# การตลาดคนรักสวยรักงาม โฆษณาเครื่องสำอางตามมาตรา 41

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/beauty-marketing-thailand-cosmetics-market · เผยแพร่ 15 ตุลาคม 2568 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ตลาดเครื่องสำอางไทยปี 2569 คาดเกือบ 2 แสนล้านบาทตาม Krungthai COMPASS โฆษณาต้องผ่านมาตรา 41 พ.ร.บ.เครื่องสำอาง และกฎกระทรวงปี 2567 ที่ห้ามอ้างว่าซึมลึกกว่าหนังกำพร้า

## Key Takeaways

- **Krungthai COMPASS คาดว่าตลาดเครื่องสำอางไทยปี 2569 จะมีมูลค่ารวมราว 1.99 แสนล้านบาท โต 12.3%** — ในจำนวนนี้เป็นตลาดในประเทศ 1.56 แสนล้านบาท และยอดขายในประเทศราว 17% มาจากช่องทางอีคอมเมิร์ซ
- **มาตรา 41 ของพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 แยกข้อความต้องห้ามในโฆษณาไว้เจ็ดข้อ** — ตั้งแต่ข้อความเท็จหรือเกินจริง ไปจนถึงสรรพคุณรักษาโรค มาตรา 84 วางโทษไว้ที่จำคุกสูงสุดหนึ่งปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือทั้งสองอย่าง
- **กฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2567 เพิ่มข้อห้ามสองข้อ** — คือห้ามโฆษณาว่าใช้ภายในร่างกาย และห้ามโฆษณาว่าใช้ร่วมกับเครื่องมือที่ดันสารลึกกว่าชั้นหนังกำพร้า

คนที่ซื้อเครื่องสำอางและสกินแคร์ส่วนหนึ่งตัดสินใจจากแคปชัน คลิปรีวิว และภาพก่อนหลังที่เห็นในฟีด ข้อความเหล่านี้อยู่ใต้กฎหมายฉบับเดียวกับโฆษณาในนิตยสารหรือโทรทัศน์ เพราะพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 นิยามคำว่าโฆษณาไว้กว้าง คือการทำให้คนทั่วไปรับรู้ข้อความ จะผ่านตา ผ่านหู หรือวิธีใดก็ได้ ขอให้ทำไปเพื่อหวังผลทางการค้า และนับสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อโฆษณาด้วย

ตลาดที่โตเร็วดึงผู้ขายรายใหม่เข้ามาจำนวนมาก การแข่งขันด้วยคำอ้างสรรพคุณจึงแรงขึ้นตามไปด้วย ส่วนต่อไปนี้เริ่มจากตัวเลขตลาดในรายงาน[ธุรกิจขายเครื่องสำอางของ Krungthai COMPASS](https://media.settrade.com/settrade/Documents/2025/May/20250516-Krungthai-COMPASS-Cosmetic-update.pdf) แล้วไล่ตัวบทมาตรา 41 กฎกระทรวงฉบับปี 2567 อำนาจของเลขาธิการ อย. และช่องทางขอความเห็นก่อนโฆษณา

## ตลาดเครื่องสำอางไทยตามตัวเลขของ Krungthai COMPASS

Krungthai COMPASS ศูนย์วิจัยของธนาคารกรุงไทย เผยแพร่บทวิเคราะห์ธุรกิจขายเครื่องสำอางเมื่อ 16 พฤษภาคม 2568 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมจะโต 13.2% ในปี 2568 และ 12.3% ในปี 2569 ตลาดในประเทศมีสัดส่วนราว 79% ของตลาดรวม ที่เหลือเป็นการส่งออก

กราฟในรายงานแยกมูลค่าตามปีไว้ดังนี้ ปี 2567 ตลาดในประเทศ 1.22 แสนล้านบาท ส่งออก 3.46 หมื่นล้านบาท ปี 2568 คาดว่าในประเทศ 1.382 แสนล้านบาท ส่งออก 3.9 หมื่นล้านบาท และปี 2569 คาดว่าในประเทศ 1.56 แสนล้านบาท ส่งออก 4.3 หมื่นล้านบาท รวมปี 2569 ได้ราว 1.99 แสนล้านบาท

### **ตลาดเครื่องสำอางไทยมีมูลค่าเท่าไร**

ตามการคาดการณ์ของ Krungthai COMPASS ปี 2569 ตลาดเครื่องสำอางไทยจะมีมูลค่ารวมราว 1.99 แสนล้านบาท เป็นตลาดในประเทศ 1.56 แสนล้านบาท และส่งออก 4.3 หมื่นล้านบาท ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าคาดการณ์จากรายงานเดือนพฤษภาคม 2568 ไม่ใช่ยอดขายที่เกิดขึ้นแล้ว ผู้ที่นำไปใส่ในเอกสารนำเสนอควรระบุปีของรายงานและคำว่าคาดการณ์กำกับไว้ด้วย

### ผู้ขายรายใหม่และช่องทางขาย

รายงานนับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจขายเครื่องสำอางในปี 2567 ได้ราว 1 หมื่นราย เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2562 โดยใช้ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตลาดในประเทศขายผ่านหน้าร้านราว 83% และผ่านอีคอมเมิร์ซราว 17% แบ่งตามระดับราคาเป็นกลุ่ม Premium 30% และกลุ่ม Mass 70%

โครงสร้างต้นทุนที่รายงานคำนวณจากงบการเงินปี 2566 ของบริษัทเครื่องสำอางที่ซื้อขายหุ้นในตลาด แสดงว่าค่าสินค้าคิดเป็น 52% ค่าใช้จ่ายในการขาย เช่นค่าโฆษณา ค่ากิจกรรมส่งเสริมการขาย และค่าคอมมิชชัน คิดเป็น 22% ส่วนที่เหลือ 26% เป็นค่าใช้จ่ายอื่น รายงานประเมินว่าความเสี่ยงหลักคือการแข่งขันที่อาจลามเป็นสงครามราคา และสินค้าที่ตกกระแสเร็ว

## เจ็ดข้อในมาตรา 41 ที่ใช้ตัดสินข้อความโฆษณา

มาตรา 41 วรรคแรกห้ามโฆษณาเครื่องสำอางด้วยข้อความที่เอาเปรียบผู้ซื้อหรือสร้างผลเสียต่อสังคม จะเป็นเรื่องที่มา คุณภาพ ปริมาณ หรือลักษณะใดของสินค้าก็ตาม วรรคสองจึงไล่ตัวอย่างข้อความที่นับว่าต้องห้ามไว้เจ็ดข้อ

1. **ข้อความที่ไม่จริง หรือพูดเกินกว่าที่สินค้าทำได้**
2. **ข้อความที่ชวนให้เข้าใจผิดในเรื่องสำคัญของสินค้า** รวมถึงการยกงานวิชาการหรือตัวเลขที่ไม่จริงหรือเกินจริงมาประกอบ
3. **ข้อความอ้างว่ารักษาโรค หรืออ้างผลที่ไม่ใช่เป้าหมายของเครื่องสำอาง**
4. **ข้อความที่สื่อว่าช่วยบำรุงกาม**
5. **ข้อความที่ส่งเสริมให้คนทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม** ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือทำให้วัฒนธรรมของชาติเสื่อมลง
6. **ข้อความที่ยุให้คนในสังคมแตกกัน**
7. **ข้อความอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดเพิ่มด้วยกฎกระทรวง**

ตัวบทมีข้อยกเว้นหนึ่งข้อสำหรับข้อแรก คือข้อความที่คนทั่วไปรู้ได้ว่าไม่อาจเป็นจริงได้แน่นอน ไม่ถือเป็นข้อความต้องห้ามตาม (1) ส่วนมาตรา 42 ห้ามโฆษณาด้วยวิธีที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ ขัดศีลธรรม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้บริโภค ตัวบทเต็มอยู่ใน[พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ที่กองควบคุมเครื่องสำอางเผยแพร่](https://cosmetic.fda.moph.go.th/interesting-law/category/cosmetic-laws)

### **โฆษณาเครื่องสำอางเกินจริงผิดกฎหมายข้อไหน**

ข้อความที่เกินจริงเข้าข่ายมาตรา 41 วรรคสอง (1) โดยตรง ถ้าข้อความนั้นอ้างผลวิจัย ตัวเลขทดสอบ หรือสถิติที่พิสูจน์ไม่ได้ จะเข้าข่าย (2) ด้วย ส่วนคำที่บอกว่าสินค้ารักษาสิว รักษาฝ้า หรือแก้อาการผิวหนังอักเสบ เข้าข่าย (3) เพราะเป็นสรรพคุณรักษาโรค คนที่ใช้ข้อความเหล่านี้เสี่ยงโทษตามมาตรา 84 ซึ่งสูงสุดคือจำคุกหนึ่งปีและปรับ 100,000 บาท

### ขอบเขตของคำว่าเครื่องสำอาง

มาตรา 4 นิยามเครื่องสำอางว่าเป็นวัตถุที่ใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด หรือกระทำวิธีอื่นกับส่วนภายนอกของร่างกาย รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม เปลี่ยนลักษณะที่ปรากฏ ระงับกลิ่นกาย หรือปกป้องดูแลให้อยู่ในสภาพดี นิยามนี้คือเหตุผลที่ข้อความอ้างผลเกินภายนอกร่างกายทำให้สินค้าหลุดจากความเป็นเครื่องสำอางในสายตาของกฎหมาย การจดแจ้งสินค้าก่อนขาย ชื่อผู้จดแจ้ง และข้อความบนฉลาก อยู่ในบทความ[แบรนด์เครื่องสำอาง OEM ต้องจดแจ้ง อย. ในชื่อใคร](https://phygital.co.th/insights/thailand-cosmetics-skincare-own-brand-oem-guide)

## กฎกระทรวงปี 2567 กับคำว่าซึมลึก

กฎกระทรวงเรื่องข้อความโฆษณาเครื่องสำอางฉบับปี 2567 ออกตามมาตรา 41 วรรคสอง (7) ลงนามเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 71 ก วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 เนื้อหามีสองข้อ

* **ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าใช้กับบริเวณภายในร่างกายมนุษย์** ยกเว้นข้อความในโฆษณาผ้าอนามัยชนิดสอด และข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก
* **ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่านำไปใช้ฉีด หรือใช้ร่วมกับเครื่องมือที่รุกล้ำเข้าไปในร่างกาย** รวมถึงข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าใช้ร่วมกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ผลักดันสารเข้าสู่ร่างกายลึกกว่าชั้นหนังกำพร้า (epidermis)

หมายเหตุท้ายกฎกระทรวงอธิบายเหตุผลว่า ปัจจุบันมีโฆษณาเครื่องสำอางที่แสดงสรรพคุณบำบัด บรรเทา รักษาโรค หรือทำให้เข้าใจว่าเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำงานของร่างกาย เกินวัตถุประสงค์เรื่องความสะอาดและความสวยงาม ไฟล์ต้นฉบับอยู่ในหน้ากฎหมายของกองควบคุมเครื่องสำอางที่ลิงก์ไว้ข้างบน

### **โฆษณาเซรั่มคู่กับเครื่องผลักวิตามินเข้าผิวได้ไหม**

ถ้าข้อความทำให้เข้าใจว่าเซรั่มนั้นใช้ร่วมกับเครื่องที่ดันสารให้ลึกกว่าชั้นหนังกำพร้า ข้อความนั้นเข้าข่ายกฎกระทรวงปี 2567 ข้อ (2) ส่วนข้อความที่บอกว่าเซรั่มใช้ทาหรือนวดบนผิวหน้าเป็นไปตามนิยามเครื่องสำอางในมาตรา 4 ผู้ขายที่จัดชุดสินค้าคู่กับเครื่องมือควรตรวจทั้งแคปชัน ภาพประกอบ และคลิปสาธิต เพราะกฎใช้คำว่าข้อความที่ทำให้เข้าใจ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคำพูดตรงตัว

### คลินิกที่ใช้เครื่องมือแพทย์

เครื่องมือแพทย์ที่คลินิกความงามใช้อยู่ใต้กฎหมายเครื่องมือแพทย์อีกฉบับ การโฆษณาเครื่องมือเหล่านั้นผ่านอินฟลูเอนเซอร์มีเงื่อนไขของตัวเอง ซึ่งอธิบายไว้ใน[Influencer คลินิกความงาม มาตรา 59 ห้ามรับรองเครื่องมือแพทย์](https://phygital.co.th/insights/influencer-aesthetic-clinic-compliant-agency) กฎกระทรวงปี 2567 ปิดทางที่ฝั่งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจะไปอ้างผลของเครื่องมือเหล่านั้นในโฆษณาของตัวเอง

## อำนาจสั่งแก้และการพิสูจน์คำกล่าวอ้าง

เมื่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเห็นว่าโฆษณาใดฝ่าฝืนมาตรา 41 หรือ 42 มาตรา 44 ให้อำนาจสั่งผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณาได้สี่แบบ เมื่อคณะกรรมการเครื่องสำอางเห็นด้วยกับคำสั่งนั้น

1. **แก้ไขข้อความหรือวิธีการโฆษณา**
2. **ห้ามใช้ข้อความบางอย่าง** ที่ปรากฏในโฆษณา
3. **ห้ามโฆษณา** หรือห้ามใช้วิธีการนั้นในการโฆษณา
4. **โฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด** ที่เกิดกับผู้ซื้อ ตามวิธีที่คณะกรรมการวางไว้

ผู้ที่ไม่ทำตามคำสั่งตามมาตรา 43 หรือ 44 มีโทษตามมาตรา 85 ระดับเดียวกับโทษของการโฆษณาฝ่าฝืนมาตรา 41 เอง

### **อย. สั่งให้พิสูจน์คำโฆษณาได้เมื่อไร**

มาตรา 45 เปิดให้เลขาธิการสั่งผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณาแสดงหลักฐาน เมื่อมีเหตุน่าสงสัยว่าข้อความไม่จริงหรือเกินจริง ถ้าโฆษณายกผลวิจัย ตัวเลข หรือคำรับรองจากหน่วยงานหรือคนอื่นมาอ้าง แล้วแสดงไม่ได้ว่าจริงอย่างที่อ้าง เลขาธิการใช้อำนาจสั่งตามมาตรา 44 ได้ทันที เอกสารยืนยันจึงควรเตรียมไว้ตั้งแต่วันที่โพสต์

### ใครคือผู้ทำการโฆษณา

ตัวบทใช้คำว่าผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณา ผู้จดแจ้งคือเจ้าของชื่อบนใบรับจดแจ้ง ส่วนผู้ทำการโฆษณาเป็นใครได้บ้างขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละโพสต์ คำถามว่าครีเอเตอร์ที่รับค่าจ้างหรือรับสินค้าไปรีวิวกลายเป็นผู้โฆษณาเมื่อไร อธิบายไว้ใน[อินฟลูเอนเซอร์รับรีวิว ป้าย TikTok ฉบับใหม่และสถานะผู้โฆษณา](https://phygital.co.th/insights/influencer-legal-liability-thailand)

## ขอความเห็นก่อนโฆษณาตามมาตรา 46

มาตรา 46 เปิดทางให้ผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณาที่ไม่แน่ใจว่าโฆษณาชิ้นหนึ่งผิดกฎหมายหรือไม่ ยื่นขอความเห็นจากคณะกรรมการเครื่องสำอางก่อนเผยแพร่ คณะกรรมการมีเวลาตอบ 60 วันนับจากวันที่ อย. รับคำขอ ถ้าเลยกำหนดโดยไม่มีคำตอบ กฎหมายนับว่าคณะกรรมการเห็นชอบ

สิ่งที่ทำไปตามความเห็นนั้น หรือตามความเห็นชอบที่เกิดจากการครบกำหนด ไม่นับเป็นความผิดทางอาญา แต่ตัวบทก็เปิดให้คณะกรรมการวินิจฉัยใหม่เป็นอย่างอื่นได้เมื่อมีเหตุอันสมควร ความเห็นที่ได้จึงคุ้มครองการกระทำก่อนหน้า ไม่ได้คุ้มครองตลอดไป

### **ยื่นขอความเห็นโฆษณาเครื่องสำอางต้องเตรียมอะไร**

ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการขอความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561 ให้ยื่นแบบ ฆส. 1 ที่ อย. แนบเอกสารแสดงตัวตนผู้ยื่น ข้อความโฆษณาพร้อมสำเนา 17 ชุด สูตรส่วนประกอบที่แสดงปริมาณและหน้าที่ของสารทุกตัว ตัวอย่างสินค้าสำเร็จรูป และเอกสารอ้างอิงที่สนับสนุนข้อความ 5 ชุด เจ้าหน้าที่ตรวจความครบภายในเจ็ดวัน และผู้ยื่นต้องชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงว่าด้วยค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับเครื่องสำอาง

### งานที่เหมาะกับการขอความเห็น

การรอคำตอบนานสุด 60 วันไม่เหมาะกับโพสต์รายวัน แต่เหมาะกับข้อความหลักที่แบรนด์จะใช้ซ้ำนาน เช่นคำอธิบายสินค้าบนหน้าร้านออนไลน์ ข้อความบนบรรจุภัณฑ์ชุดใหม่ หรือสคริปต์โฆษณาที่จะซื้อสื่อเป็นเดือน เมื่อข้อความหลักผ่านแล้ว ทีมคอนเทนต์ใช้เป็นแม่แบบให้แคปชันรายวันไม่ออกนอกกรอบได้

## ข้อความที่ทีมคอนเทนต์เทียบกับตัวบทก่อนโพสต์

ทีมคอนเทนต์ที่เขียนแคปชันสินค้าความงามทุกวันเทียบร่างกับข้อห้ามในตัวบทได้ตามลำดับในตาราง คอลัมน์ขวาเป็นคำถามที่ตอบได้จากตัวร่างเอง ไม่ต้องรอฝ่ายกฎหมาย

| ข้อห้าม                                  | ที่มา                     | คำถามก่อนกดโพสต์                                                    |
| ----------------------------------------- | ------------------------- | ---------------------------------------------------------------------- |
| เท็จหรือเกินจริง                       | มาตรา 41 (1)              | ผลที่เขียนไว้ตรงกับที่สินค้าทำได้จริงหรือไม่                |
| อ้างวิจัยหรือตัวเลขที่ยืนยันไม่ได้ | มาตรา 41 (2) และมาตรา 45 | มีเอกสารที่ส่งให้ อย. ดูได้ทันทีหรือไม่                        |
| สรรพคุณรักษาโรค                         | มาตรา 41 (3)              | มีคำที่พูดถึงโรคหรืออาการผิวหนังหรือไม่                      |
| ใช้ภายในร่างกาย                         | กฎกระทรวง 2567 ข้อ (1)   | ภาพหรือคำบอกว่าใช้นอกเหนือผิวภายนอก ฟัน และช่องปากหรือไม่ |
| ฉีดหรือใช้กับเครื่องดันสาร          | กฎกระทรวง 2567 ข้อ (2)   | คลิปสาธิตมีเครื่องมือที่ดันสารเข้าผิวหรือไม่                |
| วิธีโฆษณาที่อาจเป็นอันตราย           | มาตรา 42                  | ท่าทางหรือวิธีใช้ในคลิปมีโอกาสทำให้คนดูบาดเจ็บหรือไม่    |

## สรุป

Krungthai COMPASS คาดว่าตลาดเครื่องสำอางไทยปี 2569 จะมีมูลค่าราว 1.99 แสนล้านบาท มีผู้ขายราว 1 หมื่นรายในปี 2567 และค่าใช้จ่ายการขายคิดเป็น 22% ของต้นทุน ข้อความโฆษณาในทุกช่องทางต้องผ่านมาตรา 41 ของพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และกฎกระทรวงปี 2567 ที่ห้ามอ้างว่าใช้ภายในร่างกายหรือใช้ร่วมกับเครื่องมือที่ดันสารลึกกว่าหนังกำพร้า เลขาธิการ อย. สั่งแก้และสั่งพิสูจน์คำอ้างได้ ส่วนแบรนด์ที่ไม่แน่ใจยื่นขอความเห็นล่วงหน้าตามมาตรา 46 ซึ่งได้คำตอบภายใน 60 วัน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### แคปชันที่ลูกค้าเขียนรีวิวเองโดยไม่ได้รับค่าจ้าง อยู่ใต้มาตรา 41 ด้วยไหม

นิยามโฆษณาในมาตรา 4 ผูกกับเจตนาหวังผลทางการค้า รีวิวของลูกค้าที่ซื้อเองและไม่ได้รับประโยชน์จากแบรนด์จึงต่างจากโพสต์ที่แบรนด์จ้างหรือส่งของให้ ถ้าแบรนด์นำรีวิวนั้นมาแชร์ต่อบนหน้าร้าน ข้อความนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารเพื่อขายของแบรนด์เอง

### คำว่าลดสิวกับรักษาสิวต่างกันอย่างไรในสายตากฎหมาย

มาตรา 41 วรรคสอง (3) ห้ามสรรพคุณที่เป็นการรักษาโรค ตัวบทไม่ได้ทำรายการคำแต่ละคำไว้ การตัดสินจึงดูจากความหมายที่ผู้บริโภคเข้าใจจากทั้งโฆษณา แบรนด์ที่ไม่แน่ใจเรื่องคำใดใช้ช่องทางขอความเห็นตามมาตรา 46 ได้

### กฎกระทรวงปี 2567 ใช้กับสินค้าที่ไม่ใช่เครื่องสำอางไหม

กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอางจึงใช้กับโฆษณาเครื่องสำอางเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดหรือใช้ภายในร่างกายจริงไม่ได้เป็นเครื่องสำอางตามนิยามในมาตรา 4 ตั้งแต่ต้น และอยู่ใต้กฎหมายยาหรือเครื่องมือแพทย์ซึ่งมีกติกาโฆษณาของตัวเอง

### ผู้ขายที่ไม่ใช่ผู้จดแจ้ง เช่นตัวแทนจำหน่าย ต้องรับผิดชอบโฆษณาด้วยไหม

มาตรา 44 และ 45 ใช้คำว่าผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณา ตัวแทนจำหน่ายที่เขียนแคปชันหรือยิงโฆษณาเองจึงอาจเป็นผู้ทำการโฆษณาได้ แบรนด์ที่มีตัวแทนหลายรายควรส่งข้อความหลักที่ตรวจแล้วให้ทุกรายใช้ร่วมกัน

### ตัวเลขตลาดเครื่องสำอางปี 2569 ของ Krungthai COMPASS ใช้อ้างในเอกสารขอสินเชื่อได้ไหม

ใช้ได้ในฐานะค่าคาดการณ์ของศูนย์วิจัย โดยระบุชื่อรายงานและวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 กำกับไว้ รายงานมีข้อสงวนสิทธิ์ว่าจัดทำเพื่อนำเสนอข้อมูลแก่สาธารณะ ผู้อ่านเอกสารจึงควรเห็นว่าเป็นตัวเลขคาดการณ์ ไม่ใช่ยอดจริง

### แบรนด์ขนาดเล็กตรวจโฆษณาเองได้จากที่ไหน

หน้ากฎหมายของกองควบคุมเครื่องสำอาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวบรวมตัวบทพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบเรื่องโฆษณาไว้ในที่เดียว พร้อมเบอร์ติดต่อกลุ่มโฆษณาเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย 02 590 7344

## แคปชันความงามที่ผ่านตัวบทตั้งแต่บรีฟ ไม่ต้องตามแก้หลังได้คำสั่งจาก อย.

PHYGITAL AGENCY วางบรีฟสำหรับครีเอเตอร์สายความงาม พร้อมรายการข้อความที่ต้องเลี่ยงและเอกสารยืนยันคำอ้างที่แบรนด์ต้องเตรียมไว้

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
