# ยุค Baroque คืออะไร แสงนำสายตาในภาพหมู่ของ Rembrandt

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/baroque-art-chiaroscuro-light-shadow-design-guide · เผยแพร่ 29 กรกฎาคม 2566 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Rijksmuseum อธิบายว่า Rembrandt ใช้แสงเน้นมือกัปตันและเด็กหญิงใน The Night Watch ปี 1642 ภาพหมู่ที่คนกำลังทำอะไรบางอย่าง หลักนี้ใช้บรีฟภาพทีมงานได้

## Key Takeaways

- **ยุค Baroque คือศิลปะช่วงศตวรรษที่ 17 ที่จิตรกรใช้ความต่างของแสงกับเงาเล่าเรื่อง** — ภาพที่เห็นหลักนี้ชัดคือ The Night Watch ของ Rembrandt ปี 1642 ขนาด 379.5 × 453.5 เซนติเมตร ซึ่งจัดแสดงที่ Rijksmuseum อัมสเตอร์ดัม
- **Rijksmuseum ระบุว่า Rembrandt ใช้แสงเน้นรายละเอียดเฉพาะจุด คือมือของกัปตันที่กำลังสั่งการและเด็กหญิงด้านหลัง** — และระบุว่าเขาเป็นคนแรกที่วาดภาพหมู่ที่คนในภาพกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่จริง
- **หลักเดียวกันใช้บรีฟภาพหมู่ทีมงานและวิดีโอแนะนำองค์กรได้** — คือให้คนในภาพกำลังทำงานของตัวเอง แล้วเลือกให้แสงตกบนมือหรือใบหน้าที่เล่าเรื่องของภาพ

ธุรกิจที่ถ่ายภาพหมู่ทีมงานไว้ใช้บนเว็บไซต์หรือโปรไฟล์บริษัท มักได้ภาพที่ทุกคนสว่างเท่ากันจนผู้ชมไม่รู้ว่าควรมองใครก่อน ภาพ Night Watch ของ Rembrandt เป็นตัวอย่างที่ใช้อธิบายศิลปะยุค Baroque บ่อยที่สุดภาพหนึ่ง เพราะแสงในภาพทำงานเหมือนผู้กำกับที่บอกผู้ชมว่าต้องมองใครก่อน บทนี้ใช้ข้อความจากหน้าคอลเลกชันและเรื่องเล่าของ Rijksmuseum เป็นแหล่งหลัก เพื่อดูว่า Rembrandt เลือกให้แสงตกที่ไหน แล้วนำหลักนั้นไปบรีฟภาพทีมงานของธุรกิจ

ภาพนี้เป็นภาพหมู่ของกองอาสารักษาเมืองอัมสเตอร์ดัม วาดเสร็จในปี 1642 โดยไม่มีชื่อ อีก 155 ปีต่อมาเอกสารฉบับหนึ่งเรียกภาพนี้ว่า Night Watch และชื่อนี้ติดมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่ตามคำบรรยายของ Rijksmuseum เนื้อเรื่องในภาพคือกองอาสากำลังเตรียมเดินแถวออกไป

## ยุค Baroque ในภาพเดียว

ยุค Baroque หรือบาโรกคือศิลปะยุโรปช่วงศตวรรษที่ 17 ที่เน้นความเคลื่อนไหว อารมณ์ และความต่างที่แรงระหว่างส่วนสว่างกับส่วนมืด เทคนิคแสงเงาแบบนี้เรียกว่า chiaroscuro มาจากคำอิตาลี chiaro ที่แปลว่าสว่าง กับ scuro ที่แปลว่ามืด

[หน้าคอลเลกชันของ Rijksmuseum](https://www.rijksmuseum.nl/en/collection/SK-C-5) ให้ข้อมูลพื้นฐานของ The Night Watch ไว้ครบ Rembrandt ลงชื่อและปีไว้ว่า "Rembrandt f 1642" ภาพสูง 379.5 เซนติเมตร กว้าง 453.5 เซนติเมตร และเป็นผืนผ้าใบที่ใหญ่ที่สุดของเขา ภาพนี้ถูกจ้างให้วาดไปแขวนในห้องโถงใหญ่ของ Kloveniersdoelen ซึ่งเป็นกองบัญชาการของกองอาสาพลปืน และเป็นของเมืองอัมสเตอร์ดัมที่ให้พิพิธภัณฑ์ยืมมาตั้งแต่ปี 1808

### Chiaroscuro คืออะไร

Chiaroscuro คือการวาดหรือจัดแสงให้ส่วนสว่างกับส่วนมืดในภาพต่างกันมาก เพื่อให้วัตถุดูมีปริมาตรและบังคับให้สายตาไปหยุดที่ส่วนที่สว่าง ในงานถ่ายภาพปัจจุบัน หลักนี้ตรงกับการใช้ไฟหลักดวงเดียวส่องจากด้านข้าง แล้วปล่อยให้ด้านที่เหลือมืด ข้อความของ Rijksmuseum ที่บทนี้อ้างไม่ได้ใช้คำว่า chiaroscuro ตรง ๆ แต่บรรยายการใช้แสงเน้นจุดในภาพ ซึ่งเป็นหลักเดียวกัน

## แสงในภาพ The Night Watch ชี้ไปที่ใคร

แสงในภาพนี้ชี้ไปที่สองจุด คือมือของกัปตันที่กำลังสั่งการ และเด็กหญิงที่อยู่ด้านหลังกลุ่มทหาร Rijksmuseum เขียนไว้ตรง ๆ ว่า Rembrandt ใช้แสงเพื่อโฟกัสรายละเอียดเฉพาะเหล่านี้ ส่วนคนอื่นในภาพจำนวนมากอยู่ในเงามืดกว่า

กัปตัน Frans Banninck Cocq แต่งชุดดำ กำลังบอกร้อยโทให้เริ่มเดินแถว ขณะที่พลอาสาคนอื่นกำลังเข้าแถว เด็กหญิงที่ได้แสงคือสัญลักษณ์ประจำกอง พิพิธภัณฑ์บันทึกว่าเธอมีไก่ที่ตายแล้วห้อยที่เอว และในภาพยังมีสุนัขที่กำลังเห่าอยู่ด้านขวา

### เงามือของกัปตันบอกอะไร

เรื่องเล่า [10 things about Rembrandt's Night Watch](https://www.rijksmuseum.nl/en/stories/10-things/story/10-things-about-rembrandt-s-night-watch) ของ Rijksmuseum ชี้รายละเอียดหนึ่งที่คนมักมองผ่าน คือเงาของมือกัปตันที่ตกบนเสื้อคลุมของร้อยโท Willem van Ruytenburch ตรงตำแหน่งตราประจำเมืองอัมสเตอร์ดัมที่ปักอยู่บนเสื้อ ตรานั้นจึงอยู่ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วอื่นของเงามือพอดี พิพิธภัณฑ์ตีความว่า Rembrandt ต้องการบอกว่าเมืองปลอดภัยอยู่ในมือของกองอาสา เงาในภาพนี้จึงเล่าเรื่องได้เท่ากับแสง

## จากภาพยืนเรียงแถวเป็นภาพที่คนกำลังทำงาน

Rijksmuseum ระบุว่า Rembrandt เป็นคนแรกที่วาดคนในภาพหมู่ให้กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่จริง เรื่องเล่าอีกหน้าของพิพิธภัณฑ์สรุปว่าเขาไม่ได้วาดภาพหมู่ แต่วาดเรื่องราว คนในภาพถูกจับไว้ระหว่างการเคลื่อนไหว

ตัวอย่างที่พิพิธภัณฑ์ยกมาคือการยิงปืนในภาพ คนทางซ้ายกำลังบรรจุกระสุน คนตรงกลางกำลังยิง และคนทางขวากำลังทำความสะอาดปืน ขั้นตอนการใช้อาวุธสามขั้นจึงถูกเล่าในภาพเดียว ผู้ชมเห็นทั้งหน้าที่ของกองอาสาและเห็นว่าแต่ละคนทำอะไร โดยไม่ต้องมีป้ายบรรยาย

### ภาพหมู่ที่คนกำลังทำงานต่างจากภาพยืนเรียงแถวอย่างไร

ภาพยืนเรียงแถวบอกว่าใครอยู่ในกลุ่ม ส่วนภาพที่คนกำลังทำงานบอกเพิ่มว่าแต่ละคนทำอะไรและเกี่ยวข้องกันอย่างไร The Night Watch มีรายชื่อพลอาสา 18 คนเขียนไว้บนโล่ข้างประตูในภาพ แต่ผู้ชมจำภาพนี้ได้จากการเคลื่อนไหวของกัปตันกับร้อยโท มากกว่าจากหน้าของแต่ละคน ภาพหมู่ทีมงานของธุรกิจก็ใช้หลักนี้ได้ เมื่อธุรกิจอยากให้ลูกค้าเข้าใจว่าทีมทำงานอย่างไร ไม่ใช่แค่รู้ว่ามีกี่คน

## เทียบภาพหมู่สองภาพของ Rembrandt

Rijksmuseum เก็บภาพหมู่ของ Rembrandt อีกภาพที่วาดห่างจาก The Night Watch 20 ปี คือ [The Sampling Officials of the Amsterdam Drapers' Guild หรือ The Syndics](https://www.rijksmuseum.nl/en/collection/SK-C-6) ปี 1662 ภาพนี้เป็นภาพเจ้าหน้าที่ตรวจคุณภาพผ้าของสมาคมช่างผ้าอัมสเตอร์ดัม ซึ่งใกล้กับภาพทีมงานในธุรกิจปัจจุบันมากกว่าภาพกองอาสา

พิพิธภัณฑ์บันทึกว่าหลังปัญหาการเงินในทศวรรษ 1650 Rembrandt ย้ายไปเช่าบ้านที่ Rozengracht และชนชั้นนำของอัมสเตอร์ดัมจ้างเขาน้อยลง แต่สมาคมที่มีความสำคัญแห่งนี้ยังจ้างให้วาดภาพหมู่ เขาวาดให้เจ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้นจากงานราวกับผู้ชมเพิ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะ

| หัวข้อ                 | The Night Watch (SK-C-5)                   | The Syndics (SK-C-6)                             |
| ---------------------- | ------------------------------------------ | ------------------------------------------------ |
| ปี                     | 1642                                       | 1662 (ลายเซ็นจริง "Rembrandt f. 1662")         |
| ขนาด                   | 379.5 × 453.5 ซม.                          | 191.5 × 279 ซม.                                  |
| ผู้ว่าจ้าง           | กองอาสาพลปืนเขต II                     | สมาคมช่างผ้าอัมสเตอร์ดัม                      |
| คนในภาพกำลังทำอะไร | เตรียมเดินแถว บรรจุ ยิง ทำความสะอาดปืน | ตรวจสมุดตัวอย่างผ้าบนโต๊ะ แล้วเงยหน้ามอง |
| ความรู้สึกที่ได้    | การเคลื่อนไหวของทั้งกลุ่ม              | ผู้ชมเป็นคนที่เพิ่งเดินเข้าห้องประชุม   |

ข้อมูลของ The Syndics มีรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนยกไปอ้าง หน้าคอลเลกชันบันทึกลายเซ็นบนภาพไว้สองแห่ง แห่งแรกคือ "Rembrandt f. 1662" อีกแห่งคือ "Rembrandt. f. 1661." ซึ่งพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเป็นลายเซ็นปลอม และระบุช่วงเวลาวาดไว้ราวปี 1660-1662 พิพิธภัณฑ์ยังบันทึกชื่อคนในภาพครบทั้งหกคนจากซ้ายไปขวา ซึ่งมีคนรับใช้ของสมาคมรวมอยู่ด้วยหนึ่งคน ภาพหมู่ที่มีบันทึกชื่อทุกคนแบบนี้ช่วยให้คนรุ่นหลังรู้ว่าใครอยู่ในภาพ ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ธุรกิจควรจดชื่อและตำแหน่งของทุกคนในภาพทีมงานไว้ตั้งแต่วันถ่าย

### ภาพ The Syndics ใช้กับภาพผู้บริหารได้อย่างไร

ใช้ได้กับภาพผู้บริหารหรือคณะกรรมการที่อยากให้ดูเข้าถึงได้ Rembrandt ไม่ได้วาดให้เจ้าหน้าที่ยืนนิ่งมองกล้อง แต่วาดตอนที่พวกเขานั่งทำงานรอบโต๊ะแล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ภาพจึงทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกัน ภาพทีมบริหารของธุรกิจใช้วิธีเดียวกันได้ เช่น ถ่ายระหว่างประชุมจริงแล้วเก็บจังหวะที่ทุกคนหันมาทางกล้อง แทนการจัดแถวยืนหน้าผนังบริษัท

## สิ่งที่หายไปจากภาพและชื่อที่ถูกตั้งทีหลัง

The Night Watch ที่เห็นวันนี้ไม่ใช่องค์ประกอบเดิมทั้งหมด Rijksmuseum ระบุว่าเมื่อภาพถูกย้ายไปศาลาว่าการบนจัตุรัส Dam ในปี 1715 ผ้าใบถูกตัดออก 4 ชิ้นเพื่อให้พอดีกับช่องระหว่างประตูสองบาน ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดถูกตัดจากด้านซ้าย และยังไม่มีใครพบชิ้นส่วนเหล่านั้น

* **ชื่อ** ภาพเดิมไม่มีชื่อ ชื่อ Night Watch ปรากฏครั้งแรกในเอกสารปี 1797 ชื่อทางการที่พิพิธภัณฑ์ใช้คือ Militia Company of District II under the Command of Captain Frans Banninck Cocq
* **ระยะเวลาวาด** Rembrandt ได้งานก่อนธันวาคม 1640 และวาดเสร็จปี 1642 จึงใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปี
* **ความเสียหาย** ภาพถูกทำร้ายด้วยมีดในปี 1911 ถูกกรีด 12 รอยในปี 1975 และถูกพ่นกรดในปี 1990 ซึ่งครั้งหลังเสียหายเฉพาะชั้นวานิช
* **การซ่อม** พิพิธภัณฑ์บันทึกว่าภาพผ่านการซ่อมบำรุงอย่างน้อย 25 ครั้ง และโครงการ Operation Night Watch เป็นการศึกษาที่ละเอียดที่สุดในประวัติของภาพ

### ถ้าภาพถูกตัดขอบ แสงที่เห็นยังเป็นแสงที่ Rembrandt วางไว้ไหม

แสงบนตัวกัปตัน ร้อยโท และเด็กหญิงยังอยู่ครบ เพราะชิ้นที่ถูกตัดอยู่ที่ขอบภาพ ชิ้นใหญ่ที่สุดอยู่ด้านซ้าย แต่สัดส่วนของพื้นที่มืดรอบกลุ่มคนเปลี่ยนไป Rijksmuseum แสดงสำเนาภาพที่เชื่อว่าเป็นฝีมือ Gerrit Lundens ซึ่งวาดราวปี 1642-1655 ไว้คู่กันในเรื่องเล่า ผู้ที่อยากเห็นองค์ประกอบก่อนถูกตัดจึงเปิดดูได้จากสำเนานั้น

## บรีฟแสงสำหรับภาพหมู่และวิดีโอแนะนำทีม

การบรีฟช่างภาพหรือทีมวิดีโอให้ได้ภาพแบบที่ Rembrandt ทำ เริ่มจากการตัดสินใจเรื่องเนื้อหาก่อนเรื่องอุปกรณ์ คำถามสี่ข้อด้านล่างตอบได้ก่อนวันถ่าย

1. **ภาพนี้เล่าเรื่องอะไร** เขียนเป็นประโยคเดียว เช่น "ทีมรับประกันซ่อมเครื่องให้ภายในวันเดียว"
2. **ใครหรืออะไรต้องได้แสงก่อน** เลือกมือหรือใบหน้าที่เล่าเรื่องนั้น เหมือนมือของกัปตันที่กำลังสั่งการ
3. **แต่ละคนกำลังทำอะไร** ให้ทุกคนมีงานที่ทำจริงในภาพ แบ่งเป็นขั้นตอนได้ยิ่งดี เหมือนการบรรจุ ยิง และทำความสะอาดปืน
4. **ผู้ชมอยู่ตรงไหน** จะให้ผู้ชมดูจากไกลแบบกองอาสาที่กำลังเดินออกไป หรือเป็นคนที่เพิ่งเดินเข้าห้องแบบ The Syndics

ธุรกิจที่ถ่ายเองโดยไม่มีไฟสตูดิโอใช้หลักนี้ได้ด้วยแสงจากหน้าต่างบานเดียว ให้คนที่ต้องเด่นหันด้านข้างเข้าหาหน้าต่าง แสงจะตกบนใบหน้าและมือด้านนั้นมากกว่าด้านที่หันเข้าห้อง ถ้าเงาด้านมืดหนักเกินไป ใช้แผ่นโฟมสีขาวหรือกระดาษแข็งสะท้อนแสงกลับเข้าไปเล็กน้อย ส่วนคนอื่นในภาพให้อยู่ห่างหน้าต่างออกไป เพื่อให้ได้แสงน้อยกว่าคนที่เล่าเรื่องหลัก วิธีนี้ทำซ้ำได้ทุกครั้งที่ถ่ายพนักงานใหม่ ภาพทั้งชุดจึงมีแสงไปในทางเดียวกัน

ภาพเปอร์สเปคทีฟที่พาสายตาด้วยเส้นลึกแทนแสง อยู่ใน[ยุค Renaissance คืออะไร เปอร์สเปคทีฟที่ Uccello ยังวาดพลาด](https://phygital.co.th/insights/renaissance-art-movement-perspective-design-guide) การถ่ายวิดีโอผู้บริหารที่คำพูดผูกพันทั้งองค์กรอยู่ใน[ถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์ผู้บริหาร คำพูดที่ผูกพันทั้งองค์กร](https://phygital.co.th/insights/corporate-interview-short-video-production) ภาพพอร์ตเทรตและภาพสินค้าที่มีวันหมดอายุอยู่ใน[ถ่ายภาพสินค้า ภาพอาหาร พอร์ตเทรต และวันหมดอายุของภาพ](https://phygital.co.th/insights/packshot-food-executive-portrait-photography) ส่วนยุคที่จิตรกรออกไปวาดแสงธรรมชาติกลางแจ้ง ต่อได้ที่[ยุค Impressionism](https://phygital.co.th/insights/impressionism-art-movement-breaking-academic-rules-guide) และ[ยุค Cubism](https://phygital.co.th/insights/cubism-art-movement-multiple-viewpoints-abstraction-guide)

## สรุป

ยุค Baroque คือศิลปะศตวรรษที่ 17 ที่ใช้ความต่างของแสงกับเงาเล่าเรื่อง The Night Watch ของ Rembrandt ปี 1642 ที่ Rijksmuseum แสดงหลักนี้ชัด แสงตกบนมือกัปตันที่สั่งการและเด็กหญิงด้านหลัง เงามือกัปตันตกบนตราเมืองบนเสื้อร้อยโท และคนในภาพกำลังบรรจุ ยิง และทำความสะอาดปืน ภาพ The Syndics ปี 1662 ใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่เงยหน้าจากงาน ภาพหมู่ทีมงานของธุรกิจใช้หลักเดียวกันได้ คือให้ทุกคนกำลังทำงานจริง แล้วเลือกให้แสงตกบนจุดที่เล่าเรื่อง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### The Night Watch เป็นภาพกลางคืนหรือไม่

ชื่อชวนให้คิดว่าเป็นภาพกลางคืน แต่ภาพเดิมไม่มีชื่อ และชื่อนี้เพิ่งปรากฏในเอกสารปี 1797 คำบรรยายของ Rijksmuseum เล่าถึงกองอาสาที่กำลังเตรียมเดินแถวออกไป โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเวลากลางคืน

### ต้องไปอัมสเตอร์ดัมจึงจะเห็นรายละเอียดของภาพหรือไม่

ไม่จำเป็น หน้าคอลเลกชันของ Rijksmuseum มีภาพความละเอียดสูงและวิดีโอสั้นหลายตอนเรื่องภาพนี้ รวมถึงภาพที่ต่อจากภาพถ่ายย่อยหลายพันภาพซึ่งถ่ายด้วยหุ่นยนต์ ผู้ชมซูมดูเงามือของกัปตันได้จากหน้าเว็บ

### ภาพหมู่ที่ใช้แสงเน้นบางคน ทำให้คนอื่นในทีมรู้สึกไม่ดีหรือไม่

มีโอกาสถ้าไม่คุยกันก่อน วิธีที่ใช้ได้คือถ่ายหลายภาพ ให้แต่ละภาพเน้นคนละตำแหน่งตามงานที่ทำ แล้วใช้ภาพหมู่ที่แสงเสมอกันเป็นภาพหลักของหน้าทีมงาน ส่วนภาพที่เน้นคนใดคนหนึ่งใช้ในเรื่องที่เล่าถึงงานของคนนั้น

### แสงแบบ chiaroscuro เหมาะกับสินค้าทุกประเภทหรือไม่

ไม่ทุกประเภท แสงต่างมากทำให้บางส่วนของสินค้าอยู่ในเงา จึงเหมาะกับภาพที่ต้องการอารมณ์หรือเน้นรูปทรง แต่ไม่เหมาะกับภาพสินค้าที่ลูกค้าต้องเห็นสีและรายละเอียดครบ เช่น ภาพประกอบการขายออนไลน์

### จะรู้ได้อย่างไรว่าภาพหมู่ของทีมเราเล่าเรื่องแล้ว

ลองถามคนนอกบริษัทว่าเห็นภาพแล้วบอกได้ไหมว่าธุรกิจนี้ทำอะไร และใครทำหน้าที่อะไร ถ้าตอบได้แค่ว่ามีคนกี่คน ภาพนั้นยังเป็นภาพยืนเรียงแถว

### Operation Night Watch คืออะไร

เป็นโครงการวิจัยและอนุรักษ์ภาพ The Night Watch ของ Rijksmuseum ซึ่งพิพิธภัณฑ์เรียกว่าการศึกษาที่ละเอียดและใช้เทคโนโลยีมากที่สุดในประวัติของภาพ เป้าหมายคือหาวิธีซ่อมบำรุงที่เหมาะที่สุดเพื่อรักษาภาพไว้ให้คนรุ่นต่อไป ผลการศึกษาหลายเรื่องเผยแพร่เป็นเรื่องเล่าบนเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ เช่น เรื่องสีที่ใช้และชั้นวานิชที่เปราะ

## ภาพทีมงานที่ทุกคนยืนเรียงแถวยิ้มให้กล้อง บอกลูกค้าได้แค่ว่ามีพนักงานกี่คน

ให้ PHYGITAL AGENCY วางบทและจัดแสงภาพทีมงานให้ลูกค้าเห็นว่าแต่ละคนดูแลเขาอย่างไร

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
