# Blockbuster จาก 8,900 สาขา ถึงคำร้องหมวด 11 ในเอกสาร ก.ล.ต.

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/blockbuster-case-study-rejected-netflix-acquisition · เผยแพร่ 7 มีนาคม 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา Blockbuster จากรายงาน 10-K และ 8-K ที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ จำนวนสาขา ขนาดตลาดเช่าหนังแยกช่องทาง รายได้ที่ลดลง และคำร้องหมวด 11 ปี 2553

## Key Takeaways

- **ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 Blockbuster Inc. มีร้านประมาณ 8,900 สาขาในสหรัฐฯ และอีก 27 ประเทศ** — ตามรายงานประจำปี Form 10-K ที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ส่วน 10-K ปีงบ 2552 ระบุว่าเหลือกว่า 6,500 สาขาในสหรัฐฯ และอีก 17 ประเทศ
- **10-K ปีงบ 2552 มีตารางขนาดตลาดเช่าหนังในสหรัฐฯ ที่บริษัทประมาณเอง** — ตลาดเช่าหน้าร้านลดจาก 5,674 เป็น 5,118 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตู้ให้เช่าเพิ่มจาก 486 เป็น 917 ล้านดอลลาร์ และการเช่าผ่านไปรษณีย์เพิ่มจาก 1,949 เป็น 2,114 ล้านดอลลาร์
- **Blockbuster เข้ากระบวนการหมวด 11 ในศาลนิวยอร์กเมื่อ 23 กันยายน 2553** — เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่เกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยร้าน 3,000 สาขาในสหรัฐฯ ยังเปิดตามปกติในวันที่ยื่น

ธุรกิจหน้าร้านที่เห็นลูกค้าเริ่มย้ายไปซื้อทางช่องทางอื่น ต้องตัดสินใจเรื่องเดียวกับที่ Blockbuster บันทึกไว้ในเอกสารของตัวเอง คือจะติดตามตัวเลขของช่องทางไหนทุกปี และจะอ่านตัวเลขของร้านตัวเองเทียบกับขนาดตลาดแต่ละช่องทางอย่างไร

รายงาน 8-K ที่ Blockbuster Inc. ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ สำหรับเหตุการณ์วันที่ 23 กันยายน 2553 มีข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัทแนบท้าย ข่าวนั้นบอกว่าร้าน 3,000 สาขาในสหรัฐฯ ยังเปิดอยู่ บริษัทมีคลังหนังและเกมกว่า 125,000 เรื่อง และลูกค้าเกือบ 47 ล้านคนต่อปี ในวันเดียวกับที่บริษัทเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ Chapter 11 ตัวเลขชุดนี้ห่างจากรายงานประจำปี 2546 ของบริษัทเดียวกันเจ็ดปี

บทนี้ใช้เอกสารสามชุดที่บริษัทยื่นเอง คือ [10-K ปี 2546](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1085734/000119312504041361/d10k.htm) [10-K ปีงบ 2552](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1085734/000119312510058339/d10k.htm) และ [8-K วันที่ 23 กันยายน 2553](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1085734/000119312510215765/d8k.htm)

## ตลาดวิดีโอบ้านในรายงานปี 2546

10-K ปี 2546 เปิดด้วยภาพตลาดที่บริษัทอยู่ บริษัทอ้างตัวเลขประมาณการของอุตสาหกรรมว่าตลาดวิดีโอบ้านสหรัฐฯ ปี 2546 มีรายได้ราว 24,200 ล้านดอลลาร์

| ตลาดวิดีโอบ้านสหรัฐฯ (ล้านดอลลาร์)  | ปี 2545    | ปี 2546    |
| --------------------------------------- | ---------- | ---------- |
| ขายหนัง                                | ราว 13,800 | ราว 16,000 |
| เช่าหนัง (รวมโปรแกรมสมาชิกเช่า DVD) | ราว 8,300  | ราว 8,200  |
| เฉพาะโปรแกรมสมาชิกเช่า DVD           | ราว 162.5  | ราว 277.9  |

ที่มา: 10-K ปี 2546 หัวข้อ Business (ตัวเลขประมาณการของอุตสาหกรรมที่บริษัทอ้าง)

ตัวเลขของบริษัทเองในปีเดียวกันยังเป็นการขยายสาขา ปี 2546 บริษัทเปิดหรือซื้อร้าน 341 สาขาและขายหรือปิด 143 สาขา แฟรนไชส์ราว 200 รายมีร้าน 1,091 สาขาในสหรัฐฯ และ 671 สาขานอกสหรัฐฯ รายได้รวมเพิ่มขึ้น 345.8 ล้านดอลลาร์หรือ 6.2% แต่รายได้เช่าหนังจากสาขาเดิมทั่วโลก (same-store) ลดลง 3.1%

รายงานฉบับเดียวกันระบุ Netflix เป็นคู่แข่งหลักในสหรัฐฯ ด้านการเช่าออนไลน์ เขียนว่าตลาดบริการสมาชิกเช่าออนไลน์เติบโตและกระทบธุรกิจของบริษัทแล้ว และระบุว่าจะเปิดบริการสมาชิกเช่าออนไลน์ของตัวเองในปี 2547

### Blockbuster มีกี่สาขาในปี 2546

ตามรายงานประจำปี 10-K ที่ Blockbuster Inc. ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 บริษัทมีร้านประมาณ 8,900 สาขาในสหรัฐฯ ดินแดนของสหรัฐฯ และอีก 27 ประเทศ ในจำนวนนี้แฟรนไชส์ราว 200 รายเป็นเจ้าของร้าน 1,091 สาขาในสหรัฐฯ และ 671 สาขานอกสหรัฐฯ ปีนั้นบริษัทเปิดหรือซื้อร้านที่บริษัทดำเนินการเอง 341 สาขา และขายหรือปิด 143 สาขา ร้านของบริษัทในสหรัฐฯ มีพนักงานเฉลี่ยสาขาละ 14 คน

## ตารางตลาดหกช่องทางในรายงานปีงบ 2552

10-K ปีงบ 2552 (สิ้นสุด 3 มกราคม 2553) มีตารางที่บริษัทประมาณขนาดตลาดเช่าหนังในสหรัฐฯ แยกตามช่องทาง ตารางนี้วางช่องทางของบริษัทเองเทียบกับช่องทางอื่นไว้ในหน้าเดียว

| ช่องทางเช่าหนังในสหรัฐฯ (ล้านดอลลาร์) | ปี 2551 | ปี 2552 | เปลี่ยนแปลง (คำนวณเอง) |
| ------------------------------------------- | ------- | ------- | ----------------------- |
| เช่าหน้าร้าน                              | 5,674   | 5,118   | −9.8%                   |
| ตู้ให้เช่า                                | 486     | 917     | +88.7%                  |
| เช่าผ่านไปรษณีย์                          | 1,949   | 2,114   | +8.5%                   |
| VOD ผ่านเคเบิล                             | 1,094   | 1,277   | +16.7%                  |
| VOD แบบดิจิทัล                             | 71      | 142     | +100.0%                 |
| VOD แบบสมาชิก                              | 200     | 265     | +32.5%                  |
| รวมตลาดเช่าหนัง                          | 9,474   | 9,833   | +3.8%                   |

ที่มา: 10-K ปีงบ 2552 หัวข้อ Business (ตัวเลขประมาณการของบริษัท · อัตราเปลี่ยนแปลงคำนวณจากตัวเลขในตาราง)

ตลาดเช่าหนังรวมยังโตในปีนั้น แต่ช่องทางเดียวที่หดคือช่องทางที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัท ในตารางเดียวกัน ตลาดขายหนังแบบแผ่นลดจาก 14,516 เป็น 13,008 ล้านดอลลาร์ และตลาดเกมทั้งหมดลดจาก 21,408 เป็น 19,665 ล้านดอลลาร์

### ช่องทางเช่าหนังช่องทางไหนโตที่สุดในปี 2552

ตามตารางขนาดตลาดใน 10-K ปีงบ 2552 ของ Blockbuster ช่องทางที่โตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ คือตู้ให้เช่า จาก 486 เป็น 917 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นราว 88.7% ตามด้วย VOD แบบดิจิทัลที่เพิ่มจาก 71 เป็น 142 ล้านดอลลาร์ ส่วนการเช่าหน้าร้านซึ่งยังเป็นช่องทางใหญ่ที่สุดลดจาก 5,674 เป็น 5,118 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นการประมาณของบริษัท และอัตราเปลี่ยนแปลงคำนวณจากตาราง

## ตัวเลขของบริษัทเองในปีงบเดียวกัน

ในปีที่ตารางตลาดชี้ว่าช่องทางหน้าร้านหด 10-K ปีงบ 2552 บันทึกตัวเลขของบริษัทเองไว้ดังนี้

| รายการ                                         | ตัวเลขในรายงาน                                        |
| ---------------------------------------------- | ------------------------------------------------------- |
| ร้านทั้งหมด ณ 3 ม.ค. 2553                     | กว่า 6,500 สาขาในสหรัฐฯ และอีก 17 ประเทศ             |
| ร้านนอกสหรัฐฯ                                | 2,502 สาขาใน 17 ตลาด                                   |
| ตู้ให้เช่าแบรนด์ Blockbuster (ร่วมกับ NCR) | 2,225 ตู้                                               |
| รายได้รวมเทียบปีก่อน                      | ลดลง 1,000 ล้านดอลลาร์                                 |
| รายได้เช่าผ่านไปรษณีย์                     | ลดลง 155.3 ล้านดอลลาร์ จำนวนสมาชิกเฉลี่ยลดลง 31.5% |
| รายได้ส่วนงานในสหรัฐฯ                     | ลดลง 20.4% (สาขาเดิมลดลง 15.6%)                      |
| ร้านของบริษัทในสหรัฐฯ ที่ปิดในปี        | 374 สาขา                                                |
| พนักงานเฉลี่ยต่อร้านในสหรัฐฯ              | 10 คน                                                   |

ที่มา: 10-K ปีงบ 2552 หัวข้อ Business, Risk Factors และ MD&A

ปีเดียวกันบริษัทมีช่องทางครบทั้งร้าน ตู้ ไปรษณีย์ และดิจิทัล รายงานเล่าถึงโปรแกรม Total Access ที่ให้สมาชิกคืนแผ่นทางไปรษณีย์หรือที่ร้าน โปรแกรม Direct Access ที่ให้ลูกค้าในร้านสั่งหนังจากคลังของบริการไปรษณีย์ส่งถึงบ้าน แอปบน iPhone และบริการ VOD ร่วมกับผู้ให้บริการเคเบิลรายหนึ่ง ในหัวข้อความเสี่ยง รายงานเขียนว่าบริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ และปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญว่าบริษัทจะดำเนินกิจการต่อไปได้หรือไม่ (going concern) รายงานยังเขียนว่าบริษัทปิดร้านที่ผลงานต่ำในปี 2552 และวางแผนปิดเพิ่มเมื่อสัญญาเช่าหมดหรือเร็วกว่านั้น และเมื่อคำนวณผลดีจากการปิดร้านเร็วขึ้น บริษัทสมมติว่ารายได้ 25% ของร้านที่ปิดจะย้ายไปอยู่ที่ร้านที่ยังเปิด พร้อมเตือนในหัวข้อเดียวกันว่าร้านที่เหลืออาจไม่ได้รายได้เพิ่มจริง

ช่องทางหลายช่องที่ทำงานต่อกันต่างจากช่องทางที่แยกกันวัดอย่างไร อ่านได้จาก [Phygital vs Omnichannel ความต่างที่แบรนด์ต้องรู้](https://phygital.co.th/insights/phygital-vs-omnichannel-marketing)

### รายได้ของ Blockbuster ลดลงเท่าไรในปีงบ 2552

ตาม 10-K ปีงบ 2552 ของ Blockbuster Inc. รายได้รวมลดลง 1,000 ล้านดอลลาร์จากปีก่อน รายงานให้เหตุผลว่ามาจากรายได้สาขาเดิมที่ลดลง จำนวนสมาชิกบริการเช่าผ่านไปรษณีย์ที่ลดลง ร้านที่บริษัทดำเนินการเองน้อยลง 7% และผลของอัตราแลกเปลี่ยน รายได้ส่วนงานในสหรัฐฯ ลดลง 20.4% และรายได้เช่าผ่านไปรษณีย์ลดลง 155.3 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนสมาชิกเฉลี่ยที่ลดลง 31.5%

## คำร้องหมวด 11 วันที่ 23 กันยายน 2553

ตาม 8-K ฉบับนี้ ผู้ยื่นคำร้องมีทั้ง Blockbuster Inc. และบริษัทย่อยบางแห่งในสหรัฐฯ คดีอยู่ที่ศาลล้มละลายสหรัฐฯ สำหรับนิวยอร์กเขตใต้ เลขคดี 10-14997 บริษัทย่อยในต่างประเทศไม่ได้อยู่ในคำร้อง และทุกบริษัทยังดำเนินธุรกิจต่อ

| รายการใน 8-K และข่าวแนบท้าย                  | ตัวเลข                                            |
| ------------------------------------------------ | ------------------------------------------------- |
| หนี้หุ้นกู้มีประกัน 11.75%                   | ราว 630 ล้านดอลลาร์ (รวมดอกเบี้ยค้าง)          |
| หนี้หุ้นกู้ด้อยสิทธิ 9%                      | ราว 300 ล้านดอลลาร์ (รวมดอกเบี้ยค้าง)          |
| ผู้ถือหุ้นกู้มีประกันที่ตกลงสนับสนุนแผน | ราว 80.1%                                         |
| หนี้ก่อนแผน → หลังแผน (ประมาณการของบริษัท) | เกือบ 1,000 ล้าน → 100 ล้านดอลลาร์หรือต่ำกว่า |
| เงินกู้ระหว่างฟื้นฟูกิจการ (DIP)             | 125 ล้านดอลลาร์                                  |
| ร้านในสหรัฐฯ ที่ยังเปิด ณ วันยื่น           | 3,000 สาขา                                        |

ที่มา: 8-K และข่าวประชาสัมพันธ์แนบท้าย (Exhibit 99.1) วันที่ 23 กันยายน 2553

ข่าวแนบท้ายระบุว่าร้านแฟรนไชส์ในสหรัฐฯ และต่างประเทศเป็นกิจการแยกที่ไม่ได้อยู่ในคำร้อง ตู้ให้เช่า Blockbuster Express ที่ NCR เป็นเจ้าของยังเปิดตามปกติ ธุรกิจในแคนาดา เดนมาร์ก อิตาลี เม็กซิโก และสหราชอาณาจักรดำเนินการตามปกติ และบริษัทจะหยุดให้เงินทุนกับธุรกิจในอาร์เจนตินา ภายใต้แผนที่เสนอ ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ หุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นสามัญจะไม่ได้รับการชำระคืน

### Blockbuster ยื่นคำร้องหมวด 11 แล้วร้านยังเปิดไหม

ตามรายงาน 8-K และข่าวแนบท้ายที่ Blockbuster Inc. ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อบริษัทยื่นคำร้องตามหมวด 11 ในวันที่ 23 กันยายน 2553 ร้านทั้ง 3,000 สาขาในสหรัฐฯ ยังเปิด ตู้ให้เช่า บริการไปรษณีย์ และบริการดิจิทัลยังให้บริการตามปกติ บริษัทบอกว่าจะยังรับบัตรของขวัญ คูปอง และโปรแกรมสะสมแต้มของลูกค้า และจะประเมินร้านในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มกำไรของการดำเนินงานหน้าร้าน

## ตัวเลขที่ธุรกิจหน้าร้านควรเก็บทุกปี

ห้าแถวด้านล่างคือตัวเลขที่ 10-K ของ Blockbuster รายงานซ้ำทุกปี ร้านที่มีหลายสาขาหรือหลายช่องทางเก็บในรูปแบบเดียวกันได้

1. **ขนาดตลาดแยกตามช่องทาง** เก็บคู่กับตลาดรวม เพราะตลาดรวมอาจโตขณะที่ช่องทางของร้านหด
2. **รายได้สาขาเดิม (same-store)** แยกจากรายได้ที่มาจากการเปิดสาขาใหม่
3. **จำนวนลูกค้าหรือสมาชิกของแต่ละช่องทาง** และอัตราที่ลดหรือเพิ่ม
4. **จำนวนสาขาที่เปิดและปิดในปี** คู่กับรายได้ต่อสาขา
5. **สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศหรือต่างพื้นที่** 10-K ปีงบ 2552 ระบุว่ารายได้ระหว่างประเทศคิดเป็น 29.7% ของรายได้รวม

ร้านที่มีช่องทางเดียวใช้รายการนี้ได้เช่นกัน โดยเก็บยอดขายหน้าร้านกับยอดสั่งออนไลน์แยกกันตั้งแต่เดือนแรก ร้านที่เพิ่งเริ่มขายออนไลน์ควรกำหนดหน่วยวัดให้ตรงกับหน้าร้าน เช่น ยอดขายต่อลูกค้าหนึ่งคน เพื่อให้วางตัวเลขสองช่องทางข้างกันได้ทุกเดือน

## สรุป

ในรายงาน 10-K ปี 2546 Blockbuster Inc. มีร้านประมาณ 8,900 สาขาในสหรัฐฯ และอีก 27 ประเทศ รายได้ยังโต 6.2% และมีแผนเปิดบริการสมาชิกเช่าออนไลน์ในปี 2547 ส่วน 10-K ปีงบ 2552 บันทึกร้านกว่า 6,500 สาขา รายได้ที่ลดลง 1,000 ล้านดอลลาร์ และตารางตลาดที่ช่องทางเช่าหน้าร้านเป็นช่องทางเดียวที่หดขณะที่ตลาดเช่ารวมโต 3.8% วันที่ 23 กันยายน 2553 บริษัทยื่นคำร้องตามหมวด 11 เพื่อลดหนี้จากเกือบ 1,000 ล้านเหลือประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ตามแผนที่เสนอ โดยร้าน 3,000 สาขาในสหรัฐฯ ยังเปิดในวันที่ยื่น เอกสารชุดนี้เก็บตัวเลขช่องทางไว้ครบทุกปี และร้านหน้าร้านทุกขนาดเก็บตัวเลขแบบเดียวกันได้ด้วยตารางง่าย ๆ ตั้งแต่ปีแรก

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ข้อเสนอขาย Netflix ให้ Blockbuster มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ มีบันทึกในเอกสารของบริษัทไหม

เอกสารที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต. ซึ่งบทนี้เปิดอ่านไม่มีเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงที่เอกสารมีคือ 10-K ปี 2546 ระบุ Netflix เป็นคู่แข่งหลักในสหรัฐฯ ด้านการเช่าออนไลน์ และบริษัทวางแผนเปิดบริการเช่าออนไลน์ของตัวเองในปี 2547 เรื่องการเจรจาซื้อขายกิจการควรตรวจจากเอกสารต้นทางของคู่เจรจาก่อนนำไปอ้าง

### Blockbuster เคยมีบริการเช่าหนังออนไลน์ไหม

มี 10-K ปีงบ 2552 เล่าถึงบริการเช่าผ่านไปรษณีย์ที่สั่งหนังทางเว็บไซต์ โปรแกรม Total Access ที่ให้สมาชิกคืนแผ่นที่ร้านได้ ตู้ให้เช่าร่วมกับ NCR แอปบน iPhone และบริการ VOD ปีนั้นรายได้เช่าผ่านไปรษณีย์ลดลง 155.3 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนสมาชิกเฉลี่ยที่ลดลง 31.5%

### ตารางขนาดตลาดในบทนี้เชื่อถือได้แค่ไหน

ตารางมาจาก 10-K ปีงบ 2552 และบริษัทระบุว่าเป็นขนาดตลาดโดยประมาณ ใช้ดูทิศทางของแต่ละช่องทางได้ แต่ไม่ควรใช้แทนข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น ตัวเลขปี 2546 ในบทนี้เป็นประมาณการของอุตสาหกรรมที่บริษัทอ้าง คนละชุดกับตารางปี 2552 จึงไม่ควรนำสองชุดมาเทียบกันตรง ๆ

### ร้านแฟรนไชส์ Blockbuster ได้รับผลจากคำร้องหมวด 11 ไหม

ข่าวแนบท้าย 8-K ระบุว่าร้านแฟรนไชส์ทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศเป็นกิจการของเจ้าของอิสระ ไม่ได้อยู่ในคำร้อง และยังดำเนินธุรกิจตามปกติในวันที่ยื่น เอกสารชุดนี้ไม่ได้บอกว่าร้านแฟรนไชส์แต่ละรายเป็นอย่างไรหลังจากนั้น

### อาชีพพนักงานร้านเช่าวิดีโอหายไปอย่างไร

[ร้านเช่าวิดีโอหายไป คาเฟ่ฉายหนังให้ลูกค้าดูต้องขอใบอนุญาตไหม](https://phygital.co.th/insights/door-to-door-salesman-video-rental-shop-thailand-lost-professions) เล่ามุมของร้านเช่าในไทยที่เคยต้องถือใบอนุญาต และกฎที่ยังใช้กับการฉายหนังในร้านวันนี้ ส่วนบทนี้เล่าจากเอกสารของบริษัท ตัวเลขพนักงานเฉลี่ยต่อร้านในสหรัฐฯ ตาม 10-K ลดจาก 14 คนในปี 2546 เหลือ 10 คนในปีงบ 2552

### ปีเดียวกับที่ Blockbuster มี 8,900 สาขา บริษัทภาพถ่ายรายใหญ่เขียนอะไรไว้ในรายงานประจำปี

[Kodak แผนสี่ข้อที่ประกาศปี 2546 กับเอกสารหมวด 11 ปี 2555](https://phygital.co.th/insights/kodak-case-study-suppressed-digital-camera-innovation) เล่าแผนเปลี่ยนผ่านที่ Kodak ประกาศในรายงานปีเดียวกับตัวเลข 8,900 สาขาของ Blockbuster แล้วตามเอกสารของ Kodak ไปจนถึงแผนฟื้นฟูปี 2556

## ตารางหกช่องทางของ Blockbuster มีทั้งหน้าร้าน ตู้ ไปรษณีย์ และดิจิทัลในหน้าเดียว

ร้านของคุณทำตารางแบบนี้ได้จากยอดขายที่บันทึกอยู่แล้วในเครื่อง POS และหลังร้านออนไลน์ PHYGITAL AGENCY จัดตัวเลขทุกช่องทางให้เป็นหน่วยเดียวกัน แล้วส่งเป็นรายงานรายเดือนหน้าเดียว

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
