อยากรู้ว่าตัวเองยอมรับเนื้อหาแบบไหนจึงต้องเขียนเกณฑ์ขึ้นเอง

## ตัวกรองสามระดับบน Meta

Meta เรียกเครื่องมือนี้ว่า inventory filter หรือตัวกรองคลังเนื้อหา ใช้ควบคุมระดับความอ่อนไหวของเนื้อหาที่โฆษณาจะไปอยู่ข้าง ๆ หรืออยู่ภายใน แยกตั้งได้สามกลุ่มตำแหน่ง

| กลุ่มตำแหน่ง    | ตำแหน่งที่ครอบคลุม                                                   |
| ---------------- | ---------------------------------------------------------------------- |
| โฆษณาในฟีด     | ฟีด Facebook และ Instagram โฆษณาในฟีด Reels และโฆษณาในฟีด Threads |
| โฆษณาในเนื้อหา | Facebook in-stream reels และโฆษณาบน Facebook Reels                   |
| Audience Network | แอปภายนอกที่อยู่ในเครือข่ายโฆษณาของ Meta                       |

แต่ละกลุ่มเลือกได้สามระดับ

1. **Expanded** แสดงโฆษณาข้างเนื้อหาทุกชิ้นที่ผ่านนโยบายการสร้างรายได้จากเนื้อหาของ Meta ได้การเข้าถึงมากที่สุด และเป็นค่าตั้งต้นของทุกบัญชี
2. **Moderate** ตัดเนื้อหาที่อ่อนไหวสูงออก หน้าช่วยเหลือเตือนว่าระดับนี้ลดการเข้าถึงและอาจทำให้ค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น
3. **Limited** ตัดเนื้อหาอ่อนไหวออกมากขึ้นอีกชั้น รวมถึงวิดีโอถ่ายทอดสดทั้งหมด การเข้าถึงลดลงและค่าโฆษณาอาจสูงขึ้นเช่นกัน

ตัวกรองสำหรับโฆษณาในฟีดรองรับเนื้อหาภาษาไทย ตามรายชื่อภาษาที่หน้าช่วยเหลือระบุ ร้านที่ลูกค้าเป็นคนไทยจึงใช้ตัวกรองนี้กับเนื้อหาภาษาไทยได้ ตั้งค่าได้สองทาง ทางแรกตั้งตอนสร้างชุดโฆษณาใน Ads Manager ที่ส่วนตำแหน่งแสดงผล กด Show more options แล้วแก้ Inventory filter ทางที่สองตั้งทั้งบัญชีจาก Brand Safety and Suitability Center ในแท็บ Controls ถ้าเปิดแล้วไม่เห็นตัวเลือกนี้ หน้าช่วยเหลือบอกให้ติดต่อตัวแทนบัญชีของ Meta เพราะฟีเจอร์ทยอยเปิดทีละบัญชี

### ระดับกลางเหมาะกับร้านส่วนใหญ่หรือยัง

ร้านที่ขายของทั่วไปและไม่มีข้อกำหนดพิเศษ เริ่มที่ Moderate แล้วดูรายงานตำแหน่งหลังยิงสองสัปดาห์เป็นจุดเริ่มที่สมเหตุสมผล ระดับนี้ตัดเนื้อหากลุ่มที่อ่อนไหวสูงออกไปแล้ว และยังเหลือคลังเนื้อหากว้างพอให้ระบบหาคนเจอ ส่วน Limited เหมาะกับแบรนด์ที่ลูกค้าเป็นเด็ก สินค้าทางการเงิน หรือบริการสุขภาพ ที่ภาพลักษณ์เสียหายได้ง่ายกว่าค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้น การเลือกระดับเป็นการแลกกันระหว่างการเข้าถึงกับการคุมบริบท ร้านจึงควรจดไว้ว่าเลือกระดับไหนเพราะอะไร เพื่อเทียบกับผลแคมเปญรอบถัดไป

## TikTok ตัดหมวดเนื้อหาเพิ่มได้สี่หมวด

TikTok มีตัวกรองคลังเนื้อหาสามระดับเช่นกัน หน้าช่วยเหลือที่ปรับปรุงเมื่อเมษายน 2568 อธิบายไว้ดังนี้

| ระดับ              | สิ่งที่ TikTok บอกว่าจะเกิดขึ้น                                                                               |
| ------------------ | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ |
| Expanded Inventory | โฆษณาไม่ไปอยู่ข้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอย่างชัดแจ้ง แต่อาจอยู่ข้างเนื้อหาที่มีธีมสำหรับผู้ใหญ่ |
| Standard Inventory | โฆษณาอยู่ข้างเนื้อหาที่เหมาะกับแบรนด์ส่วนใหญ่ และอาจมีธีมสำหรับผู้ใหญ่บ้าง                          |
| Limited Inventory  | โฆษณาอยู่ข้างเนื้อหาที่ไม่มีธีมสำหรับผู้ใหญ่                                                               |

ตารางละเอียดในหน้าเดียวกันแยกเนื้อหาเป็นหมวด บางหมวดถูกตัดทุกระดับ เช่น เนื้อหาเชิดชูการก่อการร้าย และเนื้อหาที่ไม่เคารพศาสนสถานหรือวัฒนธรรมท้องถิ่น บางหมวดถูกตัดเฉพาะระดับ Limited เช่น เนื้อหาเรื่องยาเสพติดในบริบทบันเทิงหรือให้ความรู้ ซึ่งระดับ Expanded และ Standard ยังนับรวมอยู่ เนื้อหาที่ผิดแนวทางชุมชน ข้อกำหนดการใช้งาน หรือนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาของ TikTok ถูกตัดออกโดยอัตโนมัติทุกระดับ

### Category Exclusion ใช้กับแคมเปญแบบไหนได้

TikTok เปิดให้ตัดหมวดเนื้อหาเพิ่มบนตัวกรองได้อีกชั้น หน้าช่วยเหลือที่ปรับปรุงเมื่อกันยายน 2568 ระบุว่าเลือกได้สูงสุดสี่หมวด คือเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน การพนันและลอตเตอรี่ วิดีโอเกมที่มีความรุนแรง และกีฬาต่อสู้ เช่น มวย คาราเต้ หรือกังฟู การตั้งทำที่ขั้นสร้างกลุ่มโฆษณา ในส่วน Placements and brand safety ต้องเลือกระดับ Standard หรือ Limited ก่อน แล้วจึงเลือกหมวดที่ต้องการตัด

เงื่อนไขที่ร้านขายของออนไลน์ต้องรู้คือ ฟีเจอร์นี้ใช้กับแคมเปญ Performance Auction ที่มีเป้าหมายการเข้าชม ติดตั้งแอป การแปลงบนเว็บ หรือเก็บลีด แต่หน้าช่วยเหลือเขียนไว้ว่าไม่รวมเป้าหมายยอดขายสินค้า ร้านที่ยิงแคมเปญยอดขายสินค้าผ่านแค็ตตาล็อกจึงอาจไม่เห็นตัวเลือกนี้ในแคมเปญนั้น ร้านอุปกรณ์มวยไทยที่กล่าวถึงข้างบนก็ไม่ควรตัดหมวดกีฬาต่อสู้ เพราะคนที่ดูคลิปมวยคือลูกค้าของร้านเอง

## รายการบล็อกผู้เผยแพร่และรายงานตำแหน่ง

ตัวกรองคุมชนิดของเนื้อหา แต่ไม่ได้บล็อกเพจหรือแอปรายตัว หน้าช่วยเหลือของ Meta แยกเครื่องมือบล็อกไว้สองแบบ

1. **Publisher block list** กันไม่ให้โฆษณาแสดงบนเพจ โปรไฟล์ หรือแอปที่ระบุ ใช้กับแอปใน Audience Network, Facebook in-stream reels, ฟีดโปรไฟล์ Facebook, โฆษณาบน Facebook Reels และฟีดโปรไฟล์ Instagram
2. **Content block list** กันไม่ให้โฆษณาอยู่ใกล้เนื้อหาที่แบรนด์เห็นว่าไม่เหมาะ ใช้กับโฆษณาในฟีดและฟีด Reels ของ Facebook และ Instagram รวมถึงฟีด Threads แต่ต้องสร้างและใช้ผ่านพาร์ตเนอร์ด้านความเหมาะสมของแบรนด์ที่ Meta รับรอง

ร้านส่วนใหญ่ทำแบบแรกได้เอง ไฟล์รายการบล็อกผู้เผยแพร่ต้องเป็นไฟล์ชนิด csv หรือ txt และ[หน้าวิธีสร้างรายการบล็อกของ Meta](https://www.facebook.com/business/help/1314478651899918) ระบุว่าไฟล์หนึ่งยาวได้ไม่เกิน 10,000 บรรทัดเพราะข้อจำกัดทางเทคนิค ถ้าจะบล็อกเพจ Facebook สำหรับ in-stream reels ต้องใส่ URL ในรูป [www.facebook.com/](http://www.facebook.com/) ตามด้วยเลขประจำเพจ ไม่ใช่ชื่อเพจ

### รายงานบอกอะไร และช้ากี่วัน

[หน้ารายงานการแสดงผลของ Meta](https://www.facebook.com/business/help/1547244292106324) อธิบายว่ารายงานระดับผู้เผยแพร่มีให้ในตำแหน่ง Facebook in-stream reels, โฆษณาบน Facebook Reels, วิดีโอรับรางวัลและแบนเนอร์ของ Audience Network, ฟีด Facebook และฟีด Reels ของ Facebook สำหรับสองตำแหน่งหลัง รายงานแสดงเฉพาะเนื้อหายอดนิยม 100 โพสต์แรกตามจำนวนการแสดงผลในช่วง 15 วันล่าสุด ข้อมูลทั้งหมดช้าราว 3 ถึง 5 วัน การดาวน์โหลดรายงานจาก Brand Safety and Suitability Center ต้องมีพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ

ตัวเลขช้า 3 ถึง 5 วันแปลว่าร้านที่ยิงแคมเปญสั้นช่วงเทศกาลอาจเห็นปัญหาหลังแคมเปญจบไปแล้ว การตรวจครั้งแรกจึงควรทำในสัปดาห์แรกของแคมเปญยาว แล้วเอาเพจที่เจอไปใส่รายการบล็อกก่อนแคมเปญถัดไป บางแถวในรายงานเป็นผู้เผยแพร่ที่ขอไม่เปิดชื่อ Meta บอกว่าผู้เผยแพร่กลุ่มนี้ผ่านการตรวจแบบเดียวกับรายอื่น และให้ดาวน์โหลดรายชื่อทั้งหมดไปพิจารณาบล็อกเองได้ ตำแหน่งบน YouTube และเครือข่ายของ Google ใช้การตั้งค่าอีกชุด ซึ่งอธิบายไว้ใน[YouTube Ads รูปแบบวิดีโอ สเปกไฟล์ และเนื้อหาที่โฆษณาไปแสดง](https://phygital.co.th/insights/youtube-ads-deep-dive-thailand-2026)

## ตัวกรองลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้รับประกัน

ก่อนนำไปตั้งค่าจริง มีห้าเรื่องที่บทนี้ตอบได้ไม่ครบ

1. **ทั้งสองแพลตฟอร์มปฏิเสธการรับประกันไว้เอง** Meta เขียนว่าไม่มีการรับประกันว่าเนื้อหาและผู้เผยแพร่ทั้งหมดจะตรงกับมาตรฐานความเหมาะสมของแต่ละแบรนด์ TikTok เขียนว่าจะใช้ความพยายามตามสมควร แต่รับประกันไม่ได้ว่าเนื้อหาที่ตัดออกจะไม่ไปอยู่ข้างโฆษณา
2. **ฟีเจอร์ทยอยเปิด** หน้าช่วยเหลือของ Meta เขียนไว้ทุกหน้าว่าบางบัญชีอาจยังไม่เห็นตัวเลือกเหล่านี้ เมนูที่บรรยายในบทจึงอาจต่างจากหน้าจอของบางร้าน
3. **ตัวเลข 6.1% และ 1.7% เป็นตัวเลขที่ WFA รายงานเอง** เป็นภาพรวมของสมาชิกและแพลตฟอร์มที่เข้าร่วม ไม่ใช่ค่าที่ใช้กับบัญชีโฆษณาของร้านในไทย
4. **ไม่มีตัวเลขว่าตัวกรองแต่ละระดับทำให้ค่าโฆษณาขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์** หน้าช่วยเหลือเขียนเพียงว่าอาจเพิ่มขึ้น ร้านต้องวัดจากบัญชีของตัวเองก่อนและหลังเปลี่ยน
5. **บทนี้ไม่ครอบคลุมการซื้อสื่อแบบโปรแกรมมาติกผ่านเครื่องมือซื้อสื่อภายนอก** ซึ่งมีเครื่องมือตรวจสอบและมาตรฐานความโปร่งใสอีกชุด

## ห้าข้อตั้งค่าก่อนยิงแคมเปญถัดไป

1. **เขียนเกณฑ์ความเหมาะสมหนึ่งหน้า** ระบุหมวดที่แบรนด์ไม่อยากอยู่ใกล้ และหมวดที่ถูกกฎแต่แบรนด์ยอมรับได้ เช่น ข่าวทั่วไปหรือคลิปกีฬา
2. **เลือกระดับตัวกรองแยกตามกลุ่มตำแหน่ง** ฟีด โฆษณาในเนื้อหา และ Audience Network ตั้งคนละระดับได้ แล้วจดเหตุผลไว้ในเอกสารเดียวกับเกณฑ์
3. **บน TikTok เลือกหมวดที่จะตัดจากสี่หมวดให้ตรงกับเกณฑ์** และเช็กว่าเป้าหมายแคมเปญรองรับ Category Exclusion หรือไม่
4. **นัดวันเปิดรายงานการแสดงผล** เผื่อข้อมูลช้า 3 ถึง 5 วัน สำหรับแคมเปญยาวให้ตรวจครั้งแรกในสัปดาห์แรก
5. **เก็บรายการบล็อกเป็นไฟล์กลางของแบรนด์** ใช้ซ้ำกับทุกบัญชีโฆษณา และทบทวนทุกไตรมาสว่ามีเพจไหนที่บล็อกไว้โดยไม่จำเป็น

หน้าบริการที่เกี่ยวกับการวางแผนและตั้งค่าโฆษณาคือ[บริการโฆษณา](https://phygital.co.th/solutions/advertising)

### ร้านที่ยิงแค่ฟีดของตัวเอง ต้องตั้งอะไรบ้าง

ร้านเล็กที่ยิงโฆษณาจากปุ่มโปรโมตโพสต์หรือจาก Ads Manager แบบตำแหน่งอัตโนมัติ ให้เริ่มจากข้อ 1 และข้อ 2 ก่อน ตำแหน่งอัตโนมัติรวม Audience Network และโฆษณาในเนื้อหาด้วย ถ้าร้านไม่อยากคุมหลายกลุ่มตำแหน่ง ทางที่ง่ายกว่าคือปิดตำแหน่งที่ไม่ต้องการในชุดโฆษณา แล้วตั้งตัวกรองเฉพาะฟีด ข้อควรจำคือหน้าช่วยเหลือของ Meta ระบุว่าถ้าปิดตำแหน่งฟีดไปแล้ว จะแก้ตัวกรองของฟีดไม่ได้ ร้านจึงควรตั้งตัวกรองก่อนแล้วค่อยตัดตำแหน่ง

## สรุป

Brand Safety คือการกันโฆษณาออกจากเนื้อหาที่ไม่ควรมีโฆษณาของใคร ซึ่งแพลตฟอร์มตัดให้ทุกบัญชี ส่วนการเลือกเนื้อหาที่เข้ากับแบรนด์เป็นหน้าที่ของแบรนด์เอง Meta และ TikTok ให้ตัวกรองคลังเนื้อหาสามระดับ Meta ตั้ง Expanded เป็นค่าตั้งต้น และเตือนว่าระดับที่แคบกว่าลดการเข้าถึงและอาจทำให้ค่าโฆษณาสูงขึ้น TikTok ให้ตัดหมวดเนื้อหาเพิ่มได้สี่หมวดแต่ไม่ใช้กับแคมเปญยอดขายสินค้า รายการบล็อกผู้เผยแพร่ของ Meta ยาวได้ไม่เกิน 10,000 บรรทัด และรายงานการแสดงผลช้าราว 3 ถึง 5 วัน ทั้งสองแพลตฟอร์มไม่รับประกันผล และหลัง WFA ยุติ GARM ในปี 2567 แบรนด์ต้องเขียนเกณฑ์ความเหมาะสมของตัวเองไว้ใช้ตัดสิน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ความปลอดภัยของแบรนด์ (Brand Safety) กับความเหมาะสม (Brand Suitability) ต่างกันตรงไหน

Brand Safety คือการกันเนื้อหาที่ไม่ควรมีโฆษณาของใครเลย แพลตฟอร์มตัดให้ทุกบัญชี ส่วน Brand Suitability คือการเลือกว่าในบรรดาเนื้อหาที่ถูกกฎแล้ว แบบไหนเข้ากับแบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ตอบต่างกัน ตัวกรองสามระดับของ Meta และ TikTok ทำงานในส่วนหลัง

### ยิงโฆษณาแค่ในฟีดของเพจตัวเอง ต้องตั้งตัวกรองหรือเปล่า

โฆษณาในฟีดยังแสดงคั่นระหว่างโพสต์ของเพจและบัญชีอื่นที่ผู้ใช้ติดตาม ตัวกรองสำหรับโฆษณาในฟีดของ Meta จึงยังมีผล ร้านควรเลือกระดับไว้เองแทนการปล่อยค่าตั้งต้น

### ถ้าโฆษณาไปอยู่ข้างเนื้อหาไม่เหมาะไปแล้ว ควรทำอะไรก่อน

แคปหน้าจอพร้อมวันเวลา หาเพจหรือแอปนั้นในรายงานการแสดงผล แล้วเพิ่มเข้ารายการบล็อกผู้เผยแพร่ ถ้าลูกค้าถามมา ให้ตอบตามจริงว่าโฆษณาถูกวางโดยระบบอัตโนมัติ และร้านได้บล็อกตำแหน่งนั้นแล้ว

### ช่วงไว้อาลัยหรือมีเหตุการณ์ร้ายแรงในประเทศ ต้องทำอะไรเพิ่ม

ช่วงนั้นเนื้อหาข่าวในฟีดเพิ่มขึ้นมาก แบรนด์ควรทบทวนทั้งตำแหน่งและตัวชิ้นงานโฆษณา แนวทางเรื่องชิ้นงานและน้ำเสียงอยู่ใน[แนวทางแบรนด์ช่วงไว้อาลัย ควรทำและไม่ควรทำอะไรบ้าง](https://phygital.co.th/insights/brand-guidelines-mourning-period-thailand)

### ช่วงงานกีฬาใหญ่ ควรระวังตำแหน่งโฆษณาอย่างไร

เรื่องตำแหน่งใช้ตัวกรองและรายการบล็อกตามบทนี้ ส่วนคำและภาพที่ห้ามใช้ถ้าไม่ใช่ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ อยู่ใน[Ambush Marketing คำและภาพที่ FIFA ห้ามแบรนด์นอกสปอนเซอร์ใช้](https://phygital.co.th/insights/ambush-marketing)

## เปิดรายงานการแสดงผลของแคมเปญล่าสุด แล้วดูว่าโฆษณาของคุณไปอยู่ข้างเพจไหนมาบ้าง

PHYGITAL AGENCY ช่วยเขียนเกณฑ์ความเหมาะสมหนึ่งหน้า และตั้งตัวกรองกับรายการบล็อกให้ตรงกับเกณฑ์นั้นก่อนแคมเปญถัดไป

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
