# Bohemian Design คืออะไร ชื่อที่มาจากคำเรียกชาวโรมาในปารีส

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/bohemian-design-romani-artist-eclectic-guide · เผยแพร่ 21 ตุลาคม 2566 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Bohemian Design คืออะไร ผ่านเอกสารของ RomArchive ที่มาของคำ bohémiens ตั้งแต่ปารีสปี 1427 และวิธีตรวจชื่อคอลเลกชันกับข้อความหน้าสินค้าสไตล์โบโฮก่อนขาย

## Key Takeaways

- **Bohemian Design คือสไตล์ตกแต่งและแฟชั่นที่ผสมลวดลาย สี และวัสดุหลายแบบเข้าด้วยกัน ชื่อสไตล์ยืมมาจากคำว่า bohémien ในภาษาฝรั่งเศส** — RomArchive ซึ่งเป็นคลังเอกสารดิจิทัลที่ชาวโรมาร่วมสร้าง ระบุว่าคำนี้เป็นคำเรียกชาวโรมาในภาษาฝรั่งเศส มาจากความเชื่อว่าคนกลุ่มนี้เดินทางมาจากดินแดนโบฮีเมีย
- **ชาวโรมาได้ชื่อนี้เพราะหนังสือคุ้มครองการเดินทางจากกษัตริย์แห่งโบฮีเมีย** — เรียงความใน RomArchive เล่าว่ากลุ่มชาวโรมา 132 คนมาถึงปารีสในเดือนสิงหาคม 1427 ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ศิลปินในยุโรปหยิบวิถีชีวิตที่คนนอกจินตนาการว่าเป็นของชาวโรมาไปเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นโบฮีเมียน
- **แบรนด์ที่ขายสินค้าสไตล์โบโฮควรบรรยายสินค้าด้วยองค์ประกอบของดีไซน์** — เรียงความเดียวกันระบุว่าคำ bohémien เป็นคำดูแคลนชาวโรมาในฝรั่งเศส และภาพชาวโรมาหลายพันภาพในงานศิลปะมีน้อยมากที่เป็นภาพของคนจริง

แบรนด์ที่ขายเดรสผ้าพิมพ์ลาย พรมทอมือ หรือของแต่งบ้านหลายสี มักตั้งชื่อคอลเลกชันว่าโบฮีเมียนเหมือนร้านอื่นในร้านค้าออนไลน์ ทั้งที่ชื่อนี้เคยเป็นคำที่คนฝรั่งเศสใช้เรียกกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่ง

บทนี้ใช้เอกสารจาก RomArchive เป็นแหล่งหลัก ได้แก่หน้าอธิบายคำ Bohémiens หน้าอธิบายคำ Gypsy และเรียงความ "Towards a New Art History" ของ Tímea Junghaus นักประวัติศาสตร์ศิลปะ เพื่อเล่าว่าคำ Bohemian เดินทางจากชื่อเรียกคนมาเป็นชื่อสไตล์ได้อย่างไร และแบรนด์ที่ขายสินค้าสไตล์นี้ควรตรวจอะไรก่อนตั้งชื่อและเผยแพร่ข้อความ ถ้าเพิ่งอ่านบท [Mid-Century Modern](https://phygital.co.th/insights/mid-century-modern-eames-organic-design-guide) มา บทนี้คือสไตล์ถัดไปของซีรีส์เดียวกัน

## Bohemian Design คืออะไร

Bohemian Design หรือสไตล์โบโฮ คือแนวการตกแต่งและแต่งกายที่ผสมลวดลาย สี ผ้า และวัสดุธรรมชาติหลายแบบเข้าด้วยกันโดยไม่ยึดชุดสีหรือชุดเฟอร์นิเจอร์เดียว ชื่อสไตล์มาจากคำว่า bohème และ bohémien ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งในศตวรรษที่ 19 ใช้เรียกวิถีชีวิตของศิลปินที่ไม่ทำตามขนบของสังคม และก่อนหน้านั้นเป็นคำที่ใช้เรียกชาวโรมา ถ้าผสมองค์ประกอบมากขึ้นจนความเยอะกลายเป็นแกนของงาน สไตล์นั้นเรียกว่า [Maximalism](https://phygital.co.th/insights/maximalism-design-more-is-more-guide) และบทนั้นใช้ผลทดลองกับคน 548 คนบอกว่าความเยอะระดับไหนเริ่มทำให้หน้าเว็บได้คะแนนแวบแรกลดลง

### Bohemian กับแคว้นโบฮีเมียเกี่ยวกันไหม

เกี่ยวกันผ่านความเข้าใจผิดในอดีต [หน้าอธิบายคำ Bohémiens ของ RomArchive](https://www.romarchive.eu/en/terms/bohemiens/) ระบุว่าคำนี้มาจากชื่อดินแดน Bohème ซึ่งหมายถึงดินแดนเช็ก และเป็นคำเรียกชาวโรมาในภาษาฝรั่งเศสที่เกิดจากความคิดว่าคนกลุ่มนี้มาจากโบฮีเมีย เรียงความใน RomArchive อธิบายต่อว่าชาวโรมาอพยพจากอินเดียไปเปอร์เซียในช่วงต้นยุคกลาง แล้วค่อย ๆ เดินทางเข้ายุโรป ชื่อนี้จึงไม่ได้บอกถิ่นกำเนิดจริง

## ปารีส สิงหาคม 1427

[เรียงความ "Towards a New Art History" บน RomArchive](https://www.romarchive.eu/en/visual-arts/roma-in-art-history/towards-a-new-art-history/) ไล่บันทึกการเดินทางของชาวโรมาเข้ายุโรปตะวันตกช่วงต้นศตวรรษที่ 15 จากเอกสารของแต่ละเมือง

| เมือง       | ปีที่มีบันทึก |
| ----------- | ---------------- |
| ฮิลเดสไฮม์  | 1407             |
| บาเซิล     | 1414             |
| ซูริก      | 1417             |
| แอนต์เวิร์ป | 1419             |
| โบโลญญา    | 1422             |
| ปารีส       | 1427             |

ที่ปารีส บันทึกประจำวันของชาวเมืองคนหนึ่งเล่าการมาถึงของชาวโรมา 132 คน ผู้เขียนเรียงความระบุว่าคนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า bohémiens เพราะได้รับหนังสือคุ้มครองการเดินทางจากกษัตริย์แห่งโบฮีเมีย และเพราะชาวโรมาบอกว่ามาจาก "อียิปต์น้อย" ภาษายุโรปหลายภาษาจึงมีคำเรียกที่มาจากคำว่าอียิปต์ด้วย เรียงความอธิบายว่าอียิปต์น้อยจริง ๆ คือดินแดนหนึ่งในคาบสมุทรเพโลพอนนีสที่อยู่ใต้การปกครองของเวนิส ซึ่งชาวโรมาเคยตั้งถิ่นฐานช่วงหนึ่ง

บันทึกปี 1427 บรรยายรูปร่างหน้าตาของชาวโรมาด้วยถ้อยคำดูแคลน บทนี้ไม่ยกข้อความนั้นมา เพราะรายละเอียดที่ใช้ได้กับงานออกแบบมีแค่ว่าชื่อ bohémiens เกิดขึ้นอย่างไร

### คำว่ายิปซีมาจากไหน

คำว่ายิปซี (Gypsy) มาจากคำว่าอียิปต์ ตาม[หน้าอธิบายคำ Gypsy ของ RomArchive](https://www.romarchive.eu/en/terms/gypsy/) คำกลุ่มนี้ย้อนไปถึงภาพลักษณ์ของผู้ที่อ้างว่าสืบทอดความรู้จากอียิปต์โบราณ เมื่อชาวโรมามาถึงอังกฤษปลายศตวรรษที่ 15 ก็บอกคนอังกฤษว่ามาจากอียิปต์ หน้าเดียวกันระบุว่าการประชุมโรมาโลกครั้งแรกปี 1971 ตกลงใช้คำ Rom หรือ Roma เรียกทุกกลุ่ม แต่บางกลุ่มในอังกฤษยังยืนยันใช้คำ Gypsies เรียกตัวเอง ขณะที่นักเคลื่อนไหวบางกลุ่มในอเมริกาเหนือมองว่าเป็นคำดูแคลน

## จากชื่อเรียกคน สู่ชื่อเรียกวิถีศิลปิน

เรียงความของ Junghaus เล่าว่าในศตวรรษที่ 19 วิถีชีวิตของ "ยิปซี" ตามที่คนนอกจินตนาการ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นโบฮีเมียน คือการใช้ชีวิตเพื่อความสุขชั่วขณะและเพื่อศิลปะ Bohemia กลายเป็นชื่อวัฒนธรรมทางเลือกที่ศิลปินและคนกลุ่มอื่นยึดถือในช่วงต้นศตวรรษนั้น

ผู้เขียนยกงานของนักวิชาการสองคนมาอธิบาย

* **Mike Sell** เสนอว่าชาวโรมาไม่ได้เป็นแค่กลุ่มคนที่อยู่ในโลกของศิลปินโบฮีเมียน แต่ชื่อของชาวโรมากลายเป็นดัชนีของความแท้และความขบถของโลกนั้น ขณะเดียวกันชาวโรมาก็ถูกลบออกจากเรื่องเล่าที่คนรู้จัก
* **Marilyn R. Brown** ในหนังสือ Gypsies and Other Bohemians: The Myth of the Artist in Nineteenth-Century France มองภาพโบฮีเมียนที่งดงามว่าเป็นการตอบสนองต่อความล้มเหลวของการปฏิวัติในฝรั่งเศสปี 1830 และ 1848

เรียงความระบุตรง ๆ ว่าคำ bohémien เดิมเป็นคำดูแคลนชาวโรมาในฝรั่งเศส ชื่อสไตล์ที่ฟังดูอิสระและมีศิลปะในวันนี้จึงมีต้นทางเป็นคำที่คนอื่นตั้งให้คนกลุ่มหนึ่ง

### ทำไมสไตล์โบฮีเมียนถึงถูกโยงกับชาวโรมา

สไตล์โบฮีเมียนถูกโยงกับชาวโรมาเพราะชื่อสไตล์มาจากคำเรียกชาวโรมาในภาษาฝรั่งเศส และศิลปินในศตวรรษที่ 19 ใช้ภาพวิถีชีวิตที่จินตนาการว่าเป็นของชาวโรมาเป็นสัญลักษณ์ของความอิสระ เรียงความใน RomArchive ชี้ว่าการโยงนี้ทำให้ชื่อของชาวโรมาถูกใช้เป็นเครื่องหมายของความขบถ ขณะที่ตัวชาวโรมาเองแทบไม่อยู่ในเรื่องเล่า

## ภาพหลายพันภาพที่แทบไม่มีคนจริง

เรียงความของ Junghaus ศึกษาภาพชาวโรมาในงานศิลปะยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ผู้เขียนระบุว่าภาพวาดชาวโรมาภาพแรกคือภาพลายเส้นของเยอรมันจากช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ซึ่งเก็บอยู่ที่หอศิลป์แห่งชาติในปราก จากนั้นลักษณะบางอย่าง เช่นผ้าคลุมลายทาง ถูกวาดซ้ำเป็นแบบแผนในงานศิลปะต่อมาจนถึงศตวรรษที่ 19

ข้อสรุปที่สำคัญกับงานสื่อสารของแบรนด์คือ ในภาพชาวโรมาหลายพันภาพตลอดประวัติศาสตร์ มีน้อยมากที่เป็นภาพของคนจริง ภาพในศตวรรษที่ 19 และ 20 ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการวาดหน้าตาของบุคคลจริง ภาพเหล่านั้นจึงบอกเราเรื่องความคิดของคนวาดมากกว่าเรื่องชีวิตของคนที่ถูกวาด

เรียงความยังระบุว่าเรื่องราวของชาวโรมาที่เป็นแบบให้ภาพวาดในอดีตยังไม่มีงานวิจัยย้อนหลังรวบรวมไว้ และก่อนปลายศตวรรษที่ 18 แทบไม่มีภาพเหมือนแบบสมจริงที่วาดชาวโรมาในฐานะคนในสังคมชั้นสูง ศิลปินชาวโรมารุ่นหลังจึงพยายามรื้อภาพเหล่านี้ และเล่าเรื่องของตัวเองด้วยงานศิลปะของตัวเอง ผู้เขียนเรียกงานนี้ว่าการทำความเข้าใจความรู้ชุดเก่าเพื่อเลิกใช้มัน

สำหรับแบรนด์ ประเด็นนี้แปลเป็นงานได้ตรงตัว ภาพและคำที่ทีมหยิบมาใช้เพราะ "ดูเป็นโบฮีเมียน" อาจมาจากแบบแผนที่คนนอกวาดซ้ำกันมาหลายร้อยปี การตรวจก่อนใช้จึงต้องถามว่าภาพหรือคำนั้นมาจากไหน ไม่ใช่แค่ถามว่าสวยหรือขายได้ไหม

### ทำไมไม่ควรใช้ภาพคนเป็นตัวแทนสไตล์โบฮีเมียน

ไม่ควรใช้เพราะภาพคนที่ถูกจัดให้เป็นตัวแทนสไตล์นี้มักทำซ้ำแบบแผนภาพเก่า เรียงความใน RomArchive ชี้ว่าภาพชาวโรมาในงานศิลปะยุโรปส่วนมากไม่ใช่ภาพของคนจริง แต่เป็นลักษณะที่วาดซ้ำต่อกันมา แบรนด์ที่ถ่ายภาพสินค้าสไตล์โบโฮควรให้ภาพเล่าลาย สี และวัสดุของสินค้า แทนการจัดนางแบบหรือฉากให้ดูเป็นชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่ง

## ตรวจชื่อคอลเลกชันและข้อความหน้าสินค้าห้าจุด

ประวัติของคำไม่ได้แปลว่าแบรนด์ต้องเลิกใช้คำว่าโบฮีเมียนหรือโบโฮ คำนี้เป็นชื่อสไตล์ที่ลูกค้าใช้ค้นหาอยู่แล้ว สิ่งที่ควรตรวจคือข้อความรอบ ๆ ชื่อนั้น รายการด้านล่างเป็นแนวทางของฟิจิทัลจากเอกสารของ RomArchive

1. **ชื่อคอลเลกชัน** ใช้ชื่อสไตล์ได้ แต่ไม่ควรใส่คำเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ลงไปด้วย เช่น "คอลเลกชันยิปซี"
2. **ข้อความบรรยายสินค้า** บรรยายสิ่งที่ลูกค้าเห็นและจับต้องได้ เช่นผ้าพิมพ์ลายหลายชั้น ผ้าฝ้ายทอ หรือโทนสีดินเผา แทนคำว่า "สไตล์ชนเผ่า" หรือ "จิตวิญญาณเร่ร่อน" และระบุชนิดผ้า ขนาด กับวิธีดูแลให้ครบ ลูกค้าจะเทียบกับสินค้าชิ้นอื่นในร้านได้โดยไม่ต้องถามแชทซ้ำ
3. **ภาพประกอบ** ให้สินค้าเป็นพระเอกของภาพ ไม่จัดฉากที่เลียนแบบชุดหรือพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ใด
4. **เรื่องเล่าที่มาของสไตล์** ถ้าจะเล่า ให้เล่าตามแหล่งที่ตรวจได้ และบอกว่าคำนี้เคยเป็นคำเรียกชาวโรมา ไม่เล่าตำนานที่หาแหล่งไม่ได้
5. **คำที่เจ้าของวัฒนธรรมบางกลุ่มมองว่าดูแคลน** เช่นคำว่ายิปซี ให้ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นต้องอธิบายที่มาของคำ และถ้าต้องเอ่ยถึงคนกลุ่มนี้ให้ใช้คำว่าชาวโรมาตามมติการประชุมปี 1971

ตัวอย่างด้านล่างเป็นข้อความสมมติที่ฟิจิทัลเขียนขึ้นเพื่อแสดงวิธีแก้ ไม่ได้มาจากร้านใดร้านหนึ่ง

| ก่อนตรวจ                                                   | หลังตรวจ                                                                  |
| ----------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------- |
| เดรสยิปซีสายเลือดเร่ร่อน ใส่แล้วอิสระเหมือนชนเผ่า | เดรสผ้าฝ้ายพิมพ์ลายดอกสามชั้น ระบายชายกระโปรง สไตล์โบฮีเมียน |
| พรมลายชนเผ่า กลิ่นอายวัฒนธรรมยิปซีแท้                | พรมทอมือลายเรขาคณิต โทนสีดินเผาและน้ำเงินคราม                    |

ข้อความหลังตรวจยังใช้ชื่อสไตล์ที่ลูกค้าค้นหา แต่ย้ายน้ำหนักไปที่สิ่งที่ลูกค้าได้รับจริง คือผ้า ลาย สี และวิธีทำ ลูกค้าจึงตัดสินใจจากข้อมูลของสินค้า ไม่ได้ตัดสินใจจากภาพของคนกลุ่มหนึ่ง

ข้อความขายของที่เคลมเกินจริงเป็นอีกเรื่องที่ต้องตรวจคู่กัน หลักการเขียนให้ขายได้โดยไม่เกินจริงอยู่ในบท [Copywriter คืออะไร เขียนอย่างไรให้ขายได้โดยไม่เกินจริง](https://phygital.co.th/insights/what-is-copywriter-advertising) และถ้าอยากรู้ว่าควรตรวจทานข้อความในขั้นไหนของงานผลิตจึงแก้ได้ถูกที่สุด อ่านต่อได้ในบท [บริการฝังซับไตเติลและพิสูจน์อักษร แก้ตอนไหนถูกที่สุด](https://phygital.co.th/insights/subtitle-proofreading-agency) สไตล์ถัดไปในซีรีส์คือ [Industrial Style](https://phygital.co.th/insights/industrial-style-interior-soho-loft-guide)

## สรุป

Bohemian Design คือสไตล์ที่ผสมลวดลาย สี และวัสดุหลายแบบเข้าด้วยกัน เอกสารของ RomArchive อธิบายว่าชื่อสไตล์นี้มาจากคำ bohémiens ที่คนฝรั่งเศสใช้เรียกชาวโรมา หลังกลุ่มชาวโรมามาถึงปารีสปี 1427 พร้อมหนังสือคุ้มครองจากกษัตริย์แห่งโบฮีเมีย ในศตวรรษที่ 19 ศิลปินหยิบวิถีชีวิตที่จินตนาการว่าเป็นของชาวโรมาไปเป็นสัญลักษณ์ของความอิสระ ขณะที่ภาพชาวโรมาในงานศิลปะแทบไม่มีภาพของคนจริง แบรนด์ที่ขายสินค้าสไตล์นี้ใช้ชื่อสไตล์ได้ แต่ควรตรวจชื่อคอลเลกชัน ข้อความ และภาพ ให้บรรยายสินค้าแทนการเหมารวมคนกลุ่มใด

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### RomArchive คืออะไร

RomArchive คือคลังเอกสารดิจิทัลเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมของชาวโรมา เผยแพร่ภาพ เพลง เอกสาร และเรียงความ โดยมีชาวโรมาร่วมคัดเลือกและเขียน บทนี้ใช้หน้าอธิบายคำศัพท์สองหน้า และเรียงความของ Tímea Junghaus ในหมวดศิลปะทัศนศิลป์ ซึ่งศึกษาภาพชาวโรมาในประวัติศาสตร์ศิลปะยุโรป

### ชาวโรมามาจากไหน

เรียงความใน RomArchive ระบุว่าชาวโรมาอพยพจากอินเดียไปเปอร์เซียในช่วงต้นยุคกลาง ตั้งถิ่นฐานในดินแดนไบแซนไทน์ แล้วเดินทางต่อเข้ายุโรปเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ถึงคาบสมุทรบอลข่านราวศตวรรษที่ 13 และกระจายไปทั่วยุโรปตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 15 ชื่อ Bohemian จึงไม่ได้บอกถิ่นกำเนิดของคนกลุ่มนี้

### ใช้คำว่าโบโฮในชื่อสินค้าผิดกฎหมายไหม

บทนี้ไม่พบข้อกฎหมายที่ห้ามใช้คำว่าโบโฮหรือโบฮีเมียนเป็นชื่อสไตล์ ประเด็นที่ควรคิดคือความเหมาะสมของข้อความและภาพที่ใช้คู่กับคำนั้น เรียงความใน RomArchive ชี้ว่าคำ bohémien เคยเป็นคำดูแคลน แบรนด์จึงควรตรวจว่าข้อความรอบชื่อสไตล์ไม่ได้เหมารวมคนกลุ่มใด

### สไตล์โบฮีเมียนต่างจากสไตล์เอกเลกติกอย่างไร

ทั้งสองสไตล์ผสมของหลายแบบเข้าด้วยกัน ความต่างอยู่ที่ชื่อและประวัติ คำว่าโบฮีเมียนมีประวัติเฉพาะที่ผูกกับคำเรียกชาวโรมาและวิถีศิลปินในศตวรรษที่ 19 ส่วนคำว่าเอกเลกติกหมายถึงการเลือกและผสมจากหลายแหล่งโดยไม่ได้ผูกกับกลุ่มคนใด แบรนด์ที่อยากเลี่ยงประวัติของคำอาจเลือกใช้คำหลังได้

### ถ้าลูกค้าท้วงว่าข้อความของร้านเหมารวมคนกลุ่มหนึ่ง ควรทำอย่างไร

ควรตอบรับ ตรวจข้อความตามที่ลูกค้าชี้ แล้วแก้ในทุกช่องทางที่ข้อความนั้นอยู่ ทั้งหน้าสินค้า ป้ายในร้าน และโฆษณา จากนั้นบันทึกคำที่แก้ไว้ในคู่มือคำของร้าน เพื่อไม่ให้ทีมใช้คำเดิมซ้ำในคอลเลกชันถัดไป การแก้เงียบ ๆ เฉพาะจุดที่ถูกท้วงทำให้คำเดิมยังค้างอยู่ในช่องทางอื่น

### ร้านเล็กต้องจ้างคนตรวจข้อความทุกชิ้นไหม

ไม่จำเป็นทุกชิ้น เริ่มจากชิ้นที่คนเห็นมากที่สุดก่อน ได้แก่ชื่อคอลเลกชัน หน้าแรกของร้าน และโฆษณาที่ยิงเงิน แล้วใช้รายการห้าจุดในบทนี้ตรวจเองกับสินค้าชิ้นอื่น ถ้าร้านขายสินค้าที่อ้างถึงวัฒนธรรมของคนกลุ่มอื่นเป็นจำนวนมาก การให้คนนอกอ่านตรวจก่อนเผยแพร่ช่วยจับคำที่คนในทีมคุ้นจนมองไม่เห็นได้

## ชื่อสไตล์ขายได้ แต่คำที่วางไว้รอบชื่อนั้นคือสิ่งที่ลูกค้าจำแบรนด์ของคุณ

ให้ PHYGITAL AGENCY อ่านตรวจชื่อคอลเลกชันและข้อความหน้าสินค้าของคุณก่อนเผยแพร่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
