# Amazon Global Selling คืออะไร เอกสารและค่าใช้จ่ายผู้ขายไทย

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/amazon-global-selling-thai-sellers-export · เผยแพร่ 11 กรกฎาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ผู้ขายไทยบน Amazon.com ต้องมี Bank Statement อายุไม่เกิน 90 วันที่ที่อยู่ตรงแบบฟอร์ม เลือกแผน 0.99 ดอลลาร์ต่อชิ้นหรือ 39.99 ดอลลาร์ต่อเดือน

## Key Takeaways

- **Amazon Global Selling คือโปรแกรมที่ให้ผู้ขายนอกสหรัฐฯ เปิดร้านบน Amazon.com ได้** — ผู้ขายไทยสมัครได้ทั้งในนามบุคคลและนามบริษัท แต่ชื่อและที่อยู่ภาษาอังกฤษที่กรอกต้องตรงกับ Bank Statement อายุไม่เกิน 90 วันที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่และตราธนาคาร
- **ค่าแผนการขายมีสองแบบ** — แผนบุคคลทั่วไปจ่าย 0.99 ดอลลาร์ต่อชิ้นที่ขายได้ แผนมืออาชีพจ่าย 39.99 ดอลลาร์ต่อเดือน Amazon แนะนำแผนบุคคลทั่วไปให้คนที่ขายน้อยกว่า 40 ชิ้นต่อเดือน ส่วนค่าคอมมิชชันคิดแยกตามหมวดสินค้า
- **ขั้นตอนรับเงินเป็นจุดที่ผู้ขายไทยต้องตรวจเองก่อนสมัคร** — หน้าสมัครภาษาไทยเขียนว่า Amazon โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะที่หน้าคำถามที่พบบ่อยพูดถึงการรับเงินเป็นสกุลท้องถิ่น สองหน้ายังเขียนไม่ตรงกัน

เอกสารที่ต้องยื่นกับค่าใช้จ่ายขั้นต่ำเป็นสองเรื่องที่ผู้ขายไทยควรรู้ครบก่อนกดสมัคร Amazon Global Selling ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ให้ธุรกิจนอกสหรัฐฯ เปิดร้านบน Amazon.com และตลาดอื่นของ Amazon เนื้อหาต่อจากนี้เรียงสิ่งที่ต้องเตรียมตามลำดับที่ Amazon ขอ ตั้งแต่อีเมลที่ใช้สมัครไปจนถึงบัญชีรับเงิน แล้วคิดค่าใช้จ่ายของแต่ละแผนให้เห็นก่อนเลือก

เอกสารชุดแรกที่ผู้ขายไทยส่งให้ Amazon มักถูกตีกลับด้วยเหตุผลเล็ก ๆ เช่น ที่อยู่ภาษาอังกฤษในแบบฟอร์มสะกดต่างจากใบแจ้งยอดธนาคาร หรือใบแจ้งยอดเก่ากว่าสามเดือน ผู้ขายเสียเวลาหลายสัปดาห์ก่อนได้ลงสินค้าชิ้นแรก

ขั้นตอนสมัคร เอกสาร และค่าใช้จ่ายในบทนี้มาจากหน้าเว็บ Amazon Global Selling ภาษาไทยสามหน้า คือ[หน้าสมัครบัญชีผู้ขาย](https://sell.amazon.co.th/sell/account-registration) [หน้าค่าใช้จ่าย](https://sell.amazon.co.th/sell/pricing) และ[หน้าคำถามที่พบบ่อย](https://sell.amazon.co.th/faq) โดยตัวเลขค่าคอมมิชชันตรวจซ้ำกับ[หน้าค่าธรรมเนียมของ Amazon สหรัฐฯ](https://sell.amazon.com/pricing) ในปลายเดือนกันยายน 2569

## เจ็ดข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนกดสมัคร

หน้าสมัครบัญชีผู้ขายภาษาไทยเรียงข้อมูลที่ต้องกรอกไว้เจ็ดข้อ

1. **อีเมล** ต้องเป็นอีเมลที่ติดต่อได้จริง เพราะหน้าสมัครระบุว่าเปลี่ยนภายหลังไม่ได้
2. **รูปแบบธุรกิจ** เปิดในนามบุคคลให้กรอกชื่อนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ เปิดในนามบริษัทให้กรอกชื่อบริษัท ตามด้วยขีดกลาง แล้วตามด้วยชื่อนามสกุลของผู้ที่จะเป็นเจ้าของบัญชีผู้ขาย ทั้งสองแบบเลือกแผนการขายได้ทั้งสองแผน
3. **ที่อยู่ภาษาอังกฤษ** ต้องตรงกับ Bank Statement ที่ยื่น ถ้าไม่ตรง เอกสารอาจไม่ผ่านการพิจารณา
4. **บัตรเครดิตหรือเดบิต** ใช้ตัดค่าแผนและค่าใช้จ่ายอื่น หน้าสมัครระบุว่าเป็นบัตรในนามใครก็ได้ ส่วนหน้าคำถามที่พบบ่อยระบุว่าต้องเป็นบัตรที่เรียกเก็บเงินจากต่างประเทศได้
5. **บัญชีรับเงิน** รายละเอียดอยู่ในหัวข้อเรื่องเงินเข้าบัญชีด้านล่าง
6. **ชื่อร้าน** คือชื่อที่ลูกค้าเห็นบนหน้าเว็บ หน้าสมัครระบุว่าตั้งได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนของชื่อ
7. **เอกสารยืนยันตัวตน** บัตรประชาชนสแกนสีหน้าหลัง หรือสำเนาหนังสือเดินทางที่มีลายเซ็นเจ้าของ คู่กับ Bank Statement หรือใบแจ้งยอดบัตร

### Bank Statement ต้องผ่านสี่เงื่อนไข

หน้าสมัครกำหนดว่า Bank Statement หรือใบแจ้งยอดบัตรต้องมีชื่อตรงกับชื่อที่ใช้สมัคร และที่อยู่ตรงกับที่อยู่ธุรกิจใน Seller Central โดยต้องผ่านสี่ข้อ คือชื่อ นามสกุล และที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ อายุเอกสารไม่เกิน 90 วัน มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร และมีตราประทับของธนาคาร ถ้า Amazon ขอเอกสารเพิ่ม หน้าเดียวกันแนะนำให้ใช้เอกสารที่ออกเป็นภาษาอังกฤษได้ เช่น บิลอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ หรือบิลค่าน้ำค่าไฟที่แปลและรับรองโดยทนายความ

ลำดับที่ลดการถูกตีกลับได้มากที่สุดจึงเริ่มจากธนาคาร ขอใบแจ้งยอดภาษาอังกฤษที่ประทับตราก่อน แล้วคัดลอกที่อยู่จากใบนั้นไปกรอกในแบบฟอร์มทีละตัวอักษร แทนการพิมพ์ที่อยู่ภาษาอังกฤษขึ้นเองแล้วหวังว่าจะตรงกัน

## แผนบุคคลทั่วไปกับแผนมืออาชีพ

หน้าค่าใช้จ่ายแยกแผนไว้ดังนี้

| เรื่อง                      | แผนบุคคลทั่วไป (Individual)                                          | แผนมืออาชีพ (Professional)                                                                   |
| --------------------------- | ---------------------------------------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ค่าแผน                     | 0.99 ดอลลาร์ต่อชิ้นที่ขายได้                                      | 39.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ไม่ว่าจะขายได้กี่ชิ้น                                            |
| Amazon แนะนำให้ใคร        | ขายน้อยกว่า 40 ชิ้นต่อเดือน หรือยังเลือกไม่ได้ว่าจะขายอะไร | ขายมากกว่า 40 ชิ้นต่อเดือน ต้องการรายงานและ API หรือต้องขายในหมวดที่ต้องขออนุมัติ |
| สิทธิ์ลุ้นตำแหน่ง Buy Box | ไม่มี                                                                  | มี ตามเกณฑ์ผลงานผู้ขาย                                                                    |
| ลงสินค้าทีละหลายรายการ | ไม่ได้                                                                | ได้                                                                                            |
| ขายในแคนาดาและเม็กซิโก  | ไม่ได้ระบุ                                                           | ใช้บัญชีรวมอเมริกาเหนือ จ่ายค่าแผนรายเดือนครั้งเดียวสำหรับสามประเทศ                |

ตัวเลข 40 ชิ้นมาจากเลขคณิตของสองแผนเอง ขาย 40 ชิ้นในแผนบุคคลทั่วไปจ่าย 39.60 ดอลลาร์ ใกล้กับค่าแผนมืออาชีพหนึ่งเดือน เกินจากนั้นแผนมืออาชีพถูกกว่า หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุด้วยว่าแผนมืออาชีพเริ่มเก็บค่ารายเดือนทันทีที่สมัครเสร็จ และเปลี่ยนแผนได้จากเมนู Account Info ใน Seller Central โดยมีผลในรอบบิลถัดไป

### Buy Box สำคัญกับผู้ขายไทยแค่ไหน

Buy Box คือปุ่มเพิ่มลงตะกร้าในหน้ารายละเอียดสินค้า เมื่อผู้ขายหลายรายเสนอสินค้าชิ้นเดียวกันในสภาพใหม่ ผู้ขายจะแข่งกันเพื่อให้ข้อเสนอของตนอยู่ในตำแหน่งนี้ หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุว่าผู้ที่แข่งได้ต้องใช้แผนมืออาชีพและมีผลงานผ่านเกณฑ์ ผู้ที่ไม่ได้ตำแหน่งนี้ยังอยู่ในช่องตัวเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ แต่ Amazon ไม่รับประกันตำแหน่ง แบรนด์ไทยที่ขายสินค้าของตัวเองโดยไม่มีผู้ขายรายอื่นขายชิ้นเดียวกันจึงแข่ง Buy Box กับคนอื่นน้อยกว่าผู้ขายที่นำสินค้าแบรนด์คนอื่นไปขาย

## ค่าคอมมิชชันตามหมวดสินค้า

ค่าคอมมิชชัน (referral fee) เป็นค่าที่เก็บทุกครั้งที่ขายได้ แยกจากค่าแผนการขาย หน้าค่าใช้จ่ายภาษาไทยระบุว่าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาทั้งหมด ซึ่งรวมราคาสินค้า ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าห่อของขวัญ และค่าคอมมิชชันส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 8% ถึง 15% ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วต่ำกว่าขั้นต่ำ Amazon เก็บขั้นต่ำแทน ซึ่งหมวดส่วนใหญ่อยู่ที่ 0.30 ดอลลาร์

ตัวอย่างหมวดที่สินค้าไทยขายกันมาก จากหน้าค่าธรรมเนียมของ Amazon สหรัฐฯ

| หมวด                                  | ค่าคอมมิชชัน                                                                       | ขั้นต่ำ     |
| ------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------- | ------------ |
| ความงาม สุขภาพ และของใช้ส่วนตัว   | 8% ถ้าราคาขายรวมไม่เกิน 10 ดอลลาร์ · 15% ถ้าเกิน 10 ดอลลาร์                     | 0.30 ดอลลาร์ |
| สินค้าเด็ก                           | 8% ถ้าราคาขายรวมไม่เกิน 10 ดอลลาร์ · 15% ถ้าเกิน 10 ดอลลาร์                     | 0.30 ดอลลาร์ |
| อาหารและของชำ (Grocery and Gourmet) | 8% ถ้าราคาขายรวมไม่เกิน 15 ดอลลาร์ · 15% ถ้าเกิน 15 ดอลลาร์                     | ไม่มี        |
| บ้านและครัว (Home and Kitchen)      | 15%                                                                                   | 0.30 ดอลลาร์ |
| เสื้อผ้าและเครื่องประดับแต่งกาย  | 5% ถ้าไม่เกิน 15 ดอลลาร์ · 10% ถ้าเกิน 15 ถึง 20 ดอลลาร์ · 17% ถ้าเกิน 20 ดอลลาร์ | 0.30 ดอลลาร์ |

ร้านความงามที่ตั้งราคาครีมไว้ 9.99 ดอลลาร์จึงจ่าย 8% ส่วนร้านที่ตั้ง 10.49 ดอลลาร์จ่าย 15% ของทั้งราคา ห่างกันเพียง 50 เซนต์ แต่ค่าคอมมิชชันต่างกันเกือบเท่าตัว ร้านจึงควรตั้งราคาหลังดูเส้นแบ่งของหมวดตัวเอง

### หมวดที่ต้องขออนุมัติและหมวดที่ห้ามขาย

หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุว่าบางหมวดต้องขออนุมัติก่อนลงสินค้า และบางหมวดห้ามขายตามกฎหมายหรือตามนโยบายของ Amazon โดยยกตัวอย่างยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ผู้ขายที่จะขายในหมวดที่ต้องขออนุมัติต้องใช้แผนมืออาชีพตามตารางในหัวข้อก่อน ผู้ผลิตงานหัตถกรรมที่จะหาหมวดและพิกัดสินค้าให้ตรงก่อนส่งออก อ่านวิธีดูตัวเลขส่งออกรายพิกัดได้จาก[หัตถกรรมเชียงใหม่สู่ตลาดโลก อ่านตัวเลขส่งออกรายพิกัด](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-handicraft-bo-sang-ban-tawai-ecommerce-export)

## เงินจากยอดขายเข้าบัญชีไหน

เรื่องนี้หน้าเว็บของ Amazon เองยังเขียนไม่ตรงกัน หน้าสมัครบัญชีผู้ขายภาษาไทยเขียนว่า Amazon โอนเงินได้เฉพาะธนาคารในสหรัฐฯ ผู้ขายที่ไม่มีบัญชีในสหรัฐฯ จึงต้องใช้บัญชีเสมือน (Virtual Account) ซึ่งหน้าเดียวกันเปรียบว่าเป็นกระเป๋ารับเงินส่วนกลาง ส่วนหน้าคำถามที่พบบ่อยเขียนว่าผู้ขายในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกรับเงินเป็นสกุลท้องถิ่นเข้าบัญชีธนาคารที่มีอยู่ได้ผ่าน Amazon Currency Converter for Sellers และผู้ขายใหม่รับเงินเข้าบัญชีท้องถิ่นได้ถ้ามีบัญชีในประเทศที่ Amazon รองรับ

บทนี้ไม่เลือกข้างระหว่างสองหน้า ผู้ขายควรเปิดหน้าตั้งค่าวิธีรับเงินใน Seller Central ระหว่างสมัคร แล้วดูว่ามีธนาคารในไทยให้เลือกหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีเสมือนกับผู้ให้บริการรายใด

### เงินเข้าช้าได้กี่วัน

หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุว่าเมื่อยอดในบัญชีผู้ขายเป็นบวก Amazon โอนเงินตามรอบการสั่งจ่ายผ่านระบบ Automated Clearing House (ACH) หรือการโอนทางอิเล็กทรอนิกส์ และอาจใช้เวลาถึงห้าวันทำการก่อนเงินปรากฏในบัญชีธนาคาร หน้าเดียวกันระบุว่า Amazon ไม่จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตหรือระบบชำระเงินออนไลน์อย่าง PayPal ผู้ขายที่คิดกระแสเงินสดของเดือนแรกจึงต้องรวมรอบการสั่งจ่าย ห้าวันทำการ และเวลาที่บัญชีเสมือนใช้โอนต่อเข้าธนาคารไทยเข้าด้วยกัน

## หน้าเว็บของ Amazon มีส่วนที่ยังไม่อัปเดต

ก่อนใช้ตัวเลขในบทนี้ มีห้าเรื่องที่ควรรู้

1. **โปรโมชันบนหน้าภาษาไทยหมดอายุแล้ว** หน้าสมัครและหน้าคำถามที่พบบ่อยยังแสดงข้อเสนอค่าแผน 1 ดอลลาร์ในหกเดือนแรกที่ต้องสมัครให้เสร็จภายใน 3 เมษายน 2567 และหน้าค่าใช้จ่ายแสดงเงื่อนไขเดียวกันที่สิ้นสุด 30 กันยายน 2567 บทนี้จึงไม่นับโปรโมชันนี้
2. **ตารางค่าคอมมิชชันบนหน้าภาษาไทยบางหมวดไม่ตรงกับหน้าสหรัฐฯ** เช่นหมวดเสื้อผ้า หน้าไทยเขียน 17% ขณะที่หน้าสหรัฐฯ แบ่งเป็นขั้นตามราคา ตัวเลขที่ใช้จริงคือตัวเลขใน Seller Central ตอนลงสินค้า
3. **เรื่องบัญชีรับเงินยังเขียนไม่ตรงกันสองหน้า** ตามที่อธิบายในหัวข้อก่อน
4. **บทนี้ไม่ครอบคลุมค่า FBA ค่าโฆษณา และภาษีในสหรัฐฯ** ซึ่งขึ้นกับขนาด น้ำหนัก และรัฐปลายทางของสินค้าแต่ละชิ้น
5. **ตัวเลขผู้ซื้อและผู้ขายที่ Amazon เขียนบนหน้าเว็บเป็นตัวเลขของ Amazon เอง** บทนี้จึงไม่นำมาใช้ประเมินโอกาสของสินค้าไทย

## หกอย่างที่ต้องครบก่อนลงสินค้าชิ้นแรก

1. **ขอ Bank Statement ภาษาอังกฤษที่ประทับตรา** อายุไม่เกิน 90 วัน แล้วใช้ที่อยู่ในใบนั้นเป็นที่อยู่เดียวในทุกแบบฟอร์ม
2. **สแกนบัตรประชาชนสีหน้าหลังหรือหนังสือเดินทางที่ลงลายเซ็น** ให้ชื่อตรงกับชื่อที่จะใช้สมัคร
3. **เลือกแผนจากจำนวนชิ้นที่คาดว่าจะขายต่อเดือน** ต่ำกว่า 40 ชิ้นเริ่มแผนบุคคลทั่วไป ถ้าต้องขายหมวดที่ต้องขออนุมัติเลือกแผนมืออาชีพ
4. **เช็กเส้นแบ่งราคาของหมวดสินค้า** ก่อนตั้งราคา เพื่อไม่ให้ราคาข้ามเส้นที่ค่าคอมมิชชันขึ้น
5. **ตรวจวิธีรับเงินใน Seller Central** ว่ามีธนาคารไทยให้เลือกหรือต้องใช้บัญชีเสมือน
6. **เตรียมข้อมูลสินค้าและภาพให้ครบก่อนเปิดแผนมืออาชีพ** เพื่อไม่เสียค่ารายเดือนเดือนแรกเปล่า ๆ

ดูงานออกแบบกล่องและฉลากสำหรับสินค้าส่งออกได้ที่[บริการกราฟิกดีไซน์](https://phygital.co.th/solutions/graphic-design)

### ขายน้อยกว่าเดือนละ 40 ชิ้นต้องเริ่มอย่างไร

ผู้ขายที่ยังไม่รู้ว่าจะขายได้เดือนละกี่ชิ้นเริ่มจากแผนบุคคลทั่วไปได้ แผนนี้ไม่มีค่ารายเดือน จ่ายเฉพาะชิ้นที่ขายได้ แลกกับการไม่มีสิทธิ์ลุ้น Buy Box และลงสินค้าได้ทีละรายการ เมื่อยอดขายเกิน 40 ชิ้นต่อเดือนติดกันสองเดือน จึงอัปเกรดเป็นแผนมืออาชีพจาก Account Info ใน Seller Central ซึ่งมีผลในรอบบิลถัดไป ภาพสินค้าที่ถ่ายไว้ใช้บน Amazon ควรตรงกับของจริงทุกมุม วิธีเลือกแบบภาพและอายุการใช้งานของภาพอยู่ใน[ถ่ายภาพสินค้า ภาพอาหาร พอร์ตเทรต และวันหมดอายุของภาพ](https://phygital.co.th/insights/packshot-food-executive-portrait-photography)

## สรุป

Amazon Global Selling เปิดให้ผู้ขายไทยขายบน Amazon.com ได้ทั้งในนามบุคคลและนามบริษัท ข้อมูลที่ต้องกรอกมีเจ็ดข้อ ข้อที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับบ่อยคือที่อยู่ภาษาอังกฤษที่ต้องตรงกับ Bank Statement อายุไม่เกิน 90 วันที่มีลายเซ็นและตราธนาคาร แผนบุคคลทั่วไปจ่าย 0.99 ดอลลาร์ต่อชิ้น แผนมืออาชีพจ่าย 39.99 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยจุดคุ้มทุนอยู่ราว 40 ชิ้นต่อเดือน และสิทธิ์ลุ้น Buy Box กับหมวดที่ต้องขออนุมัติอยู่ในแผนมืออาชีพเท่านั้น ค่าคอมมิชชันคิดตามหมวดและเส้นแบ่งราคา ขั้นต่ำส่วนใหญ่ 0.30 ดอลลาร์ ส่วนเรื่องบัญชีรับเงิน หน้าเว็บของ Amazon สองหน้ายังเขียนไม่ตรงกัน ผู้ขายต้องตรวจในหน้าตั้งค่าของ Seller Central เอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เปิดบัญชีในนามบุคคลแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นนามบริษัทได้หรือไม่

หน้าเว็บภาษาไทยของ Amazon ไม่ได้อธิบายการเปลี่ยนนี้ไว้ ผู้ขายที่ตั้งใจจะขายในนามบริษัทจึงควรเปิดในนามบริษัทตั้งแต่แรก เพราะเอกสารยืนยันตัวตนทุกชิ้นผูกกับชื่อที่ใช้สมัคร

### ใช้บัตรเครดิตของคนอื่นตัดค่าแผนได้ไหม

หน้าสมัครภาษาไทยระบุว่าใช้บัตรในนามใครก็ได้ ขอเพียงกรอกหมายเลข วันหมดอายุ และชื่อบนบัตรเป็นภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง และบัตรต้องเรียกเก็บเงินจากต่างประเทศได้

### ขายบน Amazon.com แล้วขายใน Amazon ญี่ปุ่นหรือยุโรปด้วยได้หรือเปล่า

หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุว่าผู้ที่มีบัญชีแผนมืออาชีพในสหรัฐฯ มีตัวเลือกลงสินค้าในอเมริกาเหนือ ยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และตลาดอื่นได้ทันที แต่ค่าคอมมิชชันจ่ายตามประเทศที่สินค้าขายออก

### ต้องแปลเว็บไซต์ของบริษัทเป็นภาษาอังกฤษก่อนขายบน Amazon หรือไม่

Amazon ไม่ได้บังคับ แต่ผู้ซื้อต่างชาติมักค้นชื่อแบรนด์ต่อ วิธีทำเว็บหลายภาษาให้ Google แยกแต่ละภาษาได้ อยู่ใน[แปลเว็บส่งออกหลายภาษา หนึ่งภาษาหนึ่ง URL ตามคู่มือ Google](https://phygital.co.th/insights/trade-document-translation-export-agency)

### ถ้าอยากขายสินค้าสะสมหรือของมือสองให้ผู้ซื้อต่างประเทศ ควรเริ่มที่ไหน

ตลาดที่ผู้ขายรายเล็กใช้ขายของสะสมและของใช้แล้วมีอีกตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งคิดค่าธรรมเนียมคนละแบบกับ Amazon รายละเอียดอยู่ใน[eBay คืออะไร ค่าธรรมเนียมที่ผู้ขายจากไทยจ่ายซ้อนหลายชั้น](https://phygital.co.th/insights/ebay-marketing-thai-small-sellers-global) ส่วนผู้ผลิตที่ขายยกล็อตให้ผู้ซื้อธุรกิจ อ่าน[Alibaba.com คืออะไร รายงานตรวจโรงงานของ Verified Supplier](https://phygital.co.th/insights/alibaba-com-b2b-thai-manufacturers-export)

## คาดว่าจะขายสินค้าบน Amazon ได้เดือนละกี่ชิ้น

ตัวเลขนี้ตัดสินแผนที่ควรสมัคร และ PHYGITAL AGENCY ช่วยเตรียมข้อมูลสินค้า ภาพ และข้อความบนกล่องให้ครบก่อนเริ่มจ่ายค่าแผนเดือนแรก

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
