# Bootstrapping vs VC vs สินเชื่อ กิจการใหม่พึ่งเงินกู้มากกว่า

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/bootstrapping-vs-vc-vs-bank-loan · เผยแพร่ 16 เมษายน 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เลือกแหล่งเงินทุนธุรกิจระหว่างเงินตัวเอง ผู้ร่วมทุน และสินเชื่อ ด้วยข้อมูลกิจการใหม่ 4,928 รายในสหรัฐฯ ที่พบว่าปีแรกพึ่งหนี้จากสถาบันการเงินมากกว่าทุนจากนักลงทุน

## Key Takeaways

- **สามแหล่งเงินต้องการของคนละอย่างกลับคืน** — เงินของกิจการเองแลกกับความเร็ว เงินจากผู้ร่วมทุนแลกกับสัดส่วนความเป็นเจ้าของและสิทธิร่วมตัดสินใจ ส่วนสินเชื่อแลกกับกระแสเงินสดรายเดือนที่ถูกผูกไว้ตลอดอายุสัญญา
- **ข้อมูล Kauffman Firm Survey ของกิจการที่เริ่มในสหรัฐฯ ปี 2547 จำนวน 4,928 ราย พบว่าหนี้จากภายนอกเป็นแหล่งเงินก้อนใหญ่ที่สุดในปีแรก** — เฉลี่ย 47,847 ดอลลาร์ต่อกิจการ และจำนวนกิจการที่ใช้หนี้ภายนอกมากกว่ากิจการที่ได้ทุนจากนักลงทุนภายนอกเจ็ดเท่า
- **เลือกด้วยลำดับสิ่งที่ยอมเสีย ไม่ใช่ด้วยต้นทุนที่เห็นวันนี้** — ดอกเบี้ยเป็นตัวเลขที่เห็นชัด ส่วนราคาของสัดส่วนหุ้นที่ขายไปปรากฏในอนาคต การเรียงลำดับสิ่งที่ยอมเสียได้ก่อนคุยกับผู้ให้เงินช่วยให้ทางเลือกแคบลงเอง

การเลือกแหล่งเงินทุนของธุรกิจมักถูกเล่าเป็นเรื่องของสตาร์ทอัพที่ได้เงินจากกองทุนร่วมลงทุน แต่ข้อมูลของกิจการเกิดใหม่จริงให้ภาพต่างออกไป งานวิจัยของ Alicia Robb และ David Robinson ที่เผยแพร่เป็นเอกสารของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ (NBER) ใช้ข้อมูลกิจการ 4,928 รายที่เริ่มในปี 2547 และพบว่าในปีแรก กิจการพึ่งหนี้จากสถาบันการเงินมากกว่าเงินจากเพื่อนและครอบครัว และมากกว่าทุนจากนักลงทุนภายนอก

ข้อค้นพบนี้ไม่ได้บอกว่าสินเชื่อดีกว่าทางอื่น แต่บอกว่าทางที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่ทางที่ถูกพูดถึงมากที่สุด หน้านี้เทียบสามแหล่งเงินจากสิ่งที่แต่ละแหล่งต้องการกลับคืน แล้วใช้ตัวเลขชุดนี้อธิบายว่ากิจการใหม่ประกอบเงินทุนก้อนแรกขึ้นมาอย่างไร

## สามแหล่งเงินต้องการอะไรกลับคืน

ความต่างของสามแหล่งเงินไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน แต่อยู่ที่สิ่งที่กิจการต้องส่งคืนและช่วงเวลาที่ต้องส่ง

| แหล่งเงิน                                          | สิ่งที่กิจการจ่ายคืน                                                 | สิ่งที่กิจการเก็บไว้ได้                      | เหมาะกับธุรกิจแบบไหน              |
| --------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------ | ------------------------------------------------- | ------------------------------------- |
| เงินของกิจการเอง (bootstrapping)                 | ความเร็ว เพราะการขยายถูกจำกัดด้วยเงินที่ธุรกิจผลิตได้          | ความเป็นเจ้าของเต็มและอิสระในการตัดสินใจ | อัตรากำไรดี วงจรเงินสดสั้น        |
| ผู้ร่วมทุน (venture capital หรือนักลงทุนอิสระ) | สัดส่วนหุ้น สิทธิร่วมตัดสินใจบางเรื่อง และเป้าการเติบโตที่สูง | ไม่มีภาระผ่อนเป็นงวด                          | มูลค่าโตได้หลายเท่าในเวลาจำกัด |
| สินเชื่อจากสถาบันการเงิน                       | เงินต้นและดอกเบี้ยตามกำหนด                                          | ความเป็นเจ้าของเต็ม                            | กระแสเงินสดสม่ำเสมอพอรับค่างวด  |

ผู้ให้กู้ไม่ได้สนใจว่ากิจการจะโตเร็วแค่ไหน ขอเพียงได้เงินคืนตามกำหนด ส่วนผู้ร่วมทุนสนใจว่ามูลค่าหุ้นจะโตทันกรอบเวลาของกองทุนหรือไม่ ความต่างนี้กำหนดว่าแต่ละฝ่ายจะถามคำถามแบบไหนในห้องประชุม

### **ธุรกิจแบบไหนไม่เหมาะกับการรับผู้ร่วมทุน**

ธุรกิจที่รายได้โตตามจำนวนคนหรือจำนวนสาขาแบบเส้นตรง เช่น งานที่ปรึกษา งานรับเหมา และร้านค้าที่ต้องเปิดหน้าร้านเพิ่มจึงจะมีรายได้เพิ่ม กองทุนร่วมลงทุนต้องการโอกาสที่มูลค่าจะโตหลายเท่าในเวลาจำกัด ธุรกิจกลุ่มนี้ให้แบบนั้นได้ยาก การรับเงินกองทุนโดยที่ธุรกิจไปไม่ถึงเป้าสร้างแรงกดดันให้ทั้งสองฝ่าย ทางที่เข้ากับธุรกิจกลุ่มนี้มากกว่าคือสินเชื่อ หรือผู้ร่วมทุนที่รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผล

## กิจการใหม่ 4,928 รายใช้เงินจากไหนจริง

[เอกสาร NBER Working Paper 16272 เรื่อง The Capital Structure Decisions of New Firms](https://www.nber.org/system/files/working%5Fpapers/w16272/w16272.pdf) เผยแพร่เดือนสิงหาคม 2553 ใช้ข้อมูลแบบจำกัดสิทธิ์ของ Kauffman Firm Survey ซึ่งติดตามกิจการที่เริ่มในสหรัฐฯ ปี 2547 ทุกปี ผู้วิจัยแบ่งแหล่งเงินตามว่ามาจากเจ้าของ จากคนใกล้ตัว หรือจากคนนอก และแยกหนี้ออกจากทุน

| แหล่งเงินในปีแรก (ค่าเฉลี่ยรวมกิจการที่ไม่ได้ใช้แหล่งนั้น) | ดอลลาร์สหรัฐ |
| ----------------------------------------------------------------------- | ------------- |
| หนี้จากภายนอก (เงินกู้ธนาคาร วงเงินสินเชื่อ บัตรเครดิตธุรกิจ)   | 47,847        |
| ทุนจากเจ้าของ                                                         | 31,734        |
| ทุนจากนักลงทุนภายนอก                                                | 15,935        |
| หนี้จากคนใกล้ตัว                                                    | 6,362         |
| ทุนจากคนใกล้ตัว                                                     | 2,102         |

ผู้วิจัยสรุปว่ากิจการใหม่มีเงินทุนเฉลี่ยราว 109,000 ดอลลาร์ ราวครึ่งหนึ่งมาจากแหล่งภายนอก และส่วนใหญ่ของเงินภายนอกอยู่ในรูปหนี้ จำนวนกิจการที่รายงานว่ามีหนี้จากภายนอกมากกว่ากิจการที่มีทุนจากนักลงทุนภายนอกเจ็ดเท่า เงินกู้จากสถาบันการเงินโดยเฉลี่ยมากกว่าหนี้จากคนใกล้ตัวเจ็ดเท่า แม้แต่กิจการที่ยังไม่มีรายได้ก็มีเงินจากเงินกู้ธนาคารมากกว่าจากคนใกล้ตัวสองเท่า

### **ทำไมผลนี้ต่างจากภาพที่คุ้นเคย**

เอกสารระบุว่าความเชื่อทั่วไปคือกิจการเกิดใหม่เข้าไม่ถึงตลาดทุนทางการ จึงต้องพึ่งเพื่อน ครอบครัว และบัตรเครดิต ข้อมูลชุดนี้แย้งความเชื่อนั้น บัตรเครดิตส่วนตัวของเจ้าของคิดเป็นเพียงราว 4 ถึง 5% ของเงินทุนทั้งหมด ส่วนทุนจากนักลงทุนภายนอกสำคัญมากสำหรับกิจการที่ได้รับ มี 205 กิจการที่ได้ทุนแบบนี้ เฉลี่ยเกิน 350,000 ดอลลาร์ ราวสองเท่าของเงินทุนรวมของกิจการทั่วไป และกิจการกลุ่มนี้ยังมีหนี้จากภายนอกราว 25% ของโครงสร้างเงินทุน

### **นักลงทุนอิสระกับกองทุนร่วมลงทุนให้เงินต่างกันแค่ไหน**

ในข้อมูลชุดเดียวกัน กิจการ 205 รายที่ได้ทุนจากภายนอก มากกว่าครึ่งได้เงินจากนักลงทุนอิสระที่ไม่ใช่กองทุน เอกสารเรียกกลุ่มนี้ว่า informal investors ยอดเฉลี่ยราว 245,000 ดอลลาร์ ซึ่งผู้วิจัยระบุว่าราวหนึ่งในสี่ของยอดเฉลี่ยของกิจการจำนวนน้อยที่ได้เงินจากกองทุนร่วมลงทุน ในข้อมูลชุดนี้ เงินจากนักลงทุนอิสระจึงเป็นก้อนที่เล็กกว่าเงินจากกองทุนหลายเท่า ผู้วิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตอบแบบสำรวจบางรายอาจจัดนักลงทุนอิสระเป็นกองทุนร่วมลงทุน ตัวเลขของกลุ่มกองทุนจึงควรอ่านอย่างระวัง

### ขอบเขตของแบบสำรวจ Kauffman

ข้อมูลเป็นกิจการในสหรัฐฯ ที่เริ่มปี 2547 และดูเฉพาะปีแรกของการดำเนินงาน ตลาดสินเชื่อ เงื่อนไขหลักประกัน และจำนวนนักลงทุนในไทยต่างออกไป เอกสาร NBER ยังระบุว่าเป็นฉบับเผยแพร่เพื่ออภิปราย ยังไม่ผ่านการกลั่นกรองแบบบทความวารสาร ตัวเลขจึงใช้บอกทิศทางว่าหนี้เป็นเครื่องมือหลักของกิจการเกิดใหม่ ไม่ได้ใช้เป็นสัดส่วนเป้าหมายของกิจการไทย

## เลือกด้วยลำดับสิ่งที่ยอมเสีย แทนการเลือกด้วยต้นทุน

การเทียบด้วยต้นทุนอย่างเดียวพาไปผิดทางได้ง่าย ดอกเบี้ยเป็นตัวเลขที่เห็นชัดในวันที่ตัดสินใจ ส่วนราคาของสัดส่วนหุ้นที่ขายไปปรากฏในวันที่กิจการมีมูลค่าสูงขึ้น วิธีที่ให้คำตอบเร็วกว่าคือเรียงสามสิ่งที่กิจการยอมเสียได้จากมากไปน้อย

1. **สัดส่วนความเป็นเจ้าของ** ลดลงได้มากที่สุดเท่าไร และเหลือเท่าไรจึงยังคุมทิศทางกิจการได้
2. **อิสระในการตัดสินใจ** เรื่องใดยอมให้คนนอกร่วมตัดสิน เรื่องใดต้องอยู่กับผู้ก่อตั้ง เช่น การเปลี่ยนสายธุรกิจ การขายกิจการ การจ้างผู้บริหารระดับสูง
3. **กระแสเงินสดรายเดือน** รับค่างวดได้สูงสุดเท่าไรโดยที่เดือนยอดขายต่ำสุดของปียังจ่ายครบ

กิจการที่ยอมเสียกระแสเงินสดรายเดือนได้มากที่สุดเข้าทางสินเชื่อ กิจการที่ยอมเสียสัดส่วนหุ้นได้มากที่สุดและต้องการเงินก้อนใหญ่กว่าที่ธนาคารให้เข้าทางผู้ร่วมทุน กิจการที่ไม่ยอมเสียทั้งสามอย่างเหลือทางเดียวคือโตด้วยเงินตัวเองและรับความเร็วที่ช้ากว่า

บทนี้เทียบเงื่อนไขของแหล่งเงินแต่ละแบบ ไม่ได้ชี้ว่ากิจการใดควรเลือกทางใด อัตราดอกเบี้ยจริงต้องถามสถาบันการเงินในวันยื่นคำขอ และสัญญาเงินกู้กับสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นมีข้อผูกพันยาวหลายปี ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายและที่ปรึกษาการเงินอ่านทั้งฉบับก่อนลงนาม

## เอกสารที่ผู้ให้กู้ใช้พิจารณา

ชุดเอกสารที่ผู้ให้กู้ขอคล้ายกันเกือบทุกแห่ง ได้แก่ งบการเงินย้อนหลัง รายการเดินบัญชีย้อนหลังหลายเดือน แผนการใช้เงินที่ระบุว่าเงินก้อนนี้ไปอยู่ที่ไหนและกลับมาอย่างไร และเอกสารหลักประกันถ้ามี จุดที่ผู้ให้กู้ใช้เทียบกันคือยอดเงินเข้าในรายการเดินบัญชีกับรายได้ในงบ ถ้าสองตัวเลขห่างกันมาก ผู้ให้กู้จะถามหาเหตุผล

บรรทัดเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการในงบแสดงฐานะการเงินเป็นอีกจุดที่ถูกอ่านละเอียด เพราะบอกว่าเงินของบริษัทไหลออกไปหาเจ้าของมากแค่ไหน ทั้งสองเรื่องแก้ได้ แต่ผลของการแก้จะเห็นในงบก็ต่อเมื่อผ่านไปอย่างน้อยหนึ่งรอบบัญชี จึงควรจัดการก่อนถึงปีที่ตั้งใจยื่น

### **กิจการที่เพิ่งเปิดไม่ถึงสองปีขอสินเชื่อได้หรือไม่**

ขอได้ แต่เงื่อนไขต่างจากกิจการที่มีประวัติ ผู้ให้กู้ใช้ผลประกอบการย้อนหลังเป็นฐานพิจารณา กิจการใหม่จึงมักได้วงเงินต่ำกว่าและถูกขอหลักประกันหรือการค้ำประกันส่วนบุคคลมากกว่า งานของ Robb และ Robinson นับเงินกู้ธนาคารที่เจ้าของค้ำประกันเองรวมอยู่ในหนี้ทางการของกิจการปีแรกด้วย ทางที่ใช้ได้ในช่วงนี้คือเริ่มจากวงเงินเล็กที่จ่ายคืนได้แน่นอน แล้วสร้างประวัติการชำระให้สม่ำเสมอ

## สัญญาณว่ากิจการยังไม่พร้อมรับเงินก้อนใหม่

สัญญาณสี่ข้อนี้บอกว่าเงินที่เข้ามาอาจขยายปัญหามากกว่าขยายธุรกิจ

1. **ยังตอบไม่ได้ว่าเงินจะกลับมาอย่างไรและภายในกี่เดือน** เงินที่เข้ามาในสถานะนี้มักกระจายไปหลายเรื่องจนวัดผลไม่ได้
2. **อัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงต่อเนื่อง** การเติมเงินเข้าโครงสร้างที่ขาดทุนต่อหน่วยทำให้ขาดทุนเร็วขึ้น
3. **ระบบบัญชีปิดงบรายเดือนไม่ทันภายในสามสัปดาห์** เงินก้อนใหม่เพิ่มจำนวนรายการทันที ระบบที่ตามไม่ทันอยู่แล้วจะยิ่งตามไม่ทัน
4. **ยังไม่มีคนรับผิดชอบเรื่องการเงินนอกจากเจ้าของ** ซึ่งกลายเป็นคอขวดตั้งแต่เดือนแรกหลังได้เงิน

## เตรียมตัวก่อนนัดผู้ให้เงินรายแรก

สี่ขั้นนี้ทำได้ภายในสองสัปดาห์จากเอกสารที่กิจการมีอยู่

1. **เขียนคำตอบของสามข้อเรื่องสิ่งที่ยอมเสีย** ลงกระดาษหนึ่งแผ่น เพื่อคัดผู้ให้เงินที่เงื่อนไขไม่ตรงออกก่อน
2. **ทำแผนการใช้เงิน** ระบุว่าเงินแต่ละส่วนไปที่ไหนและกลับมาภายในกี่เดือน
3. **เทียบรายการเดินบัญชีกับรายได้ในงบ** แล้วอธิบายส่วนต่างได้
4. **ตรวจบรรทัดเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ** และวางแผนลดยอดก่อนปีที่จะยื่น

ถ้าเลือกทางรับผู้ร่วมทุนแล้ว ลำดับรอบที่ตามมาอยู่ใน[Startup Funding Stages Pre-Seed ถึง Series C กับสูตร SAFE](https://phygital.co.th/insights/startup-funding-stages-preseed-to-series-c) ก่อนตัดสินใจว่าต้องการเงินเพิ่มจริงหรือไม่ ควรดูว่าเงินจมอยู่ในวงจรกี่วันใน[บริหารกระแสเงินสดแบบ cash-rich ภายใต้เครดิตเทอม 45 วัน](https://phygital.co.th/insights/cash-rich-vs-profit-rich-cash-management) และเงินสำรองขั้นต่ำที่ไม่ควรนำไปลงทุนอยู่ใน[งบกระแสเงินสดคืออะไร กับเงินสำรอง 27 วันของธุรกิจขนาดเล็ก](https://phygital.co.th/insights/cash-flow-statement-for-new-ceo) การประเมินว่ากิจการมีมูลค่าเท่าไรก่อนขายหุ้นอยู่ใน[ประเมินมูลค่าธุรกิจเบื้องต้น เทียบตัวคูณ 12 เท่าของตลาดหุ้น](https://phygital.co.th/insights/business-valuation-basics-for-owners) หัวข้อทั้งชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ[ความรู้บริหารจัดการ 9 หมวดที่ CEO ต้องรู้ ผลิตภาพขึ้น 17%](https://phygital.co.th/insights/ceo-business-management-knowledge-guide)

## สรุป

bootstrapping แลกความเร็ว ผู้ร่วมทุนแลกสัดส่วนหุ้นและสิทธิร่วมตัดสินใจ สินเชื่อแลกกระแสเงินสดรายเดือน ข้อมูลกิจการใหม่ 4,928 รายในสหรัฐฯ ที่เริ่มปี 2547 แสดงว่าหนี้จากภายนอกเป็นแหล่งเงินก้อนใหญ่ที่สุดในปีแรก และกิจการที่ใช้หนี้ภายนอกมีมากกว่ากิจการที่ได้ทุนจากนักลงทุนเจ็ดเท่า วิธีเลือกที่ใช้ได้จริงคือเรียงลำดับสิ่งที่ยอมเสียก่อนคุยกับผู้ให้เงิน แล้วเตรียมเอกสารที่ผู้ให้กู้ใช้เทียบกันให้พร้อม

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ใช้หลายแหล่งเงินพร้อมกันได้หรือไม่

ได้ รูปแบบหนึ่งคือใช้กระแสเงินสดของกิจการรองรับค่าใช้จ่ายประจำ ใช้วงเงินหมุนเวียนรองรับช่วงที่วงจรเงินสดยาว และใช้เงินผู้ร่วมทุนกับการลงทุนที่ให้ผลข้ามหลายปี ข้อที่ต้องระวังคือสัญญาแต่ละฉบับอาจมีข้อจำกัดการก่อหนี้เพิ่มหรือการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น ต้องอ่านเงื่อนไขของฉบับแรกให้ครบก่อนรับเงินก้อนที่สอง

### เงินจากญาติหรือคนรู้จักควรจัดเป็นหนี้หรือทุน

ควรตัดสินให้ชัดตั้งแต่วันรับเงินและทำเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าเป็นหนี้ให้ระบุกำหนดคืนและดอกเบี้ย ถ้าเป็นทุนให้ระบุสัดส่วนหุ้น งานของ Robb และ Robinson แยกสองแบบนี้ออกจากกัน และพบว่าในปีแรก หนี้จากคนใกล้ตัวพบบ่อยกว่าทุนจากคนใกล้ตัว การปล่อยให้คลุมเครือทำให้เกิดข้อพิพาทเมื่อกิจการได้กำไรหรือขาดทุน

### ใช้บัตรเครดิตส่วนตัวเริ่มธุรกิจเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่

ไม่ผิดปกติแต่เป็นแหล่งเงินส่วนน้อย ในข้อมูลของ Kauffman Firm Survey ราวสามในสี่ของเจ้าของไม่ได้ใช้บัตรเครดิตส่วนตัวเริ่มธุรกิจ ส่วนผู้ที่ใช้มียอดเฉลี่ย 15,700 ดอลลาร์ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงกว่าสินเชื่อธุรกิจทั่วไป จึงควรใช้เป็นเงินระยะสั้นมาก และย้ายไปใช้วงเงินธุรกิจเมื่อกิจการมีประวัติพอ

### เงินจากผู้ร่วมทุนต้องคืนหรือไม่

ไม่ต้องคืนเป็นงวดแบบเงินกู้ แต่ผู้ร่วมทุนได้สัดส่วนหุ้นและมักได้สิทธิตามสัญญา เช่น สิทธิได้รับเงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญเมื่อขายกิจการ หรือสิทธิคัดค้านการตัดสินใจบางเรื่อง ต้นทุนของเงินก้อนนี้จึงอยู่ในเงื่อนไขของสัญญาและในมูลค่าหุ้นในอนาคต ไม่ได้อยู่ในตารางผ่อน

### ควรกู้เพื่อขยายหรือรอให้มีกำไรสะสมพอก่อน

ขึ้นกับว่าผลตอบแทนที่คาดได้จากการขยายสูงกว่าต้นทุนดอกเบี้ยหรือไม่ และกระแสเงินสดในเดือนที่แย่ที่สุดยังจ่ายค่างวดได้หรือไม่ ถ้าตอบได้ทั้งสองข้อด้วยตัวเลข การกู้ช่วยให้ได้ส่วนแบ่งตลาดก่อนคู่แข่ง ถ้าตอบไม่ได้ การรอจนมีกำไรสะสมเป็นทางที่ความเสี่ยงต่ำกว่า

## กิจการที่โตด้วยเงินตัวเองต้องหาลูกค้าใหม่ด้วยวิธีที่ไม่หยุดเมื่อหยุดจ่าย

PHYGITAL AGENCY ช่วยวางแผนความรู้ที่กิจการเผยแพร่เอง ให้ลูกค้าที่กำลังค้นหาคำตอบเจอกิจการก่อนเจอโฆษณาของคู่แข่ง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
